พิเชียร อํานาจวรประเสริฐ หารือเรื่องกรณีที่ตนเองถูกกล่าวหาว่าหักหลังในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ และอธิบายว่าตนเองไม่ได้หักหลังใครและไม่ได้ตัดญัตติของใครออก
ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ เพราะว่าท่านได้กล่าวพาดพิงกระผมมากเลยครับ ขอใช้สิทธิสั้น ๆ เท่านั้นครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านกรรมาธิการ เพื่อน สสร. ที่เคารพนะครับ กระผมได้ ฟังท่านสดศรี สัตยธรรม ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ กล่าวพาดพิงกระผมหลายเรื่อง หลายกรณี นะครับ กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ชี้แจงมายังท่านทั้งหลาย รวมทั้งพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งชาตินะครับ ที่รับฟังอยู่ผ่านทางสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุนะครับว่า เรื่องราวที่ เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ผมมิได้โทษเจ้าหน้าที่เลยนะครับ ท่านต่างหากที่พูดแล้วพูดอีก ย้ำแล้ว ย้ำอีกนะครับ ผมได้เรียนไปแล้วนะครับว่า เรื่องทั้งหมดนั้น กระผมได้ยื่นให้กับทาง เจ้าหน้าที่ไป เอกสารทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเปึนคําแปรญัตติของท่านสดศรี ซึ่งผมเขียน ไว้ในข้อ ๒ ของคำแปรญัตติของกระผมนะครับว่า ให้คง มาตรา ๖๘ วรรคสอง แล้วยัง แถมเติมคําว่า รวมทั้งผู้นําสามเหล่าทัพ เข้าไปอีกด้วย ของท่านสดศรีนี่ ก็ปรากฏอยู่ครับ ไม่ได้มีการถอดออกแต่อย่างใดเลย ท่านเข้าใจผิด ผมก็ไปอธิบายให้ท่านฟังครั้งแล้วครั้ง เล่า ท่านก็ไม่ฟังกระผม ผมก็สุดปัญญา ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรแล้วนะครับ แล้วก็ในครั้ง แรกที่เจ้าหน้าที่มาถามผมนั้น ผมก็ไม่ได้ให้ตัดออกแต่อย่างใด ผมก็ให้คงเอาไว้นะครับ แต่ ผมก็ไม่ทราบว่า ทําไมมันถึงมีการตัดออกในเอกสารสีเขียว แต่ว่าต่อมาเจ้าหน้าที่เขาก็ได้ เปลี่ยนแปลงนะครับ ได้บรรจุลงไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกรณีของท่านสดศรีนี่ มันไม่ใช่ ความผิดของใครเลยนะครับ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้กระทำผิด ผมก็ไม่ได้กล่าวหานะครับ แล้วก็ในกรณีของท่านการุณ ใสงาม นั้น กระผมก็ได้ยื่นเอกสารทั้งหมดของท่านการุณ ๑๓๘ ประเด็นนะครับ แล้วก็ประมาณเจ็ดสิบกว่ามาตรานี้ ให้กับทางเจ้าหน้าที่นะครับ ณ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา ผมได้ไปยื่นเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา แล้วก็ท่านการุณ ใสงาม กับ กระผม ก็นั่งอยู่ตรงนั้นแหละครับ ตั้งแต่ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกาเศษ นะครับ เอกสารทั้งหมดท่านการุณเซ็นทุกหน้านะครับ แล้วก็ได้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ไปพร้อมกัน ในระหว่างที่ยื่นนั้น กระผมก็เห็นนะครับว่า ประเด็นของท่านการุณ กับประเด็นของ เพื่อน ๆ ที่ยื่นร่วมไปใน สสร. นั้น ไม่ตรงกัน ก็คือ ท่านอยากจะแปรให้มีสภาเดี่ยว แต่ว่า ทางท่านอรรครัตน์ กระผม นะครับ แล้วก็มีคุณหมอธีรวัฒน์ด้วยนี่ เราแปรสภาคู่ไป มันขัดแย้งกันครับในญัตติที่เราได้นำเสนอ ตรงนี้ผมก็ได้กราบเรียน ผมได้โทรศัพท์เรียน ท่านเลขากรรมาธิการยกร่าง ก็คือ ท่านอาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ผมได้เรียนท่านไปว่า ประเด็นตรงนี้ผมมีความคิดเห็น ๒ ด้านที่ยังไม่ได้ตกลงกัน ผมได้เรียนท่านอาจารย์สมคิด ไปตั้งแต่เวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที วันนั้นแล้วนะครับ ซึ่งตรงนี้ส่วนหนึ่งก็ขออนุญาตเรียน นะครับว่า อาจจะเกิดจากความเข้าใจผิดของกระผมที่ว่า ในประเด็นใดประเด็นหนึ่งนี่ นะครับ เรานี่จะต้องให้มีความคิดเห็นเปึ้นเพียงประเด็นเดียวเท่านั้นนะครับ ซึ่งตรงนี้ กระผมในช่วงนั้น เมื่อเวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที วันศุกร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม กระผมเห็นว่า ในบางประเด็นเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างได้เปึน ๒ ประเด็นนะครับ กระผมก็ได้ ยื่นไปครับทั้งหมดเลยนะครับ ตรงนี้แหละคือจุดที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมานะครับ กระผม มิได้โทษเจ้าหน้าที่เลยนะครับ ถ้าความผิดทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นนี่ ถ้าจะมี กระผมก็ยินดี น้อมรับไว้ กระผมก็ได้พูดครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งในวันที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ มิถุนายน ที่ผ่านมา นะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่า ท่านสดศรี สัตยธรรม ทำไมติดใจเรื่องนี้ แล้วก็ค่อยที่จะมา อภิปราย จะมาพูดเน้นย้ําตรงนี้อยู่ตลอดเวลานะครับ ผมก็ไม่เข้าใจ วิงวอนก็แล้ว กราบก็ แล้วนะครับ ผมก็กราบท่านหลายครั้งนะครับ แต่ทําไมไม่เข้าใจ ผมก็ไม่ทราบนะครับ ซึ่งตรงนี้ แล้ววันนี้ท่านก็มาหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดอีกนะครับ ไม่เปึนไรหรอกครับ ถ้าท่านปรารถนาที่จะพูดนี่ กระผมก็ยินดีนะครับ แล้วก็ประเด็นนี้ กระผมก็ขออนุญาต เรียนนะครับว่า ผมไม่ได้หักหลังใคร นี้สำคัญที่สุดเลยนะครับ เพราะว่าผมได้ยื่นเอกสาร เข้าไปครบถ้วน ถูกต้อง และกระผมก็มิได้ไปตัดญัตติของใครออกนะครับ เพราะว่าตรงนี้ ผมก็ได้เรียนทางกรรมาธิการยกร่างไป โดยท่านอาจารย์สมคิดนะครับ ผมก็ได้เรียนให้ ท่านทราบว่า มันมีความแตกต่างอยู่ในประเด็นสภาเดี่ยวกับสภาคู่ เพราะว่าของท่าน การุณท่านยื่นมาเยอะมาก และเอกสารของท่านก็เข้าไปอยู่ด้วยนะครับ แต่ว่าตอนนั้น ก็ หลังจากวันศุกร์แล้ว ก็เปึนวันเสาร์ และวันอาทิตย์นะครับ การติดต่อประสานงานในเรื่องนี้ ก็ไม่ชัดเจนนะครับ แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นของท่านสดศรี สัตยธรรม ใน มาตรา ๖๘ วรรคสอง ได้มีการบรรจุไว้อย่างแน่นอน แล้วก็ไม่ได้ไปตัดทอนอะไรของท่านเลย ผมก็ ไม่เข้าใจว่า ทําไมมันถึงยุ่งยาก แล้วก็มีปัญหามากมายปานนี้นะครับ แล้วกระผมเองก็ได้ ยอมรับนะครับว่า ถ้าหากจะมีความผิดพลาดบกพร่องทั้งหมดที่ขึ้นมานี่ กระผมก็ยอมรับ ผิดครับ ผมไม่ได้ปฏิเสธความรับผิด หรือไม่ได้จะไปโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ผมสงสัยว่า ทำไมจะต้องเอาเรื่องนี้มา คล้าย ๆ กับว่า มาจิก มาตี หรือว่ามากล่าวว่าร้าย ผมอยู่เรื่อย ๆ กระผมขออนุญาตฟัอง หรือบอกกล่าวไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ นะครับว่า กระผมเองก็ทําหน้าที่ของ สสร. อย่างดีที่สุด ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แล้วก็ ปรารถนาที่จะให้มีการแปรญัตติของทุกคน ทุกเรื่อง อย่างเต็มที่นะครับ กระผมไม่อยากจะ ให้มีเรื่องมีราว เพราะมันไม่ดี