สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๐

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ยื่นแปรญัตติเพื่อแก้ไขปัญหาการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โดยหารือเรื่องการกำหนดค่าทดแทนตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ประชาชนแจ้งราคาซื้อขายตามความเป็นจริง เพื่อให้รัฐได้รับข้อมูลเกี่ยวกับราคาที่ดินทั่วประเทศ และปรับปรุงราคาประเมินให้สะท้อนราคามูลค่าที่ดินที่แท้จริงได้

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้แปรญัตติ ในมาตราที่ ๔๒ ผมขอ กราบเรียนต่อท่านประธาน ท่านกรรมาธิการยกร่าง และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ มาตรา ๔๒ คือ บทบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องการใช้อำนาจรัฐในการเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ว่า บทบัญญัติของมาตรา ๔๒ นี้นี่ เวลาเราพิจารณา มาตรา ๔๒ เราต้องพิจารณาสืบเนื่องจาก มาตรา ๔๑ เพราะ ๔๒ คือ บทบัญญัติที่สืบเนื่องมาจากบทบัญญัติของมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๑ คือ หลักในเรื่องของการคุ้มครอง และรับรองสิทธิของประชาชนในทรัพย์สิน เขียนไว้อย่างนี้ครับ มาตรา ๔๑ สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง ขอบเขตแห่งสิทธิ และการ จำกัดสิทธิเช่นว่านี้ ย่อมเปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ นั่นหมายความว่า หลักของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ให้หลักสำคัญเกี่ยวกับการรับรองสิทธิของบุคคลในทรัพย์สินว่า ต้องได้รับการรับรอง การจำกัดสิทธิของบุคคลในทรัพย์สินนั้น โดยหลักกระทำไม่ได้ครับ จะกระทำได้เท่าที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้นเอง แล้วมาตรา ๔๒ ก็จะมายืนยันหลัก ในมาตรา ๔๑ เมื่อพูดถึงเรื่องของการเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์ เพราะฉะนั้น ท่านจะเห็นได้เลย ครับว่า ในมาตรา ๔๒ นั้น จะเริ่มต้นด้วยข้อความที่ว่า การเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้ นั่นหมายความว่า มาตรา ๔๒ กำลังจะสื่อให้พี่น้องประชาชนแล้วก็รัฐได้รับรู้ว่า เมื่อพูดถึง เรื่องของการเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยหลักการต้องทำให้ได้เสียก่อน เพื่อรองรับ กับบทบัญญัติใน มาตรา ๔๑ ที่รัฐมีหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของประชาชน แต่เนื่องจาก ในการบริหารกิจการของรัฐนั้น มีบางกรณีที่รัฐมีความจำเปึ้นที่จะต้องเว้นคืน อสังหาริมทรัพย์จากประชาชนทั้งหมด เพื่อกิจการของรัฐ ท่านลองดูบทบัญญัติ ในมาตรา ๔๒ ตามร่างของกรรมาธิการยกร่างท่านร่างเกี่ยวกับข้อยกเว้นในการห้ามมิให้รัฐเว้นคืน อสังหาริมทรัพย์ของประชาชน ท่านเขียนไว้ โดยมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง ท่านเริ่มอย่างนี้ครับ เว้นแต่ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะ เพื่อการอันเปึนสาธารณูปโภค การอันจำเปึนในการปัองกันประเทศ การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ การผังเมือง การส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาการเกษตร หรือการอุตสาหกรรม การปฏิรูปที่ดิน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น นั่นหมายถึงว่า ประโยคสุดท้าย เพื่อประโยชน์สาธารณะ อย่างอื่นนั้น เขียนเป่ดทิ้งไว้ในอนาคตว่า เท่าที่นึกได้ในขณะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีกิจการที่ ได้กล่าวมาแล้วก่อนถ้อยคำประโยคนี้ แล้วเขียนทิ้งไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในอนาคต ถ้าเปึนประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นแล้ว ก็ยังสามารถที่จะเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์ได้ ทีนี้ผมเรียน อย่างนี้ครับว่า ปัญหาในเรื่องของการเว้นคืนนั้น ผมเห็นพ้องด้วยกับท่านอาจารย์ศรีราชา ที่ท่านได้กรุณาให้คำชี้แจงไว้เมื่อตอนต้น ก่อนที่เราจะพักรับประทานอาหารมื้อเย็นว่า แนวคิดทฤษฎีทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์นั้น มีแนวคิด มาจากเดิมว่า อสังหาริมทรัพย์ ก็คือ ทรัพย์ของแผ่นดิน แล้วเปลี่ยนมาสู่เอกชน เพราะฉะนั้น เมื่อแผ่นดินมีความจำเปึ้นที่จะต้องใช้อสังหาริมทรัพย์ รัฐควรจะมีอำนาจในการที่จะเว้นคืน อสังหาริมทรัพย์นั้น แต่เวนคืนแล้วกลับไปเปึนของใครครับ ต้องกลับไปเปึนของแผ่นดิน ตรงนี้ คือ นัยสำคัญ ที่ผมกำลังจะกราบเรียนว่า เหตุใดผมจึงได้ยื่นคำขอแปรญัตติว่า ทุกกิจกรรมที่ท่านร่างไว้ ในมาตรา ๔๒ ที่นำไปสู่อำนาจของรัฐ ในการที่จะเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์จากพี่น้องประชาชน นั้น กระผมจึงได้ยื่นคำขอแปรญัตติว่า เพื่อกิจการของรัฐ กระผมไม่ได้มีข้อขัดข้องในกิจกรรม ต่าง ๆ ที่ท่านเขียนบรรจุอยู่ในมาตรา ๔๒ อันนําไปสู่อํานาจของรัฐ ในการที่จะเว้นคืน อสังหาริมทรัพย์จากประชาชน แต่ผมขออย่างเดียวครับ เมื่อท่านเวนคืนไปแล้ว ท่านต้องใช้ใน กิจการของรัฐ ถามว่า ตรงนี้มีนัยสำคัญอะไรอีก นอกเหนือจากเหตุผลที่ผมอภิปรายไป ผมก็ต้องเรียนว่า ตรงนี้มีนัยนอกเหนือไปจากเหตุผลที่ผมอภิปรายไปแล้ว ก็คือ มันมีนัยเกี่ยวกับ การบริหารกิจการบ้านเมือง ในอดีต โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดที่แล้ว พวกเราคงจะทราบดีว่า มี ความพยายามในการที่จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แล้วความจริงก็ปรากฏชัดเจนว่า มีรัฐวิสาหกิจ หลายรัฐวิสาหกิจที่เว้นคืนอสังหาริมทรัพย์จากพี่น้องประชาชนไป ไปเปึนกิจการของรัฐวิสาหกิจ นั้น ถามว่า พี่น้องประชาชนยอมไหมครับ ยอม เพราะอะไรครับ เพราะเวนคืนไปเปึนกิจการของ รัฐไงครับ แต่หลังจากที่เว้นคืนทรัพย์สินจากพี่น้องประชาชนไป เพื่อเปึนกิจการของรัฐแล้ว ต่อมามีการแปรกิจการของรัฐนั้นไปเปึนกิจการของเอกชน ยิ่งไปกว่านั้น นำกิจการนั้น เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ขายหุ้นเปึ้นสาธารณะเลยครับ ถ้าถึงตรงนี้ท่านจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า การที่กฎหมายเขียนให้อำนาจรัฐในการที่จะเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์จากพี่น้องประชาชนนั้น ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรืออาจจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ได้ นี่คือ ประเด็นที่ ๑ ที่ผมมีความจำเปึ้นที่จะต้องขอแปรญัตติว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ควรที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ ในการเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์จากพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนข้อยกเว้นของหลักที่รัฐจะต้อง คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ให้มีความกระชับ และมีความแน่นอนมากขึ้น ประเด็นที่ ๒ ที่ผมได้ยื่นขอแปรญัตติไว้ ก็คือ ประเด็นเกี่ยวกับวิธีการคำนวนค่าทดแทน ในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จากประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ยกร่าง และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับว่า เมื่อเราพูดถึงเรื่องของการเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์ นอกจากประเด็นในเรื่องของอํานาจรัฐที่จะเว้นคืนอสังหาริมทรัพย์จากประชาชนแล้ว เมื่อเข้าสู่ ขั้นตอนของการเว้นคืน จะมีประเด็นปัญหาสำคัญอย่างน้อย ๒ ประการ ที่เราจะต้องคำนึงถึง ประการที่ ๑ ก็คือ เรื่องของกิจกรรมที่จะเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จากพี่น้องประชาชน ไปสู่การเปึนกรรมสิทธิ์ของรัฐว่า กิจกรรมนั้นเปึนกิจกรรมที่เปึนไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือไม่ ประการที่ ๒ ก็ได้แก่เรื่องการกำหนดค่าทดแทนการเว้นคืน หรือพูดง่าย ๆ เปึนภาษา ชาวบ้าน ก็คือ เมื่อรัฐจะเวนคืนทรัพย์สินจากประชาชน รัฐจ่ายคืนให้ประชาชนเท่าไร ซึ่งเรา เรียกว่า ค่าทดแทนการเว้นคืน ในประเด็นเรื่องค่าทดแทนการเว้นคืนนี้ ผมขอกราบเรียนว่า มีนัยสำคัญอยู่ ๒ นัย ที่จะต้องพิจารณา นัยที่ ๑ ก็คือ เรื่องของความเปึนธรรมที่จะต้องเอามา เปึ้นองค์ประกอบในการพิจารณาที่จะกำหนดค่าทดแทนว่า มีความเปึนธรรมหรือไม่ ความเปึนธรรมในที่นี้จะต้องพิจารณาประกอบกัน ๒ ฝ์ายครับ ฝ์ายที่ ๑ ก็คือ ความเปึนธรรม ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องถูกเว้นคืน ความเปึนธรรมประการที่ ๒ ก็คือ ความเปึนธรรมต่อสังคม นั่นหมายความว่า การกำหนดค่าทดแทนในการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เวนคืนที่ดิน เวนคืนตึกรามบ้านช่องแต่ละแปลง แต่ละแห่งนั้น จะคิดถึงเจ้าของผู้ถูกเวนคืน ฝ์ายเดียวก็ไม่ได้ จ่ายค่าทดแทนสูง ๆ อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะหลักการจะต้องพิจารณาถึงความเปึนธรรมของสังคมด้วย เพราะเหตุการเวนคืนนั้น หลักการสำคัญต้องเอาไปใช้เปึนกิจการของรัฐ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ได้เอาไปใช้เปึน กิจการของผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ได้เว้นคืนไปใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้น จะคำนึงถึงแต่ค่าทดแทนสูง ๆ ให้กับผู้ถูกเว้นคืนฝ์ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเขา จึงวางหลักว่า การกำหนดค่าทดแทนนั้น จะต้องกำหนดค่าทดแทนให้เกิดความเปึนธรรม ทั้ง ๒ ฝ์าย คือ ฝ์ายเจ้าของกับสังคมอีกด้วย ทีนี้เมื่อหลักการมันเปึนอย่างนั้น ปัญหาที่ผ่านมาใน การที่เราประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมเชื่อว่า ผู้ยกร่างในสมัยนั้น ก็ได้คํานึงถึงปัญหานี้ จึงได้ร่างออกมาโดยให้ใช้หลักเกณฑ์ว่า การกำหนดค่าทดแทนนั้น ให้กำหนดค่าทดแทน โดยถือเอาตามราคาซื้อขายปกติเปึนตัวกำหนด แล้วบอกราคาซื้อขายปกตินั้น ให้เอาราคาของ ภาคราชการ ๔ ราคา มาเทียบเคียงกัน ได้แก่ ราคาซื้อขายที่มีการจดทะเบียนซื้อขายกันในเวลา นั้น ราคาประเมินของกรมที่ดิน ราคาประเมินของทางราชการที่ประเมินไว้เรียกเก็บภาษีบำรุง ท้องที่ ราคาประเมินของทางราชการที่ประเมินไว้สำหรับเรียกเก็บภาษีโรงเรือน เอามาคำนวนหาราคาเปึนกลาง ซึ่งจะนำไปสู่คำตอบว่า นั่นคือ ราคาซื้อขายปกติ แต่ในทาง ปฏิบัตินี่ หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ว่า ให้เปึ้นราคาซื้อขายปกตินั้นนี่ มันเปึ้นราคาที่ตรวจสอบไม่ได้ แล้วนําไปสู่การเปึนข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเจ้าของผู้เว้นคืนมากมาย สมัยที่ยังไม่มีศาลปกครอง คดีพวกนี้ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมเต็มศาลกันหมดครับ เดี๋ยวนี้ย้ายเวทีไปขึ้นศาลปกครอง ก็ไปเต็มอยู่ที่ ศาลปกครอง เพราะเราไปกำหนดให้พิสูจน์ราคาที่ราคาซื้อขายตามปกติ นั่นหมายความว่า เจ้าของที่ดินไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ในละแวกเดียวกันชาวบ้านซื้อขายกันในราคาเท่ากับราคา ของคุณ คุณจะได้รับค่าทดแทนไม่เท่ากับที่คุณได้เสียหายไปจริง ด้วยปัญหานี้ ผมจึงได้ใช้สิทธิ ขอแปรญัตติ ในมาตรา ๔๒ วรรคที่ ๒ ครับ ผมขอแปรญัตติไว้ว่า การกำหนดค่าทดแทนตาม วรรคหนึ่ง ต้องกำหนดให้อย่างเปึนธรรม โดยคำนึงถึงราคาซื้อขายตามมูลค่าที่แท้จริง หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า ประชาชนที่ถูกเว้นคืน ทรัพย์สินที่คุณถูกเว้นคืนมี มูลค่าแท้จริงเท่าไร คุณได้รับชดใช้ไปเท่านั้น ตรงนี้ถูกต้องตามหลักคำว่า ความเปึนธรรม ซึ่งผม เรียนแล้วว่า ต้องเปึนธรรมทั้งผู้ถูกเว้นคืนกับสังคมไหม เรียนท่านประธานครับว่า ถ้าเราใช้ หลักเกณฑ์นี้เปึนตัวกำหนด จะเกิดความเปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย นั่นหมายความว่า ประชาชนไม่ได้ กํารี้กําไรจากการที่ต้องสละกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกิจการของรัฐ เพื่อประโยชน์ต่อ สาธารณะ ต้นทุนของคุณมีมูลค่าแท้จริงเท่าไร รัฐชดเชยหรือทดแทนให้คุณตามมูลค่าที่แท้จริง เท่านั้น คุณแสวงหากำไรไม่ได้ เพราะทรัพย์ที่ได้จากคุณไป รัฐเอาไปใช้เพื่อประโยชน์ของรัฐ ได้รับความเปึนธรรมด้วย ในฐานะที่รัฐเปึ้นผู้เว้นคืน ขณะเดียวกัน หลักการคำนวณตาม มูลค่าที่แท้จริงเปึนหลักประกันว่า จากนี้ไปประชาชนที่ถูกเว้นคืนจะต้องไม่ขาดทุน เมื่อได้รับ ค่าชดใช้การเว้นคืน ก็จะเปึนหลักประกันสำหรับประชาชน นั่นหมายความว่า ประชาชน ก็จะได้รับความเปึนธรรมด้วย แล้วไม่ต้องไปนั่งพิสูจน์นะครับว่า อสังหาริมทรัพย์ใครไม่ถูก เวนคืนนั้น มีราคาซื้อขายตามปกติเท่าไร เพราะถกเถียงกันมาก คำว่า ราคาซื้อขายตามปกติ นั่นหมายถึง ต้องไปพิสูจน์ราคาตลาด ซึ่งราคาตลาดขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ความต้องการดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) ทุกท่านทราบดี ทำเลที่ตั้ง ถนนสายเดียวกัน หัวถนน ปลายถนน ราคาที่ดินยังไม่เท่ากันเลยครับ ทำไมเราต้องไป สร้างภาระให้กับประชาชนเปึ้นผู้พิสูจน์ราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาด

อีกประการหนึ่งที่ผมจะขอกราบเรียนต่อที่ประชุมว่า การที่เรากำหนดให้ การกำหนดค่าทดแทนต้องเปึนไปตามมูลค่าซื้อขายที่แท้จริง หรือมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์ ที่ถูกเว้นคืนนั้นนี่ จะเปึนประโยชน์ต่อรัฐในทางอ้อม หรือพูดในอีกแง่มุมหนึ่ง ก็คือ รัฐจะได้ประโยชน์ในทางอ้อม ได้ประโยชน์ในทางอ้อมอย่างไรครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ มีการประกาศใช้ตามหลักเกณฑ์ที่ผมได้ยื่นคำขอแปรญัตติไว้ ต่อไปพี่น้องประชาชนเวลาจะไป จดทะเบียนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ทุกคนจะแจ้งราคาซื้อขายตามความเปึนจริงหมดครับ จะไม่มีใครอยากจะไปหลบเลี่ยงแจ้งราคาซื้อขายที่ต่ำกว่าความเปึนจริง เพราะอะไรครับ เพราะเขาจะได้หลักฐานที่ออกจากหน่วยงานของรัฐว่า ต้นทุนในการซื้อขายของเขานี่ มีต้นทุนเท่าไร เก็บไว้เปึนหลักฐานว่า วันดี คืนดี อสังหาริมทรัพย์เขาถูกเว้นคืน เขาจะได้มี หลักฐานมาใช้ประกอบว่า มูลค่าที่แท้จริงที่เขาได้มาในขณะนั้นนี่เขามีมูลค่าเท่าไร ผลพลอยได้ที่ตามมา ก็คือ รัฐจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาที่ดินทั่วประเทศ ซึ่งจะเปึนประโยชน์ กับรัฐในการที่จะใช้ปรับปรุงเปึนราคาประเมิน ซึ่งขณะนี้กระทำกันอยู่แล้วทุก ๔ ป้ แต่ราคา ประเมินของรัฐทุก ๔ ป้ที่ทำอยู่นั้น ไม่เคยสะท้อนราคามูลค่าที่ดินที่แท้จริงได้เลย เพราะอะไร ครับ เพราะไปเก็บเอาจากราคาซื้อขายจดทะเบียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะพยายามแจ้งต่ำกว่าราคาที่ มีการซื้อขายจริง แต่ถ้าท่านเริ่มปรับปรุงการกำหนดค่าทดแทนตามมูลค่าที่แท้จริง ประชาชนจะ ให้ความร่วมมือ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในทางอ้อมอย่างที่ผมได้กราบเรียนไป ก็จะเปึน ประโยชน์อีกช่องทางหนึ่งที่รัฐจะได้รับ

ประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้อยู่วรรคท้าย ของมาตรา ๔๒ ความในมาตรา ๔๒ เดิมกำหนดไว้ว่า การคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิม หรือท้ายาทตามวรรคสาม และการเรียกคืนค่าทดแทนที่ชดใช้ไป ให้เปึนไปตามที่กฎหมาย บัญญัติ ผมขอกราบเรียนต่อที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า เรื่องของการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้กับ เจ้าของเดิมอาจเกิดขึ้นได้ ถ้ามีการเว้นคืนไปแล้วไม่ได้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ในการเวนคืนนั้น กฎหมายบอกว่า ต้องคืนให้กับเจ้าของเดิม หรือถ้าเจ้าของเดิมล้มหายตายจากไปแล้ว ก็ต้องคืน ให้กับท้ายาทเขา ขณะเดียวกัน เมื่อคืนไปแล้ว เจ้าของเดิมหรือท้ายาทก็ต้องคืนค่าทดแทนที่ ได้รับไปจากรัฐด้วย กฎหมายเขียนแค่นี้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการคืนอสังหาริมทรัพย์ ให้กับเจ้าของเดิมก็ดี ให้กับท้ายาทก็ดี หรือในทางกลับกัน เจ้าของเดิมก็ดี ท้ายาทก็ดี ต้องคืนค่า ทดแทนให้กับรัฐ ไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้เขียนไว้เฉพาะเจาะจง ที่ผ่านมาถามว่า มีข้อพิพาท เกิดขึ้นบนศาลไหม ก็ต้องเรียนว่า มีครับ แล้วศาลใช้บทกฎหมายไหนในการปรับบท ท่านก็ไป เอาเรื่องของลาภูมิควรได้มาปรับใช้ในการวินิจฉัยคดี แล้วสุดท้าย คำพิพากษาของศาล ก็ พิพากษาศาลว่างแนวในเรื่องนี้กลับกันไปกลับกันมา เพราะว่า ไม่มีกฎหมายบัญญัติในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเจาะจง ผมก็เลยมีความเห็นว่า ตรงนี้จะต้องเพิ่มคำว่า ทั้งนี้ ให้เปึนไปตามที่กฎหมาย บัญญัติ เพราะยังไม่มีกฎหมายบัญญัติในเรื่องนี้ เขียนลอย ๆ ว่าให้เปึนไปตามที่กฎหมาย บัญญัติ นี่ไม่ได้ เราจะใช้ถ้อยคำว่า ให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ก็แต่เฉพาะในกรณีที่เรื่อง นั้นมีกฎหมายไว้แล้ว แต่เรื่องนี้ผมกราบเรียนว่า ผมตรวจสอบ ค้นคว้ามา ยังไม่มีกฎหมาย บัญญัติเรื่องของการคืนทรัพย์ให้กับเจ้าของเดิม หรือการที่เจ้าของเดิมต้องคืนค่าทดแทนให้กับ รัฐ ก็เปึ้นประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ ที่ผมใช้สิทธิแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔๒ รวมทั้งสิ้น ๓ ประเด็น ผมขออภิปรายสรุปอีกครั้งหนึ่ง ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ของผม คือ มาตรา ๔๒ ในวรรคแรก ที่กระผมขอเพิ่มเติมถ้อยคำว่า การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย เฉพาะกิจการของรัฐ ตก เติมตรงนี้ก่อนนะครับ ท่านประธานครับ เฉพาะกิจการของรัฐ แล้วหลังจากนั้น ผมแปรญัตติในวรรคที่ ๒ ความว่า การกำหนดค่าทดแทน ตามวรรคหนึ่ง ต้องกำหนดให้อย่างเปึนธรรม โดยคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามมูลค่าที่แท้จริง ครับ แปรจากคำว่า ซื้อขายกันตามปกติ เปึนมูลค่าที่แท้จริง และผมไปขอเพิ่มเติมข้อความ ตอนท้ายของวรรคสองว่า ทั้งนี้โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ ที่ถูกเว้นคืนด้วย หมายความว่า ให้ดูด้วยว่า เมื่อรัฐได้อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเว้นคืนไปแล้ว รัฐเอาไปใช้ทำประโยชน์อะไร ตรงนั้นให้เอามาเปึนข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา ในการกำหนดค่าทดแทนด้วย ขอยกตัวอย่างสั้น ๆ ครับ ท่านประธานครับ ถ้าเวนคืนไปสร้าง ทางหลวง แล้วให้ประชาชนใช้ฟรี โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง วิธีการกำหนดค่าทดแทนต้องอย่าง หนึ่ง คือ จ่ายให้เข้ามากหน่อย ขออภัยครับ จ่ายให้ไม่ต้องมาก แต่ถ้าเว้นคืนไปแล้วสร้าง เปึ้นทางพิเศษ ทางด่วนพิเศษ ทางหลวงพิเศษ ที่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง รัฐเอาไปใช้ ประโยชน์ในการที่หารายได้เข้ารัฐด้วย อย่างนี้ต้องจ่ายค่าทดแทนให้กับผู้ถูกเว้นคืนมากกว่า กรณีที่ ๑ นี่คือความหมายที่ผมกำลังสื่อสารในคำที่ผมขอแปรญัตติไว้ในตอนท้ายของวรรคที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ ที่ผมขอแปรญัตติไว้ในมาตรานี้ก็คือ เพิ่มเติมถ้อยคำต่อท้ายในวรรคสาม จากเดิมที่ บอกว่า การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิม หรือท้ายาทิตามวรรคสาม และการเรียกคืน ค่าทดแทนที่ชดใช้ไป ให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ กระผมขอแปรเพิ่มว่า ทั้งนี้ ให้เปึ้นไป ตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งหมดเปึ้น ๓ ประเด็นที่กระผมได้ขอแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔๒ ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ