เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง เสนอระบบการเลือกตั้งใหม่ โดยให้ประชาชนทั้งประเทศเลือกพรรคที่ชอบ จากนั้นจึงกำหนดสัดส่วนของที่นั่งในสภาให้พรรคที่ได้คะแนนมากที่สุดตามสัดส่วนของทั้งประเทศ และที่เหลือจึงไปเติมจากระบบบัญชีรายชื่อ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ในเรื่องของระบบการเลือกตั้ง สส. หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่ ผมกราบเรียนว่า ระบบใดก็ตาม ผมยังยืนยันว่า พรรค การเมืองและนักการเมืองนี่ เขามีความสามารถในการปรับตัวได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า เราไม่ควรจะเคร่งเครียดมากนักว่า ต้องเปึนอย่างนั้นต้องเปึนอย่างนี้ มีหนทาง ในการที่จะประนีประนอม หรือว่าดูแลกันให้เปึ้นระบบได้นี่ ผมว่าน่าจะดีที่สุด ท่านประธานครับ ผมเปึนคนที่เสนอให้มีสภาเดียว เพราะฉะนั้นผมเลยเสนอให้มี สภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน สส. ๕๐๐ คน แต่เมื่อในขณะนี้เรามี ๒ สภานี่ ผมได้ กราบเรียนไว้แล้วว่า ถ้าหากว่ามี ๒ สภา มีทั้งวุฒิ และมีทั้ง สส. ผมคิดว่า สส. เหลือ ๔๐๐ คน นี่น่าจะเหมาะสม เนื่องจากว่า เราไปฟังความเห็นของประชาชนมานะครับ เขาบอกว่า ๔๐๐ หรือน้อยกว่า แต่ท่านประธานครับ ผมบอกแล้วว่า ผมไม่เคร่งเครียด จะ ๔๐๐ หรือจะเพิ่มมากกว่า ๔๐๐ ขอให้อยู่ในระหว่าง ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ นี่ ผมคิดว่า พวกเราน่าจะรับกันได้ อันนั้นเปึนประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ถ้าหากว่า มีบัญชีรายชื่อ ผมก็คิดว่า ควรจะเปึ้นเขตเดียว เบอร์เดียว แต่ถ้าหากว่าจะไม่มีบัญชีรายชื่อในที่สุด ผมคิดว่า เราน่าจะมีเขตให้ใหญ่ขึ้น อันนั้นเปึนความเห็นของกลุ่มผม คราวนี้ผมจะอธิบายให้ฟังว่า ในความเห็นที่คิดว่า น่าจะดีที่สุดนั้น เปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ทุกวันนี้นี่ระบบที่เราเคยเลือกตั้งกัน ผมอยากจะขอความกรุณาสมาชิกช่วยกรุณาฟังตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ ระบบที่เราเลือกตั้งกันมาทุกวันนี้ มันมีจุดอ่อนอยู่จุดหนึ่งที่เราต้องหาทางช่วยกันแก้ไข ก็คือ ระบบที่เวลาเราเลือกในเขตใดก็ตาม สมมุติว่ามีผู้สมัครอยู่ ๓ คน มีผู้สมัครจาก พรรค ก พรรค ข และพรรค ค ปรากฏว่า พรรค ก หรือ นาย ก ได้ ๕๐,๐๐๐ คะแนน นาย ข ได้ ๔๐,๐๐๐ และ นาย ค ได้ ๓๐,๐๐๐ คะแนน ปรากฏว่าผู้ชนะคือนาย ก ได้ ๕๐,๐๐๐ คะแนน ได้มาเปึ้น สส. เลย เราทิ้งคะแนนคนที่เลือก ข ๔๐,๐๐๐ และเราทิ้ง คะแนนประชาชนผู้เลือก คู่ ๓๐,๐๐๐ แสดงให้เห็นว่า คะแนน ๗๐,๐๐๐ ที่ไม่เลือกนาย ก นี่มากกว่านาย ก ด้วยซ้ำ แต่ว่าเรา ระบบที่ผ่านมาที่เราบางคนอาจจะคิดว่าดี แต่ท่านลืม คิดไป ท่านไปได้นาย ก ที่มีคนเลือก ๕๐,๐๐๐ แต่อีก ๗๐,๐๐๐ เขาไม่เลือก และเราก็เอา คะแนนเข้าไปทิ้งน้ำไปทั้งสิ้น ท่านประธานครับ มันมีระบบที่สามารถที่จะช่วยตรงนี้ได้ ระบบนั้น ก็คือว่า เอานาย ก นี่นะครับ เอาพรรคของ ก เอาไปร่วมกันทั้งประเทศ เอา ข ไปรวมกันทั้งประเทศ และเอา ค ไปร่วมกันทั้งประเทศ ทุกเขต สมมุติว่า ก สมมุติว่าเรามี ๔๐๐ ถ้า ก็ ได้๕๐ เปอร์เซ็นต์ พรรค ก็ จะได้ ๒๐๐ อย่างแน่นอน เพราะครึ่งหนึ่ง ถ้าพรรค ข ได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของ ๔๐๐ ก็จะได้ที่นั่ง ๑๐๐ อย่างแน่นอน ตกลง สส. นี่ถูกกำหนดจากสัดส่วนของทั้งประเทศ เอาคนที่ลงให้ ก ทั้งประเทศมารวมกัน เอาประชาชนที่ลงให้ ข ทั้งประเทศไปรวมกัน แล้วกําหนดเลยว่า ที่นั่ง ๔๐๐ จะเปึนของ ก เท่าไร จะเปึนของ ข เท่าไร ตามสัดส่วนนั้น อย่างนี้จะไม่ทิ้งคะแนนประชาชนเลยแม้แต่ คะแนนเดียว อยากจะให้ท่านทั้งหลายสังเกตดูนิดหนึ่งครับ ผมไปนั่งคำนวณมาแล้ว ถ้าเราไปเอาสถิติของการเลือกตั้งเมื่อครั้งก่อน การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ พรรคที่ได้คะแนนมากที่สุด ถ้านับคะแนนนิยมอย่างที่ผมกราบเรียน จะมีพรรค ๆ นี้จะได้ เพียงแค่ ๕๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเปึ้นที่นั่งจะได้ ๒๙๔ ที่ จาก ๕๐๐ ที่ แต่เนื่องจากว่า เราเอาคะแนนของประชาชนไปทิ้งน้ำ ปรากฏว่า พรรค ๆ นี้ได้เข้ามาที่นั่งในสภา ๓๗๗ ที่ ครับ ท่านประธาน เกินมา ๘๓ ที่ ด้วย ๒ เหตุผล เหตุผลหนึ่ง เราเอาคะแนนของประชาชน ที่มากกว่า แล้วไม่เลือกคนที่ชนะเอาไปทิ้ง ทำให้ลำเอียง เข้าข้างพรรคนี้ เหตุผลที่ ๒ ก็คือ ระบบบัญชีรายชื่อเราใช้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ตัดทิ้ง ตกลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ตัดทิ้งนี่ ลองไปดูว่า พรรคมหาชน พรรคมหาชนนี่ควรจะได้ สส. ๒๑ ที่นั่ง ถ้าคิดโดยระบบ ที่ไม่ทิ้งคะแนน ประชาชน แต่พรรคมหาชนได้เพียงแค่ ๒ ครับ คราวที่แล้วหายไป ๑๙ เวลาที่เราไปเพิ่มให้ พรรคการเมืองใหญ่ที่ให้ไทยรักไทย ๘๓ ที่ ได้เพิ่มเข้ามาเฉย ๆ เลย ๘๓ จากไอ้ระบบที่มัน ปรวนแปร ไม่สมดุล เราไปลดพรรคอื่นหมด ลดพรรคประชาธิปัตย์ ๑๖ ลดชาติไทย ๗ ลดมหาชนไป ๑๙ ที่ ด้วยระบบเก่า ท่านประธานครับ นี่คือ ตัวเลขที่ของจริง คำถาม คือ เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านแล้วว่า ถ้าเราเอาคะแนนนิยมของพรรค ทั้งประเทศเอามาร่วมกัน แล้วดูสิว่า ได้สัดส่วนเท่าไร สส. ในสภาจะมีเท่านั้น ส่วนชื่ออะไร ที่จะเปึน สส. ก็ไปเอาคนที่ชนะในเขตมาเปึน แล้วที่เหลือ จึงไปเอาจากบัญชีรายชื่อ ของพรรคนั้นเอามาเติม ในหลักการกว้าง ๆ เปึนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ตัว สส. ของพรรคใดก็ตามก็จะเปึนไปตามสัดส่วน ไม่มีล้ำ ไม่มีเกิน คะแนนทุกคะแนนของประชาชนไม่ทิ้งน้ำ ทีนี้ท่านประธาน เราสามารถจะทำได้ ๒ ทาง คือ เราอาจจะให้ประชาชนลง ๒ บัตรก็ได้ บัตรหนึ่งเลือกคน อีกบัตรหนึ่ง เลือกพรรค เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ เหมือนเดิม ทำได้เลย โดยเอาบัตรที่เลือก พรรคนี่นะครับไปคำนวณสัดส่วนเสียว่า ในที่สุดแล้วพรรคนี้จะได้สัดส่วนเสียเท่าไร เช่น ถ้าเรามี ๔๐๐ รวมกันทั้งหมด ถ้าเขาเลือกพรรคนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พรรคนี้ได้ ๒๐๐ ชั่วร์ ๆ (Sure) แล้วก็ไปเอาดูสิว่า คนที่ชนะ ในเขตเท่าไร ก็เอาชื่อนั้นน่ะได้ไปเลย แล้วที่เหลือจึง ไปเติมจากระบบบัญชี คราวนี้ถามว่า ต่างอย่างไรกับของกรรมาธิการยกร่าง ต่างกัน นิดเดียวครับท่านประธาน กรรมาธิการยกร่างขณะนี้ที่ผมเข้าใจ ๓๒๐ ๘๐ ท่านฟังผมให้ดี นะครับ ท่านลง ๒ บัตร เหมือนกัน แต่ของท่านอันที่ลงเลือกพรรค ท่านเอาไปคำนวณ สัดส่วนแต่เฉพาะใน ๘๐ ไปคำนวณสัดส่วนแต่เฉพาะในบัญชีรายชื่อ แต่สิ่งที่พวกผม พิจารณา อันที่เลือกพรรคนี่ เอาไปคำนวณในบัญชี ในจำนวนทั้งหมดของ สส. ไม่ใช่ แต่เฉพาะบัญชีรายชื่อ ก็คือ ๔๐๐ นะครับ ส่วนสิ่งที่จะลงเขต กับลงบัญชีรายชื่อจะเปึน เท่าไร เราเจรจากันได้ทั้งสิ้น เช่น ถ้ามี ๔๐๐ จะเปึน ๒๐๐ ๒๐๐ ก็รับได้ ถ้าเปึน ๔๐๐ แล้วท่านจะยืนไว้ ๓๒๐ ๘๐ ก็รับได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องนี้คุยกันได้ หรือท่านจะเอา ๓๕๐ กับ ๑๐๐ รวมกันเปึ้น ๔๕๐ สส. ในสภามี ๔๕๐ ๓๕๐ แบบเขต นะครับ ๑๐๐ แบบบัญชี รายชื่อ อันนี้ตกลงกันได้ง่าย เพียงแต่ว่า บัตรที่เลือกพรรคนี่ท่านประธาน จะไปคำนวน แต่เฉพาะบัญชีนี่ มันก็จะเกิดการทิ้งคะแนนประชาชน ของผมขอให้เอาการเลือกพรรค เอาไปคำนวณเปึนสัดส่วนทั้งหมดของที่นั่งล็อก (Lock) ไว้เลย จะได้ไม่ได้เกินนั้น แล้วก็ไป เอาที่ชนะในเขต เอาชื่อคนชนะในเขตไปก่อน แล้วจึงไปเอาส่วนนี้มาเติม ท่านประธาน ครับ ระบบอย่างนี้ประชาชนจะไม่ถูกทิ้งคะแนน ผมสรุปนิดเดียว ท่านประธาน ระบบเก่า ผมย้ําอีกทีนะครับ เขตใดเขตหนึ่ง ประชาชนเลือกนาย ก ๕๐,๐๐๐ นาย ข ๔๐,๐๐๐ นาย ค ๓๐,๐๐๐ เราเอานาย ก ชนะ เอาคะแนน ๕๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ กับ ๓๐,๐๐๐ ทิ้งน้ำเลย ทั้ง ๆ ที่เขา ไม่เลือก ก แต่ระบบอย่างที่ผมพูดจะเอาไปคำนวณรวมกันหมด ทั้งประเทศ แล้วได้สัดส่วนตามความจริงของประชาชนทั้งประเทศที่เลือก ก หรือเลือก พรรค ข หรือเลือกพรรค ค แล้วเอาที่นั่งนั้นล็อกไว้ มีเท่านั้น แล้วก็ไปดูสิว่า นายชื่ออะไร ที่ไปชนะในเขตใด ก็มาได้ที่นั่ง แล้วที่เหลือก็ไปเอาจากบัญชีรายชื่อ ส่วนบัญชีรายชื่อ ถ้ายกร่างอยากจะเปึน ๘ บัญชี ผมก็ ๘ บัญชี ไม่มีปัญหา ถ้าเราบอก ๔ บัญชี ผมก็ ๔ ท่านบอก ๑ บัญชี ก็ ๑ บัญชี เรื่องนั้นเปึนเรื่องเล็ก เราตกลงกันได้ เอาหลักใหญ่ก่อนว่า เราจะเอาสัดส่วนแต่เฉพาะบัญชีรายชื่อ หรือสัดส่วน สส. ทั้งหมด ท่านประธานครับ มีข้อดีนิดเดียวก็คือว่า ถ้าเราให้ สส. นี่นะครับ ขอกลุ่มอื่นช่วยพิจารณาด้วยนะครับ ถ้าท่านให้ สส. เขต ผมก็ไม่อยากให้เล็กมากเกินไปในวาระเบื้องต้น ที่เคยเสนอไว้ ๒๕๐ ๒๕๐ เท่ากัน อาจจะทำให้ดูว่า สส. เขตถูกเบียดบัง ผมพร้อมที่จะประนีประนอม เอา สส. เขต ขึ้นมาอีกร้อยหนึ่ง เปึน ๓๕๐ ก็ได้ หรือจะ ๓๘๐ ก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร ตรงนี้ ขยับได้ แล้วก็ไปเอาบัญชีรายชื่อให้เหมาะสม เพราะบัญชีรายชื่อก็ยังมีเหตุผลอยู่ อย่างที่ท่านกรรมาธิการเองก็คิดว่ามีเหตุผล ผมก็ไม่อภิปรายว่า เหตุผลมันสมควรอย่างไร เอาเปึนว่า เหมือนกับกรรมาธิการก็แล้วกัน เราตกลงกันเพียงแค่ตัวเลขสัดส่วน และวิธีคำนวณ บัตรที่เลือกพรรคนี่จะล็อกไว้เพียงแค่ บัญชี หรือล็อกทั้งหมดเท่านั้นเองครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ