หลักชัย กิตติพล พูดถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาชั้นปฐมวัย (อนุบาล 3 ปี) และการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการให้การศึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขาได้รับการพัฒนาที่ดี และมีโอกาสในการพัฒนาตนเองในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายหลักชัย กิตติพล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ สืบเนื่องจากสภาให้กระผมไปรับฟัง ความคิดเห็นที่ระยองนะครับ ทางจังหวัดระยองให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาเปึน อันดับหนึ่ง กระผมเองก็คิดว่า สิ่งนี้เปึนสิ่งสำคัญ แล้วตัวกระผมเองก็เห็นว่า การศึกษานั้น เปึ้นอนาคตของชาติ กระผมเลยคิดว่า วันนี้น่าจะเปึนวาระแห่งชาตินะครับ ที่เรามาพูดกัน กระผมก็เลยอยากจะมีโอกาสที่จะอธิบายให้กรรมาธิการและท่านสมาชิกที่จะตัดสินใจ ได้ ทราบถึงเหตุผลที่กระผมสนับสนุนรับรองในญัตตินี้นะครับ การศึกษาเปึ้นสิ่งสำคัญ ในมาตราที่ ๔๘ นี้บอกว่า บุคคลย่อมได้รับสิทธิเสมอกัน ในการได้รับการศึกษา นะครับ ก่อนหรือไม่น้อยกว่าสามป้ และพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองป้ นะครับ ที่รัฐจะต้องให้อย่าง ทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย กระผมมีเหตุผลที่จะซัพพอร์ท (Support) ตรงนี้ พอสมควรนะครับ ที่สำคัญก็คือว่า ทำไมก่อนปฐมวัย ก่อนพื้นฐานนี่จะต้องให้การศึกษา ฟรีด้วยนะครับ เนื่องจากช่วงนั้น เปึนช่วงที่พ่อแม่อยู่ในวัยทำงานนะครับ แล้วก็อยู่ในวัยที่ สร้างเนื้อสร้างตัว อันนี้ก็เปึนสิ่งที่สำคัญ ผมไปต่างจังหวัดหลาย ๆ แห่ง ได้เห็นลูกหลาน เปึ้นจำนวนมากอยู่ในต่างจังหวัด แต่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ที่นั่น ผมคิดว่า การศึกษาตรงจุดนี้นี่ ถ้ารัฐเข้ามาช่วยดูแล ไม่ว่าจะเปึนให้ทางท้องถิ่น หรือรัฐบาลกลางดูแลนี่ กระผมคิดว่า สิ่งนี้เปึ้นสิ่งที่สำคัญนะครับ แล้วอย่างที่ท่านอนุศาสน์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับว่า ได้พูด แล้วว่า เปึนช่วง ทางการแพทย์บอกว่า ช่วง ๓ ขวบ ถึง ๖ ขวบ เปึนช่วงที่สำคัญที่สุด วัยอนุบาลนี่ก็คือช่วงนั้นนะครับ แล้วยังมีประเด็นที่สำคัญกว่านี้อีกนะครับว่า ในแง่ของ การศึกษาว่า ท่านประธาน เนื่องจากว่า ทําไมประชาธิปไตยของประเทศไทยถึง ไม่ก้าวหน้า เพราะว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการศึกษา เราไม่ได้ปูพื้นฐานตรง ประชาธิปไตย และหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง เลยทำให้พวกเรามีวกไปวกมา ก็มีปัญหา อยู่นะครับ เพราะฉะนั้นกระผมถึงคิดว่า การที่เราจะส่งเสริมการศึกษา ๑๒ ป้ เหมือน ๒๕๔๐ อันนี้ก็สมควรแล้ว แต่กระผมคิดว่า ต้องเพิ่มอีก ๓ ป้ ก่อนขั้นพื้นฐานนะครับ คือ ก่อน ป. ๑ ก็คือ ช่วงอนุบาลนะครับ แล้วช่วงที่ผ่านมาก็คือว่า เราจะเห็นว่า ปัญหาของเด็ก และเยาวชนของเรามีมากมาย เกิดการมั่วสุมในแหล่งอบายมุข แล้วก็มั่วสุมในทางเพศ อันนี้ก็เปึนประเด็นใหญ่ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน และประเด็นต่อมา การใช้จ่ายอย่างฟุ์มเฟ๋อย อย่างเช่น ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือนะครับ เดือน ๆ หนึ่งก็มีแต่ค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือ สำหรับเด็กทั่ว ๆ ไปที่เรียนหนังสือ แล้วการแต่งกายที่ส่อไปในการยั่วยุ การทำสีผมต่าง ๆ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่เปึนปัญหาใหญ่ของสังคมนะครับ แล้วปัญหาเด็กที่เรียนเก่ง ก็ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนได้ อันนี้ก็เปึนปัญหาที่พวกเราก็ประสบกันทุกท่านนะครับ ได้ทราบแล้ว แล้วที่สำคัญ ก็คือ เอนทรานซ์ (Entrance) เอ็นไม่ติด ผิดหวัง ทะเลาะกับ แฟน ก็แก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายนะครับ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่า สภาพความเปึนไปของสังคมไทยที่แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้เด็กและ เยาวชนซึ่งเปึนกำลังสำคัญในการพัฒนาอนาคต กำลังใช้ชีวิตที่มีแต่ความเสี่ยง และมุ่ง ไปสู่ความล้มเหลวในอนาคตนะครับ ในการที่จะให้การศึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสม จึง เปึ้นสิ่งที่เป่ดโอกาสให้เด็กสามารถเข้าถึง และสอดคล้องกับสภาพสังคม และความเจริญ ด้านต่าง ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้การศึกษาชั้นปฐมวัย ดังที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แต่ที่แปรญัตตินี้ ก็เพื่อเพิ่มเติม เปึนการศึกษาก่อนปฐมวัย ก็คือ อนุบาล ๓ ป้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากเด็กอนุบาลเหล่านี้อยู่ในวัยกำลัง เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างที่เคยพูดมาแล้วรอบตัวนะครับ มีการพัฒนาด้านสมองก็ดี ด้าน ความสามารถ การเรียน การรู้ต่าง ๆ ที่สูงก็ดี หากเด็กได้รับการดูแลที่ดี และเหมาะสม ย่อมได้เสริมสร้างความพร้อมที่ทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ให้พร้อมที่จะรับเรียนรู้ สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีนะครับ เด็กคือผลผลิตทางครอบครัว ซึ่งจะเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์หรือไม่ ไม่ขึ้นอยู่กับต้นแบบ คือ ความพร้อมและการดูแลเอาใจใส่ที่ดี และความเหมาะสมจากพ่อแม่ อันนี้ คือ สิ่งที่สำคัญ ครับ นักเรียน คือ ผลผลิตของโรงเรียน นักเรียนจะเปึนเด็กดี เด็กเก่ง ก็ขึ้นอยู่กับความ พร้อม และการเอาใจใส่จากครูบาอาจารย์ครับ แต่เนื่องจากครูอาจารย์จะพร้อมหรือไม่ นั้น จะต้องได้รับการสนับสนุนที่ดี และเหมาะสมจากรัฐในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนสถานที่ เรียน สื่อการเรียนการสอน งบประมาณ อันนี้สำคัญนะครับ งบประมาณ ตลอดจนปัจจัย อื่น ๆ ที่สนับสนุนให้การเรียนการสอนเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล นะครับ ดังนั้น หากรัฐสามารถจัดการศึกษา โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายนะครับ ตั้งแต่ก่อน ปฐมวัย ก็คือ อนุบาล ๓ ป้ ด้วยนะครับ แล้วก็ขั้นพื้นฐาน ป.๑ ถึง ม. ๖ ๑๒ ป้ ให้กับ อนาคตของชาติ ย่อมเปึนหลักประกันได้เปึนอย่างดีว่า นับจากนี้ไปประเทศไทยจะได้ ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพมากขึ้นไปทุก ๆ ป้ จากป้หน้าเปึนต้นไป ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะ เปึ้นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติต่อไปนะครับ ซึ่งมีหลายท่าน ผู้หลักผู้ใหญ่ก็บอกกับผม ว่า เปึนห่วงเรื่องงบประมาณ ผมกราบเรียนสภาแห่งนี้ว่า ไม่ต้องเปึนห่วง นายกรัฐมนตรี คนต่อไปจะต้องมีความสามารถในการหา ทีนี้เมื่อวานมีถามว่า ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร ถ้า ๑๕ ป้ ท่านผู้ใหญ่ก็บอกว่า ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้าน ผมว่า ๒๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ใช่ ปัญหา เพราะงบประมาณของประเทศไทย ๑.๔ ล้านล้าน นะครับ เพราะฉะนั้นเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าปัญหา ก็คือว่า พวกเราหรือนายกรัฐมนตรีจะต้องให้ ความสําคัญในจุดนี้ นะครับ เพราะฉะนั้นเหมือนดั่งคําที่ว่า การศึกษาสร้างคน คนสร้าง ชาติ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่ให้โอกาสครับ