สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

ชูชัย ศุภวงศ์ แปรรูปที่ดี ควรเป็นไปเพื่อคุ้มครองสาธารณะ กระบวนการควรโปร่งใส และมีการตรวจสอบ

นายชูชัย ศุภวงศ์ กรรมาธิการ

๑๐ หรือครับ ขอบพระคุณครับ เรื่องสําคัญนี้คงต้องใช้เวลานิดหนึ่งครับ ผมคิดว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าแปรรูปแล้วดี อย่างไร ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า ไม่แปรรูปแล้วถึงจะดี แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า สาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานนั้น อันจำเปึนต่อการดำรงชีวิตนี่ ถ้าอยู่ในมือของเอกชน จะต้องอย่าให้เกิด ความผูกขาด กระบวนการนี่ต้องโปร่งใส คําถามอยู่ที่ว่า แล้วทําไมไม่ให้ผ่านรัฐสภา ประเด็นมันอยู่แค่นี้แหละครับ ในชั้นกรรมาธิการยกร่างก็พูดกันเรื่องนี้นะครับ แต่ว่าก็คง เห็นว่า การเขียนว่า ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดการผูกขาด นั้นเพียงพอแล้ว ผมมี คำถามครับว่า ใครกันครับที่สามารถประกัน คุ้มครองว่า สิ่งที่คนไทยเปึนห่วงจะไม่เกิดขึ้น รัฐบาล คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารประเทศแต่ละยุค แต่ละสมัยที่ผ่านมานี่ ก็ทําให้เราเห็นแล้ว นะครับว่า มีการขายสมบัติของชาติ บางท่านก็พูดถึงขนาดว่า ปล้นชาติ ปล้นประชาชน แล้วผมก็เปึนห่วงว่า ระบบการเลือกตั้งในภายภาคหน้า ถ้าเรายั่งย้อนร้อยของป้ ๒๕๔๐ ก็จะนําไปสู่เผด็จการรัฐสภา แล้วเมื่อนั้นแหละครับ ทุกอย่างจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แล้วสิ่งที่ เราไม่อยากเห็นเราก็จะได้เห็นอีก ที่พูดเช่นนี้ ผมไม่ได้บอกว่า เราจะไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจ นะครับ แต่ว่า ผมอยากจะบอกว่า รัฐวิสาหกิจขณะนี้มีประมาณกว่า ๖๐ แห่ง ทรัพย์สิน ทั้งหมดรวมกันไม่น้อยกว่า ๔ ล้านล้านบาท พนักงานที่อยู่ในวงการนี้ก็กว่า ๑ ล้านคน มีงบประมาณรวมกันป้ละ ๑ ล้านล้านบาท กว่านั้นนะครับ ทํารายได้ให้กับแผ่นดินป้ละไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐวิสาหกิจ จึงเปึนขุมทรัพย์ที่มีฝูงแร้ง ในคราบของ จะเปึ้นนักเลือกตั้งก็ตาม จะเปึ้นอำมาตย์ก็ตาม หรือว่าจะเปึนกลุ่มทุนก็ตาม มารุมทึ้งกันทุกยุค ทุกสมัย ที่ผ่านมา ผมคิดว่า ถ้าเราได้วาง กรอบการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ดี เหมาะสมกับประเทศ ก็น่าที่จะทําให้เกิดความปลอดภัย มากขึ้น ผมเสนอตรงนี้ครับ ข้อที่ ๑ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจต้องเปึนไปเพื่อคุ้มครอง ประโยชน์ของสาธารณะ ข้อที่ ๒ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจต้องเปึนไป เพื่อคุ้มครองสิทธิของ ผู้บริโภค ถ้าคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคบางกลุ่ม ก็ต้องกลับไปอ่านข้อแรกครับว่า ไม่ได้ เปึนไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และประเด็นที่ ๓ นี่ ผมคิดว่า เปึนเรื่องที่สำคัญมาก คือ กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการการแปรรูปนี่ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประเมินได้ ต้องศึกษา วิเคราะห์ทางวิชาการอย่างเปึนระบบ ครบถ้วน สมบัติของชาติ สมบัติของ แผ่นดินนี่ เปึนสิ่งที่มีคุณค่า ประการที่ ๔ ข้อมูล เอกสาร รายงานของการศึกษา วิเคราะห์ ทางวิชาการ ตลอดจนผลการดำเนินงานหลังแปรรูปแล้วนี่ก็ตาม ทั้งหมดจะต้องเป่ดเผย ต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ และประการสุดท้าย เปึนข้อที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย เสนอนี่ครับ ขอความเห็นชอบจากรัฐสภานี่นะครับ เรามีรัฐสภา ทําไมเราไม่ขอความ เห็นชอบจากรัฐสภา เขาเปึ้นผู้แทนของปวงชนชาวไทยที่ดูแลทรัพย์สมบัติของชาติ ในแผ่นดินสยาม การเข้าสภานี่ ก็คือ การเป่ดเผยต่อสาธารณะนั่นเอง สาธารณชนได้รับรู้ ว่าใครไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เราทำให้สภาแห่งนี้เปึ้นสภาที่โปร่งใส หลังคาโปร่งใส กระจกโปร่งใส ประชาชนคนข้างนอกสามารถมองเข้ามาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และเห็นว่า ใครมีผลประโยชน์แอบแฝง แค่ไหน อย่างไร ผมมีประสบการณ์ตรงครับ ท่านประธานครับ เปึ้นเหตุให้ที่ผมต้องมาเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย โดยที่ไม่ได้อยากทำเลยครับ การมา เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ว่าการที่ไม่ผ่านรัฐสภา การที่ไม่มีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นที่เป่ดเผย โปร่งใสนี่ เปึนสิ่งที่รับไม่ได้ ประสบการณ์ที่ผมมี ประสบการณ์ตรง ก็คือ ผมเปึนกรรมการในมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ท่านทั้งหลายคงจำได้ดีนะครับ ท่านอาจจะ ไม่รู้ว่า กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคมีใครบ้าง แต่สิ่งที่ท่านได้รู้ ได้เห็น ก็คือ คุณสารี อ๋องสมหวัง คุณสายรุ้ง ทองปลอน หรือคุณรสนา โตสิตระกูล ไปยื่นคำฟัองต่อศาลปกครองกลางครับ ศาลปกครองสูงสุดครับ ฟัองนายกรัฐมนตรีครับ ฟัองสำนักนายกรัฐมนตรี ฟัอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อนผมเองนะครับ แล้วก็ฟัองคณะรัฐมนตรี เปึ้นผู้ถูก ฟัองที่ ๕ นะครับ เพื่อให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกา ๒ ฉบับนะครับ เปึ้นพระราชกฤษฎีกา ๒ ฉบับ ที่นำไปสู่การแปรรูปการไฟฟัาฝ์ายผลิต ซึ่งเปึนรัฐวิสาหกิจ ไปเปึนของเอกชนครับ เปึ้นบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ท่านประธานครับ การแปรรูปนี่ มันใช้เครื่องมืออันหนึ่ง คือ พรบ. ทุนรัฐวิสาหกิจ พรบ. ฉบับนี้นักวิชาการที่ทำการศึกษาวิจัย บอกว่า มีจุดอ่อน นะครับ และมีจุดอ่อนที่สำคัญ คือ ขาดการคุ้มครองประโยชน์ของสาธารณะ แต่อย่างไร ก็ตาม ผมอยากจะเรียนว่า การใช้ พรบ. ฉบับนี้ ถ้าใช้กันอย่างจิตสาธารณะ จิตใจที่ โปร่งใส เห็นแก่ชาติบ้านเมืองเปึนที่ตั้ง ก็ยังพอไปได้ครับ ใน พรบ. ฉบับนี้มีกลไกที่ทำ หน้าที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กันดังนี้ครับ มีคณะรัฐมนตรี มีคณะกรรมการนโยบายทุน รัฐวิสาหกิจ มีคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท คือ บริษัทเอกชนที่รับช่วงจาก กฟผ. นั่นแหละครับ มีคณะกรรมการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และขั้นตอน สุดท้าย คือ การออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้เปลี่ยนสถานภาพ กฟผ. ไปเปึนบริษัทของ เอกชน ชื่อบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ในทุกขั้นตอนนี่ครับ ท่านประธานครับ เพื่อน ๆ สมาชิกครับ ไปอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดสิครับ ศาลปกครองสูงสุดชี้ให้เห็น ถึงความไม่โปร่งใส ผลประโยชน์ทับซ้อน โดยรัฐบาลในยุคนั้น สมัยนั้น ส่งคนของตัวเองเข้าไปอยู่ในกลไกต่าง ๆ ที่ผมพูดเมื่อกี้ นะครับ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นทำเพียงรูปแบบ ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย สาธารณชน ไม่มีโอกาสได้รู้ข้อมูล เอกสารหลักฐานที่ครบถ้วน แต่ที่สำคัญ ท่านประธานครับ มีการโอน อำนาจมหาชนให้กับบริษัทเอกชนครับ อำนาจการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เปึนอำนาจ มหาชน ที่รัฐธรรมนูญกําหนดเอาไว้สําหรับรัฐ รัฐเท่านั้นครับ ผมไม่แปลกใจ เมื่อตอนที่ อภิปรายกัน มาตรา ๔๒ เรื่องเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์ เหตุใดเพื่อน สสร. ท่านหนึ่ง บอกว่า เพื่อกิจการของรัฐ ก็เพราะเหตุนี้นะครับ เขาเอาสมบัติของชาติไปแบ่งปันกันอย่าง ไร้ยางอายที่สุด เราจะมีหลักประกันอะไรล่ะครับ ถ้าฝ์ายบริหารกระทำการเยี่ยงนี้อีก ไม่มี หลักประกันอันใดเลยครับ ว่า ระบอบทักษิณจะไม่กลับคืนมาในชื่ออื่น ถ้ามีระบบ กระบวนการเลือกตั้งอย่างที่เรากําลังทําอยู่ อํานาจที่ได้ไปเปึนอํานาจของมหาชนครับ แต่บริษัทเอกชนกลับใช้อำนาจนั้น ในการมีมติโอนเขื่อน อ่างเก็บน้ำ จำนวน ๒๑ แห่ง โอนที่ดินที่ตั้งอยู่บริเวณเขื่อน อ่างเก็บน้ำ แล้วก็ยังจะมีการเตรียมโอนที่ดิน ซึ่งเปึ้นที่ตั้ง โรงไฟฟัากังหันก๊าซ โรงไฟฟัาพลังน้ำ ในท้องที่อำเภอบางปะกง และกำลังจะโอนสิทธิ เหนือพื้นดิน เกี่ยวกับพลังไฟฟัา ระบบการส่งไฟฟัา ระบบสายส่งไฟฟัา และทรัพย์สินอื่น ๆ โครงข่ายทั่วประเทศครับ ท่านประธาน ศาลปกครองสูงสุดนี่นะครับ