สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

สมชัย ฤชุพันธุ์ เสนอการปฏิรูปการเลือกตั้ง โดยการนำระบบสัดส่วนมาใช้เพื่อให้ความสำคัญกับเสียงส่วนน้อย และเพื่อให้พรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดี มีโอกาสเข้ามาเป็นตัวแทนในสภา

นายสมชัย ฤชุพันธุ์

ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่า เรากำลังพิจารณา เรื่อง สส. ก่อนอื่นเราควรจะดูว่า สส. คือใคร มีภารกิจอย่างไร ผมคิดว่า สส. หรือสมาชิก สภาฝ์ายนิติบัญญัติเปึ้นผู้ที่มีบทบาทสําคัญในวงการเมืองของประเทศไทย ใช้อํานาจรัฐ ซึ่งเปึนอำนาจที่มีความสำคัญอย่างมากประการหนึ่ง คือ อำนาจของฝ์ายนิติบัญญัติ สส. เปึ้นผู้แทนของปวงชนชาวไทย แปลว่าเปึนผู้แทนของประชาชนไทยทั้งประเทศ การที่ มี สส. ซึ่งได้รับเลือกตั้งมาจากแต่ละเขตนี่ ก็เปึ้นผู้แทนปวงชนชาวไทยในขอบเขต ทั่วประเทศได้ และได้พิสูจน์มาแล้วว่า ได้ทํามาแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าเผื่อให้มี สส. แบบสัดส่วน ซึ่งเลือกมาโดยรวมอีกวิธีหนึ่งนี่ ก็จะทำให้การที่จะสะท้อนถึงการเปึนผู้แทน ปวงชนชาวไทย โดยส่วนร่วมมีความชัดเจนมากขึ้น ผมคิดว่า สส. แบบสัดส่วนมีประโยชน์ เพราะว่าสามารถแก้ปัญหาความเอนเอียงของการคำนึงถึงเฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะส่วนได้ สส. ที่เลือกมาโดยรวมนี่ จะมีสายตากว้างไกล คิดกว้าง คิดในระดับชาติ และระดับ นานาชาติ ไม่ได้แปลว่า สส. ที่มาจากพื้นที่คิดไม่ได้ แต่เนื่องจากว่า พื้นที่แต่ละพื้นที่นี่ ที่เขาเปึนตัวแทน เขาต้องลงพื้นที่ และต้องสะท้อนความเห็นของพื้นที่ แล้วก็ต้องเปึน ตัวแทนของพื้นที่ด้วย แต่ว่า สส. ซึ่งมาจากโดยรวมนี่ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของ ส่วนร่วมเปึนหลัก และผลประโยชน์ของส่วนร่วมเปึนหลัก ก็จะไม่ได้มาได้รับการถ่วงดุล มาโต้แย้งกันว่า ผลประโยชน์ส่วนร่วมของประเทศโดยรวมกับผลประโยชน์ของเฉพาะ พื้นที่ ซึ่งต้องมีการสะท้อนอย่างเหมาะสม การที่มี สส. สัดส่วนนี่ ผมยังคิดว่า มีความสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ทำให้ความสำคัญของระบบพรรคมีความชัดเจน มากขึ้น เพราะว่าการเลือก สส. สัดส่วนนี่ เปึนการเลือกพรรค ซึ่งก็คือ การเลือกนโยบาย ของพรรค ความจริง สส. ในลักษณะสัดส่วนที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ใช้เปึ้นปาร์ตีลิสต์ นั้น เราได้ใช้มาแล้ว แล้วก็ได้มีคุณูปการต่อการพัฒนาระบบการเมืองของประเทศไทย คือ ได้มีการคำนึงถึงพรรคการเมือง ได้มีการนำเสนอนโยบายของพรรค และชนะกันด้วย นโยบายของพรรค เพราะฉะนั้นถ้าหากมีระบบสัดส่วน ผมคิดว่า ความชัดเจนของการ ต่อสู้กันในเรื่องนโยบายจะมีมากขึ้น สส. ระบบสัดส่วนนี้ยังมีความสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ได้มีการคำนึงถึงเสียงส่วนน้อยที่ไม่ได้รับเปึนคะแนนอันดับ ๑ ของการเลือกตั้ง ในแต่ละเขต อย่างตัวอย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ยกไปแล้วนี่ จะเห็นว่า มีความชัดเจน ว่า สส. ซึ่งจากพรรคการเมืองที่ไม่ได้คะแนนเสียงเปึนอันดับ ๑ สมมุติว่า มีการเลือกตั้ง มี ๓ พรรค มีพรรค ก พรรค ข และพรรค ค พรรค ก ได้รับเลือกตั้ง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ในทุกเขต เพราะเสียงเขานำที่สุด พรรค ข ได้รับเลือกตั้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในทุกเขต พรรค ค ได้รับเลือกตั้ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในทุกเขต รวมแล้วนี่ ก็จะเปึนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผู้ที่ ชนะคือพรรค ก ได้รับเต็มหมด ถ้ามี ๔๐๐ คน ก็ได้ ๔๐๐ ที่นั่ง แต่พรรค ข ซึ่งมีคนนิยม ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และพรรค ค ซึ่งมีคนนิยม ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รวมเปึน ๕๕ เปอร์เซ็นต์ คน ๕๕ เปอร์เซ็นต์ นี้ ไม่มีส่วนที่จะมีตัวแทนในสภา เราอาจจะบอกได้ว่า ตัวแทนซึ่งไปนั่ง ในสภาจากการเลือกของคน ๔๕ เปอร์เซ็นต์ คือ พรรคใหญ่นั้น ก็เปึนตัวแทนของคนที่ ไม่ได้รับเลือกด้วย ที่ไม่ได้เลือกเขาด้วย อันนั้นก็เปึ้นจริง แต่ความเปึ้นจริง ก็คือว่า คะแนน ส่วนที่ไม่เลือกคนที่อยู่ในพรรค ๔๕ เปอร์เซ็นต์ นั้น ไม่ได้รับการพิจารณา และไม่มีผู้แทน ที่เปึนรูปธรรมมานั่งพูดให้เขา นอกจากนั้นนะครับ ระบบสัดส่วนนี้เปึ้นที่พิสูจน์กันแล้ว ในนานาชาติว่า เปึนการยอมรับให้เสียงส่วนน้อย ความเห็นส่วนน้อย อุดมคติส่วนน้อย มีที่ยืน และสามารถที่จะต่อสู้ ยืนหยัด เผยแพร่ และเสนอความคิดเห็น เพื่อติง เพื่อให้คน พิจารณา และแม้กระทั่งเพื่อขยายความคิด และรอการเติบใหญ่ในอนาคตได้ ไม่มีการถูก ฆ่าตายตั้งแต่แรก ตัวอย่างของพรรคนี้ก็มี เช่น พรรคกรีน (Green Party) เดิมเปึนพรรค เล็ก ๆ แต่เนื่องจากเขามี สส. อยู่ในสภาตามสัดส่วน แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในเขตใดเลย ก็ตาม ก็มีความเติบโต และเผยแพร่ความคิด จนกระทั่งเปึ้นที่นิยมกันขึ้นมาได้ ในเรื่องของ ความมั่นคงของการเมือง ผมคิดว่า การที่บอกว่า ยอมให้พรรคเล็กเกิดได้ ก็อาจจะเสมือน ว่าสนับสนุนให้มีพรรคหลายพรรค และจะทำให้การเมืองไทยเปึนระบบการเมืองที่ขาด ความมั่นคง เพราะว่าไม่มีเสียงของพรรคใหญ่ที่มาชี้ขาดได้ และเปึนการเมืองหลายพรรค และเปึ้นรัฐบาลผสมนะครับ เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยนะว่า ความมั่นคงทางการเมืองมี ความสำคัญ และเราควรจะสร้างความมั่นคงทางการเมือง แต่การเติบโตของความมั่นคง ทางการเมืองนี่ ควรจะเกิดจากการพิสูจน์ให้เห็นจากการปฏิบัติ และสร้างการยอมรับที่ เปึ้นจริงตามธรรมชาติ และพรรคค่อย ๆ เติบใหญ่ขึ้น จนกระทั่งกลายเปึ้นพรรคใหญ่ขึ้นมา เองอย่างเข้มแข็ง โดยผ่านเวลานะครับ การที่จะไปเขียนกฎหมาย เพื่อไม่ให้พรรคเล็กเกิด แล้วก็ให้พรรคใหญ่สามารถเกิดได้โดยเร็วนี่ มันก็อาจจะเปึนปัญหาได้ ดังที่เปึนมาแล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่า การได้มาซึ่ง สส. นี่ควรจะมีทั้ง ๒ ทาง คือ จากเขตเลือกตั้งแบ่งเขต แล้วก็จากระบบที่เรียกว่า โดยสัดส่วน ซึ่งอาจจะเปึ้นเขตเดียว ทั่วประเทศ หรือหลายเขต ก็ไม่เปึนปัญหา ขอบคุณครับ