เศวต์ ทินกูล หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 68 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มผู้นำทหารเข้าไปในรายการที่มีสิทธิในการต่อต้านการกระทำที่กระทบต่อระบอบประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่มีระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง และศีลธรรมไม่ได้เกิดขึ้น
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เศวต ทินกูล นะครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จังหวัดนครพนม ครับ ผมทำหน้าที่แปรญัตติของท่านพิเชียร ครับ ผมเปึ้นผู้เสนอญัตตินี้นะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๖๘ วรรคสอง ที่ผมขอแปรญัตตินั้น ให้เพิ่มคําว่า ผู้นําสามเหล่าทัพ เข้าไปจากร่างแรกนะครับ เพราะสืบเนื่องมาจาก มาตรา ๖๗ ที่เราพูดถึงเรื่องบุคคลไม่สามารถใช้สิทธิในการล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขตามรัฐธรรมนูญ ที่เราพูดไปเมื่อสักครู่นี้ครับ มาตรา ๖๘ ก็เปึนมาตราที่สืบเนื่องมาจากมาตรา ๖๗ นะครับ ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านการกระทําที่กล่าวข้างต้นนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อบุคคล มีสิทธิในการต่อต้านแล้ว วิถีทางที่ไม่เปึนประชาธิปไตยนั้น ตามบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นั้น มันก็มีเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องของวิกฤติชาติ ซึ่งร่างแรกคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้นําเสนอมาแล้ว โดยนําเอาผู้นําประเทศ เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๒ องค์กรนะครับ และผมก็เติมคําว่า ผู้นําสามเหล่าทัพไปด้วย นะครับ สาเหตุก็คือว่า มันเกิดวิกฤติหลายครั้งในประเทศไทย ครั้งแล้วครั้งเล่า วันนี้ก็ยัง เกิดอยู่ อ้างเรื่องกฎหมาย อ้างเรื่องการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องตามหลักนิติธรรม นำไปสู่การ ใช้อัตตาธิปไตย นำไปสู่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้อง น้ำไปสู่กระบวนการที่จะทำให้บ้านเมืองลุกเปึนไฟ เกิดจุลาจลนะครับ เหตุผล ในร่างแรกนั้นมันดีแล้วครับ เพราะว่าเปึนการประคับประคองประชาธิปไตยให้เดินหน้า ต่อไปได้นะครับ มันเปึนการประคับประคองนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าอย่างนี้นะครับ เราต้องตั้งคำถามว่า มันใกล้จะวิสัญญีกลี้ยุคแล้วนะครับ ผมจะถามท่านประธานไปยัง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเพื่อนสมาชิกว่า ทําไมตั้งแต่การเปลี่ยนแปลง การปกครองมา ๗๕ ป้ ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงยังไม่เกิดครับ ทําไมความเปึ้น เมืองพุทธศาสนาจึงไม่สามารถสถาปนาศีลธรรมขึ้นมาได้ ทําไมพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัส สอนเรื่องความดีมาตลอดรัชกาล ศีลธรรมก็ไม่เกิดครับ ทําไมท่านพุทธทาสภิกขุเผยแพร่ ธรรมะอย่างมหาศาล และเรียกร้องให้ศีลธรรมกลับคืนมา ศีลธรรมก็ไม่กลับคืนมาครับ แต่กลับเลวลงอีกครับ ทำไมพระพรหมคุณากรณ์ รจนาพุทธธรรมไว้เปึนอย่างดี ศีลธรรม ก็ไม่มีที่ท่าว่าดีขึ้นครับ ทําไมการเมืองไม่สามารถนําสิ่งดีงามสู่บ้านเมือง ตรงกันข้าม มีความขัดแย้งรุนแรง และนำไปสู่การนองเลือดหลายครั้งหลายหน รวมทั้งความแตกแยก ในปัจจุบันที่เราเห็นอยู่ ซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรง น้องเลือด ขั้นวิสัญญีกลี้ยุค ท่าน ประธานครับ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ เคารพครับ ขอท่านได้โปรดพิจารณา องค์กรนี้มิได้เปึนองค์กรที่ใช้อำนาจแต่อย่างใด หากแต่เปึ้นองค์กรผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านของเมือง สิ่งที่กล่าวข้างต้น ที่ผมนำเรียนข้างต้น ไว้ในร่างแรกนั้น ก็เปึ้นผู้หลักผู้ใหญ่ หลักบ้านหลักเมืองทั้งสิ้น การที่มีการชุมนุมกัน หา ความคิดเห็นกัน เพราะแต่ละท่านย่อมมีองค์ความรู้ที่แตกต่างกัน คนละมิติครับ มิติของ ศาลก็มีมิติด้านกฎหมาย มิติของทหารก็การสู้รบ ความมั่นคง มิติของสภาผู้แทนราษฎรก็ดี วุฒิสภาก็ดี ก็เปึนมิติของกลั่นกรองกฎหมาย ทุกท่านที่กล่าวข้างต้นย่อมมีวุฒิภาวะอัน ควรยิ่งแก่ชาติบ้านเมืองแล้ว เมื่อมาถึงทางตัน เมื่อมาถึงเหตุการณ์คับขั้นกลี้ยุค เราจะ ปล่อยให้บ้านเมืองล่มสลายไปต่อหน้าต่อตาหรือครับ คนเหล่านี้เปึ้นที่ยอมรับของบ้าน และสังคมมาตลอด การที่ท่านได้มาพูดคุยกัน หาทางออก ปรึกษาหารือกัน ท่านก็จะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ ปัญหาต่าง ๆ ในข้อกฎหมายก็ดี ข้อความมั่นคง หรือ ข้ออื่น ๆ ก็ดี และไปสู่กระบวนการหาทางออก เพราะว่าเราก็มีขบวนการสื่อสารมวลชน ขบวนการพี่น้องประชนรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ อยู่แล้ว สถานการณ์ก็จะคลี่คล้าย เปึน การชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนคนทั่วประเทศได้เข้าใจถึงเหตุการณ์ว่า ควรจะเปึนอย่างไร อะไรแบบไหน ความเย็นก็จะเกิดขึ้นทั่วหล้าครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เปึนมาตราที่ บอกว่าจะต้องให้องค์กรเหล่านี้ไปบังคับกะเกณฑ์รัฐบาล ไม่ใช่ครับ แต่เปึ้นสิ่งที่ดีงาม เปึ้นทางออกของสังคมไทย แบบไทย ๆ ที่คนไทยพูดกันได้ และนำไปสู่ความสำเร็จในการ เดินหน้าประชาธิปไตย ในการสร้างชาติแปลงเมืองต่อไป ผมขอกราบขอบคุณ ณ โอกาส นี้ครับ ขอบคุณครับ