สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ เสนอแนวคิดแก้ไขการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการศึกษาปฐมวัย โดยมี 3 ประเด็นหลัก คือ ให้ความสำคัญกับการศึกษาเด็กเล็กในวัยนี้ กำหนดนโยบายดูแลเด็ก และมีส่วนร่วมของสังคมในการดูแลอบรมการศึกษาปฐมวัย

นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์

ก็ไม่มีอะไรมาก กระผมเห็น ไม่มีอะไรมาก นี่แหละต้องฉะกันหนักหน่อย จะไปตกลงกันอย่างไรก็แล้วแต่ เรารู้อยู่แล้วว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ร่างขึ้นจากฐานของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ และโดยเฉพาะมาตรา ๔๘ ซึ่งเปึ้น มาตราที่พูดถึงเรื่องสิทธิของการที่จะได้รับการศึกษา โดยเฉพาะเราพูดถึงการศึกษา ขั้นพื้นฐาน และในมาตรานี้พูดไว้ชัดเจน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ ที่กําหนดจํานวน ป้ของการศึกษาพื้นฐานไว้ ๑๒ ป้ ซึ่งจะจัดให้อย่างทั่วถึง อย่างมีคุณภาพ โดยไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายใด ๆ เพราะฉะนั้นประเด็นหลักของมาตรานี้ มันจึงอยู่ที่เรื่องจำนวนป้ ๑๒ ป้ ที่ว่านี้ กับเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าหากเราจะพูดถึงฐานของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ เราได้ พิจารณากันถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือเปล่าว่า แท้จริงแล้วสป่ริตของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ ในเรื่องการศึกษานั้นกำหนดไว้อย่างไร เรารู้ เราเข้าใจหรือเปล่าในการที่จะ มาปรับฐาน ในการที่จะมาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ใช้ฐานของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ นี้ เปึ้นฐานหลัก และจริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องจำนวนป้ และจริง ๆ ผมก็ไม่คิดว่า มันเปึนปัญหาของเรื่องค่าใช้จ่าย มันอาจจะมีข้อบกพร่องในเรื่องค่าใช้จ่ายที่จัดให้อย่าง ไม่เพียงพอ ในช่วงระยะเวลา ๑๐ ป้ของการนำรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๔๘ นี้ มาใช้ และประเด็นเรื่องป้ก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะจะเห็นว่า คําแปรญัตติต่าง ๆ นี้ ในที่สุดก็ยังอยู่ในขอบเขตของจำนวนป้ ๑๒ ป้ จะเปึน ๑๒ ป้ ที่ตัดยอดข้างบน แล้วลงคลุม ฐานข้างล่าง เหมือนอย่างที่ท่านศรีราชานำเสนอไว้ นั่นก็เปึ้นอีกแนวคิดหนึ่ง หรือจะเปึน ๑๒ ป้ที่คงไว้อย่างเดิม ซึ่งเปึนแนวคิดของคณะกรรมาธิการยกร่าง หรือจะเปึน ๑๕ ป้ ที่คลุม ๑๒ ป้เดิม และก็ลงมาคลุมฐานล่างตรงการศึกษาปฐมวัย มีเท่านี้ที่จะต้อง พิจารณาคำแปรญัตติที่ขึ้นไปถึงค่าใช้จ่ายฟรีถึงระดับปริญญาตรีนั้น เปึ้นเรื่องนอกเหนือ ซึ่งผมคิดว่า นอกเหนือ เปึนเรื่องที่เสนอมาใหม่ แล้วก็คงเปึนต้นเรื่องที่จะต้องไปพูดกัน ในแง่ของปรัชญาการศึกษา ทฤษฎีที่จะใช้ในเรื่องเหล่านี้ เฉพาะเรื่อง ๑๒ ป้ ที่ว่านี่ จริง ๆ แล้วฐานเดิมซึ่งเปึนสป่ริตในรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ ในเรื่องการศึกษา ในความเห็นที่ผมเห็นชัดเจน แล้วก็ได้เข้ามีส่วนร่วมในเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก ก็ได้มองเห็นสป่ริตในอันที่จะแก้ไข พัฒนาบุคลากรของชาติ โดยให้ส่งเสริมให้มีการเรียน สูง ๆ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นฐานของการจัดเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น มันจึงยกตั้งแต่ ระดับประถมไปถึงมัธยมปลาย นั่นเปึนสิ่งที่ปรากฏชัด รวมทั้งปรากฏให้เห็นชัดใน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ ด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นที่โต้แย้งกันว่า ๑๒ ป้ ควรจะเริ่มที่ไหน ในช่วงนั้นก็พูดถึงการศึกษาปฐมวัย ซึ่งเปึนช่วงสำคัญที่สุดของ อายุ เพราะมันรวมถึงเรื่องอารมณ์ สติปัญญา อารมณ์ สรีระ แล้วการจัดการศึกษา ๑๒ ป้ เมื่อครั้งนั้น ไม่ได้รวมเรื่องจะเอาฐานจากปฐมวัยขึ้นมา ข้อเสนอคราวนี้จึงได้มีเรื่องปฐมวัย ขึ้นมา ผมเองก็เห็นความสําคัญเรื่องปฐมวัย เพราะฉะนั้นในกลุ่มของผม จึงได้เสนอเปึน ๑๕ ป้ ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมเอาลากปฐมวัยเข้าไปด้วย ในขณะเดียวกันผมก็ เห็นว่า จริง ๆ แล้วเรื่องการศึกษาปฐมวัยนั้น มันไม่ควรจะจัดเข้าอยู่ในรูปแบบของ การศึกษาในโรงเรียน เพราะฉะนั้นฐานของการศึกษา ๑๒ ป้ ในการศึกษาพื้นฐานที่ทำไว้ แต่เดิม และเปึนสป่ริตที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ แล้วก็ลอกเอามาทั้งดุ้นในฉบับที่ กําลังร่างกันอยู่นี้ ในความเห็นผม เห็นว่าดีอยู่แล้ว แต่เมื่อจะต้องร่างรัฐธรรมนูญ แล้วเรา ได้เห็นข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึ้นฐานสำหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เรา ก็จะต้องร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องแก้ไข ทำการศึกษาปฐมวัยให้มันเข้มแข็งขึ้น คำถามมัน อยู่ที่ว่า เราจะทำให้เข้มแข็ง โดยดึงเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาในโรงเรียน เปึ้น ๑๕ ป้ เข้าการศึกษาพื้นฐานอันนี้ หรือควรจะแยกออกไป ในข้อเสนอของท่านอาจารย์ศรีราชา ซึ่ง ผมก็เห็นว่าดีมาก แล้วผมก็เห็นด้วยว่า หากแม้ว่าเราจะทำ ๑๒ ป้ โดยให้ร่วมการศึกษาขั้น พื้นฐาน แล้วแยกการศึกษาขั้นพื้นฐานออกไปโดย ๑. มันจะต้องให้ความสำคัญกับ การศึกษาของเด็กเล็กในวัยช่วงนี้ อันที่ ๒ ก็คือ จะต้องไปกำหนดนโยบายให้แน่ชัดในเรื่อง ของการให้การศึกอบรม เรื่องดูแลเด็กในวัยนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็ต้องไปดูว่า มันไปเกี่ยว โยงในมาตรา ๗๙ (๑) ตรงนั้น เราก็มีการแปรที่รัฐจะต้องให้สิทธิ คุ้มครองสิทธิเด็ก ในการ เข้าถึงการศึกษาตรงนั้น ซึ่งเปึนเรื่องดี อันที่ ๓ ก็คือ เราทําอย่างไรถึงจะกําหนดนโยบาย เรื่องการมีส่วนร่วมของสังคม ในการที่จะไปดูแลอบรมการศึกษาปฐมวัยเหล่านี้ เพราะ ขณะนี้ คือ เรื่องการศึกษาปฐมวัย มันไม่ใช่เรื่องที่ผลักภาระ เอาเด็กไปทิ้งไว้กับครู เรานักการศึกษาก็รู้ดีว่า พ่อแม่ยังจะต้องดูแลเด็กในวัยกลุ่มนี้อยู่ มันมีเรื่องของสุขศึกษา เข้ามาเกี่ยวข้อง พอเรื่องของอารมณ์ เรื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ จำเปึ้นที่จะต้องกำหนด เรา จะต้องกำหนดมาเปึนนโยบายชัดเจน ให้อย่างที่ท่านอาจารย์ศรีราชาเสนอว่า องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดูแลส่วนนี้ให้การศึกษาปฐมวัยมันเข้มแข็งขึ้นได้ไหม งบประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่จัดให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านั้น กำหนดลง ไปให้ชัดเจนว่า สัดส่วนตรงไหนที่จะต้องเข้ามาจัดทำการศึกษาปฐมวัยในระดับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดีด้วย ถ้ากำหนดลงไปอย่างนี้ มันก็แก้ไขข้อบกพร่องจากที่มีอยู่ใน รัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ ซึ่งแม้แต่ บอกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำ ก็เพียงบอก ว่า ให้มีส่วนร่วม แต่คราวใหม่นี้ต้องบอกว่า ต้องทำด้วย ถ้าอย่างนี้เราก็เขียนรัฐธรรมนูญ ซึ่งปรับปรุงแก้ไข แล้วก็็ยังคงสป่ริตของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ ไว้ แล้วก็เพิ่มความ เข้มแข็ง ซึ่งเปึนข้อบกพร่องจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นั้นไว้ได้ ถ้าอย่างนี้มันก็จะเปึ้นแนว สำหรับคิดว่า ๑๒ ป้ที่ท่านไปตกลงกันนั้น มันควรจะเริ่มอย่างไร