ปกรณ์ ปรียากร ระบุว่า ในการเขียนรัฐธรรมนูญ มีความยากลำบากเกิดขึ้น เนื่องจากมีความแตกต่างในเรื่องของการเขียน และไม่สามารถลงตัวในประเด็นทุกประการได้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ เรื่องของการเขียนรัฐธรรมนูญในมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง นี่นะครับ ผมเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมนี้ว่า ในการเขียนนั้นเราคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญในการเขียน ข้อความในส่วนนี้หลายประการด้วยกัน ในประการที่ ๑ นั้น ก็ตรงกับที่ท่านสมาชิกได้ อภิปรายนะครับ ก็คือ เปึนเรื่องสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล เปึ้นเรื่องที่ประชาชนในบ้าน เรานี่ จะต้องได้รับหลักประกันในเรื่องนี้ ซึ่งอันนี้ถือว่า เปึ้นเรื่องที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้ กำหนดไว้โดยชัดเจน และเจตจำนงนั้น ก็คงจะต้องการที่จะผลักดันให้ประชาชนโดยรวม ได้รับการศึกษาครบถ้วนสมบูรณ์ และมีอัตราการรู้หนังสือเพิ่มสูงขึ้น ในประการที่ ๒ นั้น เราพิจารณาว่า ถ้าเราดูจากหลักคิดของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แสดงให้เห็นว่า เรา พยายามที่จะผลักดันให้เรื่องนี้นี่เปึนประหนึ่งรัฐสวัสดิการ ก็คือ ไม่มีเรื่องของการเก็บ ค่าใช้จ่ายในการศึกษา และเปึนเรื่องที่พยายามที่จะทำให้เกิดขึ้น ก็คือว่า ไม่น้อยกว่า ๑๒ป้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในลักษณะเช่นนี้นี่นะครับ ก็ไปคำนึงถึงข้อเท็จจริงในเรื่องของ การปฏิบัติที่เกิดขึ้นว่า ๑๒ ป้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนั้น สามารถที่จะดําเนินการได้หรือไม่ ก็ พบว่า ในลักษณะของการดำเนินการที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ จนถึง ปัจจุบัน ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ โดยสามารถที่จะจัดสรร อุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวนี่ นะครับ ไปถึงในขณะนี้ ๑๔ ป้ ก็คือ ตอนประถมศึกษาอีก ๒ ป้ ประถมศึกษา ๒ ป้ นั้นก็ เปึ้น อนุบาล ๒ กับอนุบาล ๓ ยังไม่ได้รวมอนุบาลป้ที่ ๑ ทีนี้ในลักษณะเช่นนี้นี่ ก็มี ความเห็นกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ก็คือ ใน ความเปึนจริง ไม่ได้หมายความว่า ประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ยังคงต้องเสีย ค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้น จากที่รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งก็มีการเพิ่มเงิน อุดหนุนรายหัวตลอดมา จนถึงขณะนี้นะครับ แต่ก็ยังไม่พอเพียงกับค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ที่ อยู่ในส่วนของการบริหารการศึกษาให้เกิดคุณภาพที่ดี อย่างที่สังคมพึงประสงค์ ความยากในการเขียนกฎหมายฉบับนี้จึงเกิดขึ้น เหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกได้พยายามที่ จะแปรญัตติทางด้านต่าง ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเปึ้นสมาชิกที่แปรญัตติในลักษณะที่จะพูดถึง เรื่องของความเปึนไปไม่ได้ในการที่จะผลักดันเรื่องนี้ต่อไป รวมทั้งเรื่องของความพยายาม ที่จะให้คำนึงถึงความเปึนจริงว่า ถ้าจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น วิธีการเช่นนี้จะ สามารถดำเนินการได้หรือไม่ ในอีกประการหนึ่ง เมื่อเราไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนจากทั่วประเทศ ทุกตําแหน่งแหล่งที่ ทุกคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึนภาคใด ๆ ประชาชนก็ยืนยันในเรื่องของความพึงพอใจที่เขาจะได้รับในลักษณะของการดำเนินการ ทางด้านต่าง ๆ ที่ผ่านมา แต่ว่า ก็ปัญหาที่ถูกเรียกร้อง หรือว่าวิจารณ์ในเชิงของการที่จะ พูดถึงว่า การปฏิบัติที่ไม่เปึนจริง ไม่เสมอภาค และไม่เปึนธรรมที่เกิดขึ้น ก็ยังคงมีอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อมาพิจารณาจากคําแปรญัตติของบรรดาสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดนี่ นะครับ ผมอยากจะเรียนว่า ในภาพที่เราได้รับนี่ เปึนภาพที่ค่อนข้างกว้างมาก ก็คือ ใน ประเด็นเรื่องเวลานี่นะครับ มีความแตกต่างกัน ตั้งแต่เรื่องของ ๙ ป้ ไปจนถึงถ้าจบปริญญาตรี ก็คือ ๑๖ ป้ ๑๖ ป้นั้น ไม่รวมก่อนประถมศึกษาหรือปฐมวัยนะครับ เรามีเวลา ๙ ป้ ๑๖ ป้ ๑๕ ป้ ๑๕ ป้นั้น ก็มี อยู่ ๒ กรณี ก็คือ ๑๒ บวกกับก่อนประถมศึกษา หรือปฐมวัยอีก ๓ นะครับ แล้วก็ ๑๕ ป้ ไปเลยนะครับ โดยที่ไม่ได้ไปรวมแยกแยะ ส่วนในเรื่องของการเริ่มเมื่อใดนี่ เริ่มเมื่อใด นะครับ ก็มีตั้งแต่ไม่ระบุลำดับชั้นนี่นะครับ ไปจนถึงส่วนใหญ่ ก็คือระบุในเรื่องของปฐมวัย ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งจำเปึนต้องพิจารณาประกอบกันไปด้วยนี่ ก็ส่วนใหญ่ที่ขอให้ไม่ เก็บค่าใช้จ่ายเหมือนเดิม ยกเว้น ญัตติ ๒ ญัตติเท่านั้นที่ไม่ระบุ ก็คือว่า ไม่ควรจะไประบุ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญว่า ควรจะเก็บค่าใช้จ่ายหรือไม่ ความยากลำบากที่เกิดขึ้นของการ ที่จะพยายามที่จะทำให้กฎหมายฉบับนี้ลงตัวกันในทุกประเด็น มันก็อาจจะเปึ้นเรื่องที่เรา จําเปึนต้องไปพิจารณาร่วมกัน เพราะในร่างของกรรมาธิการนี่นะครับ ถ้าท่านทั้งหลายดู ก็จะเขียนไว้กลาง ๆ และค่อนข้างจะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเดิมนะครับ ก็คือ บุคคล ย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองป้ที่รัฐจะต้องจัดให้ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้น เมื่อเรามองในแง่นี้ เราก็จะ เห็นว่า โดยหลักการโดยรวมตรงกันของทุกญัตติที่เสนอเข้ามานะครับ ยกเว้น ขออภัยที่ เอ่ยชื่อ ก็คือ ญัตติของท่านอาจารย์ศรีราชา กับญัตติของท่านอาจารย์สมชัย แต่ที่ประชุม นี้ เมื่อพิจารณาร่วมกันแล้ว จากการนำเสนอความเห็นของทั้ง ๒ กลุ่ม ที่มีความต่างกันใน เรื่องของการไม่เสียค่าใช้จ่าย ดูเหมือนว่า ที่ประชุมก็จะเห็นด้วยในบางส่วน และก็ได้มีการ นําเข้ามาพูดในเรื่องของการอภิปรายในเวลานี้อย่างค่อนข้างมากทีเดียว พอมาถึงเรื่อง ของการเริ่มต้นนะครับว่า จะเริ่มจากที่ใดนี่ กรรมาธิการ ไม่ใช่ผมนะ กรรมาธิการเห็นว่า โดยส่วนใหญ่ก็คงจะไปคิดถึงเรื่องของปฐมวัย แต่ก็มาติดขัดอยู่ ในกรณีของการ ดำเนินการที่เราจัดมาแล้ว ๑๒ ป้ ซึ่งเริ่มจากประถมศึกษา ประถมศึกษา นั้น หมายถึง ประถมป้ที่ ๑ ถึงประถมป้ที่ ๖ แล้วก็มีมัธยมศึกษาตอนต้น ๓ ป้ กับมัธยมศึกษาตอน ปลายอีก ๓ ป้ ยกเว้นว่า นักเรียนจะเลือกไปเรียนหลังจากจบมัธยม ๓ แล้วนี่นะครับ ไป ต่ออาชีวศึกษาอีก ๓ ป้นะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้นี่นะครับ เราก็มาดูว่า ทําอย่างไรที่จะทําให้ เกิดภาวะของการที่จะลงตัว ลงร้อยกันได้ ความจริงในระหว่างการที่พิจารณากันอยู่นั้นถึง เวลาเที่ยงนะครับ ท่านประธานที่ประชุมก็ขอให้พักการประชุม แล้วก็ให้กรรมาธิการกับ สมาชิกลองไปคุยกันดูในเบื้องต้นว่า จะสามารถทําอย่างไรได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นการไป คุยกัน ขออภัยท่านผู้อภิปรายบางท่านนะครับ ที่บอกว่า เราไปมุบมิบนั้น ก็คงไม่ใช่นะครับ เปึ้นเรื่องความพยายามที่จะทำให้การประสานความคิดนั้นมันหาข้อยุติในลักษณะที่ไม่ ยืนยันระหว่างทั้ง ๒ ฝ์าย คือ ไม่ยืนยันทั้งในส่วนของร่างกรรมาธิการ และไม่ยืนยันจุดยืน ของร่างของสมาชิก นั่นก็คือหาจุดที่ลงตัวที่ดีที่สุด ในอันที่จะผลักดันให้การศึกษาของชาติ นี่นะครับก้าวหน้าต่อไป โดยคำนึงถึงสิทธิของบุคคลโดยรวม และได้รับประโยชน์โดยทั่วถึง และขณะเดียวกัน ก็มีช่องทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระยะยาว ต่อไปด้วย เมื่อเปึนอย่างนี้นี่นะครับ ในชั้นต้น ซึ่งก็ยังไม่มีข้อยุติใด ๆ นะครับ ที่ประชุมก็ยัง สามารถพิจารณาได้นะครับ ในชั้นต้นเราก็ไปพิจารณาว่า ถ้าจะทำให้การศึกษาของ ประเทศนี่นะครับ ลงมาจนถึงระดับปฐมวัยจะได้หรือไม่ ในขณะนี้ถ้าเรามองจากการ จัดสรรงบประมาณของรัฐนี่ มันก็น่าจะได้ เพราะสามารถที่จะเพิ่มไปอีก ๑ ป้ โดยความ เปึ้นจริง เพราะขณะนี้รัฐจัดสรรให้จนถึงก่อนประถมศึกษา ๒ ป้อยู่แล้ว ก็คือ อนุบาล ๒ กับอนุบาล ๓ บังเอิญมีเอกสารที่เมื่อสักครู่นี้มีผู้ที่แจกไปในที่ประชุมนี่ ท่านทั้งหลายจะเห็นนะครับ อันนั้นเปึนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ที่ตั้งงบประมาณไว้ในป้ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ก็คือ ตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม ป้นี้นี่นะครับ จนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ป้ ๒๕๕๓ ก็จะเห็นการจัดสรรงบประมาณที่มันเพิ่มสูงขึ้นตาม อัตราที่เปึนลำดับไป