สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๐

วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ เสนอว่า ควรให้การศึกษาภาคบังคับไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพราะประชาชนมีความเข้าใจแล้วว่าการศึกษาภาคบังคับมีค่าใช้จ่ายไม่เก็บ แต่ถ้าไม่เก็บก็จะไม่เป็นธรรมสำหรับบุคคลที่มีเงินมากกว่า

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์

ได้ครับ เอาเรื่องเก็บ ไม่เก็บนะครับ ขณะนี้ นะครับ ผมต้องเรียนว่า ที่ผ่านมานี่ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติการศึกษาเปึ้นต้นมา หรือตั้งแต่ พรบ. การศึกษาแห่งชาติประกาศใช้เปึนต้นมานะครับ เอารัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เปึ้นต้นมา ดีกว่า ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ นี่นะครับ ในมาตรา ๔๓ บอกว่า การจัดการศึกษาสิบสองป้ โดยไม่ ต้องเสียค่าใช้จ่าย แล้วขณะนี้นี่ครับ ใช้มาแล้วอันนี้ ๑๐ ป้ ตั้งแต่ ๒๕๔๐ ถึงวันนี้ ๒๕๕๐ ก็ยังใช้มาอยู่ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ป้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ผมไปเปรียบประดุจว่า ขณะนี้ประชาชนได้ทราบ แล้วก็มีผลบังคับ มีการเรียนโดยที่ไม่เสีย ค่าใช้จ่ายมา เรียกว่า ไม่เก็บดีกว่านะครับ ไม่เก็บค่าลงทะเบียนที่เปึนหน่วยกิต หรือค่า เล่าเรียน ๑๐ ป้แล้วครับ ทีนี้ถ้าเผื่อว่า มามองถึงว่า ๑๐ ป้ นี้หมายถึงรวมอะไรครับ หมายถึงว่า เราจัดตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ม.๖ การศึกษาพื้นฐานปัจจุบันนี้ พอ ๑๐ ป้ที่ผ่านมานี้ ป.๑ ถึง ป. ๖ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่เก็บค่าลงทะเบียน ก็ปรากฏว่า ไปดูการศึกษาภาคบังคับ ที่ประกาศใช้ พรบ. การศึกษาภาคบังคับนั้น บังคับให้เด็กทุกคน ผู้ปกครองทุกคนนั้นต้อง ส่งลูกเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับ ๙ ป้ การที่เราจัดการศึกษาภาคบังคับ ๙ ป้ หมายความว่า คุณไม่ส่งลูกเรียนนั้นมีความผิด ผิดกฎหมาย ต้องเรียน ๙ ป้ ๙ ป้ ก็คือ นับตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ม. ๓ ต้องเรียน และปัจจุบันนี้ไม่เก็บ เหตุผลที่ไม่เก็บ เพราะว่า เราบังคับเขาเรียนครับ ถ้าบังคับเขาเรียน แล้วก็ให้เขาจ่ายเงินอีกนี่เขาจะคิดอย่างไร ในเมื่อประชาชนรู้ว่า เปึนการศึกษาภาคบังคับ ผมเองผมอยู่โรงเรียนนะครับ ผมว่า ไม่เก็บ หรือเก็บนี่ ไม่กระทบกระเทือนนะครับสำหรับฝ์ายบริหารหรือโรงเรียน เพราะถ้าเก็บเราก็ เก็บจากผู้ปกครอง ถ้าไม่เก็บรัฐก็ต้องจ่าย แต่วันนี้มันปฏิบัติมาแล้ว ๑๐ ป้ คือ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ ถึง ๒๕๕๐ ประชาชนเข้าใจอยู่แล้วครับว่า ถ้าเอาลูกหลานไปเรียนภาคบังคับนี่ มันก็จะไม่ต้องจ่ายเงิน ถ้าวันดีคืนดี วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราร่างมาว่า ต้องเก็บเงิน ความรู้สึกของประชาชนที่เขาเกี่ยวข้อง เอาลูกหลานมาเรียนอยู่ในการศึกษาภาคบังคับ และการศึกษาพื้นฐาน ๑๒ ป้ เขาจะมองว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาเสียสิทธิ เขาเสียโอกาส ทำไมการศึกษาภาคบังคับ การศึกษาพื้นฐาน เดิมไม่เก็บ แต่วันนี้ต้องเก็บ เราเข้าใจครับ ท่านอาจารย์ศรีราชา ประทานโทษนะครับ ท่านอาจารย์ครับ อาจารย์ศรีราชาเปึ้นห่วงใย อาจารย์สมชัยเปึนห่วงใยว่า เงินมีไม่พอ อันนี้ผมเข้าใจครับ รัฐก็อาจจะมีเงิน ตอนนี้ อาจจะให้ไม่พอ แต่ไม่ใช่รัฐไม่มีเงิน รัฐมีเงิน แต่จัดให้ไม่พอ เพราะว่าไปจ่ายอย่างอื่นก็มี ครับ มากมายก่ายกองที่ไปจ่าย โครงการอะไรต่าง ๆ มากมาย ก็ถ้าจัดให้มันพอเสียจริง ๆ นี่ มันก็จบปัญหาคำว่า ไม่พอ นะครับ หรือจะหาอย่างไรก็ตาม แต่ผมเปึนห่วงว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นฉบับที่เรากำลังร่างขึ้นมาใหม่ ความหวังประชาชนคิดว่า ฉบับ ๒๕๕๐ น่าจะดีกว่า ๒๕๔๐ มาดูเรื่องการศึกษาปัูบ ๒๕๔๐ ให้เรียน ไม่เก็บ ค่าใช้จ่าย แต่พอ ๒๕๕๐ เก็บค่าใช้จ่ายเขา แล้วเขาจะคิดอย่างไรครับ ความรู้สึก แสดงว่า นี่ไม่ดีกว่าแน่ ฉบับนี้ เพราะเขาเสียสิทธิ เสียโอกาส และจะต้องมาจ่ายเงิน ทั้ง ๆ ที่ลูกคนที่ เรียนจบไปคนที่แล้วนี่ กำลังจะจบนี่ไม่ต้องเสียเงิน แต่ลูกคนต่อไปทำไมต้องเสียเงิน มันไม่ เปึ้นธรรม เพราะฉะนั้นเราต้องคิดถึงความเปึนจริงที่ผ่านมา แล้วความจริงแล้วนั้น ถ้าพูด ถึงการศึกษาภาคบังคับของรัฐ รัฐใด ๆ ก็ตามนะครับ หลาย ๆ ประเทศเราก็ทราบดีอยู่ว่า เขาก็ไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายในการศึกษาภาคบังคับ หรือการศึกษาพื้นฐานที่เรากำลังจัดอยู่ เพราะฉะนั้นผมจึงห่วงประเด็นว่า ถ้าตราบใดที่เราออกไปว่า เรายกเลิกการเก็บค่าใช้จ่าย หมายความว่า ทุกคนต้องจ่าย ใครมีก็จ่าย ใครไม่มีรัฐอาจจะช่วยจ่ายนะครับ แต่คนมี นะครับ บางทีก็ไม่อยากจ่าย เพราะถือว่าไม่เท่ากัน ไม่เปึนธรรมเท่ากัน ลูกคุณไม่จ่าย ลูกผมต้องจ่าย คนมีบางทีไม่สปอร์ต (Sport) เสมอไปหรอกครับ บางคนมีแล้วอยาก ได้มากยังมีเลย ยังโกงยังมีเลย เพราะฉะนั้นถ้าพูดตรงไปตรงมาว่า ให้เท่ากันเสียเลยดีไหม ครับ ทั้งยากดีมีจน ถ้าบังคับเราก็ต้องให้ ไม่เก็บก็ไม่เก็บ มันจะได้เปึ้นธรรมด้วยกันทั้งหมด นะครับ ส่วนในเรื่องกี่ป้ค่อยว่ากันทีหลัง ประเด็นของผมก็คือว่า ควรจะให้เปึนเหมือน ตามปกติที่ยกร่างเคยเสนอมา แล้วอย่าไปรวมถึงกับเด็กขนาดก่อนเรียนประถม เราเรียกว่า ปฐมวัย เด็กชุดนี้ ขณะนี้เด็กตัวเล็ก ๆ ตั้งแต่ ๓ ขวบนะครับ เข้าเรียนอนุบาลนี่ เด็กเดี๋ยวนี้ ชุดนี้ เด็กประเภทวัยขณะนี้ เดี๋ยวนี้ไม่มีลูกใครเลยครับ ที่เกิดมาตั้งแต่ ๓ ขวบ แล้วไม่เข้าเรียนอนุบาล แม้แต่ในชนบท ในตำบลต่าง ๆ ก็ไปเรียน ถ้าเราไม่จัดดูแลเขา ให้เขาเหลือเงินอีกนะครับ ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้มันก็หนักพอสมควร ถ้าเราช่วยประชาชน เขาได้ ให้การศึกษาโดยที่ไม่ต้องเก็บค่าใช้จ่ายเขานี่ มันจะเปึนประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็ก เปึ้นการสร้างเสริมพื้นฐานของเด็ก และเราก็มีส่วนช่วย โดยรัฐก็ต้องดูแล หรือรัฐอาจจะไม่ ดูแลเต็มที่ อาจจะให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการ โดยใช้งบประมาณจากท้องถิ่น อะไร ก็แล้วแต่ นั่นเปึนวิธีการ แต่ถ้าเผื่อว่า เราจะไม่เก็บเลยนี่ อย่างที่ท่านผู้ใหญ่ที่เคารพ ทั้ง ๒ ท่านเสนอมา ก็เห็นว่า พิจารณาให้ดีนะครับ ให้รอบคอบว่า มันจะเกิดผลกระทบ และเกิดการต่อต้าน เกิดความรู้สึก อาจจะถูกประชาชนพูดในทางไม่ดี หรือคิดไม่ดีว่า เอ๊ะ ทำไมเราทำแล้วคราวนี้เขาเสียสิทธิ์ เพราะว่าเราบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราให้สิทธิ เราให้โอกาสประชาชน เราดูแลสิทธิของ เขานะครับ แต่เงินในกระเปิาเราไม่ช่วย มันก็ไม่ค่อยจะดีนัก ผมขอเสนอว่า น่าจะ พิจารณาเรื่องให้เปึ้นไปตามเดิม คือ ไม่เก็บค่าใช้จ่ายครับ ขอบคุณครับ