สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

สุพจน์ ไข่มุกด์ พูดถึงการบัญญัติ "ความหลากหลายทางเพศ" เข้ามาในมาตรา ๓๐ และวิเคราะห์จากมุมมองทางกฎหมายและสังคม

นายสุพจน์ ไข่มุกด์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สุพจน์ ไข่มุกด์ กรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ผมฟังเหตุผลต่าง ๆ ที่จะให้บัญญัติ คำว่า ความ หลากหลายทางเพศ เข้ามาในมาตรา ๓๐ นะครับ ด้วยความเห็นใจนะครับ แต่ว่า ความเห็นใจนั้น คงจะมาเปลี่ยนแปลงหลักการคงไม่ได้นะครับ หลักการที่ว่า คือ หลักการ ของเรื่องศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ที่เกิดมา ชายก็คือชาย หญิงก็ คือหญิง อันนี้อย่างหนึ่งนะครับ เปึนหลักการที่ผมถือว่า เปึนหลักการสากล แล้วก็ผม อยากจะพูด ๒ ประเด็น คร่าว ๆ นะครับ คือ ประเด็นทางด้านกฎหมาย และประเด็น ทางด้านสังคมนะครับ ประเด็นทางด้านกฎหมายนี่ ในวรรคที่ ๒ ของมาตรา ๓๐ บอกว่า ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน อันนี้มันก็ล็อกในตัวมันเองนะครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๓๐ ระบุไว้มี ๒ เพศ เท่านั้นเอง คือ ชาย และหญิง เพราะฉะนั้นความหลากหลาย ทางเพศที่ใส่เข้ามา ถ้าหมายถึงเพศที่ ๓ แล้ว มันก็คงจะติดนี่อยู่แล้ว มันก็ขัดกับความ เสมอภาคทั้งชายและหญิง มันก็คงติดอยู่ตรงนี้เองนะครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ทางด้าน กฎหมาย ประเด็นที่ ๒ ทางด้านกฎหมาย คือว่า ปัญหาถ้าว่ามีเพศเพิ่มขึ้นจากชายและ หญิง เปึนเพศที่ ๓ กฎหมายต่าง ๆ คงจะอลวนกันหมดเลย เพราะว่าจะต้องมีการแก้กฎหมาย ในประเด็นนี้ ผมว่า ทางผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายคงจะให้ข้อคิดเห็นได้ดีกว่าผมนะครับ เพราะผม ไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ว่า มันต้องคิดนะครับว่า ถ้าเกิดเพศที่ ๓ ขึ้นมานี่ มันจะเกิดความ โกลาหลแค่ไหน ในเรื่องของกฎหมายแพ่ง กฎหมายครอบครัวต่าง ๆ นะครับ อันนี้ผม ทางด้านกฎหมายก็คงมีข้อสังเกต ๒ ประการครับ นอกจากนั้น ทางด้านสังคม ผม อยากจะชี้แจง ในความเปึนจริงแล้ว โดยทางพฤตินัยนี่ บุคคลที่คิดว่าความหลากหลาย ทางเพศ เขามีพื้นที่ยืนในสังคมไทยมาก มากจริง ๆ นะครับ แล้วก็เรายอมรับนะครับว่า บุคคลเหล่านี้เปึนบุคคลที่มีคุณค่าทางสังคม ความหลากหลายทางด้านอาชีพ เราเห็นว่า เข้าประสบความสำเร็จอย่างมาก แล้วก็มีอะไรที่เปึ้นพิเศษเหนือจากบุคคลธรรมดามาก เราจะเห็นว่า ทางด้านศิลป่น ทางด้านศิลปะ ดนตรีอะไรต่าง ๆ อาหารการกินอะไรต่าง ๆ นี่ พวกนี้มีพรสวรรค์พิเศษจริง ๆ นะครับ แต่พรสวรค์พิเศษจริง ๆ เหล่านี้ เราก็ยอมรับ ในระดับหนึ่งนะครับ ผมว่า เราให้เขาดี เรายอมรับเขาครับในทางพฤตินัย แต่ว่าทางด้าน นิตินัยนี่ ผมว่า ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะยอมรับนะครับ เราก็เห็นใจ แต่ว่า ท่านคิดดูสิครับว่า ครอบครัวหนึ่งเกิดมานี่นะครับ มีลูก มีหลาน เราอยากเห็นลูกหลานของเราเปึ้นไหมครับ เปึนกะเทย เปึนตุ๊ด เปึนอะไรต่าง ๆ นี่ ผมเคยอภิปรายในที่ประชุมนะครับว่า วันที่ผม ได้ข่าวว่าลูกชายผมไปมีแฟนเปึนผู้หญิง ผมดีใจมากเลย เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดผมจะมี หลานไว้สืบสกุลนะครับ ผมดีใจ แล้วก็คิดว่า ท่านทั้งหลายคนที่มีลูกมีหลานก็คงคิด อย่างเดียวเหมือนกันนะครับว่า อยากจะให้ลูกหลานของตัวมีธรรมชาติที่ถูกต้อง แล้วก็มี ลูกมีหลานสืบสกุล อันนี้เราก็เห็นใจนะครับว่า คนที่มีความ ทางแพทย์เขาเรียกว่า เบี่ยงเบนทางเพศ นะครับ เราก็ไม่อยากไปซ้ำเติม เพราะว่าเขาเกิดมาเปึนอย่างนั้น และจริง ๆ แล้วก็มีหลายคนเหมือนกันที่ว่าไม่ได้เกิดมาเปึนอย่างนั้น แต่ว่า ถ้าเรายอมรับ สิ่งเหล่านี้ในสังคมมากขึ้น โอกาสต่าง ๆ ในสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปนะครับ อย่างเช่นว่า โอกาสที่คนจะไม่เปึนก็มีโอกาสจะเปึนมากขึ้น คนที่เปึนน้อยก็จะเปึนมากขึ้น คนที่เปึน มากก็มีอาการที่เขาเรียกว่า เกินเลยไป เพราะฉะนั้นผมว่า ในกรณีนี้ ผมว่า ในโอกาส แล้วก็ปัจจุบันนี้ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ เราให้พื้นที่เขายื่นมากนะครับ แล้วก็เรายอมรับอยู่ แล้วนะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่ง ผมว่า ในกรณีที่เรายอมรับว่า มีเพศที่ ๓ นะครับ มันจะเกิด ความอ่อนแอทางสังคมขึ้นมาทันทีเลย อ่อนแออย่างไรครับ อ่อนแอ คือว่า ผู้ชายก็เดินท่า กระบิดกระบวน กระตุ้งกระติ้ง มีความเปึนชายมันไม่มีแล้ว สังคมก็อ่อนแอ สังคมอ่อนแอ กองทัพอ่อนแอ ผู้ที่จะสืบศาสนาต่อไปก็หาน้อยเต็มที่ ชายพันธุ์แท้หายากขึ้นทุกที ทำไม ครับ ชายพันธุ์แท้หายากทุกที เพราะว่าเกณฑ์ทหารก็เกณฑ์ไม่ได้นะครับ เพราะว่า พวกนี้ ก็ได้รับยกเว้น จะบวชก็บวชไม่ได้ เพราะว่า เปึ้นบัณเฑาะก์นะครับ มีปัญหาตามมามาก ขึ้นทุกทีนะครับ อันนี้คือปัญหาทางด้านสังคมครับ เราก็ยอมรับนะครับว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นจริง แล้วก็ในปัจจุบันนี้เราก็ยอมรับสภาพความเปึนจริงอยู่แล้วนะครับ ทางด้าน พฤตินัย เพราะฉะนั้นทางด้านนิตินัยนี่ ผมขอว่า เราควรจะมีกําหนด มีข้อบเขตให้เขาดำรง อยู่ในแค่นี้ น่าจะเปึนการเพียงพอแล้วนะครับ ผมขออภิปรายเพียงแค่นี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ