วีนัส ม่านมุงศิลปี เสนอความคิดเห็นว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรลดลงแต่ไม่ควรลดมากเกินไป เพื่อให้พรรคเล็กเข้ามามีส่วนร่วม เธอหารือเรื่องการออกแบบระบบการเมืองแบบตัวแทนของไทย และอธิบายว่าในประเทศไทยโครงสร้างของระบบการเมืองยังเป็นแบบเงินไม่มา กาไม่เป็น การเมืองจึงต้องเป็นอย่างนี้ นอกจากนี้ เธอยังเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับ "โหวตเตอร์" และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกิจกรรมของโหวตเตอร์ และเสนอแนะว่าควรแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งโดยการคุมเงิน คุ้มคน และออกแบบวิธีการเลือกตั้งใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการยกร่าง สมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม วีนัส ม่านมุงศิลปี ครับ สสร. ครับ ประเด็นเกี่ยวกับ สส. มีความคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้ครับ จำนวน สส. ควรคงไว้ ที่ ๔๐๐ คน คือ ๔๐๐ เขตทั่วประเทศ และอีก ๘๐ คน มาจากเขตภูมิภาค แบ่งเปึน ๘ เขต ภูมิภาค ภูมิภาคละ ๑๐ คน รวม ๘๐ คนนะครับ สส. ทั้งสิ้น ๔๘๐ คนทั่วประเทศ ลดจำนวนเปอร์เซ็นต์ จากระบบเดิม ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอเหลือแค่ ๑ หรือ ๒ เปึ้นอย่างมาก เพื่อเป่ดโอกาสให้พรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามามีส่วนในสภานี้นะครับ ก็ถือว่าเปึ้นธรรมนะ ครับ ผลดีครับ จำนวน สส. ๔๐๐ คน ๔๐๐ เขตทั่วประเทศ ดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่าง ทั่วถึง พรรคการเมืองก็เข้มแข็ง ถามว่า ลดจำนวน สส. ซึ่งเปึ้นตัวแปรตาม คือ ลดจำนวนงบประมาณ ถูกต้อง อันนี้ไม่เถียงนะครับ แต่ถ้าถามว่า การลดจำนวน สส. เท่ากับไปลดประสิทธิภาพของฝ์ายบริหารใช่หรือไม่ ถามว่าถ้าความสูญเสียที่จะต้องจ่าย เงินเดือนเทียบกับความสูญเสียที่เราขาดศักยภาพนั้น มันเทียบกันได้หรือไม่นะครับ อันนี้ ฝากท่านกรรมาธิการยกร่างช่วยคิดนะครับ
อีกประการหนึ่งครับ การออกแบบระบบการเมืองแบบตัวแทนของไทย สิ่งที่เราควรคํานึงถึงอย่างยิ่ง ก็คือ วัฒนธรรมของประเทศไทยเรานะครับ ศักยภาพของ ความพร้อมของประชาชน และวิธีการออกแบบการเลือกตั้งของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง คำถามที่ตามมา ก็คือ ทำอย่างไรให้การเมืองระบบตัวแทนหรือแบบตัวแทน เปึ้นตัวแทนที่ดีได้นะครับ ตอบได้เลยครับ ไม่มีครับ ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าโครงสร้างของระบบการเมืองของไทยยังเปึนแบบเงินไม่มา กาไม่เปึนนะครับ ย้ำนะครับ เงินไม่มา กาไม่เปึนนะครับ การเมืองจึงต้องเปึนอย่างนี้ นโยบายของพรรค ก็ตาม อุดมการณ์ของพรรคก็ตาม เปึนเพียงองค์ประกอบและมาที่หลัง ประเด็นเงิน มาก่อนเปึ้นอันดับแรกนะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ โครงสร้างโดยสภาพสังคมไทย ที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อกี้ ว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้ง เงินยังเปึนปัจจัยหลักที่ใช้ในการเลือกตั้งนะครับ ตราบใดที่คนไทยเรายั่งยากจนอยู่ เงินย่อมมีอํานาจเหนือกว่าสิ่งอื่นใดนะครับ เขาไม่คิดหรอกครับท่านประธานว่า จะได้ ใครดีอย่างไรนะครับ ใครก็ได้ที่เปึนตัวแทน ประเด็นเลยตกมาอยู่ที่มุมว่า ใครจ่ายได้ งามกว่า ชัดเจนนะครับ เหมือนการประมูล สส. ประมูลผู้แทนเข้ามานั่งในสภา รูปแบบ ก็คือ ถ้าคิดอย่างนี้นะครับ พี่น้องประชาชนคิดอย่างนี้ อันตรายนะครับ เปึนการสมยอมกัน ระหว่าง ๒ ฝ์าย คือ ผู้ให้กับผู้รับ หรือผู้ซื้อกับผู้ขาย คำถามที่ตามมาอีกคำถามหนึ่ง ก็คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจระบบการเมืองแบบตัวแทน ในขณะที่เรายังมีปัญหาด้าน ศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชน ไปโยงถึงเรื่องการศึกษาที่ผมเขียนหมวดไว้ ท่านประธานครับ แต่ผมไม่เกี่ยวนะครับ ผมจะเอาอย่างนี้ครับว่า ถ้าคนไทยเรามีศักยภาพ พอที่จะตัดสินใจเรื่องการเมืองบนพื้นฐานความรู้ที่ตัวเองมีนะครับ ประสิทธิภาพในการ ตัดสินใจจะเกิดขึ้นนะครับ ภายใต้การดำเนินการนี้ ค่อนข้างจะสำเร็จ ก็คือ การซื้อเสียง สำเร็จ มีความร่วมมือกันระหว่าง ๓ ฝ์าย คือ ผู้ซื้อ ผู้ขาย แล้วก็ตัวผู้จ่ายนะครับ ต่อไปนี้ เปึ้นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระบบการเลือกตั้งตั้งแต่โบราณกาลเปึนต้นมา คือ การซื้อ คือ การตอบแทนซึ่งกันและกันนะครับ ประเด็นเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียงของ นักการเมือง ปัจจัยที่ส่งเสริมที่ทำให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียงสำเร็จ หมายความว่า มีการซื้อการขายถูกเกิดขึ้น และมีการเอาคะแนนไปลงเลือกตั้งให้ แปลว่าสำเร็จนะครับ อันดับหนึ่ง เงิน ภาษาอังกฤษว่า มันนี้ (Money) นะครับ การเคลื่อนย้ายของเงิน อย่างไร ครับ เขาไม่ทำกันในฤดูเลือกตั้งครับ ท่านประธานครับ พัฒนาการของการซื้อเสียงตอนนี้ ล้ำหน้า เราไม่ทัน ก่อนการเลือกตั้ง ๓ เดือน เราจะเห็นกระแสการไหลของเงิน จับได้ไหม ครับ ดูได้ไหมครับ ดูได้จากไหนครับ หลาย ๆ แบงก์ (Bank) ดูการเคลื่อนไหวของ สเตต์เมนต์ (Statement) นะครับ นี่คือสิ่งที่เปึนสัญญานเตือนว่า มาแล้ว เงินไม่มา กาไม่เปึน ตอนนี้เงินเริ่มมาแล้วนะครับ
ประการที่ ๒ ครับ เรื่องคน เรื่องคนนี้ คือ ผมอธิบายอย่างนี้นะครับว่า หัวคะแนนหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า โหวตเตอร์ (Voter) คนกลุ่มนี้นะครับ เปึนกลุ่มที่ อยู่ในชุมชน รู้จักมักคุ้นคนในชุมชนอย่างดี พรรคเองก็ไว้ใจ โหวตเตอร์ทำหน้าที่จ่าย ชัดเจนนะครับ การจ่ายเงินซื้อเสียง นักการเมืองไม่ได้มาจ่ายเองนะครับ เขาจ่ายผ่าน โหวตเตอร์คือหัวคะแนน หัวคะแนนจะเปึนคนเอาเงินไปให้ชาวบ้านเปึนรายหัว แล้วก็รายงานสถานการณ์ทุก ๆ วัน เพื่อให้ สส. หรือนักการเมืองนั้นได้เปรียบ ในสถานการณ์นะครับ และพร้อมที่จะดำเนินการกิจกรรมทุกรูปแบบเพื่อให้ตัวเอง ได้เปรียบนะครับ ถามว่า เราจะจำกัดบทบาทหน้าที่ของโหวตเตอร์ได้อย่างไร ฝากมหาดไทยไปดูนะครับว่า เวลาเขาจะไปที่ไหน อย่างไร กิจกรรมใดก็ตามที่เปึนการ ชักจูง ชักนำ หรือว่าชี้ชวนให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียง ลงไปดูได้ ง่ายมากนะครับ
ประการสุดท้ายครับ บทลงโทษ กรณีที่นักการเมืองซื้อสิทธิขายเสียง ถ้าถามว่า ยุบพรรคเลยนี่หนักไหม หนัก ในขณะที่พรรคยังไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าถามว่า เอาเปึน คนได้ไหม ได้ สบายมาก เอาเปึนคน ทีนี้เอาเปึนคนก็ต้องบอกว่า จะเอาแบบ ๕ ป้ ๓ ป้ ความผิดขนาดไหน การซื้ออยู่ในขั้นตอนไหน กำลังจะซื้อ หรือซื้อแล้วสำเร็จ หรือว่า ยังไม่ได้ลงคะแนนเสียงนะครับ อย่างนี้ผมถึงบอกว่า ถ้าเราดู ๓ อย่างที่ประกอบกัน อันนี้ เปึนปัจจัยที่ไม่มากเท่าไร แต่เปึนจุดเด่นที่เปึนสิ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจ แต่เราไม่แก้ หรือแก้ก็แก้ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสังคมไทยจะต้องเปึนอย่างนี้นะครับ ทุกคนก็ต้องมองดูเงินเปึ้นที่ตั้ง อย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อกี้ว่า ถ้าเงินไม่มา กาไม่เปึน บทบาทของ สส. ก็ต้องกลับมาดูว่า เราจะถอนทุนได้อย่างไร โยงไปถึงพรรคการเมืองว่า สส. ที่ส่งไปจะอยู่กับพรรคได้นาน เท่าไร ถึงแม้ว่าท่านจะเขียน คือ เอาสุ่มไก่มาครอบไก่ ไก่ก็ต้องหาวิธีออกให้ได้ ไม่ขึ้นบน ก็ต้องออกข้างล่าง ถ้าไก่มันจิกดินทะลุ มั่นคงทะลุออกไปได้เหมือนกันนะครับ ท่านประธานครับ ลักษณะอย่างนี้นะครับ แก้อย่างที่ผมแก้ คือ คุมเงิน คุ้มคน และออกแบบวิธีการเลือกตั้ง ใหม่ คิดกันใหม่อีกที ซูปเปอร์แมน (Superman) ใส่กางเก่งในข้างนอก ผมก็นำเรียน ท่านหลายครั้ง เขาก็ใส่กัน เพราะฉะนั้นของเรา ไม่ใช่ว่าเราจะใส่กางเก่งข้างนอก แต่ว่าผม หมายถึงระบบโครงสร้าง ๓ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เราต้องมาคิดกันให้ดีว่า เราจะเอานักการเมืองแบบไหนจากการออกแบบตรงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน ก็คือ เราต้องยอมรับว่า มันเกิดขึ้นจริง เราไม่สามารถที่จะปัองกันได้ ทุกคนที่เข้ามานั่ง ในสภาบอกว่า ผมผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งสง่างาม แต่เบื้องหลังเราไม่ได้บอกว่า คุณจ่าย มานั่ง เขาไม่บอกหรอกครับ เพราะว่าเขาผ่านการเลือกตั้ง และเขามีสิทธิที่จะออกเสียง เปึ้นบทบาทของผู้แทนระบบตัวแทนที่เราภูมิใจนักหน้าว่า ผ่านการเลือกตั้ง นโยบายก็ตาม อุดมการณ์ก็ตาม บอกว่ามาทีหลัง เงินมาก่อนนะครับ อันนี้เปึ้นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในสังคมไทย ก็อยากจะฝากไปยังกรรมาธิการยกร่าง ฝากไปยัง กกต. มหาดไทย ช่วยกัน คิดสิครับว่า เราจะปัองกันเรื่องนี้อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ