สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

ประวิทย์ อัครชิโนเรศ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรภาคเอกชนทางเศรษฐกิจทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง เพื่อแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติและป้องกันความอ่อนแอของภาคเอกชน

นายประวิทย์ อัครชิโนเรศ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประวิทย์ อัครชิโนเรศ สสร. ครับ ผมอยู่ในกลุ่มของท่านอาจารย์สมชัย ซึ่งเสนอมาตรา ๘๓ ข้อที่ ๑๓ เหตุผลที่ขอเพิ่มเปึนในข้อที่ ๑๓ เพราะว่า เรากำลังคุยกันอยู่ในเรื่องของส่วนที่ ๗ นะครับ แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเปึนแนวนโยบายที่มีส่วนสำคัญต่อประเทศไทย เปึ้นอย่างยิ่งนะครับ แต่ว่าองค์กรทางเศรษฐกิจนี่นะครับ ก็ไม่ได้พูดให้มันแจ่มชัด แล้วก็ไป ปะปนเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ในอนุข้อต่าง ๆ นะครับ ก็ดูเหมือนว่า ทำให้มันไม่มีอะไร แจ่มแจ้ง แล้วก็เมื่อกี้ผมได้เคยเสนอให้ว่า ถ้า (๑๐) นะครับ ถ้าหากว่าได้ตัดบ้างประโยค ออก พูดแต่เรื่องของสหกรณ์ ก็จะทำให้เรื่องสหกรณ์นะครับ เด่นชัดขึ้นมา แล้วส่วนทาง องค์กรทางภาคของเอกชนนะครับ ก็จะได้เปึนอิสระ แล้วก็เด่นชัดขึ้นมาด้วยนะครับ ซึ่ง ถ้าหากว่า เปึ้นไปได้อย่างนั้นนะครับ ก็จะทําให้รัฐธรรมนูญนี้ดูสง่างามขึ้นอีกมากมาย นะครับ สิ่งที่จะขอเพิ่มเข้าไปนะครับ ก็ในเรื่องขององค์กรของภาคเอกชน โดยข้อความที่ จะขอเพิ่มเปึนข้อ ๑๓ นี่นะครับ เพราะว่าตอนร่างขึ้นมา ไม่ทราบว่า จะเอาไปแก้ไขที่ไหน นะครับ ก็เลยขอสร้างเปึนประโยคอิสระขึ้นมานะครับ โดยมีข้อความว่า รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรภาคเอกชนทางเศรษฐกิจทั้งใน ระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง ศัพท์ ๒ คำที่เน้นในที่นี้นะครับ คือ องค์กร ทางเศรษฐกิจ นะครับ แล้วก็ ระดับชาติและระดับท้องถิ่น ระดับท้องถิ่นนี่ ผมก็หมายถึง อาจจะเปึนองค์กรหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม แล้วก็ชมรมธนาคารนะครับ ซึ่งเปึน องค์กรสำคัญในต่างจังหวัด แล้วก็มีส่วนสำคัญในภาคเศรษฐกิจครับ เพราะว่ามีอยู่ ทั้งหมด ๗๖ จังหวัด นะครับ มีอยู่ทั่วไปหมด แต่ว่าเท่าที่ผ่านมานะครับ องค์กรทาง ภาคเอกชนนี่ เขายังมีความอ่อนแอนะครับ แล้วก็ไม่ได้รับการสนับสนุน หรือว่าส่งเสริม จากภาครัฐโดยตรง รัฐนะครับ จะมีส่งเสริมก็ในเมืองใหญ่ อย่างที่กรุงเทพนะครับ มีหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนะครับ ส่วนในต่างจังหวัดครับ ในขณะนี้นะครับ เรามีความร่วมมือกับทางจังหวัดมากนะครับ ซึ่งได้ช่วยทางจังหวัด ในการพิจารณาปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจ และหอการค้าของ โดยเฉพาะ ยกตัวอย่าง อย่างจังหวัดใหญ่ เช่น จังหวัดเชียงใหม่อย่างนี้ หอการค้าจังหวัดนี่ ก่อตั้งขึ้นมา ๓๐ ป้แล้วนะครับ ก็ยังไม่มีความเข้มแข็งนะครับ ทั้งนี้ เพราะว่าไม่ได้รับการ สนับสนุนจริงจัง อยู่ในระดับจังหวัดนะครับ เราทำงานร่วมกับทางจังหวัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับท่านผู้ว่า ถ้าผู้ว่าท่านว่าด้วย หอการค้าก็มีบทบาท แต่ถ้าผู้ว่าท่านไม่ว่าด้วย หอการค้าก็เหมือนหน่วยงานที่เปึนสปอนเซอร์ (Sponsor) ให้จังหวัดนะครับ ถ้าจังหวัด จะหาทุน หาอะไร ก็มาหาหอการค้า ซึ่งอันนี้ทำให้องค์กรของทางภาคเอกชนอ่อนแอยิ่ง นะครับ โดยเฉพาะปัจจุบันนะครับ เรามีบริษัทค้าปลีกข้ามชาตินี่ครับ ซึ่งเข้าไปสู่ใน ภูมิภาคมาก แล้วก็นักธุรกิจนะครับ โดยเฉพาะที่เปึนปัญหาอยู่เดี๋ยวนี้ครับ ในพวกร้านค้า ยี่ปัูวเอย อะไรต่ออะไร ได้รับผลกระทบกระเทือนมากเหลือเกินนะครับ อย่างในจังหวัด เชียงใหม่เองนะครับ มีบริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ ตั้งสี่ห้าแห่ง และกำลังจะสร้างอีกมาก นะครับ อีกหลายที่ขึ้นมา แล้วก็ผมเชื่อว่า ถ้าบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ไปถึงทุกจังหวัด ไปถึง ทุกอำเภอแล้วนะครับ ผมว่าร้านค้าในต่างจังหวัดนี่ คงจะต้องถูกกระทบกระเทือนกันเยอะ นะครับ เยอะแล้ว มันก็เหตุปัญหามันมีมากกว่านั้นเยอะเลยนะครับ เพราะว่าบริษัทซูเปอร์ (Super) ทั้งหลายแหล่นี่ครับ ท่านซื้อของมากและได้ราคาถูก ร้านค้าโดดเดี่ยว ในจังหวัดนี่ ไม่สามารถจะสู้ได้ และในที่สุดถ้าหากว่า ร้านค้าจะต้องเลิกล้มไปต่าง ๆ แล้ว ในที่สุด ผมคิดว่า บริษัทข้ามชาตินี่เขาคงจะผูกขาดตลาดมากนะครับ อันนี้จะสร้างความ เดือดร้อนให้กับธุรกิจมากเหลือเกิน ฉะนั้นในเมื่อเราเปึ้นเศรษฐกิจเสรี แล้วก็เศรษฐกิจเสรี นี่ ในความเข้าใจของทางนักเศรษฐศาสตร์แล้ว เราเข้าใจว่า การแข่งขันอย่างเสรีนี่ มันตามเข้ามาด้วยนะครับ ที่หลายท่าน แต่ว่าการแข่งขันที่ตามเข้ามานี่ ถ้าหากว่า ไซส์ (Size) มันไม่เหมือนกันนะครับ ขนาดมันไม่เหมือนกัน ขนาดใหญ่มากนี่ครับ จะซื้อของนี่ ได้ถูกกว่าเยอะนะครับ แล้วผู้ผลิตในจังหวัดนะครับ ในที่สุดก็ไม่มีที่จะขายได้ นอกจาก จะต้องพึ่งบริษัทข้ามชาติเหล่านี้นะครับ แล้วก็ต้องเสียค่าเช่าที่นะครับ แล้วก็ถ้าขายไม่ได้มาก ก็จะต้องถอนตัวออกมา โอกาส จะเกิดก็ไม่มี บริษัทผู้ผลิตในกรุงเทพเองนะครับ ผมคิดว่า ต่อไปนะครับ อีก ๑๐ ป้ ๕ ป้ ๑๐ ป้ ข้างหน้านี่ คงจะต้องถูกเดือดร้อนอีกมาก ถ้าเราไม่มีมาตรการที่จะส่งเสริมองค์กร ภาคเอกชนนี้ให้เข้มแข็ง ที่จะมีภูมิต้านท่านได้นะครับ แล้วในที่สุดนี่นะครับ อย่างตอนนี้ที่ เราเห็นครับ มีหลายบริษัทซูเปอร์นี่ จะผลิตสินค้าอย่างเดียวกัน แต่ว่าใช้แบรนด์ (Brand) ของตัวเอง โดยจ้างบริษัทอื่นผลิต พอนานเข้าไปนะครับ เขาก็ผลิตด้วยตัวเขาเองได้ โรงงานเล็กหรือโรงงานที่ไม่โตมากนัก ในที่สุด ผมคิดว่า ก็อาจจะต้องถูกกระทบกระเทือน ด้วย อันนี้จะเดือดร้อนมากนะครับ ฉะนั้นการให้ภูมิคุ้มกันในองค์กร ในภาคของเอกชน ในต่างจังหวัดนี่ จะช่วยปัองกันหลายอย่างครับ ให้เกิดความยุติธรรมแล้วก็การเกิดได้ของ ธุรกิจเล็ก ๆ ในภูมิภาคนี้ให้มันเกิดขึ้นมาได้นะครับ ฉะนั้น ผมจึงคิดว่าถ้าเพิ่มมาตราที่ผม เสนอเข้าไปนี่นะครับ ให้เปึนวงเล็บอิสระในตัวของเขาเองนะครับ มันก็จะเด่นชัดขึ้นว่า ตอนนี้รัฐธรรมนูญได้ดูแลองค์กรภาคเอกชนทางธุรกิจทั่วประเทศแล้ว ๗๖ จังหวัด ทั่วถึง มากนะครับ แล้วผมคิดว่า ความรู้สึกที่ดีกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมว่าคงจะมีมากนะครับ แล้วเปึนสิ่งที่เขาเรียกร้องมานะครับ ฉะนั้น จึงขอความร่วมมือ แล้วก็ให้เห็นใจ จากท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ลองช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ