เศวต ทินกูล หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการเมืองไทย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงระบบพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยแท้จริงเกิดขึ้น และเสนอว่าเขตเลือกตั้งที่กว้างขึ้นจะช่วยลดการซื้อเสียงและขายเสียง นอกจากนี้ยังเรียกร้องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกป้องเขตและสร้างความสามัคคี และยังเรียกร้องการมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานครับ ที่มาเราต้องมองดูก่อนเรื่อง พรรคการเมือง ก่อนที่เราจะพูดถึงปาร์ตีลิสต์ สัดส่วนนะครับ เราต้องมองอย่างเปึน ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่แท้จริงมันต้องมีธรรมาธิปไตยด้วย เปึนอุดมการณ์สูงสุด ครับ ท่านประธานครับ เราต้องมองดูว่า อํานาจอธิปไตยของเรา อํานาจบริหาร แล้วก็ นิติบัญญัติ เราไปให้ไว้ที่รัฐสภาหมด แล้วเราก็ออกแบบมาว่า ให้พรรคการเมืองมาใช้ อำนาจนั้น แล้วสิ่งที่มันเปึนอยู่ พรรคการเมืองทุกวันนี้มันเปึนพรรคการเมืองหรือไม่ เราต้องตั้งคำถามนะครับ แล้วถึงวันนี้ก็ยังไม่มีพรรคการเมืองอื่นที่จะตั้งขึ้นมาเลยนะครับ แล้วนําไปสู่การเลือกตั้ง ท่านก็มีความคิดอยู่ว่า มันจะเปึนอย่างไร ลองหลับตานึกภาพ ออกดูว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นในบ้านในเมืองนะครับ พรรคการเมืองที่แท้จริงมันต้องเปึน สถาบันครับ ผมเปึนชาวไร่ชาวนา ผมก็ฝันเสมอว่า อยู่ชาวไร่ชาวนา ผมจะมี พรรคการเมืองที่ไหนมาบอก ผมมีสาขาพรรค เรามีปัญหาอะไรเราก็จะไปบอกเขา เพื่อเขานำเสนอพรรค เพื่อนำเสนอต่อ สส. ของเขา เราก็ไม่เคยได้รับโอกาสนั้นนะครับ แล้วก็ส่วนที่ผ่านมา พรรคอื่น ๆ พรรคท้องถิ่นนิยม ก็ทำไปในแต่ละภาคของตัวเอง จึงไม่ได้รับความนิยมในท้องถิ่นอื่น ภาคอื่น ก็เกิดปัญหาอยู่ร่ำไป จนกระทั่งวิกฤติที่เกิดขึ้น วิกฤติที่สุดในโลกนะครับ เพราะฉะนั้นการตั้งพรรคการเมืองก็อยู่ ๆ ดี ๆ ก็จะเอาคน ๑๕ คน มาตั้งพรรคการเมือง เสร็จแล้วก็มาบอกว่า นี่แหละฉันเปึ้นพรรคการเมือง อุดมการณ์เปึนอย่างไร ประชาชนไม่ต้องสนใจ เอาเงินไป ๒๐๐ แล้วก็มาลงชื่อสมาชิก พรรคการเมือง แล้วมาทำงานการเมืองแบบนี้ ก็คือ เราต้องเอาอำนาจอธิปไตยไปให้เขานี่ มันผิดแล้วครับ เราผิดแต่ต้นแล้วครับ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้น ก็คือว่า มันมีการฮั้วกันทาง การเมือง พรรคการเมือง ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ก็เห็นเปึนวิกฤติ ๒ เมษา แล้วก็วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ ท่านก็เห็นแล้ว ท่านจะให้เหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นอีกหรือครับ ผมเรียนว่า ประชาธิปไตย อย่างแท้จริงนี่ ในโลกเสรีเขาไม่ทํากัน ไปดูประเทศไหนก็ไม่ทํากัน เขาไม่บังคับคนให้ สังกัดพรรคการเมืองครับ มีแต่โลกคอมมิวนิสต์ (Communist) เท่านั้นแหละครับ ที่เปึน อย่างนั้น แต่แท้ที่จริงแล้วนะครับ ไม่ได้ห้ามว่า ไม่ทำพรรคการเมือง ไปทำเถอะครับ ไปทำ ตามหมู่บ้าน ตำบล ไปตั้งสถาบัน ไปตั้งสำนักงานของเขานะครับ อย่างนี้ดีครับ แล้วถ้าหากตั้งอย่างนี้เปึนสถาบันแล้ว เขาก็ต้องทำ ไพรมารี โหวต (Primary vote) ขึ้นมา คือ เรียกกันเองในระหว่างท้องถิ่นขึ้นมาเปึ้นตัวแทนครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านในเมือง ที่ผ่านมา ก็คือ พรรคการเมือง คือว่า ผู้ว่าที่จะสมัคร สส. นี่เคยไปงานวันเกิดหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ลูกสาวหัวหน้าพรรคหรือไม่ มันเปึนเรื่องจริงที่ผมสัมผัสและ เห็นครับ ท่านจะเอาอย่างนั้นหรือครับ มันไม่ใช่แล้วครับ ถ้าท่านทําไปอย่างนี้ก็วุ่นวาย อีก แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีเวลาจำกัดที่จะตั้งพรรคการเมือง วุ่นวายไปอีก อุดมการณ์ ก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี แล้วสุดท้าย ก็คือ ตั้งบริษัทพรรคการเมืองไม่จำกัดเกิดขึ้น เกิดวิกฤติ ขึ้นมานะครับ ประเด็นปัญหานี้ ผมก็เกริ่นแค่นี้ ท่านพอจะนึกออกนะครับ ว่า มันเปึน อย่างไร แล้วผมขอยกตัวอย่างอีกนิดหนึ่งว่า ถ้าเกิดเขาเลือกตั้งครั้งต่อไป เขาจัดเตรียม ไม่ทัน มีการฮั้วกันล่ะครับ ถ้าหลาย ๆ คนเขาไปตั้งพรรคการเมือง พรรคเล็กพรรคน้อยที่มีอยู่นี่เขาฮั้วกันละครับ ไม่ต้องส่งผู้สมัคร เขาเตี๊ยมกันอยู่แค่สองสามพรรคเขา จะเกิดอะไรขึ้นในบ้านในเมืองครับ นี่คือ คำถามสู่กรรมาธิการยกร่างว่า ต้องหาทางแก้ไขนะครับเรื่องนี้ ท่านต้องคิดใหม่ ทําใหม่นะครับ เพราะว่าหลักคิดมันไม่ใช่แล้วนะครับ ผมเข้าใจว่า ถ้าไม่มีพรรคการเมือง จะแย่งกันเปึ้นรัฐมนตรี หรือว่าไม่มีใครฟังใคร มันก็มีส่วนหนึ่งเปึ้นพรรคการเมืองอยู่แล้ว นะครับ เราอย่าไปบังคับกะเกณฑ์เขาเลย ให้มีทางออก ประชาชนมีทางออก มิฉะนั้นคนที่ อยากเปึน สส. ก็หาพรรคไม่ได้ ก็ไปเร่หาพรรค สุดท้ายก็มาเกิดความวุ่นวาย ขายตัว หรืออะไรต่าง ๆ นานาครับท่านประธาน
ต่อมาก็เปึ้นเรื่องของที่มา สส. นะครับ สส. ก็ต้องยึดโยงประชาชน ชื่อก็ บอกแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องมาจากประชาชน มันต้องมีหลักเกณฑ์ในการ ที่มาที่ไปว่า เข้ามาอย่างไร เช่น จำนวนประชากร ๑ แสน ๕ หมื่นคน ต่อ สส. ๑ คน หรือ ๒ แสนคน ท่านต้องมาอย่างนี้ครับ ไม่ใช่จะมา จะเอานะ ๓๒๐ ๓๐๐ ๔๐๐ ๖๐๐ ๘๐๐ เพราะอะไร มันต้องมี เพราะ ครับ มันต้องมี เพราะ ก่อนนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ฝากเรื่องนี้ไว้ก่อน ให้ท่านคิดนะครับ
ต่อไปเปึนเรื่องของรูปแบบนะครับ ของ สส. ที่เปึนปาร์ตีลิสต์ สัดส่วน ปาร์ตีลิสต์ เห็นแล้วว่า เปึนเรื่องของนายทุน กลุ่มทุน เรื่องสัดส่วน ก็หมายความว่า นายทุน กลุ่มทุนปาร์ตีลิสต์ ที่เห็น ก็คือ กลุ่มทุนมาจากส่วนกลาง จากกรุงเทพ นายทุนใหญ่ ย้ายจากสัดส่วน เปึนสัดส่วน คือ ส่วนละ ๑๐ ก็เปึ้นนายทุนท้องถิ่น แน่นอนครับ ถ้าผมจะเปึน สส. สัดส่วน ผมก็ต้องคิดว่า ผมเอาหมายเลข ๑ ก็แล้วกัน เพราะทุกคนก็ต้องอยากได้เบอร์ ๑ ละครับ เพราะฉะนั้นเมื่ออยากได้เบอร์ ๑ สําคัญที่ว่า ผมมีเงื่อนไขอะไรดี ๆ จ่ายเท่าไร หรือว่ามีอํานาจ ว่าสนา บารมีอย่างไร ท่านก็ต้องคิด ตรงนี้ด้วยนะครับ ในทางกลับกัน ถ้าท่านจะเอาสัดส่วน มันไม่ได้ยึดโยงประชาชนครับ ถึงแม้จะออกแบบว่า จะเอาคนโลคอล (Local) ท้องถิ่น ๑๐ จังหวัด ไม่มีใครหรอกครับ เปึ้นเทวดา ที่จะได้รู้ว่าจังหวัดผม นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ใกล้เคียงอะไรแบบนี้ เขาจะรู้จักผม เปึนไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนไปไม่ได้ ผมก็ต้องไปเปึ้นเบอร์ ๑ แหละครับ ผมต้องใช้ความพยายามเปึนเบอร์ ๑ แน่นอน เมื่อพยายามเปึนเบอร์ ๑ ผมจะทำ อย่างไรล่ะกับเบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ ผม ผมก็ต้องให้อะไรที่มันจุใจ มีแรงจูงใจนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องเข้าใจ คราวนี้มันก็เปึ้นเรื่องของว่าเขตเลือกตั้งมันแข็งหรือไม่ เขตเลือกตั้งนะครับ มันจะเปึนเขต ขอประทานอภัย วัน แมน วัน โหวต ที่เขียนกันอยู่ คิดดูให้ดีนะครับ สังคมเราแตกแยกทุกวันนี้เพราะอะไร มันแตกแยกไม่เคยมีปรากฏ มาก่อน เนื่องจากว่า เกิดจากเหตุวัน แมน วัน โหวต เขตมันแคบครับ มันก็เลยจัดตั้ง ได้ง่าย พอจัดตั้งได้ง่าย ก็จัดตั้งหัวคะแนนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. แล้วแยกเปึ้นฝัก เปึ้นฝ์าย ฝ์ายใครฝ์ายมัน แล้วสู้กัน ทะเลาะกันตั้งแต่การเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้นมา จนถึง การเลือกตั้งระดับชาติ นี่แหละเปึ้นผลที่การแตกแยกเกิดขึ้นนะครับ แล้วก็ซื้อเสียง ก็ง่ายครับ สส. คาดหมายได้เลย ๒๕,๐๐๐ คะแนน คุณได้เปึ้นแน่นอน สส. ครับ คุณได้เปึนแน่นอน เพราะฉะนั้นผมใช้ไรเฟ่ล์ (Rifle)ยิง ยิ่งแม่น ผมบอกได้เลย ยิ่ง ๔๐,๐๐๐ เม็ด เรียบร้อย ขอให้ยิ่งแม่น ๆ ไม่มีเหลือครับ ถ้าเขตมันกว้างนะครับ เขตมันกว้าง มันคาดหมายไม่ได้ครับ อย่าไปกังวลเลยครับว่า จะซื้อยกจังหวัด ยกเขต ๓ คน ยิ่งกว้างยิ่งจ่ายเงินมาก มันไม่คุ้มทุน แล้วก็คาดหมายไม่ได้ แล้วจะเปึนเหยื่อของ กกต. ครับ คนที่จะทำกับดัก เขตแคบ ทำกับดักก็ไม่ได้ เพราะรู้ตัวกันหมด บล็อกตัวกันไว้ หมดเลย ใครหือ ใครทำอะไร จะมาทิ่มแทง หรือว่าไปฟัองร้องมันจะเอาตายเลยครับ แต่ถ้าเอาเขตกว้าง ใครเปึนใครก็ไม่รู้ จับมือใครดมไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะแก้ การซื้อสิทธิขายเสียง ท่านต้องแก้เขตให้กว้างขึ้น คาดหมายไม่ได้หรอกครับ แล้วก็ เรียงเบอร์ไปเลยครับ ถ้าท่านเอาวัน แมน วัน โหวต ยกตัวอย่าง สว. กรุงเทพมี พ๊อปพูเลชั่น (Population) ๑๐ ล้านคน มี สว. ที่สุดท้าย ๓๐,๐๐๐ คะแนน เท่านั้น มันเปึ้นน่าเจ็บใจ ปวดหัวใจเหลือเกินครับ ท่านต้องเข้าใจสิครับ แล้วก็ต่างจังหวัดนี่ คาดหมายได้เลยว่า ๕๐,๐๐๐ คะแนน เข้านะครับ เพราะฉะนั้น ๑๐๐ บาท ทั่วราช เรียบร้อย ได้เปึน ก็คือการซื้อเสียงนั่นเองครับ สิ่งเดียวที่ซื้อเสียงไม่ได้ผมถามว่า เบอร์ ๑ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ สมมุติว่าแบ่งเขตเรียงเบอร์ หรือว่ารวมจังหวัด ผมยิ่งชอบ ยิ่งดี ซื้อเสียง ไม่ได้ ซื้อยกจังหวัด เอาเงินที่ไหนพันล้านมาซื้อ มันเปึนไปไม่ได้ครับ ๕๐๐ ล้าน ซื้อไม่ได้หรอกครับ ซื้อกันอย่างไร แล้วก็มีกฎหมาย กกต. ด้วย มันซื้อไม่ได้ ยิ่งใหญ่ยิ่งดี แต่ว่าผิดหลักการที่ว่า ไม่เท่าเทียมกัน เพราะจังหวัดมันเล็กมันใหญ่ ถ้าถามเรื่องหลักการเท่าเทียมกัน มันไม่เท่าเทียมกันสักทีหรอกครับ ท่านแบ่งอย่างนี้ครับ ท่านก็ตัดเศษ ๙ แสนคน ๔ แสนคน ๕ แสนคนอยู่ดี มันไม่มีอะไรเท่า ชั่งกิโล ซื้อเนื้อกิโลหนึ่งก็ไม่มีเท่าหรอกครับ ผมจะเอาสเกล (Scale) ที่ละเอียด ๆ มาชั่ง มันก็ไม่ได้ หรอกครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายเปึนเครื่องมือที่ทําให้สังคมสงบสุข อย่าไปมองเรื่องที่ ละเอียดอ่อนเกินไปเลยครับ อะไรที่มันทําแล้วไปได้ดี ลดการซื้อสิทธิขายเสียง ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ตรงนั้นเปึนหัวใจ เราต้องมองภาพรวม มองมุมสูง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นขอฝากเรื่องนี้ให้กรรมาธิการยกร่างคิด คิดใหม่ ทำใหม่ ในเรื่องนี้นะครับ แต่ไม่ใช่ไทยรักไทยนะครับท่านประธานครับ
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่อง กกต. ครับ เรื่องสุดท้ายครับ กกต. นี่ ผมเชื่อมั่นในความ ซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม อันเปึนที่ประจักษ์ของ กกต. ๕ เสื้อที่อยู่อาคารศรีจุลทรัพย์ครับ ไม่ได้ยอครับ แต่ว่าท่านเชื่อหรือไม่ล่ะครับท่านประธาน ว่า กกต. จังหวัดนี่เปึนใคร หรือ หลังจาก กกต. จังหวัดลงไป เวลาสืบสวน สอบสวน ท่านก็ต้องใช้ตำรวจอยู่ในท้องที่ มาสืบสวน สอบสวน ปัญหาของการร้องเรียนมี ๒ ปัญหา คือ ปัญหาข้อเท็จจริง กับปัญหาข้อกฎหมาย ปัญหาข้อกฎหมายส่งไปให้ กกต. ใหญ่วินิจฉัยนี่ตูมปัูบ จบ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อมีการร้องเรียนกันเกิดขึ้น ใช้อิทธิพลท้องถิ่น ใช้เจ้าหน้าที่ กกต. ในท้องถิ่น กกต. ข้างบนก็ไม่รู้หรอกครับ บวกกับเงิน แรงของเงิน ทุกอย่างก็หายไป ไล่จับไม่ทันหรอกครับ เพราะฉะนั้นสำคัญที่สุด คือ ประชาชนมีส่วนร่วม เขตมันใหญ่ ประชาชนก็มีส่วนร่วมได้ เพราะเปึนการปกปัองไว้แล้ว เขตมันแคบ มันก็ บล็อกตัวหมด เสร็จหมด ถ้าทำอย่างนี้ ท่านก็เกิดความแตกแยกอย่างที่ท่านเห็นแน่นอน เขาก็จะจัดตั้งว่า คนที่จะแข่งกับผู้ใหญ่บ้านก็มีอยู่ในหมู่บ้าน คนที่จะแข่ง อบต. ก็มี คนที่จะแข่งนายกก็มี คนที่จะแข่ง สจ. ก็มี คนที่จะแข่งนายก อบจ. ก็มี คนที่จะแข่ง สส. ก็มี เปึนฐานเสียง แล้วก็เริ่มสร้างความแตกแยกในบ้านในเมืองเกิดขึ้น พวกใครพวกมัน อย่างชัดเจนที่สุดครับ เพราะฉะนั้นผมขอฝากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ผมไม่วิตกหรอกครับว่า จะมีกี่คน หรืออะไร ขอให้มีที่มาชัด ๆ นะครับ สส. ก็ดี สว. ก็ดี ว่า จะเอาประชากรเท่าไร อย่างไร อะไร แบบไหน แต่ถ้าหากไปอิงกับพรรคการเมือง หรือว่าบังคับกะเกณฑ์ โดยพรรคการเมือง สมมุติว่า ผมจะสมัคร สส. รับรองว่า กฎหมายฉบับนี้ผมขอบอก ได้เลยว่า บังคับให้ผมเปึนโจรครับ ขอบคุณครับ