สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๐

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย แปรญัตติ มาตรา 44 เพื่อขยายความหลักประกันในการดำรงชีพให้ชัดเจน และเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการฟ้องรัฐตามมาตรา 28 วรรคสอง

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ครับ ติดใจครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการยกร่าง เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในฐานะผู้แปรญัตติ มาตรา ๔๔ นะครับ เรียนอย่างนี้ครับว่า เหตุผลที่ผม จําเปึนต้องแปรญัตติในมาตรา ๔๔ นี้นะครับ สืบเนื่องมาจาก เมื่อผมอ่านข้อความแล้วนี่ ผมไม่มีความเข้าใจ ผมเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อผมซึ่งเปึ้นนักกฎหมายอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ ผมต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการยกร่างที่มีแนวคิด ในการที่จะเพิ่มหลักประกันชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งบทบัญญัติอย่างที่ปรากฏในร่าง มาตรา ๔๔ นี้นี่ ไม่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ เปึ้นของใหม่ครับ แล้วผมในฐานะที่เปึ้น ประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภาคกลาง ซึ่งผมรับผิดชอบพื้นที่ ในการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ๒๕ จังหวัด บวกกับอีก ๑ กรุงเทพมหานคร ผมเอามาตรา ๔๔ นี่ไปเสนอพี่น้องประชาชน เปึ้นจุดขาย เพื่อช่วยรณรงค์ให้พี่น้องประชาชน เห็นดี เห็นงาม แล้วในที่สุดจะนําไปสู่การเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า นี่คือความก้าวหน้า มากกว่าของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ผมได้รับคำถามจากพี่น้องประชาชนมาครับท่านประธาน เขาถามผมมาว่า หลักประกันที่เขียนไว้ในมาตรา ๔๔ ที่บอกว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ ได้รับหลักประกันความปลอดภัย อันนี้อ่านแล้วก็เข้าใจครับ คือหลักประกันความปลอดภัย และสวัสดิภาพในการทำงาน รวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพ ทั้งในระหว่างการทำงาน และเมื่อพ้นภาวะการทำงาน คำถามที่พี่น้องประชาชนถามกลับมาก็คือว่า หลักประกันในการ ดํารงชีพนั้น หมายถึงอะไร ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ที่เขาจะอาศัยสิทธิในมาตรา ๔๔ นี้ นี่เรียกร้องจากรัฐได้ ตรงนี้มันไม่มีความชัดเจนในเรื่องของหลักประกันในการดํารงชีพ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เวลาเราเขียนรัฐธรรมนูญนั้นนี่ มีหลักการง่าย ๆ นิดเดียวครับ กระชับ ภาษาง่าย อ่านแล้วต้องเข้าใจทันที เหมือนกับที่พี่น้องประชาชนในส่วนภูมิภาคบอกว่า อยากได้รัฐธรรมนูญที่กินได้ นั่นหมายความว่า อ่านแล้วสัมผัสได้ จับต้องเปึ้นรูปธรรมได้ อ่านแล้วรู้เรื่องว่า รัฐกําลังสื่อสารว่ารัฐจะจัดหลักประกันอะไรให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงได้ขอใช้สิทธิแปรญัตติ เพื่อขยายความให้มีความชัดเจนว่า หลักประกันในการดำรงชีพที่พี่น้องประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับทั้งในระหว่างการทำงาน และเมื่อพ้นภาวะการทำงานนั้น ได้แก่ เรื่องของรายได้ ได้แก่ เรื่องของสวัสดิภาพในการทำงาน และได้แก่ เรื่องสวัสดิการสังคม ตรงนี้คือสิ่งที่ประชาชนเขาอยากได้ เท่านี้ล่ะครับ เขาก็คิดว่า เขาจะมีหลักประกันในการดํารงชีพ ก็จะฝากผี ฝากไข้ไว้กับผู้บริหารประเทศไทยในอนาคตว่า จากนี้ไปในฐานะที่เปึนประชาชนคนไทยเขาจะมีหลักประกันที่มั่นคงในการดํารงชีพ อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธาน และท่านกรรมาธิการยกร่าง ได้นําไปประกอบการพิจารณา ก็คือ ท่านเขียนเองในมาตรา ๒๘ วรรคสอง ท่านเขียนว่า ประชาชนที่ถูกละเมิดเรื่องสิทธิ เสรีภาพ สามารถไปใช้สิทธิทางศาลได้ ใช้สิทธิทางศาลได้ นั่นหมายความว่า เรากำลังจะยืนยันหลักการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชนให้สอดคล้องกับหลักการที่เราพยายามเขียนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยตัดคำว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ออกไป ก็โดยหลักการสำคัญที่เห็นตรงกันว่า เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนแล้วใช้งานได้ทันที มีผลทันที แล้วเพื่อรองรับหลักการตรงนี้ อีกชั้นหนึ่ง เราก็ไปเพิ่มในมาตรา ๒๘ วรรคสองว่า สิทธิก็ดี เสรีภาพก็ดี ของพี่น้องประชาชน ที่เขียนในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ เขียนแล้วใช้งานได้จริง ถ้ารัฐไม่ปฏิบัติตาม ประชาชนฟัองรัฐ ให้ปฏิบัติตามได้ โดยอาศัยช่องทางมาตรา ๒๘ วรรคสอง ผมก็กำลังมองครับว่า ถ้าประชาชน จะอาศัยช่องทางในการฟัองรัฐ ในมาตรา ๒๘ วรรคสอง คดีขึ้นสู่ศาลไปแล้วนี่ ศาลจะตัดสิน เพื่อคุ้มครองพี่น้องประชาชนให้ได้รับการคุ้มครอง คือ หลักประกันในการดำรงชีพได้อย่างไร ถ้าท่านไม่เขียนเสียให้ชัดเจนว่า หลักประกันในการดํารงชีพนั้นประกอบไปด้วยหลักประกัน ในเรื่องอะไรบ้าง สุดท้าย ผมขอกราบเรียนท่านกรรมาธิการยกร่างผ่านท่านประธานครับว่า ท่านอย่ากรุณาชี้แจงผมนะครับว่า หลักประกันรายได้นั้นไม่สามารถจัดได้ เพราะติดขัด เรื่องงบประมาณ ท่านกรุณาอย่าชี้แจงผมนะครับว่า หลักประกันรายได้เขียนในรัฐธรรมนูญ ไม่ได้หรอก เพราะพี่น้องประชาชนมีหลายระดับ มีรายได้ต่างกัน ไม่รู้จะให้หลักประกัน กับประชาชนที่มีรายได้ต่างกันได้อย่างไร ผมเรียนว่า มาตรา ๔๔ นี้ ไม่ใช่มาตราที่จะมาเขียนให้ พี่น้องทุกคนมีความเปึนอยู่สุขสบาย ประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาไปสู่จุดที่ทำให้คนไทย ทั้ง ๖๕ ล้านคน มีความสุขสบาย โดยเพียงแต่การออกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับเดียวเท่านั้นเอง แต่เรากำลังจะบอกว่า เรากำลังจะทำให้คนไทยทั้ง ๖๕ ล้านคน อย่างน้อย ๆ เขาจะมีหลักประกันในการดำรงชีพ พูดภาษาไทย แปลเปึนภาษาไทย ก็คือ เรากำลังจะบอกกับพี่น้องประชาชนว่า มาตรา ๔๔ คือมาตราที่จะบอกกับพี่น้องประชาชนว่า จากนี้คุณไม่อดตาย เท่านั้นล่ะครับ ไม่ได้ขอความร่ำรวยจากรัฐ ส่วนเรื่องของสวัสดิภาพ ในการทำงาน และสวัสดิการสังคมก็เช่นเดียวกัน ผมว่า อยู่ที่แนวความคิด แล้วก็นโยบาย ของท่านกรรมาธิการยกร่าง ที่ท่านกำลังจะเสนอหลักประกันให้กับพี่น้องประชาชนผ่านมาตรานี้ เมื่อท่านกล้านำเสนอหลักการใหญ่ ซึ่งท่านเปึนคนเป่ดประเด็นมาตรา ๔๔ นี้มาเอง ท่านจึงควร ที่จะต้องมีความกล้าว่า ตรงนี้ คือ การเพิ่มรายจ่ายให้กับแผ่นดินแน่นอน เพราะฉะนั้น เมื่อท่านเปึ้นผู้เป่ดประเด็นตรงนี้ขึ้นมาเอง ผมนำเสนอประเด็นนี้เปึนจุดขายให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง ๒๕ จังหวัด กับบวกอีก ๑ กรุงเทพมหานครไปแล้ว ตามร่างฉบับรับฟังความคิดเห็นของท่าน และผมเชื่อว่า ประธานรับฟังความคิดเห็นทั้ง ๔ ภาค ก็สื่อสารกับพี่น้องประชาชนทุกภาคไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อท่านกล้าที่จะเสนอหลักประกัน ซึ่งเปึนของใหม่ ให้กับพี่น้องประชาชน อย่าตอบว่า ไม่มีงบประมาณ อย่าตอบว่า มาตรานี้ สร้างภาระงบประมาณให้กับแผ่นดิน เพราะถ้าท่านชี้แจงผมอย่างนั้น ผมจำเปึ้นต้องถามท่าน ล่วงหน้าเลยว่า แล้วท่านร่างมาตรานี้ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ทั้งหมด ก็คือ เหตุผลที่ผม ต้องขอกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ว่า เปึ้นเหตุผลที่ผมขอแปรญัตติในมาตรา ๔๔ เพื่อสร้างความ ชัดเจนในหลักการที่ท่านกรรมาธิการได้กรุณายกร่างไว้ ขอบพระคุณครับ