สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐

ประพันธ์ นัยโกวิท หารือเรื่องร่างมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง และเสนอให้เพิ่มระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจาก 5 ปี เป็น 10 ปี

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ สำหรับ ร่างมาตรา ๖๗ ที่มีท่านกรรมาธิการขอแปรญัตตินี้ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า โดยทั่วไปแล้ว มาตรา ๖๗ นี่ เปึนถ้อยคําเดิมในมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ มาตรานี้นี่ เดิมมีคนคิดว่า ไม่มีที่ใช้ เปึ้นสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ คิดว่า เขียนไปอย่างนั้น ไม่มีประโยชน์นะครับ แต่ปรากฏว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านทำให้ มาตรานี้มีประโยชน์ มีที่ใช้ อย่างที่ท่านได้กราบเรียนที่ประชุมไปแล้ว ในร่างมาตรา ๖๗ นี้ นะครับ ที่ท่านกรุณาเติมถ้อยคำเอาไว้ว่า เพิ่มถ้อยคำในวรรคหนึ่งนะครับ ว่า ทุจริต การเลือกตั้ง นะครับ อันนี้เปึ้นสิ่งที่กรรมาธิการเห็นด้วยนะครับ ถ้าหากว่า การเลือกตั้ง นี่นะครับ ยังคงสภาพซื้อสิทธิขายเสียงอยู่เช่นเดิมนี่นะครับ การเมือง การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยนี่ คงไม่สามารถพัฒนาได้นะครับ สิ่งที่ท่านเสนอนี่ ตรงกับ ความเห็นของกรรมาธิการนะครับ แต่ถ้าหากว่า จะใส่เอาไว้ในวรรคหนึ่ง ตามที่ท่านเสนอ นี่ ก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะสมเกี่ยวกับที่ ที่จะบัญญัตินะครับ โดยเหตุนี้ กรรมาธิการถึงได้ไป บัญญัติในรายละเอียดต่อไปอีกนะครับ ในมาตรา ๒๓๑/๑ นะครับ ซึ่งบัญญัติว่า ผู้สมัคร รับเลือกตั้งผู้ใดจะทําการ ก่อ หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทําการอันเปึนการฝ์าฝ๋น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการ ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งทําให้ การเลือกตั้งมิได้เปึนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้กระทำตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการ ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา นะครับ กรรมาธิการถึงได้ไปเพิ่มเติมไว้ในมาตรา ๒๓๑/๑ เพื่อให้ ครอบคลุมยิ่งขึ้นนะครับ สำหรับในมาตรา ๖๗ ที่วรรคหนึ่งนี่ ก็คงเอาไว้ เพื่อให้เปึ้นหลัก ทั่วไปนะครับ ว่า การปกปัองพิทักษ์รัฐธรรมนูญนี่ก็สามารถดำเนินการได้นะครับ การ ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศด้วยวิธีการซึ่งมิได้เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญนี้นะครับ ถ้อยคํานี้ นอกจากจะมีบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญนี้แล้ว ยังมีบัญญัติ อยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนะครับ ในมาตรา ๖๖ ซึ่ง ท่านก็พอทราบแล้วว่า เปึ้นเหตุที่มาของการยุบพรรคที่ผ่านมา โดยการดำเนินการใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนี่ เปึนหน้าที่ของนายทะเบียน นะครับ ที่จะเสนอไปที่อัยการสูงสุด ฉะนั้น มาตรา ๖๗ นี้ และพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งนี่ ก็จะมีส่วนในการถ่วงดุลกันนะครับ ถ้านายทะเบียนไม่ดำเนินการ ตามมาตรา ๖๖ ๖๗ อัยการสูงสุดก็ดำเนินการได้ ตามมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าอัยการสูงสุดไม่ดําเนินการ ตามมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ นายทะเบียนพรรคการเมืองก็สามารถไปดำเนินการได้ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ฉะนั้น ในหลักการแล้ว ที่ท่านเติมถ้อยคำว่า การทุจริตการเลือกตั้ง กรรมาธิการเห็นด้วยครับ และได้พยายาม ไปเขียนปรับให้ชัดเจนขึ้นนะครับ ในร่างมาตรา ๒๓๑/๑ ครับ สำหรับ ท่านผู้แปรญัตติอีกท่านหนึ่งนะครับ ที่ขอแก้ไขถ้อยคํา จากคําว่า ผู้รู้เห็น เปึน ทราบ นี่นะครับ กระผมใคร่จะขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในมาตรา ๖๗ นี่นะครับ เหตุที่เกิดการกระทำอันนี้ นำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้นะครับ ซึ่งเปึนกรณีค่อนข้าง จะมีความร้ายแรง การแก้จาก ผู้รู้เห็น เปึน ทราบ มันทำให้น้ำหนักของถ้อยคำนี้อ่อนลงมา นะครับ จากที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ตามที่ท่านเสนอข้อมูลไป ท่านไม่ได้เพียงทราบธรรมดานะครับ ถ้าทราบธรรมดา บอกว่า รู้จากหนังสือพิมพ์ แต่ท่านมีข้อมูลครับ ท่านมีเอกสาร อันนั้น ถึงเปึ้นเหตุที่ให้ทางอัยการสูงสุด เขาตั้งคณะทำงานสืบสวน สอบสวนต่อไปครับ ฉะนั้น กระผมคิดว่า ในเรื่องของถ้อยคำ ถ้าคงไว้ตามเดิมนี่นะครับ ก็จะมีความชัดเจนนะครับ สําหรับที่กรรมาธิการอีกท่านหนึ่ง ขอแก้จาก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนะครับ จาก ๕ ป้ เปึน ๑๐ ป้ นี่นะครับ การเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง ๕ ป้ นี่นะครับ ในร่างมาตรา ๖๗ สอดคล้องกับในร่างมาตรา ๒๓๑/๑ นะครับ คือ เปึนบทบัญญัติทั่วไปครับว่า ถ้ามีการกระทำในลักษณะอย่างนี้นี่นะครับ ถ้ามีการ ยุบพรรคการเมือง ก็จะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค ๕ ป้ นะครับ แต่ถ้าการกระทำอันนั้นนี่นะครับ มีหลักฐานว่า เปึนการกระทำความผิดอาญา มีการดำเนินคดีอาญา อย่างเช่น เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงนี่นะครับ ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. หรือ สว. นี่นะครับ ถ้าหากมีการลงโทษ ทางอาญาในเรื่องนั้นแล้ว การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจะเปึ้น ๑๐ ป้ นะครับ ฉะนั้น ที่บัญญัติไว้ ๕ ป้ นะครับ ในร่างมาตรา ๖๗ นี้ คิดว่า มีความเหมาะสมแล้วครับ ขอบพระคุณครับ