สวิ่ง ตันอุด แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการนับอายุเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาการทางอารมณ์และสมองอย่างเหมาะสม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเริ่มการศึกษาในระดับปฐมวัย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด ครับ ใน ญัตติที่เราขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขนี่นะครับ ก็คือ เรื่อง ๑๒ ป้ นี่ ไม่ขัดกันนะครับ กับร่างของ กรรมาธิการยกร่าง แต่ว่า สิ่งที่สำคัญอันหนึ่งที่ผมอยากจะขออภิปรายวันนี้นี่นะครับ ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับว่า จะเริ่มนับแต่ไหนนะครับ เพราะว่า ในเรื่องของยกร่างนี่นะครับ ไม่ได้พูด ถึงเรื่องเกี่ยวกับการนับ แต่ฟังดูแล้วโดยหลักการทั่วไป ตอนนี้ในเรื่องของการศึกษาก็ มักจะนับตั้งแต่ระดับประถม ก็คือ ตั้งแต่ ป. ๑ เปึนต้นไป ดังนั้น ญัตติที่ขอแปร ก็คือ เรื่อง ที่จะขอเริ่มนับตั้งแต่ระดับปฐมวัย ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ผมอยากจะตั้งเปึ้นข้อสังเกตนะครับ ว่า หลายครั้งที่สำคัญ ตั้งเปึนข้อสังเกตว่า หลายครั้งเราเริ่มการศึกษาของเราช้าไป ผมคิด ว่า ตอนนี้ไม่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยใด ๆ ก็แล้วแต่ ทั่วโลกเองก็ยอมรับว่า ก่อน จะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว ถ้าเราได้ศึกษาเรื่องนี้ เราก็จะเห็นเรื่องเกี่ยวกับพัฒนาการของ มนุษย์ พัฒนาของคน และตอนนี้ผมเข้าใจว่า คนที่อยู่ในแวดวงของการศึกษา หรือพ่อแม่ ที่สนใจในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาการของมนุษย์ เรารู้ว่า แม้กระทั่งอยู่ในครรภ์ของมารดา ก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับต้องได้รับการพัฒนาการแล้ว ตอนนี้จำนวนมากนะครับ พ่อแม่จำนวน มากนี่นะครับ ฟังเทป ฟังดนตรี ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์แล้ว นี่คือ ความที่เปึนจริง เพื่อที่จะทำ ให้พัฒนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทีนี้ ถ้าเราไปเริ่มนับตั้งแต่ ๖ ป้นี่นะครับ แล้วไป เริ่มการศึกษาตั้งแต่โน้นนี่นะครับ กระบวนการพัฒนาทางสมองก็ดี พัฒนาการทางด้าน อารมณ์ก็ดี ผมคิดว่า อันนี้คือ เรื่องที่เราช้าไป เพราะจริง ๆ แล้วพัฒนาการของเด็กนี่เริ่ม ตั้งแต่ต้นครับ ท่านประธาน ดังนั้นนี่ เอาล่ะ ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าเราไปนับเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย ๓ ขวบ ก็ได้นะครับ แต่ว่า เพราะทุกวันนี้ ผมคิดว่า เราปล่อยให้ปฐมวัยเปึนไปตามอะไร ยถากรรม ตามยถากรรม ปล่อยให้วัดจัดการศึกษาในเรื่องนี้เอง ปล่อยให้โบสถ์ในชนบท จัดการศึกษาในเรื่องนี้เอง ปล่อยให้โรงเรียนในชุมชนจัดการศึกษาในเรื่องนี้เอง จริง ๆ แล้ว ในต่างประเทศให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากครับ ครูอนุบาล ปฐมวัยได้รับค่าตอบแทน สูงกว่าในมหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำไป เพราะว่า ถือว่า เปึนการเริ่มต้นของพัฒนาการของ มนุษย์ที่สำคัญ และผมคิดว่า ตอนนี้เวลาเราอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับคุณภาพ คำว่า คุณภาพ ไม่ได้หมายถึงเรื่องเกี่ยวกับสติปัญญา ตอนนี้ระบบของการศึกษาเราจะต้องไปคิดถึงเรื่อง– เรื่องเกี่ยวกับทางด้านไอคิว (IQ Intelligence Quotient) เท่านั้นเอง พัฒนาการในเรื่องของอีคิว (EQ – Emotional Quotient) คือเรื่องของอารมณ์ ตอนนี้เรา จัดระบบการศึกษาของเราด้วยเรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันครับ เราใช้วิธีการแข่งขันเข้าไปสู่ เด็ก แข่งขัน แข่งขันกันจนถึงที่สุด เด็กเครียดครับ พอถึงที่สุด ตอนนี้นี่นะครับ มีคำพูดที่ เกิดขึ้น ก็คือว่า เด็กของเราตอนนี้สมองโตครับ แต่ว่าใจเล็กครับ ใจนี่เล็กลงเรื่อย ๆ แต่ สมองโตขึ้นเรื่อย ๆ สอบไม่ได้เกรด ๔ โดดตึกตายครับตอนนี้ นั่นแสดงว่า ผู้ใหญ่เราเองจัด การศึกษาผิดพลาดครับ เพราะไปเน้นเรื่องการแข่งขัน และไปเน้นเรื่องเกี่ยวกับทางด้าน สติปัญญา หรือเรื่องความรู้ เสียจนไม่ได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับทางด้านอารมณ์ของเด็ก ซึ่ง ผมคิดว่า เรื่องนี้ผิดพลาดมาโดยตลอด ดังนั้นนี่นะครับ ถ้าเราถอยร่นลงไป เพื่อที่จะนับ ผมคิดว่านับที่ ๑๒ ป้ ก็ได้ เริ่มกันที่ตัวเลข ๑๒ ป้ ก็ได้ แต่ทำอย่างไรถึงจะร่นลงมาว่า เริ่มตั้งแต่ปฐมวัย เราจะเน้นกระบวนการนี้ เปึนการปูพื้นฐานในเรื่องของเด็ก แล้ว พัฒนาการของเด็กนี่นะครับ ให้ได้รับการปูพื้นฐานมาอย่างดี หลายเรื่องนะครับ จำเปึ้นที่ จะต้อง ตอนนี้ ถึงแม้ว่ารัฐจะไม่จัดให้ หรือกระบวนการอื่นไม่จัดให้ แต่ความจําเปึน ทางด้านสังคมก็ทําไปแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นี่นะครับ พ่อแม่ออกไปทำงาน นอกบ้าน อายุ ๒ ขวบ ก็ต้องเอาไปฝากแล้วนะครับ ฝากโรงเรียน ฝากปฐมวัย ฝากอะไร ทั้งหลาย ก็เริ่มตั้งแต่ตรงนั้นแล้ว โดยความเปึนจริง เพราะว่า สภาวะทางด้านเศรษฐกิจนี่ นะครับ บีบให้เรานี่ต้องทำแบบนั้น เรื่องเกี่ยวกับที่จะต้องเตรียมการสำหรับในการที่จะทำ เรื่องนี้ เราปล่อยปละละเลย ครูที่จะมาดูแลเด็กในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เราแทบจะไม่มีกระบวนการ ในแง่ของการที่จะเตรียมความพร้อมนะครับ ดังนั้น เราไปเน้นความสามารถ หรือสิ่งที่ เรียกว่า ผู้สอน อยู่ที่ชั้นสูงขึ้นไป ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท แต่ว่า พื้นฐานของเด็กเรา ปล่อยให้เปึนไปตามยถากรรมจริง ๆ ดังนั้นนี่นะครับ ในการแปรญัตติในเรื่องนี้ ผม อยากจะให้ในเรื่องนี้ถูกบรรจุไว้ชัดเจนนะครับว่า เราจะเริ่มนับนะครับ แล้วคิดตั้งต้นเรื่อง เกี่ยวกับปฐมวัยให้ชัดเจน และสิ่งที่สำคัญ ก็คือว่า ถึงแม้ว่าจะบีบเรื่องนี้ลงมา ให้เหลือ ตรงที่ ม. ๓ ก็ตามนะครับ แต่ว่า ขยับลงมาที่ฐาน แต่ว่า สิ่งนี้ สิ่งที่สำคัญที่แปรญัตติเพิ่ม ขึ้นมา ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับไม่เก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ คำว่า ไม่เก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ในความหมาย ก็คือว่า ทุกวันนี้เราทำไม่ได้นะครับ โดยความเปึนจริง เราจะเป่ดขึ้นไปถึงชั้น ๑๒ ป้ ๑๕ ป้ หรืออย่างไรก็แล้วแต่ เราทําไม่ได้ครับ เพราะว่างบประมาณอะไรต่าง ๆ ตอนนี้ก็ถือว่า เปึน เรื่องที่โกหกหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น ในเรื่องเกี่ยวกับว่าไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะว่าจริง ๆ หลายท่านก็ได้อภิปรายมาแล้วว่า เราปฏิบัติไม่ได้ แต่ถ้าจะปฏิบัติได้ในวงที่แคบ แล้วไป เริ่มต้นที่รากฐานของประชาชน และเน้นกระบวนการในแง่ของการที่จะทำให้การศึกษาที่ เรียกว่า มีคุณภาพ ที่ไม่ใช่การแข่งขัน แล้วก็ไปเน้นในเรื่องเกี่ยวกับทำให้ความสุขเกิดขึ้น จากการศึกษาอย่างแท้จริง เพราะตอนนี้ปรัชญาในเรื่องเกี่ยวกับคำว่า คุณภาพของเรา แตกต่างกันออกไปด้วยครับ ตอนนี้เราสอนเด็ก เพื่อที่จะให้ไปหางาน เพื่อที่จะให้ไปเปึน ลูกจ้างเขานะครับ แต่ว่า ทำอย่างไรเราจึงจะทำให้เด็กไปสร้างงาน เปลี่ยนปรัชญาตรงนี้ ให้ไปสร้างงาน เพื่อการพึ่งตัวเอง สามารถที่จะพึ่งตัวเองได้อย่างมีความสุข แล้วการเรียน นี่นะครับ ทําให้เปึนการเรียนที่มีความสุขนะครับ ซึ่งผมเองก็แปรไว้ตอนท้าย แต่ยังไม่ถึง ในเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ในเรื่องเกี่ยวกับชุมชน ในเรื่องเกี่ยวกับที่จะต้องใช้กระบวนการ ของชุมชนมาพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการที่จะทำให้การศึกษาของเด็กมีชีวิตขึ้นในแง่ของชุมชน ซึ่งผมคิดว่า อันนี้คือ เรื่องที่สำคัญด้วย ดังนั้นผมคิดว่าในเรื่องนี้ก็ต้องข้อที่จะต้องให้ข้อมูล นะครับว่า เราอาจจะต้องไปเริ่มต้นการศึกษาที่ก่อนหน้านี้นะครับ เพราะว่าความจําเปึ้นนี่ นะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก เรื่องเกี่ยวกับเด็กที่จะต้องมีคุณภาพ แล้วถึงที่สุดแล้วนี่นะครับ เราจะช่วยเหลือในเรื่องเกี่ยวกับผู้ปกครองด้วยนะครับ เพราะว่า ตอนนี้โรงงานทั้งหลายก็ดีนะครับ ในสถานที่ต่าง ๆ ก็ดี เวลาที่ลาคลอดเสร็จ เรียบร้อยแล้ว เลี้ยงลูกได้พักเดียว หลังจากนั้น ก็ต้องหอบลูกไปที่ทำงาน แล้วหลังจากนั้น จะต้องสร้างสถานดูแลเด็กในสถานที่ทำงานด้วย ดังนั้น กระบวนการนี้ถ้าเราเน้นด้วย และให้รัฐเข้ามาดูแลอย่างเต็มที่ ปูพื้นฐานของเด็กในเรื่องเกี่ยวกับทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก เตรียมความพร้อมในการที่จะเติบโตขึ้นไปเปึนผู้ใหญ่ที่ดี น่าจะเปึนเรื่องสำคัญ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตที่จะเพิ่มเติมอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ