สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม บอกว่าเขาแปรญัตติ 138 ประเด็น และบอกว่า สภาเดียวที่เข้าได้คือกลุ่ม 2 สภา แต่ไม่เข้าได้ จึงยอมรับว่าไม่สามารถเข้าได้ และยอมรับว่า 8 ท่านได้ลงนามรับรอง และเขาก็ลงนามด้วย แต่ไม่มีใครอยากเข้ากลุ่มของเขา

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายการุณ ใสงาม นะครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้ถูกลูบคม ผมเองถูกเขาล้วงคองูเห่าในครั้งนี้เปึน ครั้งแรกครับ ผมจะใช้เวลาให้สั้นที่สุด ผมเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ยอมรับ ล่ะครับว่า ผมแปรญัตติเยอะมาก จำนวนการแปรญัตติถึง ๑๓๘ ประเด็น ปรากฏตาม เอกสารฉบับนี้นะครับ ที่ผมยกร่าง ทั้งหมด ๔๕ หน้า ๑๓๘ ประเด็น ประมาณทั้งหมด ๗๒ มาตรา คนเดียว สาเหตุที่ประเด็นมันเยอะ เพราะผมเองปรับระบบอํานาจนิติบัญญัติ ใหม่ทั้งหมด โดยให้เปึ้นสภาเดียว เรียกว่า รัฐสภา พอปรับวิธีการเลือกตั้งเสียอีก เปึนการ เลือกตั้งแบบสาขาอาชีพ เพราะฉะนั้นระบบของผมตรงนี้นะครับ ว่าด้วยเรื่องอำนาจนิติ บัญญัติ จึงต้องปรับปรุง เปลี่ยนเกือบทุกมาตรา ในขณะเดียวกันก็เลยต้องจัดการถ่วงดุล อำนาจระหว่างนิติบัญญัติกับบริหารเสียใหม่ จึงเกี่ยวข้องกระทบกระเทือนไปเกือบ ทุกมาตรา ระหว่างนิติบัญญัติกับบริหาร ในขณะเดียวกันก็จัดการเกี่ยวกับเรื่ององค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญอีก ในส่วนกรรมการสรรหา ในส่วนอํานาจหน้าที่อีกเกือบทุกมาตรา ด้วยเหตุนี้แหละครับท่านประธาน จึงทำให้ของผมมีถึง ๑๓๘ ประเด็น ประมาณ ๗๒ มาตรา สาเหตุที่เยอะ ประกอบกับด้วยเหตุที่ประเด็นหลักก็คือว่า สภาเดียว รัฐสภา ของผมมีวิธีการเลือกตั้งแบบสาขาอาชีพนี้แหละ จึงทำให้ผมต้องระเหเร่ร่อนไปหาข้อเข้า พวก เข้าหมู่ที่ไหนไม่ได้เลย สาเหตุอันนี้ครับ ผมขอเข้าพวก เข้ากลุ่ม กับเข้าหมู่ที่ไหน ไม่ได้เลย อีก ๖ กลุ่ม ท่านประธานครับ มี ๕ กลุ่ม เปึนแบบ ๒ สภา ท่านเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นของผมจะไปเข้ากับกลุ่ม ๒ สภา ก็ฝากเขาก็ไม่ได้ ท่านเห็นไหมครับ ประเด็น ปัญหา มีเหลืออยู่เพียงกลุ่มเดียวที่บอกว่า มีสภาเดียว ผมก็เฝัาติดตามท่านนะครับ สภาเดียว ท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ ท่านเปึนเจ้าภาพ เปึนประธานในที่ประชุมให้ มี ดร. เจิมศักดิ์ มีพี่น้องสมาชิกของเราสิบกว่าคนครับ ประมาณร่วมยี่สิบคนไปนั่งอยู่ที่นั่น ผมตามมาหลายวัน อยู่อาศัยกับเขาตั้งหลายวัน แต่สุดท้ายครับ วันสุดท้าย คือ วันที่ ๒๘ ของการแปรญัตติของพวกเราใช่ไหมครับ ก็เลยเปึนยุติ ก่อนที่จะหมดเวลาประมาณสี่โมง ครึ่งนี่นะครับ ก่อนหมดเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง มันเปึนเวลาสุดท้ายแล้วของวันนั้น ผมก็ เลย ดูแล้วนี่นะครับ ถามเขาตรง ๆ เขาก็เลยสุดท้าย เขาก็ตอบตรง ๆ ว่าของผมเข้ากับ ของเขาไม่ได้ นี่แหละคือสิ่งที่ผมหลุดออกจากทุกจุด แต่ท่ามกลางการหลุดออกจากทุกจุด นั้น ผมก็ประสานกับคุณพิเชียรอยู่เช่นกัน คุณพิเชียร์ก็บอกว่า ยินดีมาก ขอให้คุณการุณ มาช่วยลงนามรับรองเถอะ เพราะฝ์ายพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ก็ไม่ครบ เช่่นกัน นี่ประเด็นตอนนี้ ผมก็เร่ร่อนไปหาคุณพิเชียรครับตอนนี้ คุณพิเชียร์ก็ยืนยันกับผมครับ บอกว่า ตอนนี้ของท่านนั้นมีสมาชิกรับรองแล้ว ๘ ท่าน บวกกับคุณพิเชียรอีก ๑ ผู้เซ็นชื่อ ญัตติ ก็คือ ๙ เมื่อเปึน ๘ ท่านนี่ ผมก็ถามว่า แล้วของคุณมีใครแปรญัตติอะไรบ้าง ของผม นี่เร่ มันเข้าใครไม่ได้แล้วนะ คุณพิเชียรเขาก็ยืนยันบอกว่า ของท่านไม่มีปัญหาอะไร เพราะของคุณพิเชียรนั้น ว่าด้วยเรื่องพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติประเด็นเดียว ประเด็นเดียว แล้ว ๘ ท่านล่ะ คุณพิเชียร์ก็บอกว่า มีของคุณสดศรีนะครับ ที่ท่านได้ ลุกขึ้นมากล่าวเมื่อสักครู่นี้ว่าด้วยเรื่อง มาตรา ๖๘ เกี่ยวกับเรื่องการตั้งองค์กรแก้วิกฤติ ผมก็บอกว่า ก็ไม่ขัดข้อง แม้ของผมจะขอตัด มาตรา ๖๘ ไป ของคุณสดศรีคนละอย่างกัน คือ ยืน ๖๘ และเพิ่มด้วย ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ทั้งกองทัพ ก็ไม่ขัดข้อง เอาของผมออก ๖๘ เอาของท่านสดศรีเข้าไปก็ไม่เปึนไร เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะผมเห็นว่า ๑๓๘ ประเด็นนั้น หลุด ๑ ประเด็นมันได้ ๑๓๗ ท่านประธานก็ต้องคิด เหมือนผมใช่ไหมครับ ๑๓๘ ประเด็น หลุด ๑ ประเด็น คือ มาตรา ๖๘ ท่านประธานเอา ไหม ก็ต้องเอา ผมน่ะมันเดินหาไม่ได้อยู่แล้ว มันเข้าสักอันเดียวก็ยังจะไม่ได้อยู่แล้ว มันได้ ๑๓๗ ตก ๑ ท่านประธาน ผมแทบจะคลานจากหน้าสภาไปเขาดินเลย อย่าให้เดินเลย มันต้องขอบคุณท่าน ผมก็ยินดี ผมก็ถือทั้งป๊กนี้ล่ะครับ ที่เดินเร่ร่อนไปหลายวันนี่นะครับ ก็ไปพบคุณพิเชียรนะครับ ก็ลงนามกัน ผมไปผมก็ดูนะครับ เอ้อ พระพุทธศาสนา ศาสนา ประจำชาติ อันเดียวนะ ผมก็ดูลงนามมา ผมก็นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เอ้อ ๘ แล้วนี่ ผมก็ถามว่า ถ้าผม ๙ นี่ อีก ๑ ท่านคือใคร เปึ้น ๑๐ ท่าน ถ้าไม่ ๑๐ แล้วมันจะ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ คุณพิเชียร์ก็บอกว่า อีก ๑๐ น่ะ ตัวท่านสุดท้าย คือ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล ผมก็บอก ถ้าอย่างนั้นก็เฮโลเลยสิ ครบเลย ผมก็เซ็นชื่อฟัูบเลย ฟัูบเสร็จผมก็ มอบอันนี้ ประมาณตอนนั้นสักประมาณบ่ายสองหน่อย ๆ มอบฟัูบ ผมออกมาจากห้อง ดร. เจิมศักดิ์ นั่งทะเร่ออยู่นั่น ดร. เจิมศักดิ์ ยังกวักมือเรียกผมอีก การุณ ๆ มึงมานี่ก่อน เดี๋ยวกู้จะหาช่องทางให้ ผมก็เลยบอกว่า มึงไม่ต้องมาพูด ของกู้ตกหมดแล้ว ในห้อง ประชุม ท่าน อันนี้พูดตรง ๆ ใช้คำแบบตรงไปตรงมานะ ชัด ๆ เสร็จแล้ว ทีนี้ผมบอกหมด ท่าแล้วแบบนี้ผม พอผมไปลงนามได้เสร็จ มอบเสร็จ ผมก็เดินไปที่ห้อง ๓๒๐๑ ห้องที่ยื่น แปรญัตติ ผมก็ไปยื่นดูการยื่นแปรญัตตินี้แหละครับ ไปดูด้วย คุมด้วย เพราะผมก็กลัวจะ ตกหล่นเหมือนกัน ท่ามกลางการดู ผมก็รอบคอบ ท่านกล้านรงค์สอนไว้ บอกว่า การยื่น เอกสารนี่นะต้องรอบคอบ เพราะเอกสาร ปปช. ท่านไปถามท่านกล้านรงค์สิ ต้องทุกหน้า แม้แต่หน้านี้มีหน้า ๒ หน้า หลัง ต้องเซ็นกำกับทุกหน้าเลย ผมได้ตำราท่านกล้านรงค์ นี่แหละ ก็เซ็นกำกับเหมือนแบบ ปปช. เลย หมายความว่า ถ้าคุณจะดึงหน้า ๗ ผมออก นี่นะ แล้วเอาหน้า ๗ มาแทรกแทนผิดเพี้ยนนี่นะ มันจะไม่มีลายเซ็นผม สมมุตินะครับ ผม ก็ยืนเซ็นกำกับทุกหน้าเลย หลายคนในตอนนั้นนะครับ มี สสร. อยู่ไม่ต่ำกว่าห้าหกท่าน มี คณะที่ ๒ กลุ่มที่ ๒ ก็กำลังจะเริ่มเข้าไปยื่น ยั่งยืนกำชับเลย เจ้าหน้าที่ยังบอกเลย บอกว่า ท่านการุณนี้ละเอียดรอบคอบจริง ๆ ผมเลยบอกว่า ผมก็ต้องอย่างนี้แหละ ให้ชัดเจน เพราะท่านกล้านรงค์สอนไว้ เสร็จ ท่านประธาน เมื่อเปึ้นดั่งนี้แล้วนะครับ ผมก็เดินกลับมา ถอยมา กะว่าจะเดินไปหาอวดเพื่อน บ่ายสองกว่าแล้ว ผมก็กะจะเดินไปหาอวดเพื่อนว่า เห็นไหมที่ผมเข้าไม่ได้ เข้าได้แล้วนะตอนนี้ ภูมิใจมากท่านประธาน ลงรับรอง คุณพิเชียร์ก็ บอกว่า เออ ท่านประธานลองนึกดูว่า คุณพิเชียรมีประเด็นเดียวนะ พระพุทธศาสนาเปึน ศาสนาประจำชาติ ว่าอย่างนั้น มีของท่านสดศรี มาตรา ๖๘ มีของผมนี่ หลักเริ่มอยู่ที่ มาตรา ๙๐ ๙๑ ๙๒ เปึนต้นไป ว่าด้วยเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติ ๙๑ เปึนต้นไปโดยประมาณ เรียงเปึนพรืดมา ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ประเด็นมันไม่มีขบเคืองอะไรกันเลย ถ้าเปึนอย่างที่ข้อตกลง ที่ว่า ไม่มีอะไรขบเคืองกันเลย และไม่มีอะไรตกหล่น แต่ปรากฏ พอวันที่ท่านประธาน ประสงค์ สุ่นศิริ กรรมาธิการยกร่าง ท่านเชิญพวกเราที่แปรญัตติเข้าไป เท่านั้นล่ะ พอไป นั่ง ท่านประธาน เล่มเขียวตอนนั้นบางกว่านี้ เป่ดฟัาบ หาทุกหน้า อ้าว ของผมไม่มี สักอันเลย