อุทิศ ชูช่วย หารือเรื่องระบบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และตั้งคำถามว่า หากลดจำนวน สส. ลง จะลดเหลือเท่าไร และว่าประชาชนยังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ และยังบอกอีกว่า พรรคการเมืองควรเข้มแข็งมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อุทิศ ชูช่วย สสร. ครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกนะครับ ใน ประเด็น สส. ระบบ ที่มา จำนวน กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เราคงปฏิเสธไม่ได้ ครับว่า จากการที่เราไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมา ในรอบที่ ๑ และ รอบที่ ๒ นี่ อารมณ์ ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในช่วงนั้นนี่ เขาอยากจะลดจำนวน สส. และคำถามที่เราปัอนใช้สำหรับรอบที่ ๑ และรอบที่ ๒ นั้น เราถามในเชิงว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้ลดจำนวน สส. ลง ในภาพรวมนะครับ ท่านประธานครับ คำตอบเราปฏิเสธไม่ได้ครับ อารมณ์ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในช่วงนั้นนี่นะครับ พี่น้องประชาชนนี่ผิดหวังกับระบบการเมือง ผิดหวังกับระบบทักษิณ ที่พวกเราก็ได้ทราบ กันดีอยู่ครับ เลยปฏิเสธทุกเรื่องที่เกี่ยวกับระบบการเมือง ท่านประธานครับ นั่นคือคำถาม ที่เราตั้งให้ประชาชนได้ตอบเรา แต่ท่านประธานครับ ผมตั้งข้อสังเกต และใช้คำถามใหม่ ในฐานะที่ผมเองเปึนคนต่างจังหวัด เปึนผู้บริหารท้องถิ่น ไปถามพี่น้องในเขตเทศบาล นครสงขลา จังหวัดสงขลาในเขตเลือกตั้งต่าง ๆ เท่าที่ผมสัมผัสได้ว่า เอ๊ะ ถ้าในเขต เลือกตั้งของท่านนี่ จำนวน สส. ที่มีอยู่ อย่างเช่นว่า ในจังหวัดสงขลานี่นะครับ มี สส. ทั้งหมด ๘ คน ๘ เขต ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาถึงวันนี้นี่ท่านอยากจะลดจำนวน สส. ลงเหลือเท่าไร ใน ๘ คน ๘ เขตนั้น ท่านประธานครับ ถ้าเราตั้งคำถามอย่างนี้ ประชาชน กลับตอบว่า เอ๊ะ ไม่ได้นะ ไม่ควรลดนะ ทั้ง ๘ คน ทั้ง ๘ เขต พี่น้องยังใช้งานได้ดีอยู่ พี่น้อง ยังสามารถเรียกใช้ ฝากผี้ฝากไข้ในเรื่องต่าง ๆ ไว้ได้ดีอยู่ครับท่านประธานครับ ครั้นจะ บอกว่า ลดเหลือเท่านั้นเท่านี้นี่ เขาบอกว่า เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้นไม่ลดดีกว่า ท่านประธานครับ พวกผมเองก็พยายามสดับตรับฟังจากเพื่อนสมาชิก สสร. ด้วยกันครับ เรานั่งคุยกัน นั่งประชุมหารือกันว่า ในส่วนของท่านนี่ จังหวัดของท่าน พื้นที่ของท่าน ถ้าจะให้ลดจำนวน ท่านคิดว่า จะลดอย่างไร นี่ระดับ สสร. ครับ ก็ยังคิดไม่ออกเลยครับว่า จะลดกันอย่างไร ประกอบกับสถานการณ์บ้านเมือง ณ ปัจจุบันนี้นะครับ ผมคิดว่า คลี่คลายสถานการณ์ไปเยอะ วิกฤติการเมืองรอบที่ผ่านมา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน สส. ว่า ๕๐๐ คน หรือ ๔๐๐ คน ท่านประธานครับ เพียงแต่ว่า ตามธรรมเนียมไทยเรานี่นะครับ คำว่า ห้าร้อย มั่นใช้พร้อมกับการเรียกพฤติกรรมของ บุคคลบางกลุ่มแค่นั้นเองครับ ท่านประธานครับ ก็เลยกลายเปึนพัวพันไปว่า มันเปึนเลข ไม่เปึนมงคล แต่พอถามเข้ามาจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะให้พวกเรา ได้ทบทวน ในส่วนของกระผมเองนั้น พยายามทำความเข้าใจกันในกลุ่ม พยายามที่จะ เกาะกลุ่มต่าง ๆ ร่วมกันนะครับว่า แล้วที่ผ่านมามันเกิดวิกฤติการเมือง มันเกิดสะดุด พี่น้องประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองเพราะจำนวน สส. หรือไม่ คำตอบ ก็คือ ไม่ใช่ครับ และที่สำคัญครับ ท่านประธานครับ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้น จำนวน สส. ๑ คนต่อประชากร ๑ แสน ๕ หมื่นคน นั้น เปึนความเหมาะสมลงตัว ที่คิดว่า ประชาชน สามารถที่จะติดต่อกับตัวแทนของเขา ที่สามารถจะพึ่งพิง พึ่งพา ฝากเรื่องต่าง ๆ มาได้ อย่างทั่วถึงครับ ถ้าเขตใหญ่กว่านั้น ไม่ว่าจะเปึ้นระบบสัดส่วน ซึ่งเชื่อว่า เดี๋ยวสักครู่เพื่อน สมาชิกก็จะเสนอมา ทำให้จำนวน สส. ที่อยู่ในเขตลดลงไปอีก ก็จะทำให้ไม่สามารถที่จะ ดูแลพื้นที่ได้ ท่านประธานครับ ผมจึงได้รวบรวมในส่วนของกลุ่มของกระผมว่า เราจะ นำเสนอระบบ สส. ในจำนวน ๔๐๐ เขต เขตละ ๑ คน และระบบ จะเรียกว่า สัดส่วน ก็ได้ ครับ จะเรียกว่า บัญชีรายชื่อ ก็ได้ครับ จะคิดอย่างไร ผมคิดว่า ในส่วนของกลุ่มกระผมนั้น รับได้ครับ ท่านประธานครับ แต่ขอให้เปึนการนำไปซึ่งการทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง พอสมควรครับ เราเห็นการเมือง พรรคการเมืองอ่อนแอมาเยอะแล้วครับ ในอดีต พรรคการเมืองได้มาคนละไม่กี่เสียง ต้องมาเปึ้นรัฐบาลผสม การที่จะมาเปึ้นรัฐบาลผสม การเจรจาร่วมรัฐบาลกันครับ ไม่ได้ยึดถือประโยชน์ของชาติ ของประชาชนเปึนหลัก หรอกครับ เพียงแต่ยึดถือประโยชน์ของกลุ่มว่าใครควรจะมีตำแหน่งอะไร เท่าไร นี่คือความขมขื่นในอดีตที่เราได้เห็นได้ผ่านมา ปรากฏการณ์นั้นจบไปแล้วครับ เราใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เราได้ความเข้มแข็งของพรรคการเมือง แต่เรามาเจอ คนพิเศษ เรามาเจอระบอบที่รวบ แล้วก็ใช้ทุน ใช้เงินในการที่จะทำให้ระบอบ ประชาธิปไตยที่เราอยากจะเห็นพรรคการเมืองเข้มแข็งนี่นะครับ การตรวจสอบมีปัญหา ครับ การแทรกแซงองค์กรอิสระเปึนไปอย่างมโหฬาร ตรงนี้ต่างหากล่ะครับ ท่านประธาน ครับ ที่เราจะต้องหาทางแก้ไข เพื่อนสมาชิก ท่านกรรมาธิการ เราจะต้องคิดว่า แล้วจะ อุดช่องโหว่ ช่องว่างตรงนี้ได้อย่างไร จะตั้งมาตรการให้เข้มอย่างไร ผมคิดว่าพวกเรา รับได้ครับ แต่ขอว่าอย่ากลับไปสู่การเมืองอ่อนแออีกเลยครับ ท่านครับ เราอยู่ในช่วง ของพรรคการเมืองอ่อนแอมาหลายสิบป้ครับ และเรามาอยู่ในช่วงของพรรคการเมือง เข้มแข็งได้ห้าหกป้ แต่ก็เจอคนพิเศษ เพราะฉะนั้นคนพิเศษเหล่านี้ เราทำอย่างไรถึงจะ สกัดให้ได้ การตรวจสอบ การถ่วงดุล เราต้องคิดกันให้หนัก และผมเชื่อว่า การยกร่าง ครั้งนี้พยายามอุดรูรั่วตรงนั้นแล้ว ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในกลุ่มของกระผมนั้นก็เสนอว่า ให้มี สส. ทั้งหมด ๕๐๐ ๔๐๐ คน มาจากเขตเลือกตั้ง ๑๐๐ คน จะใช้ชื่อว่า บัญชีรายชื่อ หรือ ระบบสัดส่วน จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ครับ ขอว่าอย่าให้พรรคการเมืองอ่อนแออีกเลยครับ ท่านประธาน ครับ สำหรับในส่วนของกระผม ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไว้เบื้องต้นแค่นี้ ครับ และสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ประชาชนฟังเราอยู่ครับ เราไม่มีเวลาลองผิด ลองถูกอีกแล้วครับ เราไม่มีเวลาที่จะเอาตัวอย่างของประเทศนั้นประเทศนี้ แล้วมา พยายามตะแบ่งใช้กับประเทศของเรา ท่านประธานครับ ผมเคารพในเพื่อนสมาชิกที่ พยายามเสนอระบบสัดส่วน ๒๐๐ ๒๐๐ ก็ดีครับ เขต ๒๐๐ สัดส่วน ๒๐๐ หรือ เขต ๒๔๐ สัดส่วน ๒๔๐ ผมเข้าใจ เห็นใจ เคารพในความเห็นของเพื่อนสมาชิก แต่สิ่งเหล่านั้น นะครับ มันไม่สอดคล้องกับสังคมกับประเทศของเรา ประเทศเราไม่มีชนกลุ่มน้อย ไม่มีรัฐ ไม่มี มลรัฐ เราเปึนรัฐเดี่ยวครับ เรามี ๗๖ จังหวัดครับ เราอย่าเอาเรื่องนี้มาบอกว่า จะเปึน ผลดี ผมเชื่อว่า เราพัฒนาการเมืองของเราต่อไปเถอะครับ ที่มันสะดุดหยุดลงในช่วงที่ผ่าน มานั้น ไม่ใช่เปึ้นเพราะระบบหรอกครับ มันเปึ้นเพราะตัวบุคคลพิเศษ จะทำอย่างไรจะ กันตรงนี้ได้ และผมเชื่อว่า ประชาชน การตรวจสอบ จะไม่ยอมให้คนเหล่านี้ผ่านเข้ามาได้ อย่างเด็ดขาด ผมเชื่ออย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไว้เบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ ใช้เวลาไป ๑๐ นาที ๒๒ วินาที ขอบคุณมากครับ