คมสัน โพธิ์คง หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 3 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยขอให้เปลี่ยนคำว่า "หลักนิติธรรม" เป็น "หลักนิติรัฐ" เนื่องจากคำว่า "หลักนิติรัฐ" มีความหมายที่ครอบคลุมกว่าและไม่ได้จำกัดอยู่ในองค์กรศาลเท่านั้น และยังอธิบายถึงหลักการของหลักนิติรัฐที่มี 3 ประการคือ กฎหมายต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด, ขอบเขตแห่งอํานาจของรัฐมีการกําหนดไว้ชัดเจน และ ผู้พิพากษาจะต้องมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี
กราบเรียนท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ครับ กระผม คมสั้น โพธิ์คง กรรมาธิการยกร่าง ผู้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๓ วรรคสองนะครับ ในประเด็นเรื่องของ คำว่า หลักนิติธรรม นะครับ ผมขอสงวน ความเห็นในวรรคสอง ในเรื่องหลักนิติธรรมนั้น ขอให้แก้ไขเปึ้น คำว่า หลักนิติรัฐ แทน คำว่า หลักนิติธรรม นะครับ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ คำว่า หลักนิติรัฐ นี่ นะครับ โดยหลักการของคำว่า หลักนิติรัฐ นี่นะครับ มันมีความหมายที่ครอบคลุม กว้างขวางมากกว่า คำว่า หลักนิติธรรม ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว คำว่า หลักนิติธรรม นั้น มี ความหมายในลักษณะที่มักจะใช้กันในภายในองค์กรศาลเท่านั้นนะครับ คำว่า หลักนิติรัฐ นี่นะครับ โดยหลักการไม่ได้แปลว่า รัฐตามกฎหมายอย่างที่มีหลายคนเข้าใจว่า คําว่า นิติรัฐ นั้น คือรัฐตามกฎหมาย แต่ความจริงแล้วหลักนิติรัฐนี่เปึ้นอุดมการณ์และเปึ่น อุดมคติ ในทางปรัชญารากฐานของกฎหมายมหาชนนะครับ ที่วางหลักการในเรื่องของ คำว่า หลักนิติรัฐ นั้น คือ รัฐที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย แล้วก็เคารพในหลักนิติธรรม นะครับ หลักนิติรัฐนี่ไม่ได้กําหนดเรื่องขององค์ประกอบของรัฐนะครับ แต่เปึ้นหลักในทาง ปรัชญาที่วางหลักการในเรื่องของการที่ให้รัฐนั้นยอมต้นเคารพอยู่ภายใต้บังคับแห่ง กฎหมาย ซึ่งรัฐนั้นได้เปึ้นผู้ตราขึ้นเอง และก็ยอมใช้บังคับขึ้น ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญด้วย การยอมต้นอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายที่ว่านี้นะครับ กฎหมายนั้น จะต้องตั้งอยู่บนเหตุผลของความเปึนธรรม จึงจะเปึนกฎหมายที่สามารถใช้บังคับได้ ภายใต้หลักการเรื่องหลักนิติรัฐ เพราะฉะนั้นหลักนิติรัฐนี่จึงเปึ้นหลักการในการควบคุม การใช้อํานาจของรัฐที่สําคัญนะครับ ซึ่งโดยหลักการแล้วทําให้รัฐนั้นเปึ้นรัฐที่มีความมีเหตุ มีผลนะครับ เปึนรูปแบบของการมีเหตุผล การอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของประชาชน ภายใต้หลักการเรื่องนิติรัฐนี้นะครับ มีหลักการสําคัญมาจากการที่ประชาชนนั้นได้ต่อสู้ กับการปกครอง จากการกดขี่ในการปกครอง เพื่อให้ต้นมีสิทธิและเสรีภาพขึ้นนะครับ หลักนิติรัฐเมื่อใช้ในประเทศต่าง ๆ นะครับ จะมีลักษณะสำคัญอยู่ ๓ ประการนะครับ ประการแรก ก็คือ ในประเทศนั้นกฎหมายจะต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด การกระทำ ต่าง ๆ ของรัฐ ไม่ว่าในทางนิติบัญญัติ ในทางปกครอง ก็ต้องเคารพต่อกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ในการกระทําในทางปกครอง การกระทําของตํารวจจะต้อง เปึ้นไปตามกฎหมาย และต้องชอบด้วยกฎหมาย และมีการประกันซึ่งสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนอยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้าเจ้าพนักงานของรัฐมากล้ำกรายสิทธิเสรีภาพของ ราษฎรโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ เจ้าพนักงานย่อมมีความผิดตามกฎหมาย ประการที่ ๒ ก็คือ ในประเทศที่เปึ้นนิติรัฐนั้น ขอบเขตแห่งอํานาจของรัฐย่อมมีการกําหนด ไว้ชัดเจน เริ่มตั้งแต่การแบ่งแยกอำนาจออกเปึน ๓ อำนาจ คือ นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการ มีขอบเขตของการใช้อํานาจทั้งสามนี้อย่างครบถ้วนนะครับ แล้วก็อํานาจของ เจ้าพนักงานซึ่งเปึ้นอำนาจภายใต้ฝ์ายบริหารนั้นนะครับ ก็ต้องมีข้อบเขตในการควบคุมให้ อยู่ภายในขอบเขตของกฎหมายเช่นเดียวกันนะครับ หลักการประการที่ ๓ ก็คือว่า ภายใต้ หลักนิติรัฐนี่นะครับ ผู้พิพากษาจะต้องมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี โดยต้องมี หลักประกันไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็ต้องกําหนดให้ผู้พิพากษาที่มีอิสระในคดีแพ่ง และคดีอาญานั้น อยู่ในการควบคุมภายใต้หลักกฎหมายด้วยนะครับ ซึ่งหลักการดังกล่าว นี้นะครับว่างหลักการในเรื่องของความเปึนอิสระของศาล และตุลาการ เพื่อเปึน หลักประกันในเรื่องสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน ภายใต้หลักนิติรัฐนี่นะครับ ก็เกิดแนวคิดใน เรื่องหลักนิติธรรม หรือที่เรียกว่า เดอะ รูล ออฟ ลอว์ (The Rule of Law) ขึ้นในประเทศ ต่าง ๆ ที่ใช้ในระบบคอมมอน ลอว์ (Common law) นักกฎหมายรัฐธรรมนูญชาวอังกฤษ คือ เอ.วี. ได้ซีย์ (A.V. Dicey – Albert Venn Dicey) ได้กล่าวถึงหลักนิติธรรมว่า ต้องมี ลักษณะสำคัญ ๓ ประการ ประการที่ ๑ ก็คือ ฝ์ายบริหารไม่มีอำนาจตามอำเภอใจ แล้วก็ บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อมีหลักกฎหมายว่าด้วยกำหนดความผิด และ กำหนดโทษไว้ และโทษนั้นจะต้องเปึ้นโทษที่แสดงให้เห็นว่า บุคคลจะถูกจำกัดสิทธิและ เสรีภาพภายใต้กฎหมายเท่านั้น เจ้าพนักงานของรัฐจะใช้อำนาจตามอำเภอใจอย่างหนึ่ง อย่างใดไม่ได้ ประการที่ ๒ ก็คือ บุคคลที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และศาลเดียวกัน คือ ศาลจะเปึ้นผู้พิจารณาพิพากษาคดีนะครับ แล้วก็ทั้งบุคคลใด ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ซึ่งเปึ้นลักษณะสำคัญเฉพาะของหลักนิติธรรมในกฎหมาย อังกฤษเท่านั้น แต่ในประเทศไทยนั้นอาจจะมีความแตกต่าง เนื่องจากเรามีระบบศาล หลายศาลนะครับ ประการที่ ๓ หลักทั่วไปของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกิดจากผลของ กฎหมายนั้น เกิดขึ้นจากศาลตีความ เพราะฉะนั้นหลักนิติธรรมที่ใช้ในประเทศของ คอมมอน ลอว์ และในประเทศไทย ซึ่งใช้หลักของประมวลกฎหมายนั้น ผมคิดว่า การใช้ หลักนิติรัฐนี่จะมีความครอบคลุมกว้างขวางกว่าการตีความโดยใช้คำว่า เพียงแค่หลักนิติ ธรรม ในเชิงความหมาย ซึ่งอาจจะให้เกิดความเข้าใจสับสนในการใช้ตีความ คำว่า นิติ ธรรม ได้ ผมขออนุญาตกล่าวเพิ่มเติมถึงหลักนิติรัฐว่ามีหลักสำคัญอะไรบ้างอีกสักนิดหนึ่ง นะครับท่านประธาน หลักสำคัญในเรื่องของหลักนิติรัฐนี่นะครับ โดยหลักแล้วมีหลัก สำคัญที่ประกอบกับหลักการในเรื่องปรัชญาเรื่องนิติรัฐอยู่ ๗ เรื่องนะครับ อันที่ ๑ ก็คือ เรื่องของหลักการแบ่งแยกอำนาจ ซึ่งเปึนหลักการสำคัญในการกำหนดขอบเขตการใช้ อำนาจของรัฐ ๒. ก็คือ หลักการในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดย บทบัญญัติของกฎหมาย ๓. ก็คือ หลักความชอบด้วยกฎหมายขององค์กรตุลาการ และ องค์กรฝ์ายปกครองในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือมีการกระทำอย่างใด ๔. ก็คือ หลักความชอบด้วยกฎหมาย ในเนื้อหาของกฎหมายนั้น จะต้องมีความชอบใน เนื้อหาที่มีหลักประกันความเปึนธรรมให้แก่ประชาชน ๕. ก็คือ หลักความเปึนอิสระของ ผู้พิพากษา ซึ่งเปึ้นส่วนหนึ่งของหลักนิติรัฐ ๖. ก็คือ หลักในเรื่องของการไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด และไม่มีโทษ และ ๗. ก็คือ หลักความเปึนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ นะครับ นอกจากนี้ในบางประเทศได้มีหลักการเพิ่มเติมอีก ๒ ประการครับ ท่านประธาน ครับ ก็คือ ในเรื่องของหลักความมั่นคงของกฎหมาย และความได้สัดส่วนในการใช้ กฎหมายนั้นกับมาตรการที่ใช้ครับ เพราะฉะนั้นภายใต้หลักการนิติรัฐนี่ ผมจึงมีความเห็น ว่า ในมาตรา ๓ วางหลักการในเรื่องการใช้อํานาจอธิปไตย ซึ่งครอบคลุมทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรดังกล่าว และองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐนี่ควรจะต้องเปึ้นไปตามหลักนิติรัฐ ซึ่งจะมี ความหมายครอบคลุมกว้างขวาง รวมถึงทุกองค์กรครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน