สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร หารือเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๐ และการปฏิรูปทางการเมือง โดยเน้นการเมืองภาคพลเมืองและภาคท้องถิ่น และเรียกร้องการตรวจสอบระบบการเมืองให้แน่นอน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบการเลือกตั้ง โดยเห็นด้วยกับการเลือกตั้งเขตใหญ่และระบบสัดส่วน และเน้นย้ำความสำคัญของการทำความเข้าใจกับประชาชนว่าระบบสัดส่วนนั้นจะสะท้อนความคิดของตัวแทนของคนกลุ่มน้อย

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร คงมีข้อที่พึงตระหนักในเรื่องต่อไปนี้นะคะ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือ ประเด็นเรื่องของการที่เรามาพูดถึงเรื่องรัฐสภา จริง ๆ เปัาหมายตรงส่วนนี้ คิดว่า รัฐธรรมนูญใหม่ ป้ ๒๕๕๐ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงนะคะ เพื่อ การปฏิรูปทางการเมืองให้เกิดเปึนมรรคเปึ้นผล ให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือที่ผ่านมานั้นเปึนอย่างไร ในระบบที่เราเจอเจอะกันมา ซึ่งท่านผู้มีเกียรติได้ อภิปรายกันไปมากมาย เราพูดกันถึงเรื่องของ จริง ๆ แล้วในเรื่องของทางด้านการเมือง อยากจะให้ตระหนักในเรื่องของการเมืองภาคพลเมือง หรือการเมืองภาคท้องถิ่น ซึ่งน่าจะ เปึ้นส่วนที่มีความเข้มแข็งที่สุดนะคะ แต่ขณะนี้เรากำลังพูดถึงการเมืองภาคตัวแทน ซึ่งจําเปึนต้องมีนะคะ แต่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนการเมืองอะไรก็ตาม ล้วนแล้วแต่จะเปึนการ ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเปึนสุขทั้งสิ้น ตรงนี้น่าจะเปึนเปัาหมายหลัก ทีนี้การเปึนการเมือง ภาคตัวแทนนะคะ ทางอาจารย์วิชา มหาคุณ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม อาจารย์เคยให้ ความหมายว่า เปึนความชั่วร้ายที่จำเปึน ความชั่วร้ายที่จำเปึน จำเปึนต้องมี จริง ๆ ถ้าไม่มี ถ้าเปึนการเมืองภาคพลเมืองแท้ ๆ ก็จะอยู่กันอย่างสันติ ถ้าทุกชุมชนในสังคมเรา มีการเมืองภาคพลเมือง การเมืองท้องถิ่นที่ดี ที่เข้มแข็งนี่ สังคมก็จะอยู่เย็นเปึนสุข แต่เรา จำเปึนต้องมีในเรื่องของการเมืองภาคตัวแทนระดับชาติ ก็คือ ไม่ว่าจะเปึน สส. หรือ สว. ก็แล้วแต่ ตรงส่วนนี้จะเห็นว่า สิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องก็คือ ไม่ว่าจะเปึนพรรคการเมือง ระบบ การเลือกตั้ง และระบบการตรวจสอบ ระบบการตรวจสอบ ขณะนี้ไม่ได้กังวลในเรื่องของ พรรคการเมือง ไม่ได้กังวลในเรื่องของระบบตรวจสอบ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นใน กกต. นะคะ เรามี กกต. อยู่ที่นี่ ๒ ท่านนะคะ เราคิดว่า ระบบการเลือกตั้งน่าจะมีความเชื่อมั่น ใน กกต. แต่ระบบการตรวจสอบในรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ ที่เรากำลังร่างกันอยู่ ในขณะนี้ คิดว่า เราได้มีการเพิ่มการตรวจสอบอำนาจรัฐ แล้วก็เพิ่มอำนาจประชาชน มากขึ้น ดังนั้น ระบบการตรวจสอบตรงนี้ก็ยังจะต้องคำนึงถึงเหมือนกัน โดยต้องให้ ประชาชนโดยทั่วไปนะคะ ช่วยกันตรวจสอบระบบที่มันจะเกิดขึ้นมาในระยะเวลาอันใกล้

ประเด็นที่ ๓ ก็คือ ในเรื่องของระบบการเลือกตั้ง สส. ที่เรากําลังจะพูดถึง ดิฉันมีความคิดเห็นอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ว่า ยังเห็นด้วยกับเรื่องของการเลือกตั้ง โดยตรง ไม่ว่าจะเปึ้นเรื่องเลือกตั้ง แต่จํานวนนั้นก็ไม่ได้ติดใจนะคะ เพราะว่าถ้าจํานวน น้อยยิ่งน้อยยิ่งดี แต่ว่า เนื่องจากว่า ขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองเรานะคะ ก็ยังไม่ได้ ปกตินัก ความเคยชินของประชาชนยังเคยชินกับสิ่งที่เปึนอยู่อย่างเดิมนะคะ เพราะฉะนั้น ในระบบการเลือกตั้งเขต เห็นด้วยกับการเลือกตั้งเขตใหญ่นะคะ แล้วก็จำนวนจะเท่าไร ๔๐๐ หรือบวก ลบ ก็ไม่มีปัญหา อีกระบบหนึ่ง ที่เห็นว่าควรจะต้องมีก็คือระบบสัดส่วน ระบบสัดส่วนนั้น ถึงแม้จะ จริง ๆ แล้วเห็นด้วยกับระบบสัดส่วนที่ถูกต้อง แต่เนื่องจากว่า ปัจจุบัน ความใหม่ต่อระบบนี้ยังมี ยังเข้ามาไม่ถึงพวกเรา ต้องทำความเข้าใจกับสังคม มากขึ้น ดังนั้น ระบบสัดส่วนที่ว่านี้ จะทําให้ได้สะท้อนความคิดของตัวแทนของคนกลุ่ม น้อย ถึงแม้คนกลุ่มน้อยในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงชาวเขา แต่หมายถึงชนกลุ่มต่าง ๆ ที่อยู่ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนคนที่ผูกติดกับพื้นที่ด้วย ไม่ใช่ว่าจะลอยออกมาต่างหาก ไม่ว่าจะเปึน กลุ่มข้าราชการ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้หญิง กลุ่มคนพิการ กลุ่มเด็ก เหล่านี้ที่ทำงานใน พื้นที่แล้วก็สนใจทางการเมือง ก็จะเปึนสัดส่วนหนึ่งที่จะเข้ามา จะเปึนตัวแทนของ พรรคการเมืองที่จะเข้ามาอยู่ในระบบสัดส่วนได้ จะบอกว่า เปึ้นระบบที่จะทำให้เปึน สส. ชั้นสองหรือไม่ ตรงนั้นเข้าใจว่า ถ้าพวกเราเข้าใจในระบบว่า การที่มี สส. มาทำงาน โดยที่รับ ความคิดเห็นที่แตกต่างกันของกลุ่มคน ก็น่าจะรับตรงส่วนนี้ได้ อันนี้ก็เห็นด้วยกับทาง กรรมาธิการยกร่างที่ได้นำระบบ ไม่ว่าจะเปึ้นเลือกตั้ง แล้วก็มีระบบสัดส่วน แต่จะสัดส่วน แบบไหน เดี๋ยวก็มาว่ากันว่า จะใช้ระบบอย่างไร มีความเห็นตรงนี้ เมื่อมีการนำระบบ สัดส่วนเข้ามา สิ่งที่กังวลใจ ก็คือว่า การทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเร็ว แล้วก็ เนื่องจากว่า ยิ่งเราจะมีการเลือกตั้งภายในเดือนพฤศจิกายนนี้นี่ การทำความเข้าใจใน ส่วนนี้จะทําอย่างไร คงเปึนหน้าที่ของ สสร. เราที่จะต้องทําความเข้าใจในเรื่องนี้ให้กับ ประชาชนได้เข้าใจอย่างง่ายนะคะ เพราะว่าในเรื่องเหล่านี้นั้น คิดว่าขณะนี้ที่เรากำลัง ประชุมอยู่ การสื่อสารก็ไปทั่วประเทศไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็ถือว่า ต้องเปึน หน้าที่ของพวกเราที่จะทําความเข้าใจเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันให้ได้ กับสื่อสารกับสังคม ให้ได้ค่ะ ก็ขอนำเสนอความคิดเห็นเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ สวัสดีค่ะ