สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

หลักชัย กิตติพล หารือเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางพารา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมและสนับสนุนให้สินค้าเกษตรมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

นายหลักชัย กิตติพล

ครับ ในเรื่องที่กระผมขออภิปรายนะครับ ก็คือว่า ในมาตราที่ ๘๓ วงเล็บนี้ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่ม มูลค่าผลผลิตสินค้าเกษตร กระผมคิดว่า ประเทศไทยเปึนประเทศเกษตรนะครับ อันนี้เปึน สิ่งสำคัญ ซึ่งกระผมเองก็ได้ติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มมีกรรมาธิการยกร่าง กระผมก็เขียน ญัตติเข้าไปแล้วก็เพื่อที่จะทําเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เพราะว่าเพื่อให้รัฐนี่มีนโยบาย เศรษฐกิจที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้สินค้าเกษตรเปึ้นที่ยอมรับ และสร้างรายได้ให้แก่ เกษตรกรเพิ่มมากขึ้นนะครับ ในจุดนี้นี่ ทางพวกเราทุกคนก็ได้พูดกันพอสมควรนะครับ แต่ว่าเนื่องจากตัวผมเองก็เปึนเกษตรนะครับ ทำมาจากทางด้านเกษตร แล้วตัวผมเองก็ได้ เห็นปัญหาต่าง ๆ มากมายนะครับ ก็เลยอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผลผลิตทาง เกษตรนี่ ถ้าขายเปึนวัตถุดิบจะมีราคาที่เปึ้นราคาต้นน้ำนะครับ แล้วก็ทำให้ไม่ได้ราคาที่ คือ ตามกรรมาธิการที่วรรคที่ผ่านมานี่ว่า ต้องการราคาสูงสุด แต่ถ้าไม่ได้แปรญัตติในเรื่อง นี้อย่างที่ของกระผมจะต้องทำนี่ จะไม่ได้ราคาที่สูงสุดอย่างที่เราคิดกันนะครับ แล้วก็ ๒. การแข่งขันก็สูงมากนะครับ แล้วก็ ๓. การที่จะวิจัยพัฒนาต่อยอดไปนี่ ก็จะมีข้อจำกัด นะครับ ข้อที่ ๔ นี่ ก็ไม่สามารถที่จะมีมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้านั้น ๆ ได้ ซึ่งมีสินค้าจำนวน มากมายนะครับ ซึ่งพวกเราก็คงจะได้เห็นกันแล้วนะครับ ในตัวอย่างที่ชัดเจนที่กระผม จะยกให้ดูนะครับ ก็คือว่าทางด้านยางพารา ซึ่งตัวกระผมเองเปึนนายกสมาคมยางพารา นะครับ การที่เรามีสินค้ายางพารานะครับที่ส่งออก ซึ่งนับว่า ณ ปัจจุบันนี้นี่ ราคาก็แพง มากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าในอดีตนี่ กิโลหนึ่ง สิบกว่าบาท ๒๐ บาท ในสี่ห้าป้ที่ผ่านมา ที่ผมเปึนนายกนี่ ตอนนั้นสี่สิบกว่าบาท หลังจากนั้น ก็มีราคาปัจจุบันนี้ อยู่ที่ เคยสูงสุดป้ที่แล้วที่ร้อยบาท แล้วปัจจุบันก็อยู่ที่เจ็ดสิบกว่าบาทนะครับ ก็นับว่า เกษตรกรก็ได้ลืมตาอ้าปากสำหรับชาวสวนยางนะครับ แต่ว่าเนื่องจากว่า สินค้าเกษตร ทุกตัวนะครับ ถ้ามีการผลิตมาก ๆ แล้ว จะมีปัญหาด้านการตลาดติดตามมานะครับ อย่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำของประเทศไทยนี่ ทำได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ กระผม คิดว่า เปึนอย่างนั้นนะครับ แต่ปลายน้ำนี่ เปึนสิ่งที่พวกเราต้องต่อยอดนะครับ ผมพูดถึง เรื่องนี้นี่ พูดของอนาคตนะครับ แล้วก็พูดถึงเรื่องสินค้าเกษตรตัวอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่เฉพาะ ยางพาราอย่างเดียว แต่ว่ายางพาราจะมีปัญหาในสามสี่ป้ข้างหน้าแน่นอน เพราะว่าใน ๕ ป้ที่ผ่านมาราคาดีนะครับ ถ้าเราไม่แก้ปัญหาในจุดนี้นะครับ ซึ่งท่านเลขายกร่างนะครับ ท่านอาจารย์สมคิด ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ว่า เรื่องพวกนี้จริง ๆ ก็อยากจะดู ไม่อยาก เสียเวลาสภานี้ ผมเองก็คิดอย่างนั้น แต่เนื่องจากว่า กระผมเห็นว่าอันนี้ เปึนวาระแห่งชาติ ที่สําคัญ ก็เลยต้องเอามาเปรียบเทียบให้สมาชิก แต่เนื่องจากว่า ตัวกระผมเองไม่ใช่เปึ้น คนนักพูด แล้วก็ไม่สามารถที่จะนําเสนอได้ดี แต่ว่าก็อยากจะให้ท่านประธานนะครับ แล้วก็ท่านสมาชิกว่า แล้วท่านกรรมาธิการยกร่าง มีโอกาสช่วยฟังให้ชัดเจนสักนิดหนึ่ง ช่วยผมตามคิดหน่อยว่า สิ่งที่ผมพูดนั้น จะเปึน ประโยชน์มากน้อยขนาดไหนนะครับ อย่างเช่น ยางพาราเรานะครับ เราส่งออก ๒ ล้าน ๗ แสนตัน แต่มูลค่าที่ว่าดีมากแล้ว ปัจจุบันนี้ห้าพันกว่าล้านยูเอส (US) (ยูเอสดอลลาร์ /US Dollar) ก็ประมาณเกือบ ๆ ๒ แสนล้านบาท แต่ว่าผลิตภัณฑ์ยางนะครับ เขาใช้ ยางพาราเพียง ในประเทศไทยนะครับ ๓ แสน ๒ หมื่นตัน มูลค่าส่งออก ไม่ลบที่ขายใน ประเทศนะครับ ไม่ได้ร่วมขายในประเทศนะครับ ๓ แสน ๒ หมื่นตัน มีส่วนหนึ่งที่ขายใน ประเทศ อีกส่วนหนึ่งนี่ส่งออกเปึนบางส่วน มีมูลค่าตั้ง ๑ แสนล้านบาท นะครับ คือ ประมาณสามพันกว่าล้านยูเอสดอลลาร์ (US dollar) นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราทำสินค้า ผลิตภัณฑ์ให้เปึ้นที่ยอมรับ แล้วก็รัฐนี่สามารถที่จะส่งเสริมนะครับ ในจุดนี้ ผมคิดว่า ที่ผ่านมาพวกเราคิดว่า สภาแห่งนี้ใช้เงินมาก ใช้เงินมาก จริง ๆ แล้วโครงการของผม อันนี้ จะเปึนการได้เงินนะครับ เพราะว่า ๑. ถ้าเรามีการขยายการส่งเสริมนะครับ พวกสินค้า ปลายน้ำนะครับ อย่างนี้นี่ เราจะมีโรงงานมากมายมหาศาล คนที่จบการศึกษาใหม่ ๆ ป้หนึ่งหลายหมื่นคนนี่ ก็จะมีงานทำนะครับ แล้วจีดีพีของประเทศก็จะเพิ่มขึ้น และเพิ่ม มูลค่านะครับ แล้วประเทศไทยนี่ เราเองจะต้องไม่เห็นนะครับ เราต้องคิดว่า ๗๕ ป้ ที่ผ่านมานะครับ ไม่มีใครคิดถึง แล้วก็ดูแลในส่วนนี้ ผมคิดว่า การส่งเสริมสินค้าเกษตรให้ มีมูลค่าเพิ่มตรงนี้นี่ ไม่ใช่แต่ยางพารา อย่างอื่นก็ได้นะครับ ทุก ๆ อย่างเลย แล้วเราจะไม่มี ปัญหาเกี่ยวกับต้องแทรกแซงป้หนึ่งหลายหมื่นล้าน หรือเปึ้นแสนล้าน แล้วเราจะไม่มี ปัญหาต้องการทุจริตบ้าง อะไรต่อมิอะไรมากมายหลายอย่างนะครับ เหล่านี้เปึ้นต้น ผมคิดว่า ในด้านของการพัฒนาวิจัย ก็สามารถที่จะต่อยอดได้นะครับ ในการที่จะพัฒนา วิจัย และก็ผมคิดว่า ทางด้านภาษีที่จะได้เข้ามานี่ เศรษฐกิจก็จะรุ่งเรื่อง ภาษีที่จะได้ กลับคืนมาสู่รัฐนี่ก็จะมีเปึ้นจำนวนมาก แล้วก็ที่สำคัญ ก็คือ เกษตรกร เกษตรกรจะไม่ถูก ว่าสินค้าตกต่ำแล้วขายราคาไม่ดีนะครับ เหมือนกับเจตนารมณ์ที่เราเขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญเลยว่า ให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงสุด อันนี้นะครับจะคล้องจองเข้าไปกันอย่าง ชัดเจนเลย กระผมคิดว่า ในข้อต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่า ประเทศไทยจะมีศักยภาพที่สุดใน อาเชียน (Asian) นี้นะครับ เพราะว่าประเทศไทยนี่มีสินค้าเกษตรมากมาย ถ้ารัฐมองออก นะครับ ในการที่จะทํา ที่ผ่านมาเราเองก็จะเห็นว่า ทุกคนก็ดูแต่การเมือง แต่ว่าด้าน เศรษฐกิจอันนี้เปึนปากท้องของประชาชน แล้วก็เปึนเรื่องที่สำคัญ กระผมคิดว่า ตัวผมเอง หรือบางท่าน อย่างท่านกฤษฎาที่บอกว่า เปึนเกษตรกรด้วย หรือท่านอภิชาต ดำดี นะครับ เปึ้นผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรดำดี เหล่านี้ จะเห็น แต่ผมคิดว่า ถ้าท่านสมาชิกลองใคร่ครวญดู ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการนะครับ ว่า ตามที่กระผมดูแล้วใน ยกร่างนะครับ ยังไม่มีเลยนะครับ ในข้อความเหล่านี้ ถ้าสมมุติว่า ไม่มี ก็ช่วยกรุณาเพิ่มใน วรรคที่ ๑๔ จะขอบพระคุณ แล้วก็เปึนประโยชน์อย่างสูง แล้วจะเปึ้นที่ประจักษ์ในอนาคต ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ จะมีผลโดยตรง แล้วก็ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่ให้โอกาส