อรรครัตน์ รัตนจันทร์ เสนอแปรญัตติแก้ไขมาตรา 83 เพื่อสนับสนุนการตรากฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ โดยมีหลักการและเหตุผลประกอบการตรากฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ที่ได้จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร และขอให้มีการตรากฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยในการผลิตและตลาดผลผลิต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๘๓ นี้ กระผมได้ทำการ แปรญัตติเปึนข้อความใน (๑๔) ดังนี้ครับ สนับสนุนให้มีการตรากฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งประกอบด้วยสาระสำคัญ เช่น รัฐต้องจัดหาพื้นที่เพื่อกำหนดให้การปลูกพืชที่เหมาะสมกับดินฟัาอากาศของประเทศ ต้องจัดสินเชื่อเพื่อการเกษตรให้เพียงพอในการลงทุน จัดผู้เชี่ยวชาญการเกษตรสาขา ต่าง ๆ เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้อง รวมทั้งจัดหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร และ เมื่อมีภัยธรรมชาติที่เปึนอุปสรรคต่อการผลิต รัฐต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและ เพียงพอต่อการแก้ปัญหา ทั้งนี้ มีหลักการและเหตุผลประกอบการตรากฎหมายด้าน การเกษตรและสหกรณ์ที่ได้จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัด มุกดาหาร ตลอดจนชาวบ้านในจังหวัดมุกดาหารดังนี้ครับ
หลักการ เพื่อความผาสุกของประชาชน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจช่องชาติ เพื่อความเจริญของบ้านเมือง เพื่อความมั่นของชาติ
เหตุผล ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุมอันเหมาะสมต่อการทำอาชีพ การเกษตร มีดินอุดมสมบูรณ์ มีน้ำเพียงพอ ประชาชนยึดอาชีพการเกษตรเปึนหลักมาแต่ โบราณกาล จึงก่อให้เกิดประสบการณ์และรักอาชีพนี้ มีความขยันหมั่นเพียร ผลิตอาหาร ปัอนชาวโลกตลอดมา แต่ปัจจุบันฐานะทางเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย ซึ่งเปึนคน ส่วนใหญ่ของประเทศ กำลังตกต่ำ ไม่มีเปัาหมายที่ชัดเจนในการผลิต อนาคตมืดมน ซ้ำยังถูกกดขี่เรื่องการตลาด ไม่มีอำนาจตั้งราคาผลผลิตของตนเอง ทำให้ยิ่งทำยิ่งยากจน ไม่รู้วีธีการค้าขาย ต่างคนต่างทำ ลดราคาการแข่งขันตัดราคากันเอง เกษตรกรแตกความ สามัคคี อันเปึนจุดอ่อนให้เกิดช่องทางแก่พ่อค้าคนกลางถือโอกาสเอาเปรียบเกษตรกรได้ ประเทศมหาอำนาจในโลกหลายประเทศที่เปึนประเทศอุตสาหกรรม เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น มีกฎหมายการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อชี้ทางและโอบอุ้มเกษตรกร จึงทำให้ เกษตรกรของเขามีฐานะมั่นคงมาโดยถ้วนหน้า ขณะที่เมืองไทยเปึนประเทศที่ประชาชน ทำการเกษตรเปึนอาชีพหลัก แต่กลับไม่มีกฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ ทำให้ เกษตรกรไม่รู้ทิศทางในการผลิต ไม่รู้นโยบายของรัฐบาล ทำให้ไม่มีความเชื่อมั่นต่ออาชีพ ของตนเอง เกิดความกังวลใจ และสับสนต่ออาชีพการเกษตร ซึ่งเปึนมรดกตกทอดจาก บรรพบุรุษ ทำให้ทิ้งถิ่นฐานเข้าไปขายแรงงานในเมืองใหญ่ บ้างก็ไปต่างประเทศ แล้วถูก หลอกลวงจนสิ้นเนื้อประดาตัว อันเปึนการทำลายทรัพยากรมนุษย์ของชาติ ผืนแผ่นดินที่ อุดมสมบูรณ์ต้องถูกทอดทิ้งอย่างไร้ค่า อย่างน่าเสียดาย ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงสมควรให้ มีการตรากฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ขึ้น ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีการ ปกครองระบอบประชาธิไตย แต่ในการเลือกตั้งทุกระดับยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง อย่างมากมาย เกษตรกรก็ถูกจ้างไปเดินขบวน ทำให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ ทั้งนี้ เพราะความยากจน ความจำเปึน ฐานะของเกษตรกรไทยในปัจจุบันเหมือนกับเรือที่ อับปางแล้วลอยคออยู่กลางทะเล เมื่อมีผู้โยนไม้ไผ่ลำเล็ก ๆ เขาก็แหวกว่าย ไขว่คว้าไว้ เพื่อประทั่งเอาชีวิตรอด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรไทยที่เปึ้นเกษตรกรมีความล้มเหลว ในอาชีพ ยากจนแสนสาหัส บางครอบครัวก็ขายแม้กระทั่งสิทธิเพียง ๑๐๐ บาท เพื่อนำไป ซื้ออาหารประทั่งชีวิตในครอบครัว ก่อให้เกิดวิกฤติของชาติ ชีวิตเขากำลังมืดมน เราจึง ควรเปลี่ยนวิกฤติให้เปึ้นโอกาส ด้วยการตรากฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ขึ้น หลายรัฐบาลที่ผ่านมา หลายองค์กรต่างรวมกันหาวิธีแก้ไขในหลายทิศทาง แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะส่วนมากเปึนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น การประกันราคา การแทรกแซงราคา มีการจำนำผลผลิต แต่ก็ไม่ได้ผล แถมยังต้องสูญเสียงบประมาณ เสียเวลาในการติดตาม สะสาง หลายประเทศที่เปึนมหาอำนาจก็พบกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับเรา แต่ก็หาทาง แก้ไขในหลายกลยุทธ์จนค้นพบกับความสำเร็จอย่างยั่งยืน ดังจะเห็นตัวอย่างจากใน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้ใช้วิธีการจัดโซนนิ่ง ดังนี้ รัฐเคนทักกี (Kentucky) เปึน สเตต์ ออฟ ไฟร์ส ชิกเกน (State of Fries Chicken) หรือไก่ทอด รัฐไอโอวา (Iowa) สเตต ออฟ คอร์น (State of Corn) มีชื่อเสียงในเรื่องของการปลูกข้าวโพด รัฐเนแบรสกา (Nebraska) สเตต ออฟ บีฟ (State of Beef) มีชื่อเสียงในเรื่องปศุสัตว์ ใน เรื่องของฟาร์ม (Farm) วัว รัฐแอริโซนา (Arizona) สเตต ออฟ คอตตอน (State of Cotton) เปึนมลรัฐแห่งการปลูกฝัาย เปึนต้น โดยสรุป หลักการและเหตุผลที่สมควร สนับสนุนให้มีกฎหมายด้านการเกษตรและสหกรณ์ ก็เพื่อให้เกษตรกรสมัครเปึ้นสมาชิก ของสหกรณ์เพราะต้องการรู้จำนวนที่แน่นอน เพื่อนำไปสู่การวางแผนขบวนการผลิตและ จัดหาตลาดล่วงหน้า เพื่อจะได้จัดโซนนิ่ง ให้เหมาะสมจากการปลูกพืชว่า ภาคใด จังหวัด ใดควรปลูกพืชชนิดใด จำนวนเท่าใด ตามชนิดและปริมาณ ที่ตลาดต้องการ และเนื่องจาก การทำกิจกรรมของเกษตรนั้น ต้องลงทุน รัฐจึงต้องสนับสนุนสินเชื่อพร้อมกับมี ผู้เชี่ยวชาญดูแลการใช้เงินให้ถูกต้องตามขั้นตอนของการปลูกพืชแต่ละชนิด เพื่อให้เกิด ความแน่นอนทางสถิติ โดยอาศัยหลักการที่ว่า เกษตรกรต้องนำผลผลิตส่งสหกรณ์เท่านั้น เพื่อสหกรณ์จะได้รู้ว่า ในระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ถึง วันที่ ๓๑ ธันวาคม เดือนใดจะมี ผลผลิตใด จำนวนเท่าใด เข้าสู่สหกรณ์ จะได้จัดตลาดไว้ล่วงหน้า ด้านราคาผลผลิตต้อง จัดให้คณะกรรมการตลาดไว้ ๓ ฝ์าย เช่น ฝ์ายเกษตรกร สหกรณ์ พ่อค้าคนกลาง โดย กำหนดราคาของแต่ละเกรด (Grade) ผลผลิตไว้ หากมีเหตุผลอันจำเปึ้นที่เกษตรกรไม่ สามารถผลิตได้ทัน เช่น ภัยธรรมชาติรัฐต้องยกผลประโยชน์ให้เกษตรกร ตามความ เหมาะสม ตามหลักการและเหตุผลในการตรากฎหมายว่าด้วยการเกษตรและสหกรณ์นี้ มั่นใจว่า จะเปึ้นทิศทางที่นำสู่เศรษฐกิจของชาติและประชาชนอันยั่งยืน สังคมที่รุ่งเรือง และร่มเย็น การเมืองที่สมบูรณ์อย่างแน่นอน จึงขอให้ท่านคณะกรรมาธิการยกร่าง ซึ่ง แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดมาจากภาคการเกษตรและสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้โปรดสนับสนุน ญัตตินี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ