สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย แปรญัตติในมาตรา 4 รัฐธรรมนูญ โดยตัดคำว่า "และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่"
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้แปรญัตติ ในมาตรา ๔ ผมขอ กราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า ในบทบัญญัติของ มาตรา ๔ ตามร่างที่กรรมาธิการยกร่าง ได้ยกร่างไว้นั้น มีข้อความดังต่อไปนี้นะครับ ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลทั้งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ และตามประเพณีการ ปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และ ตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่มีอยู่ ย่อมได้รับความคุ้มครอง ประเด็นที่กระผมขอแปร ญัตตินั้น ผมได้ขอแปรญัตติโดยตัดข้อความว่า และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ ประเทศไทยมีอยู่ ออก เหตุผล ก็คือ ผมขอกราบเรียนว่า ข้อความ คำว่า และตาม พันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ นั้น ถ้าดูผิวเผินแล้ว ดูเปึนประหนึ่งว่าดี เนื่องจากเปึนการยอมรับเอาพันธกรณีระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยไปทำกับองค์กร ระหว่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความ เสมอภาคของบุคคลมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทําให้ดูเหมือนหนึ่งว่า ประเทศไทยกําลัง จะยกระดับการคุ้มครองในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ในเรื่องของความเสมอภาคของบุคคลให้มี มาตรฐานสากลเท่าเทียมกับนานาอารยประเทศ แต่กระผมมองว่า ข้อความตามที่บัญญัติ ไว้นั้น จะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่หลวงต่อมา เนื่องจากคำว่า พันธกรณีระหว่างประเทศ นั้น อาจแปลความได้หลายนัยว่า หมายถึงพันธกรณีระหว่างประเทศในระดับใด ผมขอ กราบเรียนว่า องค์กรระหว่างประเทศนั้น มีตั้งแต่ ดับบลิวทีโอ (WTO – World Trade Organization) มีตั้งแต่เอเปก (APEC – Asia Pacific Economic Cooperation) มีตั้งแต่ อาเซม (ASEM – Asia Europe Meeting) มีตั้งแต่อาเซียน (Asian) ซึ่งองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เปึนองค์กรระหว่างประเทศทั้งสิ้น การที่เราเขียนโดยผูกร่วมเอาพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่กับนานา ประเทศนั้น จะทำให้มีปัญหาในการที่จะต้องมาตีความในเรื่องของพันธะ ข้อตกลง พันธกรณี ซึ่งก็มีอยู่ในอีกหลายระดับ ตั้งแต่ในเรื่องของพันธกรณีที่เปึ้นรูปของสนธิสัญญา เปึ้นรูปของอนุสัญญา หรือเปึนข้อตกลง หรือเปึนความตกลงระหว่างประเทศ นั่นประการ หนึ่ง อีกประการหนึ่ง จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ที่กระผมกำลังจะกราบเรียนนั้น หมายถึงความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างกฎหมาย ประเทศกับกฎหมายภายในประเทศ ถ้าพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยไปทำ แล้วเรารับเอาว่าพันธกรณีระหว่างประเทศเหล่านั้นจะต้องได้รับการคุ้มครองตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ถ้าเปึนกรณีที่พันธกรณี หรือความตกลงที่ประเทศไปกระทำ กับองค์กรระหว่างประเทศ ยังไม่มีบทบัญญัติภายในของประเทศรองรับไว้ จะมีปัญหา ในทางปฏิบัติ จะมีปัญหาในการบังคับใช้ โดยเฉพาะถ้าหากประชาชนใช้สิทธิตาม บทบัญญัติของมาตรา ๒๘ น้ำกรณีดังกล่าวไปฟัองบังคับต่อศาล เพื่อให้ศาลบังคับให้มี การปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าว จะมีปัญหาทันทีในทางปฏิบัติว่า ศาลจะสามารถบังคับ ให้รัฐต้องปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ อย่างที่เขียนไว้ในบทบัญญัติของ มาตรา ๔ หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่อาจสามารถรับรองได้ ไม่ว่าในขณะนี้หรือต่อไป ในอนาคตว่า บทบัญญัติหรือข้อตกลงที่จะปรากฏในพันธกรณีระหว่างประเทศนั้น จะไม่ ขัดกับบทบัญญัติมาตราใดมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญ ถ้ามีการขัดกับบทบัญญัติ มาตราใดมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญไทย หรือขัดต่อบทบัญญัติมาตราใดมาตราหนึ่งของ บทกฎหมายของประเทศไทย พันธกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ นั้น จะสามารถใช้บังคับ เพื่อเปึนการคุ้มครองในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ดังเช่นบัญญัติ อยู่ในร่างมาตรา ๔ หรือไม่ นั่นเปึ้นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่กระผมขอแปรญัตติไว้ ประการสุดท้ายที่ผมขอแปรญัตติ ก็คือ ผมไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องของการผูกพันตาม พันธกรณีระหว่างประเทศ แต่ผมเห็นว่า เรื่องของพันธกรณีระหว่างประเทศนั้น ไม่ควรที่ จะอยู่ในหมวด ๑ ซึ่งเปึ้นบททั่วไป แต่ควรที่จะอยู่ในเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ นั่นคือผมเห็นว่า ความตกลงหรือพันธกรณีระหว่างประเทศที่รัฐประเทศไทยจะให้การ รับรองหรือคุ้มครองนั้น ควรที่จะไปอยู่ในหมวด ๕ ซึ่งว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ด้วยเหตุผลที่กราบเรียนมาทั้งหมด กระผมจึงได้ยื่นขอแปรญัตติว่า เห็นควรให้ตัดคำว่า และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ ออก ซึ่งเมื่อดูจากร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปรับปรุงแก้ไข ของกรรมาธิการยกร่างที่ได้เผยแพร่ให้กับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้นะครับ ก็ปรากฏว่า ในร่างฉบับปรับปรุงแก้ไขของกรรมาธิการยกร่าง ท่านก็ได้ ปรับปรุงถ้อยคำใหม่ เปึนว่า มาตรา ๔ ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความ เสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง ซึ่งก็หมายความว่า กรรมาธิการยกร่างยอม ตัดข้อความตามที่ผมขอแปรญัตติ ก็คือ คำว่า และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ ประเทศไทยมีอยู่ ออก ตามที่ผมขอแปรญัตติแล้ว เพราะฉะนั้นผมเองก็เลยยังสับสนว่า ที่ ปรากฏในเอกสารเล่มสีเขียวที่แจกว่า คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับคำขอแปรญัตติของ ผมนั้น ท่านจะยืนยันตามเอกสาร ฉบับรายงานเล่มสีเขียวข้องท่าน คือ ยังคงไม่เห็นด้วย กับที่ผมขอแปรญัตติ หรือท่านเห็นด้วย และได้ตัดข้อความอย่างที่ผมขอแปรญัตติออก แล้ว ขอบคุณครับ