สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

อนุศาสน์ สุวรรณมงคล หารือเรื่องการศึกษาของเด็กไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ในช่วงอายุ 3-5 ปี และการให้โอกาสเด็กได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน โดยเรียกร้องให้รัฐจัดให้การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และให้โอกาสเด็กได้รับการศึกษาก่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 3 ปี

นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล

พอผมจะพูด ท่านก็ ครับ ได้ครับ กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล นะครับ สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ กระผมเปึ้นหนึ่งในผู้รับรองการแปรญัตติในกลุ่มที่ ๓ ของมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่งนะครับ ส่วนมาตรา ๔๘ วรรคสาม การศึกษาตลอดชีวิตของบุคคล กระผม ไม่ติดใจนะครับ สิ่งที่กระผมจะนำเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติต่อไปนี้ คือ สิ่งที่ผมได้รับการร้องขอมากที่สุด

ประการแรกที่สุด กระผมอยากจะนำเสนอ คือ สภาพความต้องการของ พี่น้องประชาชน เมื่อครั้งที่กระผมไปลงพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดปัตตานี ท่านประธานครับ ในครั้งแรกของการรับฟังความ คิดเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นหลัก ๆ ที่พี่น้องประชาชนนำเสนอมากที่สุด ก็คือ ประเด็นของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเท่าเทียมของโอกาสระหว่าง ในเมืองกับชนบท ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนเขาพยายามชี้ให้เห็นว่า ความไม่เท่าเทียมทางการศึกษามันเกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเปึนคุณภาพของการศึกษา โอกาสทางการศึกษา ความพร้อมทางการศึกษา หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่จะลงไปสู่การศึกษาก็ยังไม่เท่าเทียมกัน เพราะโอกาสของการศึกษาไม่เท่าเทียมกัน ความช่วยเหลือจากภาครัฐจึงไม่เท่าเทียมกัน รัฐจะให้ความสนับสนุนกับผู้ที่เข้าสู่ระบบ การศึกษาแล้วเท่านั้น พวกเขามองอย่างนี้ครับ แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับโอกาส ความช่วยเหลือจึงยังไม่ไปถึงครับท่านประธาน สิ่งที่กระผมอยากจะบอกท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกในที่นี้ คือ ส่วนที่ ๘ สิทธิเสรีภาพทางการศึกษา มาตรา ๔๘ บุคคลย่อมมี สิทธิเสมอกันในการเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองป้ที่รัฐจะต้องจัดให้ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย นี้คือส่วนที่ภาครัฐจัดให้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ส่วนที่อยากจะเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของโอกาส ก็คือ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอ กันในการเข้ารับการศึกษาก่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสามป้ และการศึกษา ขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองป้ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บ ค่าใช้จ่าย ผมอยากจะให้ท่านประธานมองลงไปยังชนบทที่ห่างไกลออกไปสักนิด ท่านประธานก็จะพบว่า หากเราไม่เพิ่มในส่วนนี้ลงไป การสนับสนุนจากภาครัฐก็จะไป ผมไม่อยากจะนำเสนอในรายละเอียดมากนัก เพราะมันชัดเจน และเปึ้นที่ประจักษ์อยู่แล้ว อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการได้บอกไว้ว่า ในช่วง ระยะเวลา ๐ ถึง ๖ ขวบ เปึนช่วงที่สมองของคนเจริญเติบโตมากที่สุด จึงควรได้รับการ ส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาตามความเหมาะสม ทั้งในเรื่องร่างกาย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา แต่ในเวลานี้รัฐกลับไปเริ่มนับ ๑ จากชั้นประถม ๑ ไปเริ่มเพิ่มอะไรต่อมิอะไรให้ เขาในขณะที่ฐานเขายังไม่แข็งแรง ผมถือว่า เปึนการเริ่มพัฒนาที่ผิดขั้นตอนครับท่าน ประธาน ท่านประธานที่เคารพ หากเราย้อนไปดูจิตวิทยาพัฒนาการ เราก็จะพบว่า ช่วง ระยะเวลา ๓ ถึง ๕ ขวบ เปึนช่วงของการพัฒนาด้านภาษา จินตนาการ การควบคุม อารมณ์ การรู้ถูกผิด การพัฒนาเรื่องกล้ามเนื้อใหญ่ เล็ก ประสาทสัมผัส การให้โอกาสแก่ เขาในช่วงเวลานี้ เปึนการสร้างบรรยากาศ การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาทางสมอง ของเด็กให้มากที่สุด เหตุผลข้อนี้น่าจะเปึนส่วนที่สำคัญที่สุด ช่วงระยะเวลา ๓ ถึง ๕ ขวบ ถือว่าเปึนช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนาเด็กต่อเนื่องจากครอบครัว การจัดการศึกษา ปฐมวัยเปึนการพัฒนาเด็กอายุ ๓ ถึง ๕ ขวบ บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาเด็กตามศักยภาพแห่งวัย ภายใต้บริบท ของสังคม วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของ ทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเปึนมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิด คุณค่าต่อตนเองและสังคม ท่านประธานที่เคารพ ด้วยเหตุผลที่กระผมนำเรียนมานี้ กระผมจึงกล้ายืนยันเลยว่า หากเด็กไทยได้วางรากฐานมาดี เมื่อโตขึ้นเขาจะช่วย แก้ปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองได้เกือบทั้งหมด ท่านประธานครับ การศึกษาจะช่วยสร้าง คน และคนจะช่วยสร้างชาติต่อไป หากเราไม่กล้าลงทุน เพื่อสร้างคนมาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อไรครับชาติจะได้รับการพัฒนาให้เท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน ขอขอบพระคุณครับ