สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการแก้ไขข้อความที่เกี่ยวข้องกับเพศ และเรียกร้องการความชัดเจนในการใช้คำ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่เราจะไปหยุดพักนี่ ผมมีความเข้าใจว่า เรานี่คงจะไปมีความเห็นตรงกันได้ใน หลักการว่า ในเรื่องของการเลือกปฏิบัตินี่ เราไม่อยากจะเห็นว่า มนุษย์เลือกปฏิบัติมนุษย์ ด้วยกัน ในฐานะความเปึนคนด้วยกันนี่ เราไม่อยากจะเห็น ไม่ว่าคน คนนั้นจะพิการ หรือ คน คนนั้นจะเปึ้นเพศอะไรก็ตาม ผมนี่จึงได้กราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมขอถอน ญัตติที่ผมเสนอว่า ในวรรคแรกว่า ชาย หญิง และผู้ที่มีเพศแตกต่างนั้น ผมก็เปลี่ยน ผมเห็นบรรยากาศดี แล้วผมก็กราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองก็เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ไปเติมอยู่ในวรรคที่ ๓ แต่เมื่อเราหยุดพัก ผมไม่มีโอกาสได้ไป กินข้าวต้มเหมือนคนอื่นเขาหรอกครับ เพราะขณะที่หยุดพักนี่ เพื่อนสมาชิกที่ไม่ได้ เปึนกรรมาธิการได้มีการพูดคุยกัน ท่านศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา ท่าน ดร. สมชัย ฤชุพันธุ์ และหลายต่อหลายคน ก็พยายามที่จะคิดว่า ถ้อยคําอะไรที่จะตรงที่สุด เราก็เห็น ด้วยว่า กรรมาธิการนี่ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าเขียนอย่างนั้นคนอาจจะไม่เข้าใจ เพราะว่าท่าน อาจารย์วิชาก็กรุณาพูดก่อนที่จะไปว่า เราไปหาถ้อยคำกัน เพื่อสื่อให้มันเข้าใจดีกว่า ผมก็ คิดว่า ในหลักการนี่เราน่าจะตกลงปรองดอง หรือว่าตกลงกันในหลักการได้แล้ว เพียงไป หาคํากัน เพราะฉะนั้นพวกเราก็เข้าใจทั้งหมดเลยครับ ท่านประธานครับ ผมเข้าไปในห้อง ท่านอาหารนี่ ทุกคนก็มาพูดกับผมว่า เราหาคำกัน ช่วยกันหาคำ ที่แรกนี่อาจารย์จรัสบอก ว่า ผู้ที่จะเบี่ยงเบนทางเพศจากกำเนิด ก็มีคนบอก เฮ้ย เบี่ยงเบนไม่ดี อาจารย์สมชัยก็ช่วย คิด หลายคนก็ช่วยคิด ผมก็จดไปเลยในแผ่นกระดาษแผ่นนี้ต่อหน้าท่านทั้งหลาย ผมนี่ เปึ้นคนพูดอะไรนี่นะครับไม่เคยบิดเบี้ยวเลย และไม่เคยทริก (Trick) กับคนด้วย ผมจะ บอกให้ ท่านถามเลยว่า จริงไหม ผมรีบจด ผมกลัวมากเลยว่า ผมจะเข้าไปพูดกับ กรรมาธิการยกร่างแล้วผมจะใช้คําผิด ผมจะเสียคน เขาก็เห็นผมจดต่อหน้าว่า น่าจะใช้ คำว่า ความแปรเปลี่ยนจากเพศกำเนิด อาจารย์จรัสนี่เปึนคนขึ้นต้นว่า อะไรจากเพศ กำเนิด อย่างนี้พอจะใช้ได้ไหม แล้วก็ถกกันในห้อง พอได้รับโทรศัพท์บอกว่า กรรมาธิการ ยกร่างอยากจะให้ไปหารือ ผมก็รีบจด แล้วก็วิ่งไป พอไปถึงนี่ ผมก็บอกว่า คำนี้เปึน อย่างไร ก็จะมีกรรมาธิการบางท่านบอกไม่เอา อ้าว เมื่อไม่เอาผมก็ไม่ว่าอะไร ผมก็เก็บใส่กระเปิา คำนี้ก็เก็บต่อไปเหมือนเดิม แล้วก็นั่งลง ตอนนั้นผมยั่งยืนอยู่ด้วยซ้ํา ผมเปึนคนพูดอะไรไม่เคยโกหกนะครับ แล้วผมก็นั่งลง แล้วก็ ถามว่า จะเอาอย่างไร ก็มีผู้ที่เสนอว่า ผมว่าบรรยากาศดีนะครับ ท่านบอกว่า ใส่ว่าความ หลากหลายทางเพศ อย่างที่พวกเราเสนอนี่ดีแล้ว แต่ข้อตัดคำว่า ห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ ต่อเพศ ออก ผมก็มีความเห็นด้วยความบริสุทธิ์ว่า ถ้าท่านไปตัดคำว่า เลือกปฏิบัติทาง เพศ ออก แล้วไปใส่ว่า ความแตกต่างทางเพศ เฉย ๆ นี่ มันก็จะมีปัญหา เพราะว่าผมได้ไป ข้อตัดจากวรรคหนึ่งออกแล้วว่า มีแต่ชายกับหญิง เท่านั้น ท่านลองค่อย ๆ คิดดูด้วย เหตุผลนะครับ พอตัดแล้ว ผมเหลือแต่เพศมีแต่ชายกับหญิงเท่านั้น แล้วพอมาวรรคสอง บอกว่า ความแตกต่างทางเพศ มันจะหมายความว่าอะไรล่ะครับ ก็ต้องหมายความว่า ห้ามเลือกปฏิบัติต่อชายและหญิงใช่ไหมครับ วรรคแรกกับวรรคหลังมันต้องล้อกัน ตกลง ถ้าเราไปใส่แค่นั้น มันก็มีปัญหา ผมเองก็คิดว่า ถ้าจะให้สื่อนี่ ให้มันสื่อความหมาย ก็ต้อง ใส่ในวรรคสามด้วยว่า การเลือกปฏิบัติทางเพศ นี่มันทำไม่ได้ แล้วก็เติมลงไปนะครับว่า ความหลากหลายทางเพศ จะตรงไหนผมไม่ขัดข้อง ถ้าไปใส่ติดกันว่า เพศและความ หลากหลายทางเพศ ได้ก็ดี ทำให้คนเขาอ่านแล้วเขาเข้าใจว่า ไม่ใช่ว่าเราอยู่ดี ๆ ก็ใส่ เพศ ด้วย และความหลากหลายทางเพศด้วย มันต้องมีความหมายอะไรบ้างอย่างน่ะ เขียน ๆ ต่อกัน แต่ผมก็คิดว่าไม่เปึนไร ถ้าจะไปใส่หลัง ผู้พิการ ก็ได้ ใส่ตรงไหนผมก็ไม่ขัดข้อง เพราะว่าคนอ่านเขาก็ไม่ได้รู้ว่า เราเลือกปฏิบัติทางเพศชาย หญิงไม่ได้ แล้วก็เลือกแต่ ความแตกต่างทางเพศก็ไม่ได้ ผมต้องกราบเรียนนะครับ ผมยังไม่ได้มาปรึกษา สสร. ที่อยู่ ในห้องรับประทานอาหารเมื่อสักครู่นี้ เพราะเดินกลับมาก็เข้ามาเลย ก็ขออนุญาตเล่าให้ ท่านทั้งหลายฟังว่า เปึนอย่างนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายอาจจะไม่เห็นด้วยกับผมก็ได้ว่า ใส่อย่างที่ ผมพูด ใส่ทั้งเพศและความหลากหลายทางเพศ ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับผมก็ได้ ผมเชื่อ ว่า เขาอาจจะกลับไปคิดว่า น่าจะเปึนอย่างที่เขาฝากผมไป ก็คือว่า ใส่ทั้งเพศ และใส่ทั้ง ความแปรเปลี่ยนจากเพศกำเนิด ก็ได้ คือเราจะไปเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีความแปรเปลี่ยน จากเพศกําเนิดนี่ไม่ได้ ผมคิดว่าอย่างนี้ก็ชัดเจนดีครับ ผมก็คิดว่า ขณะนี้เราก็มีเจตนาที่จะ หาคำกันแค่นั้นเอง ในหลักการมันตกลงกันได้แล้ว ถ้าหลักการตกลงกันได้แล้ว ผมคิดว่า ให้คำมันสื่อ อย่าให้คำมันเยื้อง หรือให้คำมันกลับไปตีความเหมือนกับว่าไม่ต้องใส่อะไร เกิดขึ้น ผมคิดว่า ถ้าทำได้อย่างนั้นพวกผมก็สบายใจ ขอบพระคุณครับท่านประธาน