สวิ่ง ตันอุด หารือเรื่องสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย โดยเฉพาะความเสมอภาคที่ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องการสนับสนุนให้รับรองสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนมีความหลากหลายทางเพศที่ถูกกีดกันและถูกละเมิดสิทธิ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด ครับ ผม อยากจะเริ่มจากเรื่องของหมวดนะครับ ที่จริงแล้วหมวดนี้ว่าด้วยหมวดสิทธิเสรีภาพของ ชนชาวไทย แล้วก็ส่วนนี้นี่นะครับ ว่าด้วยส่วนของความเสมอภาค ผมคิดว่า เรื่องนี้โดยรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องคุ้มครอง ขยายขอบเขตของเสรีภาพให้กับ ประชาชนอย่างกว้างขวาง เราใส่ไปแล้วหลายเรื่องครับ ท่านประธานครับ แล้วก็รวมทั้ง ที่จะใส่ต่อไปอีก ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับความพิการ ก็ต้องขอแสดงความขอบคุณ ท่านกรรมาธิการที่ใจกว้างที่จะใส่เรื่องนี้ลงไป แต่ว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่เราตกไป ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ที่จริงเรื่องนี้ผมคิดว่า ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า มีอยู่จริงในสังคมไทย ถ้าลูกท่านไม่เปึน ก็หลานท่าน ถ้าหลานท่านไม่เปึน ก็เปึน เครือญาติท่าน ถ้าเครือญาติท่านไม่เปึน ก็เปึนคนที่ท่านรู้จัก ท่านต้องพบเจออยู่ ตลอดเวลา ผมคิดว่า เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ และคนเหล่านี้ในทางสถิติ ตอนนี้ชัดเจนว่า ใน สังคมอื่น ๆ อยู่ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ (Percent) ถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในสังคมไทยมีอยู่จริงนี่ นะครับ ผมคิดว่า ตอนนี้เราก็มีอยู่ประมาณห้าหกล้านคนที่อยู่ในลักษณะที่มีความ หลากหลายทางเพศ ที่ผ่านมา ข้อจำกัดในเรื่องเกี่ยวกับการตีความหมายเรื่องเพศเราแคบ เกินไป เราดูเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสรีระ หรือดูเพียงแค่เครื่องเพศว่า เขาเปึนเพศอะไร แต่ สรีระเปึนเครื่องที่บ่งบอกไม่ได้นะครับว่า เขามีจิตใจเปึนเพศอะไร ดังนั้น เราก็จะเห็นเรื่อง นี้อยู่โดยทั่วไป คนที่มีความสามารถในทางสังคม คนที่เปึ้นผู้นําประเทศ คนที่ตัดสินในทาง นโยบาย หลายคนก็อยู่ในสภาพอย่างนี้ ความเปึ้นจริงนี่เกิดขึ้นแล้วในเรื่องนี้ แต่ยังไม่มี กฎหมายใดที่รับรองเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่า อันนี้จะเปึนช่วงจังหวะที่สำคัญในการที่ เราจะต้องบัญญัติเรื่องนี้ลงไป เพื่อที่จะทําให้เกิดความเสมอภาค เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิ ของประชาชน ที่อาจารย์เจิมศักดิ์พูดเมื่อกี้ว่า ถ้าเราให้เขาเปึนส่วนหนึ่งของผู้ด้อยโอกาส ในทางสังคม เราก็ต้องบัญญัติเรื่องนี้ไว้ด้วย เพราะว่า สิ่งที่เราจะต้องคุ้มครองเขา ก็คือ การเลือกปฏิบัติ ในมาตรานี้เขียนไว้ชัดเจนว่า เราจะไม่เลือกปฏิบัติกับบุคคลดังต่อไปนี้ นี้ แต่ว่ายังขาดบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้สำคัญ ผมได้คุยกับ กลุ่มนี้ ซึ่งเขามีจำนวนมากเลยครับ เขาตั้งกลุ่มเปึนเครือข่าย เขาทำการศึกษากฎหมาย รัฐธรรมนูญของประเทศอื่น ว่าด้วยหลักการสิทธิมนุษยชน ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการในแง่ของการทํางานของเขามากมาย เขาก็ทําประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย เขาทำงานเรื่องเอดส์ (AIDS – Acquired Immune Deficiency Syndrome) เขาทำงาน เรื่องเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อ เขาทำงานเรื่องเกี่ยวกับการปัองกันเอดส์ ทำงานให้กับสังคม จำนวนมาก มีเครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้นับหมื่นคนในการทำงานเรื่องนี้ แต่เขาก็ยังเผชิญกับ ปัญหาหลายเรื่องครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเช่นนี้ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าใจ เรื่องนี้ด้วย แล้วรวมทั้งสมาชิกทั้งหลายได้เข้าใจเรื่องนี้ด้วยว่า เรามีกลุ่มคนแบบนี้ที่เปึน ปัญหา เขาถูกละเมิดสิทธิจำนวนมากหลายเรื่อง เขาถูกเลือกปฏิบัติในเรื่องเกี่ยวกับการ ทำงาน คนจำนวนหนึ่งเข้าไปมีความสามารถ พอไปถึงที่สุดก็ถูกกีดกันที่ไม่ให้ถูกขึ้น เงินเดือน หรือเปึนหัวหน้างาน อย่างนี้เปึนต้นนะครับ ถูกกีดกันในเรื่องเกี่ยวกับการ เดินทางไปต่างประเทศ ในขณะที่พาสปอร์ต (Passport) ของเขาเปึ้นนาย แต่ตัวของเขา เองแต่งตัวเปึนหญิง ก็จะถูกกีดกันในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับการถูกข่มขืน ตอนนี้เราคิดว่าการถูกข่มขืนก็เพียงแค่คิดว่า ชายไปข่มขืนหญิง แล้วในกฎหมายที่เรื่องนี้ก็ พูดไว้ชัดเจนว่า ระบุเรื่องเกี่ยวกับการข่มขืนไว้ชัดเจนนะครับว่า องค์ชาติล่วงล้ําโยนีเข้าไป ๑ องคุลี เรียกว่า ข่มขืน คนเหล่านี้ไม่ได้มีโยนีครับ ท่านประธานครับ ดังนั้น การถูกข่มขืน ของคนเหล่านี้จะถูกถือว่า เปึนการทําร้ายร่างกายเท่านั้นเอง ซึ่งโทษก็จะถูกต่ำลงไป ในขณะที่เขาเองถูกเก็บกดด้วย เพราะว่าสภาพของเขานี่เปึนหญิงนะครับ อับอาย ขายหน้านะครับ อยู่ในสภาพเดียวกัน กับหญิงนะครับ ซึ่งไม่ต่างกันเลย ซึ่งผมคิดว่า อันนี้คือเรื่องสำคัญ หน่วยงานบาง หน่วยงานระบุไว้เปึนตราบาปของเขาเสียด้วยซ้ำไป อย่างเช่น เรื่องเกี่ยวกับการเกณฑ์ ทหาร การเกณฑ์ทหารตอนนี้ ใบที่ถูกกำหนดลงมา แล้วถูกเขียนไว้ ก็คือ เปึ้นโรคจิตถาวร นะครับ ทั้ง ๆ ที่ในวงการแพทย์ ผมคิดว่า เรื่องนี้ เดี๋ยวหมอชูชัยจะพูดเรื่องนี้ว่า วงการ แพทย์ไม่ถือว่าคนเหล่านี้เปึนโรคจิต ถือว่าเปึนคนปกติทั่วไปนะครับ แต่เขาเลือกเกิดไม่ได้ นะครับ เขาเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเขาเลือกเกิดได้ เขาก็จะไม่เลือกเกิดเปึนอย่างนี้ เพราะว่าอยู่ ในสภาพของการกดดัน อยู่ในสภาพของการที่จะถูกสังคมนี่กดดัน เอารัดเอาเปรียบเขา ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญ เมื่อกี้ผมเพิ่งคุยกับทางสถานีวิทยุของรัฐสภากับ อาจารย์วิโรจน์ อาจารย์วิโรจน์พูดชัดเจนครับว่า เรื่องนี้เครือข่ายของเขา เขาบอกว่า ตั้งแต่ ดำเนินการทางเรื่องนี้มา และเป่ดเผยตัวเองมานี่นะครับ ยังไม่เคยเห็นนะครับว่า เมื่อไร สังคมเป่ดโอกาสเรื่องนี้ แล้วจะทำให้คนต่าง ๆ เหล่านี้มีเพิ่มมากขึ้น เขาเปึนของเขาเอง ไม่ได้เกิดจากกระบวนการ ไม่มีกระบวนการผลิต กะเทย ไม่มีกระบวนการผลิตเกย์ (Gay) เปึ้นของเขาเองโดยปกติ ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเปึนแบบนี้ เราก็ต้องยอมรับสภาพของเขาว่า ในขณะที่เขาเปึนอย่างนี้ ทีนี้เรื่องเหล่านี้นี่นะครับ เขาถูกละเมิดนะครับ สิทธิของเขาใน ความเปึนคนของเขาเอง ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเราบัญญัติเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ และรับรอง สิทธิของเขาเสียนะครับ เราก็จะทําให้เห็นว่า ประเทศไทยของเรานี่นะครับคุ้มครอง ผู้ด้อยโอกาสเสมือนหนึ่งคนพิการ เสมือนกับผู้สูงอายุ หรือเรื่องเกี่ยวกับทางด้านศาสนา และความเชื่อใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ควรจะเปึนนะครับ ซึ่งผมคิดว่า อันนี้คือเรื่องที่อยากจะทําให้ เรื่องนี้เกิดขึ้นนะครับ ผมคิดว่า ถ้ากรรมาธิการบางท่านพูดถึงว่า ถ้าเราบรรจุเรื่องนี้ไว้จะ ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง เปลี่ยนแปลงเรื่องกฎหมาย จะต้องทำห้องน้ำเพิ่ม จะต้องทําเรื่องนั้นเรื่องนี้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เรายอมรับ ความเปึนจริงของเขาอยู่จริงหรือเปล่าว่าเขาเปึนคน ว่าเขาเปึนพลเมืองที่มีอยู่ในสังคมของ เราอยู่จริง ถ้าเรายอมรับแบบนั้น สิ่งที่สังคม สิ่งที่โอกาสในทางกฎหมายก็ต้องยอมรับเขา ด้วย ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้เปึนประเด็นที่ไม่ถูกต้อง ถ้าหากว่าจะต้องไปอ้างตรงนั้นนะครับ นี่คือเรื่องที่ผมอยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตนะครับ ความหมายของคำว่า บุคคลที่มีความ หลากหลายทางเพศนี่ มีหลายเรื่องครับ เรื่องหนึ่งนี่นะครับ เขาถือว่า คนที่รักเพศ เดียวกัน ชายรักชาย หญิงรักหญิง ที่เราบอกว่าเกย์ แล้วก็รวมทั้งที่เรียกว่า เปึนท่อม เปึ้นดี้ นี่ก็คือ สิ่งที่เปึนอยู่ แล้วก็รวมทั้งในเรื่องเกี่ยวกับที่เราเรียกว่า กะเทยแท้ คำว่า กะเทยแท้ ในความหมาย ก็คือว่า เขาเกิดมาโดยสรีระนี่นะครับ วงการแพทย์ก็ยอมรับในเรื่องนี้ว่า เขามี ๒ เพศ อยู่ในตัวของเขาจริง อันนี้นี่เปึ้นเรื่องที่เปึ้นจริง รวมทั้งกะเทยที่ต้องการ อยากจะแปลงเพศแล้วไม่ได้แปลงเพศ คนเหล่านี้อยู่ในประเภทของความหลากหลายทาง เพศเหล่านี้อยู่ด้วย ซึ่งผมคิดว่า ในเรื่องนี้นะครับ ถ้าเราที่จะทำให้เขาได้เป่ดโอกาสของเขา ขึ้นมาสู่สังคม คนเหล่านี้เปึนคนเก่ง เปึนคนดี เปึนคนที่มีความสามารถ มีอยู่ในมากมาย ครับในสังคมเราตอนนี้ ถ้าเขาถูกปลดปล่อยออกมาในทางสังคม เขาก็จะแสดง ความสามารถของเขานั้นได้อย่างเต็มที่ ผมดีใจนะครับ เมื่อกี้คุยกับทางเครือข่ายเขานี่ เขาบอกว่า ตอนนี้ถ้าพูดตามจริงนะครับ สังคมบ้านเราเป่ดโอกาสให้เขามากอยู่แล้ว เต็มที่ อยู่แล้ว ไม่รังเกียจเดียดฉันท์เขา แต่กฎหมายไม่เป่ดโอกาส มีการเป่ดโอกาสเฉพาะ ทางด้านสังคม ดังนั้น ถ้าเปึนอย่างนี้เสีย ผมคิดว่า ถ้ากฎหมายเราเป่ดโอกาสเสียก็จะ สมบูรณ์ เขาบอกว่า ก็จะสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นทั้งทางด้านกฎหมายและทางสังคม จะทำให้ เขานี่มีที่อยู่ ที่ยืนในทางสังคมนี่มากยิ่งขึ้น เพราะมันเปึนความเปึนจริงที่มีอยู่ในสังคมขณะนี้ อันนี้คือเรื่องที่ผมคิดว่า ถ้าเราได้ช่วยกัน พิจารณา ก็จะทำให้เรื่องนี้กลายมาเปึนเรื่องที่เราควรจะยอมรับเชิดหน้าชูตาเสียด้วยซ้ำไป ว่า เราได้คุ้มครองคนต่าง ๆ เหล่านี้ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ