สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐

วิชา มหาคุณ หารือเรื่องกระบวนการยุติธรรมโดยประชาชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมาย และส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมแบบเบ็ดเสร็จ โดยเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือทางกฎหมายไม่ใช่เพียงการจัดให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือจากตัวทนายความ แต่ต้องมีการจัดให้ประชาชนมีความรู้ทางด้านกฎหมาย และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตัวเอง

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม วิชา มหาคุณ สำหรับประเด็นแรกที่ท่านอาจารย์สวิ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม นะครับ ที่ท่านได้มีความกังวลในเรื่องของประชาชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราได้เคยใส่ไว้ใน (๓) แล้วก็ได้เอามาตัด มารวมไว้ใน (๑) เพื่อให้มันกระชับขึ้น แล้วเหตุ ที่ตัดแล้วให้มันกระชับขึ้น ก็จะขยายขอบเขตของการให้ประชาชนมีส่วนร่วม กล่าวคือ อะไรครับ คือว่า ทําให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติและการบังคับการให้ เปึ้นไปตามกฎหมายด้วย เพราะมันไปอยู่ตรงท้ายนะครับ นอกจากนี้ ยังมีส่วนร่วมในการ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายด้วย ที่ในกระบวนการนั้นนะครับ รวมทั้งในเรื่องของการ ดำเนินงานของประชาชนเองนะครับ ที่จะมีส่วนร่วม ของตัวเองด้วย ซึ่งระบบนี้เราเรียกว่า คอมมูนิตี จัสติซ (Community justice) ก็คือ กระบวนการยุติธรรมโดยชุมชน ซึ่งก็จะไป สอดคล้องกับหลักการในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อยู่ในส่วนอีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะนะครับ หลักการอันนี้ เราจะเห็นได้ว่า ครอบคลุมไปถึง รีสต่อเรทีฟ จัสติซ (Restorative justice) ก็คือ กระบวนการยุติธรรมแบบสมานฉันท์ก็ดี หรือกระบวนการ ไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาท ซึ่งอาศัยประชาชนเปึนพื้นฐานก็ดี เหล่านี้ จะรวมอยู่ในกระบวนการนี้ทั้งหมด เราเรียกว่า เปึนกระบวนการยุติธรรมแบบ เบ็ดเสร็จที่ถือหลักการกระบวนการยุติธรรมโดยประชาชนเปึนพื้นฐาน โดยที่ไม่ยึดหลัก ของกระบวนการยุติธรรมที่มาจากรัฐเปึนหลักอีกต่อไป คือ รัฐก็ต้องจัดให้ด้วย ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

สำหรับประเด็นที่ ๒ ซึ่งท่านอาจารย์สุรชัย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ที่ท่านเปึนกังวล แล้วก็อยากจะให้ประชาชนได้รับความ ช่วยเหลือทางด้านกฎหมายอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้เอง สภาทนายความก็ได้รับดูแลในเรื่อง เหล่านี้ รวมทั้งเนติบัณฑิตย์สภานะครับ ก็มีส่วนนี้อยู่ แล้วก็ได้รับงบประมาณโดยตรง จากกระทรวงยุติธรรมที่ดำเนินการ ทางทนายความเอง ก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณ แผ่นดินให้ในเรื่องของการช่วยเหลือทางด้านกฎหมายนะครับ ในทางคดีที่ศาลได้ตั้งทนาย ให้นะครับ ก็ได้มีการจัดกระบวนการนี้ ถ้าเผื่อเขียนไว้ให้ชัดเจนอย่างนี้แล้วว่า ส่งเสริม ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชน ก็แน่นอนว่า รัฐจะต้องดำเนินการ ให้เปึนไปจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างที่ท่านสุรชัยได้กล่าวไว้แล้วนะครับว่า การช่วยเหลือทางกฎหมายนั้น ไม่ใช่เปึนการจัดทนายให้อย่างเดียว หลักของ สหประชาชาติ คำว่า ช่วยเหลือทางกฎหมาย นั้นนี่ หมายความว่าอะไร หมายความว่า เราต้องเน้นในเรื่องของการให้กฎหมายเปึนทรัพยากรอย่างหนึ่ง ที่เราเรียกว่า ลีเกิล รีซอร์สเซส (Legal resources) หมายความว่า กฎหมายไม่ได้เพียงเปึนแต่ของนอกกาย แต่ว่า กฎหมายจะเปึนเสมือนหนึ่งทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม เหมือนกับการขุดค้นพบแร่ ขุดค้นพบสิ่งที่มีความสำคัญจากแผ่นดิน กฎหมายจะต้องมี ที่มาจากแผ่นดิน เหมือนอย่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ประชาชนจะมี ส่วนร่วม และได้มาเปึนกฎหมายสามัญของแผ่นดิน เหมือนหลักนิติธรรมนะครับ ประการหนึ่งว่า กฎหมายจะต้องมีที่มาจากประชาชน มีที่มาจากสิ่งที่ประชาชนได้รับ โดยตรง ดังนั้น การช่วยเหลือทางกฎหมายไม่ได้เปึนแต่เพียงการจัดให้ประชาชนได้รับความ ช่วยเหลือจากตัวทนายความ แต่ว่ากระบวนการนี้ หลาย ๆ ประเทศได้จัดตามแบบฉบับ ของสหประชาชาติ ก็คือการจัดให้ประชาชนนั่นเองมีความรู้ทางด้านกฎหมายนะครับ อันนี้จะรวมอยู่ในการให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย ก็คือเปึนส่วนหนึ่ง ก็คือ ลีเกิล ดิสเซมิเนชัน (Legal dissemination) ก็คือ การเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมาย การ อบรม อันนี้จะรวมอยู่ในความหมายของคำว่า ช่วยเหลือ ลีเกิล เอด (Legal aid) นี้ ทั้งหมดเลยนะครับ กระบวนการเหล่านี้จะเปึนกระบวนการที่จะต้องต่อเนื่อง หรือสืบเนื่อง ให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เหมือนอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัสในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือประชาชนนะครับ ผมคิดว่า คงจะไม่ใช่แต่เพียงชาวใต้เท่านั้น แต่ทั่วถึงทั้งแผ่นดินครับ ในกระบวนการที่ผม ได้กล่าวนี้ ในต่างประเทศ ในหลาย ๆ ประเทศก็ได้จัดตามแนวที่สหประชาชาติจัด ก็คือ นักกฎหมายเท้าเปล่า หรือที่เราเรียกว่า ลีเกิล แบร์ฟุต (Legal Barefoot) หรือ แบร์ฟุต ลอว์เยอร์ (Barefoot Lawyer) นะครับ กล่าวคือว่าอะไร คือ ให้ประชาชนนี่เปึ้น นักกฎหมายเอง ได้มีความรู้ในด้านกฎหมาย ฝ๊กฝนในด้านกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือตัวเอง ในระดับชั้นต้นหรือระดับประถม เสร็จแล้ว ถ้าหากว่าขาดเหลืออะไรก็สามารถที่จะช่วย รัฐจัดหาให้นะครับ เปึนองค์กรที่เรียกว่า ลีเกิล ดีเฟนเดอร์ (Legal defender) ซึ่งอันนี้ก็จะ อยู่ใน (๑) ครอบคลุมหมดนะครับ ที่ว่า และจัดระบบราชการและงานของรัฐอย่างอื่นใน กระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม อันนี้เองที่เรียกว่า ต่อเนื่องทั้งกระบวนการ กระผมคิดว่า ในเรื่องของงบประมาณ เมื่อมีการจัดสรรอย่างนี้ ก็็คงจะหนีไม่พื้นที่รัฐจะต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังและจริงใจนะครับ ไม่ใช่ทอดทิ้ง ประชาชนให้อยู่โดดเดี่ยวเหมือนอย่างที่แล้วมานะครับ เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่า ในกระบวนการในการเขียนนี้ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ได้ตำหนิวิธีการ เขียนที่ยืดยาว ซ้ำซาก ในระบบการเขียนแนวนโยบายเราจึงพยายามให้สั้น กะทัดรัด จึงจับเอาในหลาย ๆ อนุมาตราที่มันฟุ์มเฟ๋อย แล้วก็ความหมายมันกระจัดกระจายนี้ เอามาโฟกัส (Focus) เอามารวมจุดศูนย์รวม ให้มันอยู่ในอนุมาตราเดียว คือ หลักจริง ๆ ก็คือ เรื่องการมีส่วนร่วมหรือ ลีเกิล พาร์ทิซิเพชัน (Legal participation) ของประชาชน อันนี้จะ เปึ้นส่วนที่มีความสำคัญสูงสุดนะครับ จึงอยู่ใน (๑) ครับผม