ศรีราชา เจริญพานิช เสนอการแก้ไขเกี่ยวกับเงินอุดหนุนสำหรับการศึกษา โดยแนะนำให้จัดสรรเงินเพียงพอสำหรับ 9 ชั้นการศึกษา และไม่น้อยกว่า 9 ปี เพื่อให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น และไม่ทำให้โรงเรียนเอกชนต้องปิดทีละโรง
ครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้นะครับ ผมขอกราบเรียนว่า ในส่วนของวรรคนี้ ตามข้อเสนอเดิมที่ผมเคยยื่นขอ สงวนไว้ตอนชั้นกรรมาธิการนั้น ผมขอสงวนไว้ว่า ๙ ป้ สำหรับกรณีที่ได้รับงบประมาณ จากรัฐ โดยกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะให้เพียงพอสำหรับ ๙ ชั้นนะครับ ถ้าเผื่อสมมุติ ว่า เราขอแปรญัตติว่า ไม่น้อยกว่าเก้าป้ นี่ เมื่อไรก็ตามที่รัฐมีความพร้อมในด้าน สถานการณ์การเงิน การคลังแล้วก็จะสามารถขยับขึ้นไปได้ แต่ถ้าเผื่อกำหนดไว้ ๑๒ ป้ เหมือนอย่างที่กรรมาธิการได้เสนอนะครับ ตามร่างที่ผ่านมาแล้วนี่ ผมเกรงว่า จะเกิด ปัญหา ก็คือจะจัดสรรไม่พอเหมือน้อย่างที่ผ่านมา แล้วจะทำให้คุณภาพการศึกษานั้นด้อย ลงนะครับ ส่วนอีกอันหนึ่ง ก็คือ เรื่องของการที่ขอให้ตัดว่า โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ออกนี่ เพราะว่าเท่าที่ผ่านมานะครับ ทําไม่ได้ และทําให้เกิดปัญหา ก็คือว่า ทําให้จะต้องไปขอ กรรมการบริหารการศึกษานี่นะครับ บริจาคเพิ่มเติม อันนี้ก็จะมีผลกระทบตามมาอีก ๒ ประการ อย่างน้อย ๆ ก็คือ ประการแรก ครูหรือข้าราชการที่เคยเบิกค่าใช้จ่ายเรื่อง การศึกษาของบุตรได้ รวมทั้งเอาไปหักภาษีได้ด้วยนี่นะครับ ตอนนี้ไม่ได้แล้วครับ เพราะเหตุว่า ค่าใช้จ่ายตัวนี้ไม่มีเบิกอีกต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็จะมีปัญหา ตรงที่ว่า แทนที่ว่าคนที่เปึนครูหรือข้าราชการนี่จะได้รับเอาไปเบิกยกเว้น แต่กลับ ต้องถูกโรงเรียนมาขอให้บริจาคเพิ่มเติม คือ แทนที่จะขอไม่ต้องจ่าย หรือเอาไปเบิกได้ กลับเปึนว่า จะต้องจ่ายทบเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ และอาจจะจำนวนมากกว่าเดิมนะครับ ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องนี้นะครับ เมื่อเวลาเราออกกฎหมาย เราดูการศึกษาพื้นฐาน ซึ่งเปึนภาคของรัฐเปึนหลัก พอมาพูดถึงเรื่องของภาคของเอกชน แล้ว เอกชนได้รับผลกระทบเรื่องนี้อย่างมาก ตรงที่ว่า เอกชนเองถูกห้ามไม่ให้เก็บ ค่าใช้จ่ายด้วย เว้นแต่ว่าบางโรงเรียนจะเรียกแป็ะเจี๊ยะตั้งแต่ก่อนเข้า นั่นอีกเรื่องนะครับ แต่เมื่อเข้าสู่ ระบบโรงเรียนแล้ว ก็จะมีการที่ว่า ถูกห้ามให้เก็บค่าใช้จ่าย ในขณะที่โรงเรียนเอกชนที่ ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์จะมีปัญหามาก หรือหากได้รับเงิน อุดหนุนประมาณ ๔๐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ บางส่วนก็จะมีปัญหารองลงมา ด้วยเหตุที่ว่า โรงเรียนเหล่านี้เมื่อไม่ได้เก็บค่าใช้จ่าย ตัวเองต้องจ่ายเอง ก็จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายของครู ด้วย ซึ่งจะทำให้โรงเรียนเอกชนทั้งหลายไม่สามารถที่จะอยู่ได้อีกต่อไปนะครับ อาจจะต้อง ค่อย ๆ ทยอยล้มไปทีละโรง เพราะเหตุที่ว่า เราไม่ได้คำนึงถึงโรงเรียนเอกชนนะครับ ในขณะที่เขามีปัญหา ทั้ง ๆ ที่เปึนนโยบายของรัฐอยู่เดิมที่ว่า อยากจะให้โรงเรียนของ เอกชนมามีส่วนแบ่งในการรับผิดชอบในการศึกษา เปึนการช่วยเหลือรัฐบาล แต่เวลานี้ นโยบายที่ทำอยู่กลับเปึนนโยบายที่ทำร้ายโรงเรียนเอกชนนะครับ จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ในหลาย ๆ เรื่อง โดยสรุปนะครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ในส่วนนี้ผมเองนั้น ผม ต้องการที่จะจัดค่าใช้จ่ายให้เพียงพอ เพราะฉะนั้นเพื่อจะให้เพียงพอ ก็จะต้องเปลี่ยนเปึน ว่า ไม่น้อยกว่าเก้าป้ แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ลดลงไป เพราะเหตุที่ว่า งบประมาณเพิ่มเมื่อไรก็สามารถจัดเปึน ๑๐ ๑๑ ๑๒ หรือมากกว่านั้นได้นะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการที่เราจะพิจารณาในเรื่องนี้ ถ้าเผื่อจะให้คุณภาพการศึกษา เปึนไปอย่างดี สมเจตนารมณ์ของเรานะครับ แล้วสามารถที่จะช่วยกันทำให้ผลิตคนที่มี คุณภาพออกมารับใช้สังคมได้แล้ว ผมเห็นว่า จำเปึนอย่างยิ่งนะครับ ที่จะต้อง เปลี่ยนแปลง โดยที่ไม่ใช้ระบบตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือว่า ไม่น้อยกว่าสิบสองป้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ อยากกราบเรียนวิงวอนให้ท่านสมาชิก สสร. ทั้งหลายได้กรุณาใช้ วิจารณญาณพิจารณาดูให้ดีว่า เราจะปล่อยให้การศึกษาของชาติเราล่มจมลงไปกว่านี้ โดยที่เพียงแต่ว่า ต้องการคงคำว่า ไม่น้อยกว่าสิบสองป้ เพื่อเอาใจประชาชนว่า รัฐธรรมนูญนี้ถ้อยหลังไม่ได้ ต้องดีกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน ผมได้ยื่นญัตติขอ เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในส่วนนี้ว่า ถ้าเผื่อจะมีการประนีประนอม ก็คือ ผมจะยอมให้ใช้ ไม่น้อยกว่าสิบสองป้ ได้ แต่ต้องลดลงไปว่า ใน ๓ ชั้นล่างจะต้องไปอยู่ที่ความดูแลของ องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นนะครับ และจากนั้น ผมจึงจะยอมว่า ถ้าเผื่อเปึ้นเช่นนั้นแล้ว เรื่องของการที่จะตัดคำว่า ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ออก ก็คงจะยอมได้ เพราะเหตุที่ว่าถ้าเผื่ออยู่ ในระดับ ๓ ชั้น จากประถม ๑ ถึง ม. ๓ ขึ้นไป ก็จะทำให้สอดคล้องกับ พรบ. การศึกษา ภาคบังคับนะครับ และอีกประการสุดท้าย ก็คือว่า การศึกษาในระบบของเราปัจจุบันนี้ ระบบมันค่อนข้างจะเละเทะนะครับ เพราะในเรื่องของจัดระบบนี่มีการก้าวก่ายกัน เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาที่ว่า เราควรที่จะให้จุด ม. ๓ เปึนจุดเชื่อมต่อระหว่างทางที่เด็กของ เราจะเดินขึ้นไปต่อไปในอนาคต ก็คือว่า จะไปสายอาชีวะก็ไปเสียให้มันชัด ๆ หรือจะไป สายสามัญก็ไปเสีย เพราะฉะนั้นตรงนี้ทำให้เรื่องของการจัดการศึกษาจะมีภาพที่ชัดเจน ขึ้น เพราะเวลานี้เด็กสายสามัญก็เอาวิชาของอาชีวะมาเรียน เด็กของอาชีวะก็เอาวิชาของ สายสามัญมาเรียน มันเปึ้นระบบที่มั่ว และคร่อมกันไปหมดนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยาก ให้มีการปรับปรุง หรือปฏิรูปการศึกษากันอย่างแท้จริงในยุคหลัง ซึ่งในส่วนนี้อาจจะ พาดพิงไปอยู่ในเรื่องของมาตรา ๗๙ (๓) ที่จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษากันต่อไป ขอบคุณครับ