คมสัน โพธิ์คง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรา 83 (11) ในรัฐธรรมนูญ โดยมีใจความว่า มาตรานี้กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของประชาชน แต่กระบวนการในการแปรรูปสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ในกฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 นั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและไม่ได้ไปศึกษาถึงประเทศที่ประสบความสำเร็จและความล้มเหลวในการแปรรูปสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม คมสั้น โพธิ์คง กรรมาธิการเสียงข้างน้อย และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ในประเด็นของมาตรา ๘๓ (๑๑) นะครับ ซึ่งเปึ้นเรื่องของการที่รัฐต้องจัดสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานอันจำเปึนแก่การดำรงชีวิตของประชาชน เพื่อประโยชน์ในความมั่นคงของรัฐ ในทางเศรษฐกิจนะครับ ในประเด็นนี้นะครับ เปึนหน้าที่ของรัฐที่ต้องดำเนินการจัด สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนนะครับ อันได้แก่ เรื่องของไฟฟัา ประปานะครับ ประชาชนจะดำรงชีพอยู่ได้นะครับ ก็โดยสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเหล่านี้นะครับ ซึ่งเปึน ทรัพย์สินของรัฐนะครับ ในปัญหาที่ต้องขอสงวนความเห็นในเรื่องมาตรานี้ ก็คือว่า ในข้อความที่กรรมาธิการได้วางหลักการไว้ ก็คือ จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อันจำเปึนแก่การดำรงชีวิตของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ในทางเศรษฐกิจนะครับ และต้องใช้ความระมัดระวังในการกระทำใด อันอาจทำให้ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชน อยู่ในความผูกขาด ของเอกชน อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ข้อความใน (๑๑) ตามที่กรรมาธิการได้วาง หลักการไว้นะครับ หมายความว่า ในเรื่องของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนั้น สามารถ แปรรูปรัฐวิสาหกิจได้ทุกอย่าง ทุกประการนะครับ ซึ่งกระผมไม่เห็นพ้องด้วยกับหลักการ ดังกล่าวนะครับ เนื่องจากว่า ในอดีตที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยนี้ ได้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เกิดขึ้นโดยพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ นะครับ ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าว นี่นะครับ ก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ มากกว่า ก่อให้เกิดผลดีนะครับ เพราะว่าในกระบวนการต่าง ๆ นี่ ที่เกิดจากการทำกฎหมายทุน รัฐวิสาหกิจดังกล่าวนี่ มีปัญหาเรื่องการขาดการศึกษาวิเคราะห์อย่างเปึ้นระบบ แล้วก็ ไม่ได้ไปศึกษาถึงประเทศที่ประสบความสําเร็จและความล้มเหลวนะครับ ในการแปรรูป รัฐวิสาหกิจ ในหลายประเทศที่มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจออกไปนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกิจการที่เปึนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนั้น หลายประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ อย่างมากมาย อย่างเช่น ประเทศในแถบลาตินอเมริกานะครับ ซึ่งทำให้ประชาชนนั้น ดำรงชีวิตด้วยความยากลำบากในการใช้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐได้จัดทำขึ้น แต่ได้ แปรรูปไปสู่เอกชนนะครับ นอกจากนี้ เนื้อหาของกระบวนการในการแปรรูปตามกฎหมาย ทุนรัฐวิสาหกิจนี่มีปัญหาบางประการนะครับ ที่เอื้อประโยชน์แก่ฝ์ายการเมือง ในการที่จะ เลือกรัฐวิสาหกิจใดนะครับ ในการที่จะมาทําการแปรรูปได้ โดยไม่ผ่านกระบวนการของ รัฐสภานะครับ ซึ่งหลักการดังกล่าวนี่ ได้วางหลักการให้คณะรัฐมนตรีนี่ เปึ้นผู้เลือก รัฐวิสาหกิจทำการแปรรูป โดยกระบวนการที่ออกเปึนพระราชกฤษฎีกานะครับ และใช้ พระราชกฤษฎีกานั้นตามกฎหมายดังกล่าว ในการที่ไปยกเลิกพระราชบัญญัตินะครับ หรือกำหนดให้พระราชบัญญัตินั้นสิ้นผลลง กระผมมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า หลักการ ดังกล่าวทำลายหลักกฎหมายนะครับ ที่สำคัญประการหนึ่ง ก็คือ เรื่องของลำดับศักดิ์ของ กฎหมาย ที่เรียกว่า ไฮราร์ชี (Hierarchy) ของกฎหมาย โดยให้กฎหมายที่มีสถานะต่ำกว่า นั้น มาอยู่ในฐานะที่กำหนดความอยู่หรือไปของพระราชบัญญัตินะครับ ผมคิดว่า หลักการตรงนี้เปึนหลักการที่ไม่ถูกต้องนะครับ นอกจากนี้นะครับ เมื่อไปพิจารณาถึงกฎหมายว่าด้วยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในประเทศ ต่าง ๆ แล้วนี่ ก็จะพบว่า กระบวนการในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหลายประเทศนะครับ ถึงแม้จะวางหลักการว่า การแปรรูปเปึนตามนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะเลือก รัฐวิสาหกิจในการแปรรูปก็ตาม แต่ว่า การที่จะดําเนินการแปรรูปได้นั้น ตามกฎหมายของ ประเทศเหล่านั้น จะกําหนดให้ต้องมีการจัดทําแผน มีการศึกษาวิจัย มีคณะกรรมการ จัดทํารายงาน แล้วข้อสําคัญก็คือว่า กระบวนการของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในแต่ละ แห่งนั้น จะต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภาในการตราเปึนกฎหมายออกมา กระผมขอ ยกตัวอย่างของประเทศอังกฤษนะครับ ในการที่แปรรูปรัฐวิสาหกิจในแต่ละแห่งนั้น ตราเปึนพระราชบัญญัติในแต่ละเรื่อง หรือประเทศญี่ปุ์นนี่ ที่ได้แปรรัฐวิสาหกิจไป ๔ ถึง ๕ แห่งนั้นนะครับ อันได้แก่ ในเรื่องของการไปรษณีย์ การไปรษณีย์ของญี่ปุ์น ซึ่งกฎหมายไปรษณีย์นี่เข้าไป แล้วจนถึงขนาดทำให้เกิดการยุบสภาขึ้นในประเทศญี่ปุ์น นี่นะครับ ก็ต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภาในการตราเปึนกฎหมายระดับ พระราชบัญญัติทั้งสิ้น หรือแม้แต่ในเรื่องของกิจการ ในเรื่องของโทรคมนาคม หรือกิจการ ในเรื่องของรถไฟของญี่ปุ์นเอง ก็แปรโดยกระบวนการที่ตราเปึนพระราชบัญญัติ มีประเทศฝรั่งเศสประเทศเดียวครับ ท่านประธานครับ ที่ว่างหลักการกฎหมายกลาง ในการที่จะแปรรูป แต่ก็ไม่ได้วางแบบประเทศไทย ประเทศไทยนี่นะครับ วางหลักการ กฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยยกกระบวนการแบบเหมาโหล คือ ออกพระราชบัญญัติ ๑ ฉบับ เท่ากับยกเลิกรัฐวิสาหกิจได้ทุกฉบับ โดยให้ ครม. ไปกำหนด ว่า จะเลิกเมื่อไร ซึ่งในประเทศของต่างประเทศที่วางหลักกฎหมายกลางนี่นะครับ เขาวาง หลักกฎหมายกลางไว้ ที่สําคัญ ก็คือว่า ถึงแม้จะให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้ แต่รัฐวิสาหกิจบางประเภทห้ามมิให้แปรรูปโดยเด็ดขาด ๑. ก็คือ ในเรื่องของบริการ สาธารณะระดับชาติ ๒. กิจการที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ซึ่งหลักการเหล่านี้นะครับ เขาทำบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจว่า รัฐวิสาหกิจใด ห้ามแปรรูป และรัฐวิสาหกิจใดแปรรูปได้นะครับ ซึ่งหลักการเหล่านี้ ผมคิดว่า ในประเด็น เหล่านี้นี่นะครับ ส่งปัญหาผลกระทบต่อกระบวนการตามกฎหมายของประเทศไทย อย่างมาก นอกจากนี้นะครับ ปัญหาในปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการแปรรูปไปนี่ ปรากฏข้อเท็จจริงบางประการว่า ผลประโยชน์ หรือผลกำไรที่ได้นั้นนะครับ จำนวนหนึ่ง นั้นนะครับ ซึ่งเดิมตกเปึนของรัฐ กลับตกเปึนของภาคเอกชนเปึนบางรายที่เข้ามาทำการ ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ในกิจการที่มีการแปรรูปและกระจายหุ้นไปในตลาด หลักทรัพย์ โดยทั่วไป ในการที่จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจในประเทศต่าง ๆ เขาวางหลักการ สําคัญ ที่สําคัญอันนี้ครับ ท่านประธานครับ อันหนึ่ง ก็คือว่า จะเปึนการลดภาระของรัฐ นะครับ ในการใช้จ่ายงบประมาณที่จะต้องมาอุดหนุนรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้นกิจการใด ของรัฐที่เปึนรัฐวิสาหกิจ และมีปัญหาที่รัฐจะต้องดำเนินการอุดหนุนนี่นะครับ ก็หมายความว่า รัฐนั้นสมควรจะให้เอกชนเข้ามาร่วมดําเนินการ แต่ไม่รวมถึงเรื่องกิจการ บริการสาธารณะระดับชาติ เช่น ไฟฟัา การพลังงานบางประการ หรือว่าในเรื่องของ ประปา เพราะฉะนั้นนี่นะครับ การแปรรูปที่ผ่านมาของประเทศไทยนี่ กลายเปึนว่ากิจการ ที่มีปัญหาในเรื่องของการที่จะต้องดำเนินการ ที่รัฐจะต้องสนับสนุนในเชิงงบประมาณ ให้กับรัฐวิสาหกิจอันนั้นน่ะ ยังไม่ถูกดําเนินการแปรรูปก็มี แต่รัฐวิสาหกิจที่ถูกแปรรูป กลับกลายเปึนรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรอยู่เดิม และไม่ต้องพึ่งพาในเรื่องของเงินสนับสนุนจาก รัฐในจำนวนมากมายนัก ผมคิดว่า ในประเด็นตรงนี้นะครับ เพื่อวางหลักการสำคัญ นะครับ ว่า สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานนี่ ซึ่งจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชนนั้น จะมี หลักประกันได้ว่า ประชาชนสามารถได้รับการคุ้มครองในการที่จะใช้สาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานอย่างเปึ้นธรรม ผมคิดว่า คงต้องมีหลักการที่สำคัญตรงนี้ไว้ว่า การที่รัฐมีหน้าที่ จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึนแก่การดำรงชีวิตของประชาชนนั้น รัฐต้องมี หน้าที่ในเชิงของการคุ้มครองให้ประชาชนนั้น ได้รับประโยชน์นั้น และไม่สามารถที่จะ นําไปให้เอกชนนะครับ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภานั้น จะกระทําไม่ได้ กระผม จึงขอสงวนความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่า ในประเด็นเรื่องของการที่จะแก้ไขใน (๑๑) นะครับ จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึนแก่การดำรงชีวิตของประชาชน เพื่อประโยชน์ ในการรักษาความมั่นคงของรัฐในทางเศรษฐกิจ การดำเนินการใดเพื่อให้สาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานอันจำเปึนแก่การดำรงชีวิตของประชาชนตกเปึนของเอกชนจะกระทำมิได้ เว้นจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของรัฐสภา และต้องใช้ความระมัดระวังในการกระทําใด อันทํา ให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเปึนต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอยู่ในความผูกขาด ของเอกชน อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ท่านประธานครับ อันนี้ก็เปึนข้อความที่ได้ขอ สงวนข้อความที่ให้เพิ่มเติมในหลักการดังกล่าวไว้ เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ