สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

สวิ่ง ตันอุด หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ครอบคลุมสิทธิมนุษยชนของผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าว รวมถึงการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรมในการปฏิบัติต่อคนต่างด้าว

นายสวิ่ง ตันอุด

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด ผู้รับรองครับ ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรา ๕ นี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เปึนจุดอ่อน ที่สําคัญที่ผ่านมาทั้งหมดนะครับของรัฐธรรมนูญเรา ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับการที่พูดถึงเฉพาะ ประเด็นนะครับว่า ประชาชนชาวไทยเท่านั้นนะครับที่จะได้รับการคุ้มครองจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จริง ๆ แล้วนี่นะครับ เรายังมีบุคคลอื่นที่อยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่เปึนคนไทย แต่ยังไม่ได้รับสัญชาติ การตกสำรวจเรื่องสัญชาติ นี่นะครับมีปัญหามาโดยตลอด ผมอยู่ทางภาคเหนือนี่ผมทราบดีครับ กระบวนการ การพิสูจน์สิทธิ การพิสูจน์สัญชาตินี่นะครับเปึนปัญหามาโดยตลอด รวมทั้งแม้กระทั่ง ขนาดเขาได้รับสัญชาติแล้วนี่นะครับ ก็ยังไปถอนสัญชาติเขาก็มี ซึ่งผมคิดว่า อันนี้ เปึ้นประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับ ที่ไปเกี่ยวพันกับทางด้านสิทธิมนุษยชนของเรามาโดยตลอด ถ้าเราเขียนรัฐธรรมนูญเฉพาะประชาชนชาวไทย ซึ่งหมายถึงผู้ที่เปึนสัญชาติไทย และ มีบัตรประชาชนเท่านั้นนี่นะครับ อันนี้นี่ เราเองนี่นะครับ ถ้าพูดตามจริงแล้วนี่ ผมคิดว่า ประชาชนคนไทยนี่นะครับ ก็ไปทั่วโลก ก็ไปอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศนั้น ๆ ด้วย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ ถ้าหากว่า เราสามารถที่จะเพิ่มนะครับ หรือจะเติมตามสิ่งที่ผมขอ แปรญัตติไว้นะครับว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยนี่นะครับ ผมคิดว่า อันนี้ ก็จะครอบคลุมได้ ทีนี้ถ้าเราพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีนี่นะครับ เราจะเห็นว่า การละเมิดสิทธิ มนุษยชนสำหรับคนที่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ เปึนความจริงอยู่แล้วนะครับ และเปึ้นจํานวนมาก เข้าสามารถที่จะได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ว่าด้วยเรื่องทางด้านการละเมิดสิทธิก็ดีนะครับ เรื่องเกี่ยวกับการที่ถูกเลือกปฏิบัติก็ดี ผมคิดว่า อันนี้จะทำให้เรานี่นะครับได้รับการยอมรับทางด้านสิทธิมนุษยชนเรื่องนี้ มากยิ่งขึ้นนะครับ มีท่านกรรมาธิการบางท่านแย้งเรื่องนี้ว่า ถ้าอย่างนั้นคนต่าง ๆ เหล่านี้ นี่นะครับก็จะได้รับสิทธิในเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาและสาธารณสุขไปด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งผมคิดว่า อย่างไรก็ตามนี่นะครับ ก็เปึนประเด็นทางด้านสังคมมาโดยตลอด คนที่ไม่มี บัตรประชาชน ไม่ได้รับการยอมรับจากสัญชาติไทย เรียนหนังสือจนจบ จนที่จะไปไหน ต่อไหนตามที่มีข่าวเยอะแยะเต็มไปหมด พอถึงตอนนั้นเราถึงจะมอบสัญชาติให้เขา ซึ่งผมคิดว่ากระบวนการทางด้านการศึกษาก็ดี กระบวนการทางด้านสาธารณสุขก็ดี ก็ปฏิบัติในฐานะที่เปึ้นมนุษยชนอยู่แล้วนะครับ ที่ผ่านมา ผมอยู่ทางชายแดน ทางภาคเหนือ ผมก็เห็นว่า โรงพยาบาลทั้งหลายก็ปฏิบัติในเรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าเรา เขียนเรื่องนี้ไว้สําหรับคนกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาในประเทศไทย แล้วก็รวมทั้ง ซึ่งถ้าสมมุติเข้าไป ละเมิดกฎหมายอย่างอื่น ก็มีกฎหมายอย่างอื่นนี่นะครับดูแลเขาอยู่แล้ว เรื่องเกี่ยวกับ กฎหมายทางด้านคนต่างแดนหรืออะไรทั้งหลายนี่นะครับ เรื่องเกี่ยวกับคนต่างด้าว ทั้งหลายนี่เข้ามาอยู่แล้วนี่นะครับ แต่เรื่องนี้นี่อย่างไรก็ตามไม่ใช่เฉพาะคนที่อพยพเข้ามา ในประเทศไทยเท่านั้น คนที่มาทำงาน คนที่มาท่องเที่ยว หรือคนที่มาลงทุนทางด้านเศรษฐกิจทั้งหลาย ทั้งมวลนี่ นะครับ ผมคิดว่า เรื่องนี้ถ้าเราเพิ่มเข้าไป ก็จะทําให้ตรงนี้เปึนสิ่งที่ได้รับการยอมรับจาก นานาอารยประเทศมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่า เรื่องนี้นี่นะครับถ้าหากว่า เราไม่ติดใจ และไม่เปึน ที่เรียกว่า เปึนชาตินิยมเสียจนเกินไปนี่นะครับ ผมคิดว่า ถ้าเราได้เติมเข้าไปก็จะ ครอบคลุมในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ดังนั้น ผมคิดว่า อย่างไรก็ตามนะครับ ข้อความที่ผม เขียนลงไปนี่อาจจะ ผมคิดว่า ผมอาจจะยอมได้นะครับ เท่าที่จะต้องไปใช้กับอย่างที่ท่าน อรรครัตน์ ขอเอ่ยนาม ท่าน สสร. ที่ขอแปรญัตติในเรื่องนี้ขอแปร ก็จะเปึ้นเรื่องดี เพราะว่า จะคงไว้ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับประชาชนชาวไทย และบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งผม คิดว่า เรื่องนี้จะครอบคลุม ส่วนเรื่องคำว่า เชื้อชาติ นี่นะครับ ผมก็ยอมฟัง คณะกรรมาธิการที่เคยอธิบายให้ผมฟังว่า อยู่ในเรื่องเกี่ยวกับเหล่ากำเนิดอยู่แล้ว อันนี้ผม ก็ไม่ติดใจ แต่ว่าถ้าเราจะเพิ่มเรื่องนี้เข้าไปนะครับ ก็จะทําให้ระบบการละเมิดสิทธิ มนุษยชน ผมคิดว่า ถ้าเราไปอยู่ที่ชายแดน เราจะเห็นได้ว่า ระบบของการสืบสวนของคน ต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเจ้าหน้าที่ของเราเองนี่ไม่เกิดความเปึ้นธรรม หลายครั้งนี่นะครับ ผม เคยได้ยินคนต่าง ๆ เหล่านี้พูดให้ฟังนะครับว่า พอถูกจับ เจ้าหน้าที่ขอให้ถอดเสื้อผ้า ทั้ง ๆ ที่เปึ้นผู้หญิงนะครับ ออกทั้งหมด และหลังจากนั้นส่งกลับแดน ซึ่งผมคิดว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ ควรจะเกิดขึ้นในบ้านเรา เขาควรจะได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ