สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเรื่องการแปรรูปของรัฐวิสาหกิจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของรัฐในการจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และไม่ให้สาธารณูปโภคเหล่านี้ตกอยู่ในความผูกขาดของเอกชน และควรตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ ในฐานะผู้ขอแปรญัตติ มาตรา ๘๓ (๑๑) ครับ กราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ข้อความเดิม ตามที่ท่านกรรมาธิการยกร่างได้กรุณายกร่าง ไว้นั้น ได้บัญญัติไว้ว่า (๑๑) จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึ้นต่อการดำรงชีวิต ของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐในทางเศรษฐกิจ และต้องใช้ ความระมัดระวังในการกระทำอันอาจทำให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึ้นต่อการ ดำรงชีวิตของประชาชนอยู่ในความผูกขาดของเอกชน อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย กับรัฐ เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เมื่อเขียนไว้อย่างนี้นี่ แสดงให้เห็นถึงนโยบายที่ ไม่ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ หมวดนี้เปึนหมวดที่ว่าด้วยเรื่องของนโยบายทาง เศรษฐกิจ การที่ (๑๑) เขียนไว้ โดยใช้ถ้อยคำว่า ต้องใช้ความระมัดระวังในการกระทำ การใดอันอาจให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอยู่ในความ ผูกขาดของเอกชน มันเกิดคำถามขึ้นมาทันที ท่านประธาน ว่า เอาอะไรมาเปึนตัววัด เอาอะไรมาเปึนตัวจับ ครับว่า การที่จะทำให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนตกอยู่ในความผูกขาดของ เอกชนนั้นนี่ รัฐใช้ความระมัดระวังแล้ว มันไม่มีมาตรฐานในการตรวจจับ ท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่เรากําลังพูดกันถึงใน (๑๑) นี้นี่ เรากําลังพูดถึงเรื่องของ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ในเมื่อ (๑๑) เริ่มต้น เราก็พูดถึงหน้าที่ของรัฐในการที่ต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึ้นต่อการ ดำรงชีวิตของประชาชน ท่านครับ ทำไมเราไม่ให้หลักประกันกับพี่น้องประชาชนเลย ล่ะครับว่า สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชนนั้นนี่ รัฐจะ ให้หลักประกันกับพี่น้องประชาชนว่า รัฐจะต้องไม่กระทำการใด อันอาจทำให้ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชนตกไปอยู่ในความ ผูกขาดของเอกชน เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลดังที่ผมกราบเรียนนี่ ผมจึงได้ขอแปรญัตติว่า รัฐจะต้องไม่กระทำการใด อันอาจทำให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึ้นต่อการ ดำรงชีวิตของประชาชนตกอยู่ในความผูกขาดของเอกชน ที่ผมแปรรูปตรงนี้นี่ ท่านประธาน ก็คือ เพื่อที่จะตอกย้ำ และยืนยันนโยบายของรัฐในทางเศรษฐกิจว่า เมื่อเรา พูดถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชนแล้ว รัฐจะต้อง ไม่กระทำการอันใด อันอาจทำให้สาธารณูปโภคเหล่านั้นตกอยู่ในความผูกขาดของเอกชน เปึ้นหลักการสำคัญก่อน พอผมพูดมาถึงตรงนี้ ท่านประธาน หลายท่านอาจจะโต้แย้ง ผมว่า เขียนอย่างนี้เท่ากับป่ดกั้นเรื่องของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ผมต้องขอกราบเรียนว่า คนละเรื่องเลยครับ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชน กับเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้น คนละเรื่อง คนละเรื่องอย่างไรครับ ท่านประธาน เรื่องของการแปรรูป ก็คือ เรื่องของการระดมทุน เมื่อเราพูดถึงเรื่องของการระดมทุน นั่นหมายถึงว่า เรากำลังทำเรื่องของการธุรกิจ เรากำลังทำการแข่งขันเรื่องการค้า มิใช่การ แข่งขัน หรือการพัฒนาสาธารณูปโภคที่จําเปึนต่อการดํารงชีวิตต่อประชาชนให้ดีขึ้น ถ้ารัฐ มีเจตจำนงในการที่จะพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเปึนต่อการดำรงชีวิตของ ประชาชนให้ดีขึ้น นั่นหมายถึงว่า ปรัชญาของการแปรรูปนั้น ก็คือ ปรัชญาของการนำไปสู่ การกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน แต่แนวคิดหรือปรัชญาของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ มีแนวคิดมาจากการที่จะทำให้กิจการของรัฐไม่ต้องตกอยู่ในภาระของรัฐอีกต่อไป นั่นคือ ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือ แนวคิดของการที่จะแปลงสินทรัพย์เปึ้นทุน เอาทุน ของรัฐ เอาสินทรัพย์ของรัฐมาแปลงเปึนทุน เพื่อที่จะพัฒนาแหล่งเงินทุน เพื่อที่จะเปึนการ ระดมทุน แล้วท้ายที่สุด ก็คือ เอากิจการที่มีการแปรรูปนั้น เข้าไปสู่ในตลาดทุนหรือ ตลาดหุ้น ผมเรียนครับว่า ผมมิได้เปึนคนที่ปฏิเสธแนวคิดในเรื่องของการแปรรูป รัฐวิสาหกิจ ไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดในเรื่องของการที่จะแปลงสินทรัพย์เปึ้นทุน แต่ผมกำลังจะ กราบเรียนว่า เรื่องของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้นนี่ เราต้องแบ่งประเภทของรัฐวิสาหกิจที่ จะแปรรูป เรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความจำเปึน ดังเช่นที่เราเขียนอยู่ใน (๑๑) ก็คือ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แล้วไม่ใช่แต่เพียงเปึ้นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเท่านั้น เราต่อกย้ำ ลงไปอีกครับ ท่านประธานว่า จะต้องเปึนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเปึนต่อการ ดำรงชีวิตของประชาชน ตรงนี้คือสิ่งที่มีความจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชน เราจึง มีความจําเปึ้นที่จะต้องเขียนให้ชัดเจนว่า นโยบายในเรื่องนี้ของรัฐต้องชัดเจนครับ ไม่ใช่ใช้ คําว่า ระมัดระวังในการกระทําที่จะไม่ให้สาธารณูปโภคเหล่านั้นไปอยู่ในความผูกขาดของ เอกชน อย่างนี้ท่านแปรรูปได้ตลอด อย่างนี้ท่านเปลี่ยนแปลงได้ตลอด อย่างนี้ท่านทำให้ สาธารณูปโภคที่พี่น้องประชาชนมีความจำเปึนในการดำรงชีวิตตกไปอยู่ในความผูกขาด ของเอกชนได้ตลอด เพียงแค่ท่านอธิบายว่า ท่านใช้ความระมัดระวังแล้ว ซึ่งผมเห็นว่า เปึ้นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แล้วเขียนหนังสือ เขียนนโยบายแบบนี้ ผมว่าเปึนการตบตา ประชาชน – สิ่งที่เราจะต้องทำให้ชัดเจน ก็คือ ต้องบอกพี่น้องประชาชนเลยว่า สาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานที่มีความจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน รัฐต้องให้หลักประกัน นอกเหนือจากนี้ ถ้าเปึนกิจการของรัฐที่ไม่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคที่จำเปึนต่อการ ดำรงชีวิตของประชาชน ผมไม่ได้ป่ดกั้น ผมไม่ได้ป่ดกั้นในเรื่องแนวคิดของการแปรรูป รัฐวิสาหกิจ นั่นคือ ประเด็นสำคัญ ที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน นอกจากนี้ แล้ว ถ้าท่านประธานดูสิ่งที่ผมแปรญัตตินะครับ ท่านประธานครับ ประโยคสุดท้ายของ วงเล็บนี้ ผมก็ยังได้เพิ่มความผ่อนคลายให้ โดยผมเพิ่มเติมข้อความว่า เว้นแต่จะได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ท่านประธานจะเห็นเลยนะครับว่า ผมไม่ได้ป่ดกั้น ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในการที่จะแปรรูป แม้ว่าเปึนกิจการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน ถ้ามีความจำเปึ้นจริง ๆ ท่านประธาน สิ่งที่ผมขอแปรญัตติไว้ ผมก็เป่ดช่องทาง ออกให้ เพียงแต่ขอให้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน ถามว่า ทําไมต้องมีข้อความ อย่างนี้ ก็ต้องกราบเรียนว่า ที่ผ่านมาเราได้รับบทเรียนพอสมควรในเรื่องของการแปรรูป รัฐวิสาหกิจที่มีความจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน อย่างน้อยที่สุดเราได้รับ บทเรียนเกี่ยวกับรูปแบบ และวิธีการในการแปรรูปจากผู้บริหารสมัยก่อน ที่ทำได้โดยเพียง ฝ์ายบริหารฝ์ายเดียว นั่นคือ อาศัยมติ ครม. แล้วไปออกเปึนพระราชกฤษฎีกา โดยอาศัย อํานาจจากบทบัญญัติในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายกลางฉบับเดียว เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่า ถ้าเรามีความจำเปึ้นที่จะต้องแปรรูป มาผ่านรัฐสภา ให้ฝ์าย นิติบัญญัติทำหน้าที่ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง ก็จะยิ่งเปึนการเพิ่มหลักประกันให้กับพี่น้อง ประชาชน แล้วท้ายที่สุดไปด้วยกันได้ทั้ง ๒ ฝ์าย คือ ถ้ามีความจำเปึ้นจริง ๆ ในการที่ต้อง แปรรูป ให้รัฐสภาเห็นชอบก่อนครับ ขอบพระคุณครับ