สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ หารือเรื่องการศึกษาในหมวดสิทธิเสรีภาพ และเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานอื่นสนับสนุนการศึกษา

นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ขออนุญาต ได้เรียนอย่างนี้ครับว่า ผมดีใจครับที่กรรมาธิการยกร่าง แล้วก็สมาชิก สสร. ได้คุยเรื่องนี้ กันอย่างมากมายและกว้างขวาง และเปึนกรณีพิเศษด้วยนะครับ ซึ่งเมื่อวานนะครับ ก่อนที่จะได้ป่ดการประชุม ผมก็ได้ฟังอาจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ได้กล่าวต่อที่ประชุม นะครับ แล้วก็มีประโยชน์ด้วยนะครับ จริงครับ อย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ได้เรียนครับว่า ใน หมวดของสิทธิเสรีภาพในเรื่องของการศึกษานั้นนะครับ เราจะมองในเรื่องของคุณภาพ เปึ้นหลักใช่ไหมนะครับ เพราะว่ามันจะคาบเกี่ยวกับว่า ๙ ป้ ๑๒ ป้ นะครับ เราต้องยอมรับ ข้อเท็จจริงครับว่า ในการที่เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วนี่นะครับ ในป้ ๒๕๔๐ นี่เขียน เรียนฟรี ๑๒ ป้ แล้วสามารถที่จะได้ปฏิบัติจริงได้ไหมนะครับ ซึ่งในเรื่องของในรายละเอียด ในอนาคตเองนะครับ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ ผมคิดว่า ก็คงจะต้องมาแถลง นโยบายต่อสภาแห่งนี้นะครับ หลายรัฐบาลครับ ที่ได้แถลงแล้วนะครับ ไม่ได้ปฏิบัติตาม นโยบาย หรือไม่ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้นะครับ ซึ่งอาจจะอ้างด้วยว่า ปัญหา ทางด้านเศรษฐกิจนะครับ หรือไม่สอดคล้องต่อความต้องการของในสภาวะช่วงนั้น นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้นว่า เราเสียดายครับ มันสมองของนักเรียนในช่วง ระยะเวลา ๑๐ ป้ ที่ผ่านมา การที่จะได้ดูแลนักเรียนนะครับ เราขาดความดูแลที่ชัดเจน นะครับ ความสำคัญของการศึกษานั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดครับ ในเรื่องของการที่ จะได้ให้เด็กเหล่านั้นนะครับไปอยู่ในสังคม ประเทศชาตินั้นจะมั่นคงนะครับ และจะ เข้มแข็งได้ก็เพราะในเรื่องของการศึกษา ตัวผมเองนั้นนะครับ ผมไม่ได้มีส่วนในเรื่องของ การศึกษา แต่ว่า ได้สัมผัสในพื้นที่ของภูมิภาคอย่างหลากหลายนะครับ ซึ่งวันนี้ เรา รวมกลุ่มมาประมาณ ๘ กลุ่ม ก็คงมาจะสรุปว่า ในกรณีของเมื่อเราเขียนรัฐธรรมนูญ ไปแล้วนี่ เราสามารถที่จะทำได้หรือไม่ได้อย่างไร ผมเห็นด้วยครับ ในบางเรื่องที่ อาจารย์ศรีราชาได้นำเสนอเมื่อวานว่า ในกรณีของการที่จะต้องเข้าไปดูแลการศึกษา บางส่วน ๙ ป้นะครับ เหตุผลก็เพราะว่า ค่าเฉลี่ยต่อรายหัวนี่ ที่ท่านอาจารย์ศรีราชา นำเสนอมาเมื่อวานนี้นะครับ ก่อนวัยประถม ๑,๘๐๐ ก่อนชั้นประถม ๒,๐๐๐ ชั้นมัธยม ๔,๐๐๐ ชั้นมัธยมปลาย ๔,๐๐๐ ซึ่งตรงนี้ ผมคิดว่า ถ้าเรานั้น ระบุนะครับ ในเรื่องของ ในรายละเอียดแล้วนี่ รัฐบาลทำได้ไหม รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาทำได้ไหมนะครับ ทีนี้ผม ขออนุญาตที่จะได้เรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของการทำได้ไหมนี่นะครับ นอกจากที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับงบประมาณ จากรัฐบาลที่ได้ดูแลตัวเองแล้วนี่นะครับ เรายังมีหน่วยงานองค์กรอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กทม. ก็ตาม เมืองพัทยาก็ตาม องค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็ตาม แม้กระทั่งเทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งสามารถที่จะได้ช่วยกัน ในเรื่องของการเติมงบประมาณไปสู่การศึกษา เช่น ในเรื่องของการอุดหนุน การสนับสนุน ให้กับการศึกษา ที่ผมพูดอย่างนี้ ก็ผมชี้ให้เห็นว่า บางท้องถิ่นนั้นนะครับ มี ทรัพยากรธรรมชาติเปึ้นจำนวนมาก บางท้องถิ่นนั้น สามารถที่จะมีรายได้ไปช่วยในเรื่อง ของการศึกษา วันนี้กรรมาธิการหลายท่านก็เปึนคณะกรรมการกระจายอำนาจด้วย ตรงนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า มันจะมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ ๙ ป้ ๑๒ ป้ องค์ประกอบ ของการศึกษาที่อยู่ตามโรงเรียน ก็จะมีองค์ประกอบที่สำคัญ ๆ ๓ องค์ประกอบ ก็คือ ตัวนักเรียนเอง ตัวผู้ปกครอง แล้วก็ตัวบุคลากรผู้สอน ที่มีความสำคัญอยู่ในโรงเรียน ตรงนั้น ถ้าโรงเรียนนั้น ขาดงบประมาณ ขาดสื่อการเรียนการสอนที่ดี เราไม่มีงบประมาณ ให้ โรงเรียนก็ไม่สามารถที่จะได้จัดการศึกษาให้อย่างมีคุณภาพได้ ยังมีอีกครับ องค์กร เอกชนนะครับ ถ้ารัฐบาลนั้น คิดว่า ให้องค์กรเอกชนนั้น เข้าไปช่วยเหลือได้ โดยอาจจะใช้ วิธีลดภาษี ซึ่งอาจารย์สมชัยก็เขียนอยู่ ตรงนี้ก็จะเปึนการช่วยเติมเต็มของการศึกษาได้ อย่างหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องของระยะเวลาต่าง ๆ นั้น ที่กำหนด มานี่ เราคงจะต้องมานั่งวิเคราะห์กันให้ดี และเปึนข้อละเอียดอ่อน และมีความสำคัญมาก ครับ ที่ท่านบอกว่า ๙ ป้ ๑๒ ป้ ๑๕ ป้ นี่นะครับ การที่จะเรียน ๙ ป้ ๑๒ ป้ ๑๕ ป้นี่ มันจะต้องเดินด้วยงบประมาณใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านบอกว่า เราจะมาสรุปอย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ยังมีอีกหลายหน่วยงานครับ ที่สามารถ ที่จะได้เข้ามาช่วย เพียงแต่ว่า เราจะมองในเรื่องของคุณภาพการศึกษาอย่างไรอย่างหนึ่ง นะครับ ผมขออนุญาตที่จะได้เรียนครับว่า ฐานของเด็กทั้งก่อนประถม ชั้นประถม หรือ มัธยม ถ้าฐานเหล่านี้เราไม่ส่งเสริมให้เขาเรียนอย่างมีคุณภาพ พอมาถึงชั้นอุดมศึกษา แล้วนี่ เราก็มาติวเข้มกันตรงนี้ ซึ่งบางครั้งนั้น นักเรียน เด็กก็ไม่สามารถที่จะรับได้นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องของการที่จะได้ส่งเสริมในเรื่องของการศึกษานั้น ให้เท่าเทียมกัน และโดยเสมอกันนั้นนะครับ เปึนสิ่งที่มีความสำคัญมาก และผมขออนุญาต เรียนบันทึกเลยครับว่า ตั้งข้อสังเกตครับ ท่านประธานครับ โรงเรียนที่อยู่ตามภูมิภาค ต่าง ๆ โรงเรียนที่อยู่ตามตำบลต่าง ๆ ประชากรของประเทศไทยเราเพิ่มขึ้น แต่นักเรียนนั้น น้อยลง กลับไปกระจุกอยู่ที่ตามอำเภอ ตามจังหวัด ทําไมถึงเปึนอย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ บางโรงเรียนเขาอยู่ตามอำเภอ จังหวัด เขามีสมาคมศิษย์เก่า ค่อยประคับประคอง เขามีกรรมการสถานศึกษา ซึ่งอาจจะได้มีฐานะ มีสื่อการเรียน การสอนที่ดีกว่า มีบุคลากรที่ดีกว่า ทำไมพี่น้องประชาชน เขาก็อยากให้ลูกหลานเขานั้น ได้เรียนที่ดีกว่า แบบมีคุณภาพ เขามีความตั้งใจอย่างนั้น เราทำอย่างไรเราจะส่งเสริมให้ โรงเรียนที่อยู่ตามตำบลเหล่านั้นเขาได้มีงบประมาณที่เพียงพอ ผมคิดว่า ในเรื่องของ ข้อเท็จจริง จริง ๆ แล้วนี่ ผมได้ฟังรัฐมนตรีมาหลายคน บอกว่า ปัญหาเศรษฐกิจของเรา นั้น เราไม่สามารถมีงบประมาณได้เพียงพออาจจะได้เรียนโรงเรียนดี แต่ผมขออนุญาต กราบเรียนครับ ในกรณี ๙ ป้ หรือ ๑๒ ป้ นั้น อาจจะเปึนข้อแตกต่าง แต่ว่า ในเรื่องของเรา จะทำได้หรือไม่อย่างไรในเรื่องของคุณภาพการศึกษา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนครับว่า ยังมีอีกหลายหน่วยงานครับที่จะได้เข้ามาช่วยสนับสนุนหรืออุดหนุนในเรื่องของการศึกษา มันจะมีผลให้กับ ๙ ป้ และ๑๕ ป้ ต่อไปครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ