ศรีราชา เจริญพานิช หารือเรื่องการแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ลึกเกินไปและขอให้มีกฎหมายจำกัดความลึกของกรรมสิทธิ์ให้ไม่เกิน 100 เมตรหรือ 500 เมตร
ขอบคุณท่านประธาน ครับ ผม ศรีราชา เจริญพานิช กรรมาธิการครับ ผมใคร่ขอชี้แจงเรื่องนี้นี่ เพื่อที่จะให้เกิดความ เข้าใจ ก็จริงอย่างที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ว่านะครับ ว่ามันเขียนคลุมไปทั้งหมด แต่เข้าใจว่า ก็คง จะต้องคลุมทั้งหมดครับ เพราะเหตุที่ว่าในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ นะครับ ผมอยากจะเริ่มต้นเลยว่า ทรัพย์สินนี้แต่เดิมเปึนของพระเจ้าแผ่นดิน เสร็จแล้วนี่ครับก็ได้มอบหมายมา โดยออกเปึ้นโฉนด ให้กรรมสิทธิ์นะครับ ทีนี้อย่างไรก็ตามบ้านเมืองเรานี่ค่อนข้างจะถือเรื่องกรรมสิทธิ์ เปึ้นหลัก ประเทศอื่น เช่น ประเทศในคอมมอน ลอว์ (Common Law) นะครับ ประเทศอังกฤษ หรืออเมริกาทรัพย์สินเปึนของแผ่นดินเหมือนกันครับ และทุกคนได้กรรมสิทธิ์มา ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ โดยสมบูรณ์ ได้มาตามหลักคอมมอน ลอว์ พรอพเพอร์ตี (Common Law Property) คือ ให้สิทธิ ที่ใช้จะประโยชน์ในแผ่นดินนั้นสูงสุด แต่ก็ยังคงเปึนของรัฐอยู่ เปึนของพระเจ้าแผ่นดินอยู่ เพราะฉะนั้นการที่ให้กรรมสิทธิ์อย่างสุดโต่งนี่ครับ ในประเทศของเรานี่ครับ ในฐานะที่เรารับ ความเปึนประชาธิปไตย แต่เวลาเราเรียน เราไม่ได้เรียนลึกนะครับ เราไม่ได้ศึกษาลึก ผมเคยไป ศึกษา ศึกษาเรื่องคอมมอน ลอว์ พรอพเพอร์ตี มานะครับ เพราะฉะนั้นหลักอะไรต่าง ๆ นี่ เปลี่ยนไป ประเทศจีนนี่เหมือนกันครับ ก็ได้ให้สิทธิแก่ประชาชนในการที่จะทำประโยชน์ต่าง ๆ แต่กรรมสิทธิ์โดยแท้จริงตามความหมายของซีวิล ลอว์ (Civil Law) นั้น ไม่ได้ให้ เพราะฉะนั้น การจะทําอะไรก็ตามนี่นะครับ เขาก็ทําได้ง่าย พัฒนาประเทศได้ง่าย เพราะไม่ต้องเว้นคืน เพราะฉะนั้นเราก็คงจะต้องมาดูนะครับว่า หลักเหล่านี้จะมาแอพพลาย (Apply) ในบ้านเรานี่ อย่างสุดโต่งเพียงไหน อย่างไร ผมเองผมไม่เห็นด้วยกับกรณี ที่จริงนะครับในประมวลแพ่ง ผมสอนกฎหมายแพ่งอยู่ สอนโดยเฉพาะวิชาทรัพย์สิน มาตรา ๑๒๖๐ เรื่อง แดนกรรมสิทธิ์ พูดไปบอกว่า เรานี่มีแดนกรรมสิทธิ์ถึงฟัานะครับ ทะลุขึ้นไปถึงไหนก็ตาม หรือลงใต้ดินไปจนถึง ใจกลางโลก จริง ๆ แล้วนะครับ ประชาชนทำได้ไหม ที่ท่านจะขุดรูไปอยู่ใต้จากพื้นผิวของเรา นะครับ ลงไปสักสองสามกิโล ๕ กิโลนะครับ หรือจะขึ้นไปจองแดนกรรมสิทธิ์บนฟัา ขึ้นไปสัก กิโลสองกิโลจากพื้นดินนะครับ เครื่องบินการบินไทยบินมาผ่านนี่ ท่านบอกการบินไทยลุกล้ำกรรมสิทธิ์ เพราะว่าผ่านหัว ผ่านน่านฟัาที่อยู่บนผิวดินที่เราตั้งฉากขึ้นไปนะครับ ผมว่า กฎหมายมันล้าสมัยนะครับ กฎหมายเรานี้ล้าสมัย จริง ๆ แล้วผมคิดว่า มันควรจะมีกฎหมายที่จำกัดการแบ่งกรรมสิทธิ์เหนือ พื้นผิวดินขึ้นไปสัก ๕๐๐ เมตร หรือ ๑ กิโล ก็แค่นั้นพอ เพราะฉะนั้นท่านจะสร้างตึกสูง ๒๐๐ ชั้น ก็อย่างมากก็แค่หกเจ็ดร้อยเมตร จากผืนผิวดิน แล้วมีปัญญาจะสร้างได้หรือเปล่าที่จะ ปัองกันแผ่นดินไหวแล้วมันไม่โค่นลงมา หรือกรณีที่เกิดขึ้นจริง ๆ นะครับ เกิดแล้ว ก็คือ เรื่องของ การเวนคืนทำรถไฟฟัา รฟม. ไอ้ที่วิ่งไป รฟม. ก็ขี้ขลาดครับ ไม่สามารถจะไปเว้นคืนคนอื่น เวลา นี้ รฟม. นี้ก็คือมุดไปตามถนนสายหลัก ๆ ที่มีอยู่เท่านั้น เพราะฉะนั้น ประโยชน์ของประชาชนที่ ท่านบอกว่าท่านสูญเสีย ผมยังมองไม่เห็นว่า สูญเสียตรงไหนครับ เพราะท่านได้ไปฟรี ในกรรมสิทธิ์ทั้งหลายที่รัฐจัดให้ ได้ไปฟรี แล้วตรงนี้นะครับ เมื่อเว้นคืนเขายังบอกอีกว่า ให้ค่าชดเชยที่เปึนธรรม ก็เปึนเรื่องหนึ่งนะครับ คือไม่ได้ได้เปล่านะครับ เวลาได้ ได้ไปฟรี แต่เวลาจะถูกเอาคืน ก็ถูกข้อจำกัดด้วยว่า ต้องสาธารณประโยชน์เท่านั้นที่จะเว้นคืนได้นะครับ แล้วก็จะต้องได้รับค่าชดเชยที่เปึนธรรมนะครับ เพราะฉะนั้นอย่างกรณีที่ ผมไม่ทราบนะครับว่า การประปาที่ได้เคยเจาะอุโมงค์จากบางซื่อไปโผล่ที่ส่วนลุ่มพินี้ ผมไม่ทราบว่าการประปาได้ทำ ถูกกฎหมายหรือเปล่า เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ได้ทําไปแล้วในระดับความลึกที่เกินร้อย เมตรขึ้นไป เกินร้อยเมตร คือ ลึกลงมากครับ เพราะฉะนั้นมันไม่กระทบใคร ฐานของตึกที่สร้าง กันสูง ๆ ระดับเกือบจะร้อยชั้นนี่นะครับ จะอยู่ในระดับแค่ประมาณ ๖๐ เมตร ลงไปจากผิวดิน โดยประมาณเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อร้อยเมตรลงไปแล้วนี่ครับ ผมเองโดยส่วนตัว ผมยังอยากจะให้ออกกฎหมายเสียด้วยซ้ำว่า พื้นผิวดินที่คนเปึ้นเจ้าของกรรมสิทธิ์ควรจะลึก ไม่เกิน ๑๐๐ ร้อยเมตร แล้วจะได้แบ่งกันได้ระหว่างรัฐกับเอกชน หรือสูงขึ้นไปบนน่านฟัาไม่เกิน ๑ กิโลเมตร หรือว่า ๕๐๐ เมตร ก็ตาม จะได้หมดปัญหาครับ เพราะไม่อย่างนั้นกลายเปึนเรื่อง ที่ว่า ถึงเวลาแล้วรัฐจะต้องมาเสียเงินมากมายมหาศาลในการที่จะเว้นคืน ทั้ง ๆ ที่ผู้เว้นคืนก็ทํา อะไรไม่ได้ แต่ห่วงก้าง บอกว่า มันเปึ้นสิทธิของผมที่จะต้องลงไปถึงใต้ดินเท่านั้น เท่านี้นะครับ ผมอาจจะพูดแล้วในเชิงที่ว่าอาจจะไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไรนะครับ แต่ความจริงมันเปึนอย่าง นั้นนะครับ แล้วก็พูดกันตรง ๆ นะครับว่า คุณได้ไปเปล่า แต่ถึงเวลาจะสูญเสียเขาก็ชดเชยให้ แล้วทรัพยากรเหล่านี้ สมมุติแร่โพแทสที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์กล่าว เอกชนคนใดคนหนึ่ง ถ้าเผื่อ พูดกันตรง ๆ นะครับ ถ้าเผื่อเปึนคนจน ๆ ธรรมดา มันไม่มีปัญญานะครับ ที่จะไปขุดเจาะลงไป ได้ ที่จะไปทำเหมืองโพแทส ก็คงจะต้องเปึนนายทุนเท่านั้น แล้วเพราะฉะนั้นกรณีเหล่านี้ ผมเห็น อย่างนี้ครับว่า เมื่อมีการชดเชยให้ตามความเปึนธรรม ผมก็คิดว่า มันน่าจะเปึนคำตอบที่ดีพอ นะครับ เพราะว่าการจะคุ้มครองสิทธิของคนครับ ต้องคุ้มครองโดยสัณฐานประมาณ เพราะ มิฉะนั้นแล้ว ประชาชนก็พูดง่าย ๆ ว่า รัฐจะทําอะไร ก็ทําอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าสิทธิของ ประชาชนนั้นยิ่งใหญ่กว่าผลประโยชน์ของรัฐ ผมเองนี่ ผมยังพูดไปในทํานองที่ว่า ถ้าเผื่อเราเปึ้น ประชาธิปไตยกันโดยที่ไม่มีขอบเขต ทุกอย่างแตะไม่ได้นะครับ รัฐทําอะไรไม่ได้เลยเหมือนกัน ขอบคุณครับ