สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

ปกรณ์ ปรียากร เสนอแนวคิดเรื่องการศึกษาทางเลือก โดยอ้างถึงผลลัพธ์ที่ได้รับจากการดำเนินการของกลุ่มบางกลุ่ม และเรียกร้องให้รัฐยอมรับและสนับสนุน โดยมีเป้าหมายที่จะนำไปลงมติของสมาชิกสภา

นายปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ ก็คงติดค้างอยู่คำเดียวที่เปึนที่โต้แย้งกันอยู่ในเวลานี้ ก็คือเรื่องของ การศึกษาทางเลือกนะครับ อย่างที่เราได้เรียน แล้วก็เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านอาจารย์กรรณิการ์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ได้พูดถึงเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันก็ไปสอดคล้องกับท่านผู้ แปรญัตติของกลุ่มของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ คือ ท่านสวิ่งนะครับ ในเวลานี้ในรูปแบบของ การจัดการศึกษาของภาคประชาชน เขาดำเนินการศึกษาในลักษณะที่ค่อนข้างจะ กว้างไกล และขณะเดียวกัน ก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ในกลุ่มของเขาเองนี่ ค่อนข้างมาก และมีลักษณะที่อาจจะเรียกได้ว่า ถ้าเราพูดกันตรง ๆ หลายเรื่องนี่เปึนเรื่อง ของการทำให้ภาระของรัฐนี่นะครับ ลดลงอย่างมหาศาลเลย นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังทำให้ ความต้องการของประชาชนซึ่งเปึนกลุ่มเฉพาะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องใดก็ตาม มีรูปล่อยที่ ค่อนข้างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ถ้าเรามองไกลออกไป มองจากนอกกรอบที่ เกิดขึ้นของการจัดการศึกษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของที่ท่านผู้แปรญัตติ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็คือท่านอาจารย์วิทยา ด้วยความเคารพนะครับ ที่ได้พูดถึงในกฎหมาย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอันนั้นก็เปึ้นเรื่องที่เราได้ครอบคลุมไว้แล้วในเรื่อง ขององค์กรวิชาชีพ หรือเอกชน คำว่า เอกชน นั้น มันก็จะสัมพันธ์กับหลาย ๆ เรื่อง ของตัว บุคคล ตัวอะไรต่าง ๆ สารพัดอย่างที่อาจารย์ได้พูดไว้เมื่อสักครู่นี้ แต่เราไม่มีที่ยืนให้กับคน อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาก็เข้ามาเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมาธิการในกรอบที่ ๑ หลายครั้งหลายคราว ด้วยกัน แล้วในหลายลักษณะนะครับ รวมทั้งได้นำเสนอผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการ ที่เข้าสามารถจะจัดการศึกษาในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งนี่ เราก็ไม่ค่อยได้จะให้การ ยอมรับมากนัก และขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้รับการส่งเสริม หรือได้รับการคุ้มครอง และ ในทางกลับกันนี่นะครับ เมื่อคนไม่เข้าใจมากขึ้นนี่ ก็เหมือนกับว่า เขาได้ทำให้เกิดความ แปลกแยกในสังคมออกไป เพราะฉะนั้นการเขียนรัฐธรรมนูญลงไปในลักษณะเช่นนี้ นะครับ ผมเรียนต่อท่านสมาชิกว่า มันจะช่วยทำให้ความก้าวหน้าของการที่เราจะยอมรับ ทางเลือกอีกทางหนึ่งนะครับ ซึ่งอาจจะเปึนคําใหม่ ใช่ครับ แต่ว่ามันเปึนคําที่ได้รับการ ยอมรับในแวดวงของการทำงานด้านการศึกษาในหลาย ๆ ลักษณะด้วยกันนะครับ ในเวลานี้ ถ้าท่านทั้งหลายดูข้อมูลจากเมื่อสักครู่นี้ที่เราได้พูดให้ฟังนะครับ มันก็จะเปึนข้อมูลยืนยันอย่างมากมาย และขณะเดียวกันก็มีงานวิจัย และเช่นเดียวกับ ที่คุณสวิ่งได้กรุณาให้ข้อมูลทางด้านต่าง ๆ ซึ่งมันก็จะไปครอบคลุมในเรื่องของอัตลักษณ์ ในเรื่องของวัฒนธรรม ในเรื่องของความเชื่อ ในเรื่องของจารีตประเพณี และในเรื่องที่ สำคัญมากก็คือ เรื่องของค่านิยมไทยบางอย่างซึ่งเราได้ทอดทิ้งไป แต่ประชาชนยังคง รักษาไว้ด้วยความยากลำบาก ท่านทั้งหลายจึงสังเกตนะครับว่า ในกรณีของอีสาน ถ้าใคร อยู่ในภาคอีสาน ก็จะเห็นชัดนะครับว่า ของศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ชาวบ้านได้จัด การศึกษาเพื่อดำรงคงไว้ และตอนหลังนี่ ก็สามารถที่จะกลับเข้ามาสู่การสนับสนุนของ ภาครัฐ ในอันที่จะทำให้วัฒนธรรมก็ดี ประเพณีท้องถิ่นก็ตาม สามารถที่จะกลับเข้ามาสู่ ภาวะของการได้รับการส่งเสริมอย่างกว้างขวาง แต่นั่นเปึนความยากลำบากของ ประชาชน ในภาคใต้ตอนล่างนะครับ เราอาจจะได้ยินเรื่องของประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ดูเหมือนว่าจะเปึนความต่าง แต่มันช่วยทำให้เกิดความแข็งแกร่งของพื้นที่ ความแข็งแกร่งของภูมิปัญญา ความแข็งแกร่งของอัตลักษณ์และความเชื่อต่าง ๆ อย่างมาก ในภาคเหนือซึ่งคุณสวิ่งก็คงทำงานในภาคเหนือค่อนข้างมาก เราจะพบว่า ถ้าเราไม่ให้การยอมรับในสิ่งเหล่านี้ ที่ถือว่า เปึนการศึกษาทางเลือกของประชาชนเลย นี่นะครับ การศึกษาในระบบและนอกระบบบ้านเราในขณะนี้ กำลังจะนำไปสู่การทำให้ คนกลายเปึนผู้ที่มีทางเลือกทางเดียว ก็คือ การวิ่งเข้าสู่ระบบแล้วไม่มีที่รองรับเขา อย่างเต็มที่ ไม่เปึ้นที่ยอมรับอย่างลักษณะที่เสมอต้นเสมอปลาย และขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมจากรัฐเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลนี้นะครับ เราก็บัญญัติไว้ในลักษณะเช่นนี้ครับ

(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)