สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเรื่องการปรับปรุงรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลง และตัดระบบบัญชีรายชื่อออกเพื่อเป็นการปรับปรุงการเมืองไทยให้ดีขึ้น
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้ขอแปรญัตติ มาตรา ๙๒ ครับ เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เมื่อเราพูดถึงเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. นั้น มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาอยู่สามสี่ประเด็นครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือ เรื่องของจํานวน ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ชนิด หรือประเภทของ สส. ประเด็นที่ ๓ ก็คือ ที่มา ของ สส. แล้วก็ประเด็นที่ ๔ เรื่องเขตเลือกตั้ง สส. ในกลุ่มของผม ท่านประธาน ได้ยื่นคํา ขอแปรญัตติไว้ในมาตรา ๙๒ เสนอให้มี สส. ที่มาจากเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ คน ครับ แล้วก็ เสนอตัดเรื่องของปาร์ตีลิสต์ หรือบัญชีรายชื่อออก มีเหตุผลอย่างไรครับ เรียนอย่างนี้ครับ ว่า ประเด็นที่ ๑ เรื่องของจำนวน สส. เหตุผลที่กลุ่มของกระผมเสนอให้มี สส. ที่มาจาก เขตเลือกตั้ง ๔๐๐ คน นั้น เราถือตัวเลข ๔๐๐ จากจำนวน สส. ที่กรรมาธิการยกร่าง ได้นำเสนอไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็น ตัวเลขนี้เปึ้นตัวเลขที่ผม ในฐานะที่เปึนประธานรับฟังความคิดเห็นของภาคกลาง แล้วก็ของกรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ๔๐๐ เราได้ข้อมูลมาจากท่านกรรมาธิการยกร่างว่า ทำไม ต้อง ๔๐๐ ท่านบอกแนวคิดก็คืออยากให้ลดจำนวน สส. ลง แล้วที่มา ก็คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนที่ลดลง เราก็เอาแนวคิดของกรรมาธิการยกร่างนั้นไปนำเสนอกับพี่น้อง ประชาชน พี่น้องประชาชนตอบรับครับ เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะลดจำนวน สส. ลง นั่นคือ ที่มาว่าทําไมถึงเปึน ๔๐๐ ประเด็นที่ ๒ ชนิด หรือประเภท สส. เมื่อกลุ่มของ กระผมได้พิจารณาโดยคำนึงถึงแนวคิดของท่านกรรมาธิการยกร่าง คำนึงถึงข้อมูลที่เราได้มาจากการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนใน กรุงเทพมหานครและในพื้นที่ ๒๕ จังหวัดของภาคกลางมาประกอบกันแล้ว กับข้อมูลที่เรา ได้ศึกษามาว่า ประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมานั้น สส. ระบบบัญชีรายชื่อมีประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร แนวคิดของเรา เราก็คิดกันว่า เรื่องของบัญชี รายชื่อนั้น เปึ้นแนวคิดที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ แล้วก็เกิดขึ้นด้วย แนวคิดที่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากบัญชีรายชื่อนี้ น่าจะเปึ้นระบบที่ถูกสร้าง ขึ้นมา เพื่อพัฒนาพรรคการเมือง แต่ผลลัพธ์ที่เราได้จากการที่เราได้ทดลองเอาระบบนี้มา ใช้ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ปรากฏว่า ผลที่เดินตามมานั้น มีแต่เสียงโจษจันกันว่า สส. บัญชีรายชื่อเปึน สส. ที่มาจากนายทุน มาจากผู้ที่พกเงินเข้าพรรคการเมือง มาจากผู้ที่ ต้องการที่จะเข้ามาเปึ้นรัฐมนตรี ก็จะผ่านบัญชีรายชื่อเข้ามา ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ สนับสนุนพรรคการเมือง ในซีกของประชาชนก็มองว่า สส. ที่มาจากบัญชีรายชื่อนั้น ไม่ เคยสัมผัสพี่น้องประชาชนเลย ไม่เคยรู้เลยว่า วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้นเปึนอย่างไร ไม่เคยที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแล้วจะมีโอกาสได้ไปพบพา หรือพึ่งพาอาศัย สส. จาก ระบบบัญชีรายชื่อ ด้วยสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากของจริงที่ได้มีการทดลองใช้ตาม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลุ่มของกระผมก็เลยมีมติเห็นพ้องต้องกันว่า บัญชีรายชื่อนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับการพัฒนาการเมือง การปกครองของประเทศ เราได้พิจารณา ประกอบกับแนวคิดของกรรมาธิการยกร่างที่ได้นำเสนอในฉบับรับฟังความคิดเห็นว่า ที่ท่านเสนอว่า ๔๐๐ คนนั้นให้แบ่งเปึน ๒ ส่วน เปึ้น สส. เขต ๓๒๐ สส. บัญชีรายชื่อ ๘๐ โดยท่านจะแบ่งออกเปึ้น ๔ กลุ่มภาค แต่รายละเอียดที่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับรับฟังความคิดเห็น มันไม่มีรายละเอียดเพียงพอที่เราจะทำให้พี่น้องประชาชนมี ความคิดเห็นคล้อยตามท่านได้ เพราะข้อมูลที่นําเสนอผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟัง ความคิดเห็นนั้น ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะทำให้เห็นว่า ระบบบัญชีรายชื่อ หรือระบบ สัดส่วนของใหม่ที่ท่านกำหนดไว้ ๘๐ คน นั้น ดีกว่าระบบบัญชีรายชื่อของเดิม หรือที่ เรียกว่า ปาร์ตีลิสต์อย่างไร ตรงกันข้ามจากการที่เรารับฟังความคิดเห็นจากพี่น้อง ประชาชน ประชาชนกลับสับสนหนักเข้าไปอีกว่าที่ท่านเปลี่ยนชื่อใหม่เปึ้นระบบสัดส่วน ๘๐ คน นั้น มันเหมือน หรือไม่เหมือนกับระบบปาร์ตีลิสต์เดิมอย่างไร แล้วมันจะมาตอบ โจทย์ซึ่งเปึนผลลัพธ์ในทางเสียหายต่อระบบบัญชีรายชื่อ อย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วได้อย่างไร ด้วยเหตุผลตรงนี้ จึงเปึ้นที่มาของมติของกลุ่มกระผมว่า อย่ากระนั้นเลย ตัดบัญชีรายชื่อออกเสียเถอะ แล้วเอา ๘๐ คน นั้น มาบวกกับ ๓๒๐ ให้เปึน สส. เขต ๔๐๐ ซึ่งจะมีจำนวนเท่าเดิม เพื่อที่จะได้ไม่ไปกระทบกับจำนวน สส. ที่มา จากเขตเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่เรามองปัญหาต่อไปครับ ท่านประธานครับ ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการเมืองของประเทศไทย ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมา ด้วยแนวคิด หรือด้วยความผิดพลาดก็สุดแล้วแต่ ที่เราพยายามไปเขียนรัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๔๐ ให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง จนกระทั่งนําไปสู่การปฏิบัติ และผลลัพธ์ที่ออกมา คือ รัฐบาลมีความเข้มแข็งมากเกินไป จนกระทั่งกลไกในระบอบรัฐสภาไม่สามารถตรวจสอบ เปึ้นเหตุให้เกิดการเมืองภาคพลเมืองเข้ามาทําหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล ชุดที่ผ่านมาแทน เราจึงมีแนวคิดว่า อย่างน้อยที่สุดต้องมีการปรับปรุงในเรื่องของการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ แต่ด้วยข้อจำกัดของระยะเวลา ด้วยข้อจำกัดของ เงื่อนไขที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็น มิได้นําเสนอให้ชัดเจนถึงของใหม่ที่ สามารถตอบคำถามประชาชนได้ว่าดีกว่าของเก่าอย่างไร เราจึงเห็นควรว่า ควรจะคง จำนวน สส. ไว้ที่ ๔๐๐ คน แต่ไปเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งครับ ซึ่งแนวคิดตรงนี้สะท้อน ออกมาให้เห็นว่า ตรงกับแนวคิดเดิมของกรรมาธิการยกร่างที่ท่านนำเสนอไว้ในฉบับรับฟัง ความคิดเห็น ก็คือท่านร่วมเขตเลือกตั้งให้ใหญ่ขึ้น เขตละไม่เกิน ๓ คน แล้วเลือก เรียงเบอร์ ชุดของกระผมจึงได้คงแนวความคิดตรงนี้ คล้อยตามกรรมาธิการยกร่าง แต่สุดท้ายท่านมาเปลี่ยนเปึนเขตเล็ก วัน แมน วัน โหวต (One man one vote) นี่คือ ประเด็นเกี่ยวกับชนิด และประเภทของ สส. รวมถึงเรื่องของเขตเลือกตั้ง ที่จะได้ ขออนุญาตนำเสนอท่านประธาน สรุปสุดท้าย ก็คือ กลุ่มของกระผมเห็นควรเกี่ยวกับเรื่อง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ มีสมาชิกจำนวน ๔๐๐ คน เปึ้นสมาชิกที่มาจากเขตเลือกตั้งทั้งหมดประเภทเดียว สมาชิกที่มาจากเขตเลือกตั้งนั้น เขตเลือกตั้งให้ใช้เขตใหญ่ มีสมาชิกได้ไม่เกินเขตละ ๓ คน วิธีการเลือกก็เลือกเรียงเบอร์ วิธีการนับคะแนนก็นับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วย กระผมใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาที เวลาที่เหลือข้อมอบโอนสิทธิให้ท่านสุรพล ซึ่งเปึ้นผู้รับรองญัตติในกลุ่มของผม ได้นำเสนอเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ