รายงานการประชุมสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
ครั้งที่ ๒/๒๕๕๐
วันอังคารที่ ๑๖ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
ณ ตึกรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมครบองค์ประชุมแล้ว เข้าใจว่า ๗๓ นะครับ ผมขอเป่ดการ ประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๑.๑ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธาน และ รองประธานสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญและรองประธานสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
จึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญเลขาธิการ อ่านพระบรมราชโองการ
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาร่างรั่ฐธรรมนูญ
_________________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า
โดยที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้ลงมติเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๐ เลือกสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญให้เปึ้นประธานและรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คือ
๑. นายนรนิติ เศรษฐบุตร เปึนประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ
๒. นายเสรี สุวรรณภานนท์ เปึนรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ
คนที่หนึ่ง
๓. นายเดโช สวนานนท์ เปึนรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ
คนที่สอง
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเปึนประธานและรอง ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่บัดนี้เปึ้นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ เปึนป้ที่ ๖๒ในรัชกาล ปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ”
ขอบคุณครับ เชิญนั่ง
๑ .๒ เรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์
ด้วยในการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอด การประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาผ่านดาวเทียม แพร่ภาพทาง NBT ช่อง ๑๕ ในเครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นการ ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓ วรรคสอง จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
-๒/๑
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อแต่งตั้งเปึนกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒๕ คน
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒๕ คน เพื่อแต่งตั้งเปึนกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
(๑) ให้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ภาควิชาการ ภาคละ ๒ คน รวม ๘ คน
(๒) ให้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิส่วนที่เหลือจํานวน ๑๗ คน
ในการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒินี้ผมอยากเรียนท่านสมาชิก เมื่อวานเราประชุมนอก รอบกันนะครับ แล้วก็ได้มีการแสดงความคิดเห็น แล้วก็ได้มีการหารือกันอย่างกว้างขวาง เข้าใจว่าข้อยุติว่าเราจําเปึนที่จะต้องเลือกให้ได้เร็วนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนท่านว่า เดี๋ยวท่านจะแสดงความคิดเห็นอะไรก็เดี๋ยวเพิ่มเติมนะครับ อยากให้ทราบว่าในการคัดเลือกนั้น ผมจะดําเนินการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม และภาควิชาการ ภาคละ ๒ คนก่อนนะครับ จึงเรียนว่าถ้าจะดําเนินการท่านจะมีความเห็นอย่างไรในตอนนี้ ไหมครับ เชิญท่านการุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม สสร. ภาค แต่ละภาคทั้ง ๔ ภาคถ้าให้สะดวกท่านประธานครับ ให้ทั้ง ๔ ภาคไปลองแลกเปลี่ยนกันนิดหนึ่ง เผื่อเขายุติได้ แล้วเสนอภาคละ ๒ คน ๒ คนมา เพราะในการพูดคุยเขาอาจจะยุติได้ว่า ๒ คน ตาม (๑) นั้นควรเปึนอย่างไร และส่วนที่เหลือที่จะเข้าแข่งขัน ๑๗ คนนั้นเขาอาจจะเอาตัวเด่น ๆ ของเขาที่มีชื่อเสียงลงมาแล้วชนะเลือกตั้งอะไรอย่างนี้นะครับ มันอยู่ที่เทคนิคของเขาครับ ที่พูดนี้ไม่ใช่หมายความว่าผมอยากเปึนนะครับ ต้องรับว่าไม่เปึ้นเลย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านการุณหมายความว่าให้เขาไปประชุมกันข้างนอก็คือต้องตกลง อย่างนั้นนี่ท่านสมาชิกอื่น จะว่าอย่างไรครับ เพราะไม่อย่างนั้นมันก็ต้องไปประชุมกันข้างนอกอีกที อยากเรียนว่าเหตุที่เรา หารือกันเมื่อวาน แล้วถ้าไม่มีอะไรขัดข้องวันนี้เราเลือกได้ ทางประชาชนที่รออยู่ข้างนอก ก็อยากดูว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้เลือกคน ๒๕ คน ตกลงกันได้ไหม เขาจะได้รู้รายชื่อ ทั้ง ๓๕ คนเสียที เนื่องจากการเลือกของเรานี้ก็เปึน ขั้นแรกที่ได้ ๒๕ คน แล้ว คมช. จะได้ เลือกอีก ๑๐ คนเข้ามาเติม ที่ท่านการุณเสนอท่านว่าอย่างไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมคิดว่าเมื่อวานนี้ที่เราได้มีการประชุมปรึกษากัน นอกรอบนั้นเราก็ได้มีความเห็นสอดคล้องต้องกันหลายเรื่องหลายอย่างนะครับทั้งในเรื่อง ของการเลือกผู้ที่จะเปึนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการต่าง ๆ ในส่วนที่ เกี่ยวกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นถ้าหากเราพิจารณาตามรัฐธรรมนูญการปกครอง (ฉบับชั่วคราว) เราก็จะเห็นชัดว่าก็คงจะมี ๒ ส่วน ผมจะไม่อ้างมาตรานะครับ ส่วนหนึ่งก็คือ ผู้ทรงคุณวุฒิตามที่กําหนด และส่วนที่ ๒ ผู้แทนของภาคส่วนต่าง ๆ ภาคละ ๒ คน ซึ่งอันนี้ เข้าใจว่าหลังจากประชุมเมื่อวานนี้แล้วก็คงจะได้มีการพูดคุยกันพอสมควรในแต่ละภาค เพราะฉะนั้นเราดำเนินการเลือกตั้งต่อไปได้เลย อาจจะไม่ถึงกับต้องออกไปประชุมปรึกษาหารือ ข้างนอกอีกนะครับ แต่ละภาคนั้นก็สามารถที่จะเสนอได้เลยถ้าหากเรายึดหลักการตามที่ได้ เคยพูดกันว่า ๘ ท่านนี้อาจจะไม่มีคุณสมบัติตามกฤษฎีกาที่กำหนดนั้น แต่ว่าโดยเหตุ ที่ว่าท่านอยู่ในแต่ละภาค เพราะฉะนั้นก็มีสิทธิที่จะเข้ามาในช่องนี้ได้ภาคละ ๒ คน ๒ คน ๒ คน ก็ดูว่าแต่ละภาคเสนอชื่อ ๒ คนพอดีไหม หรือเกินจากนั้น ถ้าเกินเราก็โหวตกัน ถ้ามัน เปึ้นเช่นนั้นเราก็จะได้ ๘ คนก่อน ส่วนที่เหลืออีก ๑๗ คนนั้นเราก็สามารถที่จะให้มีการ เสนอชื่อ ถ้า ๑๗ คนพอดีอาจจะไม่ต้องเลือก ถ้าเกินจากนั้นเราก็ลงมติกัน ก็ขอเรียนปรึกษา ท่านการุณด้วย นอกจากท่านประธานสภา ว่าถ้าเปึนไปอย่างนั้นผมว่าน่าจะรวดเร็วขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ ท่านการุณ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมชวนพาทำในเรื่องที่ง่าย ท่าน ลองเสนอชื่อสิ ๒ คน ภาคสังคมของพวกผมไม่รู้ใครต่อใครเสนอชื่อ ๗ – ๘ คน เข้ามา ท่านก็ จะต้องเลือกทีละภาค ๆ ๒ ๒ ๒ ๒ ๔ ภาค ครบ ๘ อยากถามว่าท่านใช้เวลาอีกกี่ชั่วโมง แต่ ท่านย้อนกลับไปถ้าให้แต่ละภาคเข้าไป กรรมาธิการอยู่ห้องตรงนี้ ห้องอาหารทางโน้น ห้องข้าง หลังนี้หนึ่ง ๔ ภาคเท่านั้นเองท่าน คุยกันแล้วยุติเหมือนท่านประธานเสรีท่านรู้ดี เวลาเราเสนอ ชื่อกรรมาธิการแต่ละกรรมาธิการมาตัวแทน ๒ คน ๒ คน ๒ คน เข้ามาสู่กรรมาธิการวิสามัญ ก็ตกลงกันอย่างนี้ คุยกันมาอย่างนี้ แล้วมันยุติได้โดยง่าย ชวนทำในเรื่องที่สั้นที่ง่ายที่ดีแล้วมัน ยุติเร็ว มิหน้ำซ้ำท่านยังสามารถคุยในภาคเรา ภาคเราเอาอย่างไร จะส่งสัก ๗ คนไหม เอ๊ย คุณสมบัติไม่ครบนี่ อย่างนี้เปึนต้นท่านครับ ชวนทำในเรื่องที่ง่ายและยุติเร็วและจบเร็วได้ ความเร็ว สะดวกเร็ว ถูกอกถูกใจกันทุกฝ์าย และทุกคนก็สามัคคีกันด้วย ทำไมท่านยังจะเสนอ กันเดี๋ยวนี้ เสนอไหม ผมจะเสนอสัก ๔๐ คนเลย และจะโกลาหลเดี๋ยวนี้ด้วย
อย่าเพิ่งเสนอ ๔๐ เลย เชิญท่านพิเชียร
กราบเรียนท่านประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ และก็ท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ กระผม อยากจะขออนุญาตเท้าความสั้น ๆ สักนิดเดียวว่า เมื่อวานนี้เท่าที่ได้รับทราบในที่ประชุม ก็เมื่อ เรามาประชุมเปึ้นทางการในวันนี้อย่างน้อยก็อยากจะให้สมาชิกที่ยังไม่เห็นด้วยกับพระราช กฤษฎีกาได้มีโอกาสพูดถึงเหตุผลสั้น ๆ ที่ยังไม่เห็นด้วยกับกฤษฎีกาเพื่อให้บันทึกไว้ในรายงาน การประชุม ผมเข้าใจตามนั้นถูกต้องนะครับ ท่านประธาน
ครับ
ถ้าอย่างนั้นกระผมจะขออนุญาตว่า เสนอเปึน หลักการเพื่อที่จะบันทึกไว้ในรายงานการประชุมสักเล็กน้อย คงสั้น ๆ เท่านั้นเอง แล้วก็หลัง จากนั้นก็จะดำเนินกระบวนการที่จะมีการเลือกกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะขออนุญาตท่าน ทั้งหลายว่า ในเรื่องของพระราชกฤษฎีกาที่ได้กำหนดคุณสมบัติของการตั้งกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนั้น กระผมและก็เพื่อนสมาชิกบางส่วนมีความเห็นว่า ทางฝ์ายบริหารไม่ควรเข้ามา แทรกแซงการทำงานของฝ์ายนิติบัญญัติ และก็การกำหนดคุณสมบัตินั้นควรให้ฝ์ายนิติบัญญัติ หรือว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึ้นผู้กระทําเอง ไม่ควรที่จะมาแทรกแซง เพื่อไม่ให้เปึนตัวอย่าง ต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นการกำหนดคุณสมบัติที่สูงเกินไป อันนี้อาจจะเปึนการป่ดกั้น สมาชิกท่านอื่น ๆ ที่ไม่เข้าข่ายคุณสมบัติตาม พระราชกฤษฎีกาให้ไม่สามารถที่จะเข้ามาร่วมใน การเลือก แล้วก็การกำหนดให้ตัวแทนของภาคส่วนต่าง ๆ มีเพียง ๒ คน อันนี้ก็อาจจะดูน้อย เกินไปหน่อย ความจริงน่าจะมากกว่านี้สักเล็กน้อย อาจจะเปึนสัก ๓ คน หรือ ๔ คนในแต่ละ ภาค และก็ในท้ายสุดก็อยากจะขอให้บันทึกไว้ในรายงานการประชุมว่ามี สสร. จำนวนหนึ่งได้ ทักท้วงในเรื่องนี้แล้วแต่เนื่องจากกรอบเวลาบีบบังคับทำให้ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ทัน ตามกำหนด สสร. ที่ไม่เห็นด้วยจึงยินยอมให้ผ่านเรื่องนี้ไป แต่ว่าในอนาคตนั้นก็ไม่น่าที่จะเข้ามา แทรกแซงในลักษณะอย่างนี้อีกนะครับ ก็ขออนุญาตเปึ้นตัวแทนของฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยกับพระ ราชกฤษฎีกาได้บันทึกไว้ในรายงานการประชุมครับ ขอขอบคุณท่านประธานมากครับ
เชิญท่านสว่างครับ ยก มือไว้เมื่อกี้
(นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
ท่านสว่างไม่อยู่ เชิญ ท่านครับ
กระผม วิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ สสร. จาก ยะลาครับ ขอสนับสนุนให้มีการพูดคุยกันก่อนในลักษณะของแต่ละภาคส่วน ผมคิดว่าอย่าง น้อยที่สุดสมาชิกก็จะได้มีความคุ้นเคย รู้จักที่จะคัดสรรอีกส่วนหนึ่ง ก็คิดว่าคงใช้เวลาไม่มากครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายมนตรี เพชรขุ้ม อย่างที่ท่านการุณได้พูดไปเมื่อกี้นะ ครับ ควรจะให้เวลาสัก ๑๕ นาที เพื่อที่จะได้พูดคุย ได้หารือกันก่อนครับ เพราะผมเองก็ในนาม ของภาครัฐ แต่ผมก็ไม่ได้รู้จักทุกท่านเลยครับ รู้จักก็ไม่กี่ท่าน แล้วก็ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านก็ยัง ไม่ได้พูดคุยกันเลยนะครับ เพราะว่าผู้ที่จะได้พูดคุยก็มีไม่กี่ท่านเมื่อวานนะครับ ฉะนั้นก็ต้องขอ เรียนว่าควรจะให้เวลาสัก ๑๕ นาที ท่านประธานที่เคารพ เพี่อจะได้หารือกัน ณ ที่บริเวณห้อง ประชุมแห่งนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านเจิมศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมมีความจําเปึนที่จะต้องอภิปรายไว้เปึนหลักฐาน แล้วก็เปึนหลักการอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ เช่นเดียวกับคุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ท่านประธานครับ เราเปึ้นสภานิติบัญญัติแห่งหนึ่ง เพราะเราทำหน้าที่บัญญัติรัฐธรรมนูญ เปึ้นสภาที่อยู่แยกอํานาจไปจากฝ์ายบริหารคือคณะรัฐมนตรี แต่คณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ได้กระทำ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร (ฉบับชั่วคราว) ป้พุทธศักราช ๒๕๔๙ ที่ให้อำนาจ คณะรัฐมนตรีออกพระราชกฤษฎีกาบังคับให้สภาแห่งนี้ดำเนินการไปตามพระราชกฤษฎีกา ผมคิดว่าในหลักการแล้วเปึนครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ให้ฝ์ายบริหารกำหนดให้สภา ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด จะโทษคณะรัฐมนตรีก็ยากลำบาก เพราะคณะรัฐมนตรีก็ต้องทํา ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) คงจะมี ปัญหาในเรื่องการแบ่งแยกอำนาจดังกล่าว ท่านประธานครับ ผมไม่ขอประนีประนอมด้วย ในหลักการ แม้จะเข้าใจดีว่าเวลาจะไม่พอ แล้วผมฟังแล้วผมอาจจะเปึ้นเสียงข้างน้อย เพราะว่า ผมยั่งยืนยันหลักการ แล้วก็อยากจะให้บันทึกไว้ในที่นี้ว่ามีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะดำเนินไปได้ คือคณะรัฐมนตรีจะต้องประนีประนอมกับหลักการที่ถูกต้อง ก็คือจะต้องขอให้ สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้กําหนดกฎเกณฑ์ของตัวเองว่าจะตั้งกรรมาธิการที่เปึ้นกรรมาธิการ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญย่อมมีความชอบธรรมที่จะมอบหมาย บุคคลหนึ่ง บุคคลใด กลุ่มบุคคลหนึ่ง กลุ่มบุคคลใด เรียกว่า กรรมาธิการ ไปศึกษา ไปดําเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วนํากลับเข้ามาเสนอยังสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ เพราะฉะนั้นในหลักการของระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก แม้ขณะนี้เราจะอ้างไม่ได้เต็มปากว่า เปึ้นระบอบประชาธิปไตย แต่รัฐบาลนี้ก็ดี คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติก็ดี ก็พยายามอยู่ แล้วที่พยายามจะให้เรานั้นอยู่ในระบอบประชาธิปไตย แม้จะเปึ้นลักษณะของการเว้นวรรค ชั่วคราวก็ตาม แต่คณะรัฐมนตรีมีทางที่จะหาหนทางในการแก้ไขเยียวยาในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยขอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้รีบเสนอว่ากรรมาธิการควรจะมีลักษณะใด แล้วก็ขอให้ คณะรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบตามสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อประกาศใช้เปึ้น พระราชกฤษฎีกา ก็ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ โดยที่ไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้ กำหนดให้สภานิติบัญญัติ คือสภาร่างรัฐธรรมนูญกระทำการที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ของ การปกครองที่มีการค้านอำนาจซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมไม่ขอ ประนีประนอมด้วยในกรณีนี้ แต่ว่าเท่าที่ฟังดูเมื่อวานนี้เสียงข้างมากที่มีการประชุมนอกรอบ อยากที่จะประนีประนอม เพราะเหตุว่าเรามีระยะเวลาอันจำกัด ก็ดำเนินการไปตาม เสียงข้างมาก แต่ผมอยากจะให้บันทึกไว้ว่าผมเปึ้นเสียงข้างน้อยที่ ผมไม่เห็นด้วยกับการ ประนีประนอม และผมคิดว่าอยากจะให้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า ครั้งนี้เปึนครั้งแรกที่ฝ์ายบริหาร ออกพระราชกฤษฎีกาบังคับให้ฝ์ายนิติบัญญัติต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ท่านประธาน ครับ มีอีกประเด็นหนึ่งเล็ก ๆ แต่ว่าต่อไปเราจะต้องพบและก็อยากจะให้จารึกไว้เสีย ก็คือเมื่อ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดําเนินการยกร่างฯ เสร็จสิ้นนํากลับเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ พวกเรา นั้นไม่มีโอกาสพิจารณาเปึนรายมาตราทั้ง ๆ ที่เราเปึนคนแต่งตั้งกรรมาธิการขึ้นมายกร่างฯ แต่เราไม่มีโอกาสในการพิจารณาเปึนรายมาตรา ทีละมาตรา แต่ต้องพิจารณายกรวมทั้งหมดว่า จะรับหรือไม่รับ ยกเว้นแต่เฉพาะมาตราที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ขอแปรญัตติเท่านั้น ซึ่งเปึนการจำกัดสิทธิค่อนข้างมาก
ประการที่ ๒ ผู้ที่จะขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีผู้อื่น รับรอง ๑๐ ท่าน ถ้าแค่นั้นผมก็รับได้ แต่ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ล็อก (Lock) ไว้อีกว่าผู้ที่ รับรองญัตติของผู้หนึ่งผู้ใดในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะไม่สามารถไปขอแก้ไขหรือ ขอแปรญัตติด้วยตัวเองได้ และขณะเดียวกันก็ไม่สามารถจะไปรับรองการแก้ไขหรือการขอแปร ญัตติผู้อื่นได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นสร้างความยากลําบากที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้จะมี การขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่ามาตราหนึ่งมาตราใดทั้งสิ้น ท่านประธาน ครับ เรื่องนี้เปึ้นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงให้สิทธิกับกรรมาธิการ ค่อนข้างสูงมาก ๆ จนกระทั่งพวกเราในที่นี้เกือบจะทําอะไรไม่ได้เลย ได้แต่รับหรือไม่รับ แล้วก็ รับใช้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในการไปฟังความเห็นกับประชาชน เมื่อเรารับใช้ไปฟัง ความเห็นจากประชาชน ไปฟังความเห็นจากสถาบันต่าง ๆ น้ำกลับข้อมูลมาให้กรรมาธิการยก ร่างรัฐธรรมนูญไปยกร่างฯ ถ้าสภาแห่งนี้ไม่สามารถกําหนดได้อีกว่ากรรมาธิการยกร่างฯ จะต้อง มาร่วมประชุมกับพวกเราเปึนระยะ ๆ แต่ถ้าหากว่าไปทำงานจนเสร็จสิ้นแล้วกลับเข้ามาให้เรา แปรญัตติถึงเวลานั้นการแปรญัตติเพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงผ่านพวกเรา มาก็จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะบอกเจตนารมณ์อย่าง นี้เลยว่าเนื่องจากว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้นโดยการถูกมัดมือมัดเท้าของพวกเรา ที่จะต้องทำตามพระราชกฤษฎีกาถ้าหากว่าเราไม่รีบแก้ไข และผมคิดว่าโอกาสที่จะแก้ไขคงไม่มี เพราะฟังดูจากการประชุมนอกรอบเมื่อวานนี้สมาชิกก็อยากจะทําตามในกรอบเวลาให้เสร็จสิ้น เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงไม่ปรารถนา ที่จะไปร่วมอยู่ในกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ถูกกำหนดให้เดินอย่างนี้ และผมคิดว่าผมคนหนึ่งคงจะพิจารณา แม้ผมจะมีคุณสมบัติครบ ตามพระราชกฤษฎีกาผมก็คงจะเปึนคนหนึ่งที่จะพิจารณาไม่รับที่จะอยู่ในกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชนินทร์ บัวประเสริฐ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายชนินทร์ บัวประเสริฐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากจังหวัดนครสวรรค์ สิ่งที่ผมอยากเรียนปรึกษาก็คือ ว่าก่อนที่เราจะไปคัดเลือกสมาชิกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๔ ที่เคารพนี่นะ ครับ เมื่อวานนี้มีการอภิปรายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะมีสิทธิตามมาตรา ๔ (๒) คือที่ เกี่ยวข้องกับสมาชิกของเราโดยตรงขณะนี้ ๔ ท่าน คือตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จะมี คุณสมบัติตามมาตรา ๔ (๒) วรรค ค หรือไม่ แต่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้นะครับว่าใน การคัดเลือกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ผ่านมา ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันนะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม คุณประสาท พงษ์ศิวาภัย ขออภัยที่ต้องเอ่ยชื่อท่านนะครับ ก็ได้รับการคัดเลือกให้มีตำแหน่งใน ป.ป.ช. เช่นเดียวกันนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านปกรณ์ครับ
ท่านประธานสภาฯ ที่เคารพ ผม นายปกรณ์ ปรียากร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมมี ๒ ประเด็น ท่านประธานครับ ในประเด็นแรกที่ท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงการบันทึกไว้ในรายงานการประชุม และพูดบอกว่าสมาชิก ส่วนใหญ่ก็คงจะเห็นด้วยกับเรื่องของเงื่อนเวลา ซึ่งผมเองก็อาจจะเปึนสมาชิกส่วนใหญ่ในเรื่อง นั้น แต่ว่าก็ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกส่วนใหญ่จะมีความสบายใจกับเรื่องของพระราช กฤษฎีกาฉบับนี้ เพียงแต่ว่าเราต้องพยายามที่จะหาทางที่จะทำให้การดำเนินงานสามารถสำเร็จ ลุล่วงภายใต้ระยะเวลาที่กําหนด และภายใต้ ความต้องการของประชาชนที่จะทําให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เสร็จในเวลาที่รวดเร็ว และลงไปสู่กระบวนการของการเลือกตั้งได้ตามระบอบ ประชาธิปไตย ก็จึงอยากที่จะให้บันทึกไว้เช่นเดียวกันกับที่ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ได้บันทึก เพื่อที่จะเปึนความเข้าใจของพี่น้องประชาชนที่มีต่อสมาชิกส่วนใหญ่ ในประเด็นที่ ๒ นั้น อยากจะสนับสนุนความเห็นของท่านการุณ ใสงาม เรื่องของการปรึกษาหารือกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะเมื่อวานนี้เรามีเวลาหลังจากตกลงกันเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ไม่มีเวลาที่จะประชุมปรึกษาหารือ กันในภาคส่วน ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะพิจารณาในภาคส่วนแรกตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และในภาคส่วนที่ ๒ มาตรา ๔ วรรคสอง ซึ่งถ้าเราใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งผมคิดว่าการ เลือกกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งเปึนกรรมาธิการที่สําคัญก็จะได้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความ สมัครใจ และก็สามารถที่จะลดทอนเวลาของการประชุมสภาลงได้เปึ้นอย่างมากครับ ขอเรียน ท่านประธานแค่นี้ครับ
คุณศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากจังหวัดอุดรธานีครับ ผมขออนุญาต เรียนหารือท่านประธานครับ ก็คือว่าตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช ๒๕๔๙ นะครับ ในมาตรา ๑๙ วรรคหก นะครับ เรื่องให้นํามาตรา ๙ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับองค์ประชุม ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และให้นําข้อบังคับของสภา นิติบัญญัติแห่งชาติมาใช้บังคับในการ ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม ผมกลับไปดูระเบียบข้อบังคับครับ ท่านประธานครับ ระเบียบข้อบังคับ หมวดที่ ๔ ว่าด้วยหมวดกรรมาธิการ ในข้อ ๗๓ วรรคสุดท้ายได้เขียนไว้อย่าง นี้ครับ เหตุผลที่ผมต้องนำเรียนท่านประธานก็คือว่านอกจากที่เราจะตั้งกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญแล้ว เรายังจะต้องตั้งกรรมาธิการอีกหลายคณะ ซึ่งเมื่อวานได้มีการประชุมนอกรอบ กันว่าเราจะมีการตั้งกรรมาธิการอยู่อีกประมาณ ๑๓ คณะ ในระเบียบข้อบังคับ ข้อ ๗๓ วรรคสุดท้ายระบุในนี้ครับว่า สมาชิกคนหนึ่งจะดํารงตําแหน่งกรรมาธิการสามัญประจําสภาได้ ไม่เกิน ๑ คณะ เรามี สสร. จำนวน ๑๐๐ คน ถ้าเราจะตั้งคณะกรรมาธิการอีก ๑๓ คณะ แล้วเรา จะเอาสมาชิกที่ไหนไปเปึน ผมขอเรียนหารือท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วย ขอบพระคุณครับ
เรื่องที่หารือ ผมเรียน นิดหนึ่ง เนื่องจากจํานวนของเรามีทั้งหมดถ้าเหลือจากกรรมาธิการยกร่างฯ แล้วเหลือ ๗๕ ท่าน ตัดพวกผมเสีย ๓ แล้วก็เหลือ ๗๒ แต่กรรมาธิการนั้นในการตั้งถ้าเปึ้นสามัญจะตั้ง คนข้างนอกได้ จำนวนที่ตั้งก็ต้องให้น้อยลง ก็น่าจะเปึนไปตามนั้นได้ครับ เชิญท่านจรัญ ภักดีธนากุล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จรัญ ภักดีธนากุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมขอเรียน ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก ที่ท่านเพื่อนสมาชิกท่านการุณ ใสงาม เสนอให้หารือกันในกลุ่มของ แต่ละภาค กระผมเห็นพ้องด้วยอย่างยิ่ง และจะเปึนการประหยัดเวลา เปึนการที่ทำให้ กระบวนการราบรื่นและไม่เสียเวลามาก
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๔ วรรคสอง (๒) ที่กําหนด คุณสมบัติผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกให้เปึนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมอีกจำนวน ๑๗ ท่าน กระผมคิดว่าเมื่อพระราชกฤษฎีกาได้ตราออกใช้บังคับแล้วอย่างนี้ เราน่าจะหา ทางออกให้กระบวนการดำเนินการเปึนไปได้อย่างราบรื่น และตรงตามความประสงค์ของสภา ร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ โดยผมอยากจะเรียนเสนอทางออกว่าใน (๒) ไม่ได้กําหนด คุณสมบัติตายตัว ใช้คำว่า ให้คำนึงถึงผู้ที่มีคุณสมบัติตาม (ก) (ข) (ค) (ง) เท่านั้นนะครับ ข้อความอย่างนี้เราสามารถที่จะแปลความว่าเมื่อเรา ก็คือท่านสมาชิกแต่ละท่านได้พิจารณา คำนึงถึงบุคคลผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านั้นแล้ว แต่เห็นว่าท่านยังไม่เหมาะ หรือมีความเหมาะสม น้อยกว่าท่านผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อคนอื่นนะครับ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา ๓ เราก็มีสิทธิที่จะลงคะแนนเลือกบุคคลที่ไม่ได้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๔ วรรคสอง (๒) นี้ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ใช่บุคคลที่มีคุณสมบัติตาม (ก) (ข) (ค) (ง) แต่ว่าเราพิจารณาคำนึงถึงแล้ว ว่าท่านมีคุณสมบัติดีกว่า เราก็น่าจะเลือกหรือลงคะแนนมอบหมายให้ท่านเข้ามาเปึน กรรมาธิการในส่วนของ ๑๘ ท่านให้ได้ ถ้าเราเห็นว่าการแปลความเช่นนี้เปึนไปได้ก็จะทําให้ กระบวนการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาเปึนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้สามารถเดิน ไปตามแนวความต้องการของเพื่อนสมาชิกอีกจำนวนไม่น้อยได้ แล้วก็ทำให้หาทางออกจาก ความไม่เห็นด้วยกับพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้อีกทางหนึ่ง ขอบพระคุณครับ
ท่านวีนัส ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม วีนัส ม่านมุงศิลปี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่าน ๑ เรื่องนะครับ ประเด็น นี้ผมจะปล่อยให้หลุดไปไม่ได้นะครับ เมื่อกี้ผมได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาขึ้นแนะนำ ตัว แล้วก็ได้มีการเอ่ยชื่อของจังหวัดที่ตัวเองสังกัดอยู่ กระผมคิดว่ามันไม่เปึนการสมควรที่ จะต้องเอ่ยชื่อจังหวัด เพราะว่ามันจะทำให้เกิดการหาเสียง มันจะทำให้เจตนารมณ์ของการร่าง รัฐธรรมนูญนั้นผิดเพี้ยนไปจากเจตนารมณ์ที่เรากำหนดนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าตั้ง สแตนดาร์ด คือมาตรฐานในการแนะนำตัวตรงนี้ได้ก็หมายความว่าการประชุม ครั้งต่อไปก็ต้อง เปึ้นมาตรฐานเดียวกันหมด อันนี้เรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ คือเพื่อให้การประหยัดเวลาและให้การประชุมนี้มีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จในการจัดตั้งคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๓ คณะนะครับ เห็นด้วยกับ ท่านการุณอย่างยิ่งครับที่จะต้องมีการพบปะกันก่อนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เราจะได้ รู้จักกัน และก็อีกอย่างคือเราจะได้รู้จักว่าแต่ละท่านนั้นมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพใด แล้วเหมาะสมที่จะดํารงตําแหน่งในเรื่องของคณะกรรมาธิการร่วมทั้ง ๑๓ คณะอย่างไร ก็คงจะใช้เวลาไม่มากเพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลสมดังเจตนารมณ์ทั้ง ๑๓ คณะ ที่มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกัน ขอบคุณครับท่านประธาน
ที่ขอหารือก็คงขอร้อง สมาชิกได้นะครับ แต่ห้ามไม่ได้ แต่ถ้าสมาชิกพร้อมใจกันไม่ต้องเอ่ยถึงจังหวัดก็คง ไม่เปึนไร ผมมีชื่ออยู่ ๒ ชื่อ ขออย่างนี้นะครับ คือท่านไพโรจน์กับท่านการุณ เนื่องจาก เปึ้นเรื่องเดียวกัน ท่านไพโรจน์เสร็จแล้วก็ท่านการุณเลย เพราะว่าจะได้ฟังทั้ง ๒ คน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น เมื่อได้ฟังท่านสมาชิกได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว ผมคิดว่าข้อเสนอของ ท่านการุณเปึ้นเรื่องที่ดี ผมขอถอนและขอสนับสนุน ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม การุณ ใสงาม สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตอภิปรายความเห็นเกี่ยวกับเรื่องหลักการนะครับ ท่านประธานครับ คือเราจะละเลยเรื่องหลักการนี้ไปนี่ ท่านอย่าลืมนะครับว่ารัฐธรรมนูญนี้ ลูกหลานของเราคงจะต้องมาศึกษา แล้วก็มาทบทวน มาเรียนรู้ว่าปู์ ย่า ตา ย้ายของเขานี่ พากันคิดอย่างไร ในป้ ๒๕๕๐ หลักการว่าด้วยเรื่องของฝ์ายบริหารจะออกกฎหมายซึ่งเปึน กฎหมายของฝ์ายบริหารไม่ว่าจะเปึนพระราชกำหนดก็ตามหรือพระราชกฤษฎีกาก็ตาม แล้วมาบังคับให้ฝ์ายนิติบัญญัติต้องทำตาม โดยเฉพาะในกระบวนพิจารณาของฝ์ายนิติบัญญัติ นั้นไม่มีที่ใดเขาทำกัน นี่เปึนหลักการ ฝ์ายบริหารจะออกกฤษฎีกาให้กับฝ์ายนิติบัญญัติ หรือฝ์ายตุลาการได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องของฝ์ายบริหารดำเนินการเท่านั้น เช่น กฤษฎีกากำหนดเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ผลประโยชน์ตอบแทน ค่าเช่าที่พัก ค่ารักษาพยาบาลให้กับฝ์ายตุลาการ หรือให้กับฝ์ายนิติบัญญัติ เพราะเข้าถือว่าฝ์ายบริหาร เปึ้นผู้หาเงิน เมื่อหาเงินแล้วก็จะต้องจัดแจกจำหน่ายจ่ายแจกให้เหมาะสมสอดคล้อง เขาไม่ให้ฝ์ายนิติบัญญัติออกกฎหมายตั้งเงินเดือนตัวเองและเขาไม่ให้สถาบันใดก็ตาม ออกกฎหมายตั้งเงินเดือนตัวเอง ผลประโยชน์ตอบแทนตัวเอง เพราะมันผิดหลักการ เพราะฉะนั้นฝ์ายบริหารจะกระทำกฤษฎีกาหรือกฎหมายของฝ์ายบริหารบังคับฝ์ายนิติบัญญัติ หรือฝ์ายตุลาการได้เพียงจำกัดอย่างนี้เท่านั้น แต่การที่ฝ์ายบริหารจะมาออกกฤษฎีกาแล้วบังคับ ขั้นตอนกระบวนการพิจารณาของฝ์ายนิติบัญญัติ เช่นเดียวกับกฤษฎีกาหลักเกณฑ์ของ กรรมาธิการอย่างนี้เขาไม่ทำกัน แต่บังเอิญครับ เรามาจากรัฐธรรมนูญที่เปึนฉบับชั่วคราวของ คมช. อยากตำหนิทั้งผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฉบับนี้ว่าไปเขียนรัฐธรรมนูญอย่างนี้ได้ อย่างไร หมดปัญญาจะเถียงครับ เพราะเปึนรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้วเถียงไปก็จะลําบากอีก แต่ครั้นไม่พูดเปึ้นหลักการเอาไว้ในวันนี้ จะเสียหายในวันหน้า ตําหนิผู้ร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็ยัง มาตำหนิฝ์ายที่เสนอกฤษฎีกาอีก รู้ว่าตนเองเปึนฝ์ายบริหารที่จะออกกฤษฎีกาเปึนกฎหมาย ของฝ์ายบริหาร แต่ไปออกกฎหมายที่บังคับฝ์ายนิติบัญญัติขณะนี้ ต้นเองควรจะออกได้แค่ไหน อย่างไร ก็เปึนการออกตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ตนเองออกกฤษฎีกาสามารถออกกฤษฎีกา อย่างเหมาะสมสอดคล้องและพอดิบพอดีไม่ให้ถูกตำหนิมาก ก็น่าทำได้ แต่ก็ไม่ทำ ถูกทักท้วง จากทุกฝ์ายจากองค์กรอิสระ ไม่ว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนจากหลายฝ์าย รวมทั้งสื่อสารมวลชน รวมทั้งพวกผมเองก็ตามทักท้วงตลอด ตลอดตั้งแต่เห็นร่างวันแรกบอกว่าไม่ควรทำอย่างนี้ แต่ก็ ไม่ฟังเสียง เรียกว่าการบริหารราชการโดยออกกฤษฎีกา โดยไม่ฟังความเห็นใคร นี่คือข้อเสีย หายแล้ว ท่านประธานครับ ทําไมเปึนหลักการครับ ถ้ามายอมรับสิ่งเหล่านี้และก็ชื่นชมสิ่ง เหล่านี้ และจำนนต่อสิ่งเหล่านี้ในวันนี้ แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปนี้นะครับ เขียนไว้ครับถ้า อย่างนั้น กฤษฎีกาเอาตัวอย่างนี้ เปึนตัวอย่างเลย ต่อไปนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เราจะเขียน ต่่อไปนี้ กฎหมายของรัฐบาลไม่ว่าจะเปึนพระราชกำหนดก็ตาม หรือกฤษฎีกาก็ตามให้อำนาจ ฝ์ายรัฐบาลออกบังคับฝ์ายนิติบัญญัติได้ และที่สำคัญออกบังคับฝ์ายตุลาการได้อีกด้วย มันจะ ไปกันใหญ่แล้วท่านประธาน มันทำให้เสียระบบเสียการถ่วงดุล เสียหลักการประชาธิปไตย เรื่อง อย่างนี้ไม่บันทึกเอาไว้จะทําอย่างไรครับ เรายอมอยู่อย่างเดียว ท่านประธานครับ ถ้าหากแก้ แล้วเงื่อนเวลานี้มันไม่ทัน จำนนด้วยเหตุตรงนี้เปึนประการแรก จำนนด้วยเหตุที่ ๒ เพราะว่า หากแก้ไขกฤษฎีกาฉบับนี้กระทบกระเทือนหลายฝ์ายมาก โดยเฉพาะต้องลงพระปรมาภิไธย ตอนนี้กระทบกระเทือนมาก ขาดความเหมาะสมในวันนี้เพราะเวลาจํากัดมาก นี่คือเหตุผลที่ทํา ให้เราจำนนอยู่ ๒ ประการใหญ่ ๆ นอกจากนั้นแล้วไม่มีเหตุผลใดที่จะมาจำนนกับหลักการอย่าง นี้ เมื่อไม่เห็นด้วยและไม่จำนนต่อหลักการอย่างนี้ก็มีทางเดียวครับ นั่นคือ บันทึกไว้เปึนหลักการ ว่าเราไม่เห็นด้วย และต่อไปนี้เราจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการเขียนกฤษฎีกาหรือกฎหมาย ของฝ์ายบริหารที่กระทำการเยี่ยงนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญครับท่าน
กราบเรียนท่านประธาน สสร. นะคะ ดิฉัน รุจิรา เตชางกูร ได้ฟังท่านการุณพูด เห็นด้วยทุกเรื่อง แต่มีเรื่องหนึ่งขอแก้นิดหนึ่งนะคะ โดยหลักวิชาการแล้ว สสร. ไม่ใช่ฝ์ายนิติบัญญัตินะคะ สสร. นั้น บางประเทศเขาอาจจะเรียกว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนสภาเฉพาะกิจนะคะ ขณะนี้ฝ์ายนิติบัญญัติของเราคือ สนช. ส่วนนอกนั้นเปึนความคิดที่เห็นด้วย แต่ขอแก้นิดหนึ่งค่ะ สสร. คือ สภาเฉพาะกิจนะคะ ไม่ใช่ฝ์ายนิติบัญญัติค่ะ
ท่านชาติชาย
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายชาติชาย แสงสุข ท่านประธานครับ จากที่ ท่านการุณพูดมาเมื่อสักครู่นี้ผมขอสนับสนุน ผมอยากจะถามว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ทำ เพื่อใคร ผลสุดท้ายคำตอบมาอยู่ที่ว่าทำเพื่อประชาชนโดยส่วนร่วมทั้งประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ทำ เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นซึ่งว่าด้วยเกี่ยวกับเรื่องของพระราช กฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ในหัวข้อ นี้อาจเปึนประเด็นที่ต้องทำเร่งด่วน แต่มองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงวิถีการ ดำเนินชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เวทีนี้ไม่ใช่เวทีที่จะมาทดลองฝ้มือใคร หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเด็ดขาด เพราะเปึนเวที เปึนสภาที่ต้องมีแต่ความยุติธรรม และเปึนประชาธิปไตยให้มากที่สุดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่น่าจะเหลือวิสัย ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุก ๆ ท่านที่จะมากําหนดคุณสมบัติของคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ เอง เพราะทุก ๆ ท่านก็มาจากเสียงส่วนใหญ่จากประชาธิปไตยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมพูดไปนี้ผมพูดในฐานะเปึนประชาชนและเปึนลูกหลานคนหนึ่งที่จะต้องมานั่งรับ รัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นในฉบับล่าสุดนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดผมจะถามในฐานะที่ ผมเปึนเยาวชนคนหนึ่งผมก็ดูแล้วก็มองว่ามันก็ไม่ดีแล้วครับ ภาพลักษณ์ออกไปนี่ แล้วผมก็คิด ว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยก็น่าจะดูอยู่ในขณะนี้ แล้วถ้าเกิดไม่ให้ความสำคัญในตรงนี้ ภาพลักษณ์ยังไม่ดีตั้งแต่แรกแล้วพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยจะให้ความไว้วางใจในสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะมาทําหน้าที่แทนเขาได้อย่างไรครับท่านประธาน อันนี้ผมเรียนหารือ นะครับ ที่สําคัญส่วนสําคัญของรัฐธรรมนูญสําคัญตรงไหนครับท่านประธาน ในความเปึ้นเด็กผมเข้าใจว่าสิ่งสําคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญคือต้องสามารถนําไปใช้กับ ประชาชนโดยส่วนร่วมได้อย่างเหมาะสมและแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่สำคัญในการสวยหรู่ที่อยู่ใน กระดาษอย่างเดียว ซึ่งตราเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ที่สําคัญที่สุดของกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือนำไปใช้กับประชาชนให้เกิดความเหมาะสมกับประเทศชาติบ้านเมือง และให้เข้ากับ สถานการณ์บ้านเมืองอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน แล้วผมก็เชื่อว่าท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน พ่อ แม่ พี่ น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศกำลังมองอยู่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกระทำ การใดก็น่าจะคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ที่มาจากพ่อ แม่ พี่ น้องประชาชนเปึ้นหลักสำคัญนำหน้า ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้เองจึงเปึ้นที่มาของภาพลักษณ์และกระบวนการทำงานที่น่าจะ ครอบคลุมให้กระชับฉับไว้ และต้องได้ประสิทธิภาพสูงสุด ถึงแม้กระบวนการจะมีวิธีการซ้ำซ้อน ก็แล้วแต่ แต่ถ้าเกิดส่งผลให้มีประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนร่วม และลดข้อบกพร่องที่ กําลังจะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด ผมถือว่ามันก็น่าจะทำครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขอใช้โอกาสตรงนี้สักนิดหนึ่ง ซึ่งเรียนกับท่านสมาชิกไว้ด้วยแล้วขอให้บันทึกการประชุม ไว้ด้วยว่า ผมได้พูดวันนี้ผมพูดในฐานะประชาชนเยาวชนคนไทยคนหนึ่ง แต่หน้าที่แบ่ง เอาไว้ก่อน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้น่าจะกำหนดคุณสมบัติ ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้สอดคล้องกับการทํางานของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะผู้ทำงานคือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่บุคคลอื่นที่นอกเหนือจากหน้าที่ บุคคลที่ทำต่อไปจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เปึนส่วนสำคัญที่สุดคือประชาชนครับ ท่านประธาน สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีสิทธิหน้าที่ในการที่จะมาเปึ้นตัวแทนที่จะมา ทำหน้าที่ในการแทนเสียงของประชาชนเฉย ๆ ซึ่งมาจากกระบวนการประชาธิปไตยครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ ประชาชนต้องให้ความรู้สึกว่าเปึ้นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย ประชาชนต้องรู้สึกอย่างนั้นครับท่านประธาน แล้วที่สำคัญของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือในส่วนต่าง ๆ นี้ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน เพราะผมเคยมีประสบการณ์อยู่ ผมเปึ้นเด็กบ้านนอก ผมเปึ้นเด็กชนบท เมื่อมีการ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ออกไปแล้ว แต่ประชาชนไม่มีความเข้าใจ มันก็ไม่ต่างอะไรกับ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาแล้วเกิดข้อบกพร่องขึ้น ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พูด เพียงแค่มาเสนอทัศนคติส่วนตัวในที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ แต่ผมมีเอกสารอ้างอิง ไม่ว่าจะเปึนโพลล์สำรวจ ผมได้เข้าไปคลุกคลีกับประชาชนตอนที่ผมจะมาพูดอย่างนี้ ตอนที่ผม ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ผมเดินเข้าหาประชาชนแล้วผมถามว่าถ้าเกิดมีตรงนี้ออกมาแล้วประชาชนไม่เข้าใจ ประชาชน จะรู้สึกอย่างไรครับ ประชาชนบอกว่ารู้สึกอย่างไรนะเหรอ ก็ไม่ให้ความร่วมมือ เพราะในเมื่อไม่มี การชี้แจงประชาสัมพันธ์ทำให้ประชาชนเข้าใจแล้วนี่ ถามว่าจะเอาความร่วมมือจากไหนมาจาก ประชาชนครับ การที่จะมาเปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทํางานในห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ ครับ ท่านประธาน ต้องลงพื้นที่ แล้วในการลงพื้นที่อันนั้นสามารถที่จะนำกระบวนการที่จะมา เข้าในสภาได้ต่อเมื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เดินเข้าหา ประชาชน แล้วนำเสียงของประชาชนมาเข้าประชุมด้วย ไม่ใช่เพียงแค่อ้างส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยไร้หลักฐานข้อมูล ท่านประธานครับ สิ่งนี้เปึ้นสิ่งสําคัญ แล้วผมในฐานะตัวแทนของ ประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้สำรวจความคิดเห็นมา ประชาชนต้องการอย่างนี้จริง ๆ ครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ เปึนสิ่งที่ข้ามไม่ได้ อันนี้ต้องเรียนหารือเลย แล้วก็สิ่งที่ เกี่ยวเนื่องกันกับพระราชกฤษฏีกาอันว่าด้วยคุณสมบัติของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ผมไม่เห็น ด้วยที่จะให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากำหนดคุณสมบัติ โดยไม่มีการสำรวจความคิดเห็นจากส่วนร่วม ซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีสิทธิหน้าที่ในการทําอย่างนี้ ผมก็เกิดมา ๒๑ ป้แล้ว ผมก็เพิ่งจะ เคยเห็นว่าส่วนที่ไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องเท่าไรกับการที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ มากําหนดคุณสมบัติ อันไม่สอดคล้องกับการทํางานของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และผมก็เชื่อว่าสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญทุก ๆ ท่านอาจจะมีความคิดว่าไม่ได้เหนือวิสัยเลยที่จะมาให้สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญกําหนดคุณสมบัติเอง เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญเปึ้นผู้ที่ทำเอง เปึนตัวแทนของประชาชน เปึนสิทธิหน้าที่โดยตรงที่จะไปรับใช้พ่อแม่ พี่น้องประชาชน เขารู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะกำหนดคุณสมบัติให้สอดคล้อง ต้องมีความ หลากหลายที่อยู่ในส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ท่านการุณพูดมาที่จะไปหารือ นั่นก็เปึ้น อีกส่วนหนึ่งในกระบวนการที่จะตกลงกันได้ว่าจะนำใครขึ้นมา จะเลือกใครขึ้นมา และจะยอมรับ ใครขึ้นมา ผมคิดว่าไม่ได้เหลือวิสัยเลย ที่จะไปพูดกันเองได้ แต่ว่าทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องคํานึงถึง เสียงประชาธิปไตยส่วนใหญ่ และเสียงประชาธิปไตยนั้นต้องมีความเหมาะสมและถูกต้องด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ประชาธิปไตยนั้นที่พูดขึ้นมาแล้วเปึนสิ่งที่ไม่เหมาะสม แล้วก็เห็นพ้องต้องกัน อันนั้นก็ไม่ถือว่าเปึนประชาธิปไตยอย่างถูกต้องและเหมาะสม มันก็เปึนประชาธิปไตยเหมือนกัน ครับ ท่านประธาน แต่ว่าถ้าเกิดตีเข้าเรื่องเหมาะสมกับถูกต้อง มันไม่ใช่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น ผมจะต้องใช้ชีวิตบนประเทศนี้ไปอีกหลายป้ แล้วพ่อแม่ พี่น้องนักศึกษาเอง พ่อแม่ พี่น้องประชาชนคนไทยที่กำลังเปึ้นเยาวชนเองก็ต้องได้รับ รัฐธรรมนูญนี้ด้วย ต้องเปึ้นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นอะไร ก็แล้วแต่ที่เปึ้นสิ่งที่ ทำให้ประชาชนนี้ได้มีส่วนร่วมมากที่สุด ต้องทำครับท่านประธาน จำเปึ้นที่ควรจะทำที่สุด เพราะประชาชนคือส่วนใหญ่ของประเทศ และในสุดท้ายนี้ครับ ท่านประธาน ยังมีอีก หลายประเด็นที่ผมต้องกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ แต่ว่าเวลาไม่พอ ผมจะทำหน้าที่ในการ เปึ้นคนของพระราชา ข้าของแผ่นดินให้ดีที่สุด แล้วผมบอกกับทุก ๆ คนเสมอว่า ผมขึ้นมานี้ ที่อาสามาเปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมจะไม่ขึ้นมาสร้างความประทับใจให้กับใครกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่ผมจะขึ้นมาสรรหาวิธีที่จะมาสร้างความเหมาะสมให้กับประเทศชาติ บ้านเมือง และประชาชนได้อย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านคมสัน โพธิ์คง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ความจริงก็ไม่ได้อยากจะขึ้นมากล่าว เนื่องจากเห็นว่าทางคุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ได้กล่าวในฐานะที่เสมือนเปึ้นตัวแทนของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เห็นด้วยกับ หลักการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ไปกําหนดคุณสมบัติตามมาตรา ๔ วรรคสอง (๒) กําหนดเรื่องของ ผู้ทรงคุณวุฒิ กระผมขอกราบเรียนต่อที่ประชุมอย่างนี้และ ท่านประธานว่าในร่างพระราช กฤษฎีกาฉบับนี้ก่อนที่จะมีการประกาศเปึนพระราชกฤษฎีกา ได้ทราบมาว่าในหลักการตรงนี้ได้ กําหนดให้การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ภาค ก็คือภาครัฐ ภาคเอกชน สังคม และวิชาการ แต่เดิมไม่ได้ระบุไว้ในลักษณะเช่นนี้ อยากให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ บันทึกหลักการตรงนี้ไว้ว่า แต่เดิมเท่าที่ผมได้เห็นในตัวนี้มาเขียนไว้ในลักษณะที่เรียกว่า ไม่น้อย กว่าภาคละ ๒ คน แต่พอมีการตราออกมาแล้วผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปแล้ว ปรากฏว่าคำว่า ไม่น้อยกว่า หายไป เหลือเปึนภาคละ ๒ คน ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ ว่าการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คงจะกล่าวเฉพาะทางฝ์ายคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาล เปึ้นผู้ตรา แต่เพียงฝ์ายเดียวไม่ได้ เพราะเนื่องจากว่าในขณะที่มีการนำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อประมาณเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้นนะครับ ผมได้ทราบมาว่า ได้มีทางเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งดูแลสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ไปเปึ้นผู้ชี้แจงในตัวร่างฯ ฉบับนี้ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะรับหลักการในร่างฯ ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นในประเด็นตรงนี้อาจจะ ไม่ใช่เพียงคณะรัฐมนตรีเท่านั้นที่เกี่ยวข้องในการกำหนดพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ สำหรับในการ ตีความตามมาตรา ๔ วรรคสอง (๒) ที่กำหนดเรื่องของการคัดเลือก ที่ใช้คำว่า คำนึงถึง ตามที่ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล ได้พูดถึงไปว่า ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ นั้นคำนึงถึงเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้กล่าวถึง แต่อย่างไร ก็ตามผมก็มีข้อสังเกตตรงนี้นะครับว่า ถ้าเปึนเพียงแค่การคํานึงถึง การกําหนดคุณสมบัตินั้น ไม่น่าจะกำหนดกันแน่นขนาดนั้น น่าจะกำหนดเพียงให้มีหลักการเพียงเพื่อให้คำนึงถึง ในศาสตร์ หรือสาขาต่าง ๆ หรือคำนึงถึงบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้น การกำหนด ในลักษณะเช่นนี้เท่ากับว่าเปึนการล็อกว่าให้สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องมาพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงไปหาบุคคลอื่นได้ ผมคิดว่าตรงนี้คืออุปสรรคสำคัญในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ในการที่ จะสรรหากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ในประเด็นตรงนี้ผมคิดว่า เพื่อให้มีความชัดเจนว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจํานวนหนึ่งไม่ได้เห็นด้วย ก็อยากจะขอให้ ท่านประธานได้ให้มีการบันทึกในประเด็นนี้ไว้เปึนหลักฐานในรายงานการประชุมของสภาร่าง รัฐธรรมนูญ สําหรับประเด็นในทางวิชาการประเด็นอื่น ๆ เช่น การร่างรัฐธรรมนูญโดยสภาร่าง รัฐธรรมนูญเปึ้นฝ์ายนิติบัญญัติหรือไม่ ในทางวิชาการก็คงจะไม่ได้เปึนข้อยุติเสียทีเดียวว่า ไม่ใช่ฝ์ายนิติบัญญัติ แต่ว่าการร่างรัฐธรรมนูญอาจจะกระทำได้หลายทาง ๑. บุคคลธรรมดาก็ สามารถเปึ้นผู้ที่จัดทำรัฐธรรมนูญได้ ๒. ก็คือคณะบุคคลก็สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญได้ คือทำโดยคณะกรรมการหรือกรรมาธิการ และ ๓. ก็จัดทำโดยสภา อาจจะเปึนสภานิติบัญญัติ หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ ส่วนประเด็นว่าจะเปึ้นฝ์ายนิติบัญญัติหรือไม่ ผมคิดว่าเปึ้น ข้อถกเถียงที่ไม่ยุติ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ติดพันนิดเดียวสั้น ๆ กับทาง ท่านสมาชิกเมื่อกี้ครับ
ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม การุณ ใสงาม ที่จริง ก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงหรอก แต่ครั้นไม่ต่อล้อต่อเถียงสักนิดหนึ่ง สั้น ๆ เอาไว้ เดี๋ยวจะทำให้เข้าใจผิดไขว้เขว ท่านผู้มีเกียรติบอกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่นิติบัญญัติ ท่านประธานครับ ที่เราอยู่กันตรงนี้นะครับ ที่นี่คือที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ ที่นี่คือที่ทำอำนาจ นิติบัญญัติครับ อำนาจอธิปไตยมีสามเท่านั้นละครับ ที่นี่ไม่ใช่ฝ์ายบริหาร ที่นี่ไม่ใช่ฝ์าย ตุลาการ ไม่เหลืออะไรอีกแล้วครับ ที่นี่คือนิติบัญญัติโดยแท้นะครับ คือสภาร่างรัฐธรรมนูญ สุดยอดหนึ่งในกระบวนการขั้นตอนของการบัญญัติทางนิติบัญญัติ ถ้าไม่ให้นิติบัญญัติท่านจะ ให้ไปเปึนอะไรครับ
ก็แสดงความเห็น เอาไว้นะครับ ไม่เปึ้นอะไรนะครับ เมื่อกี้คุณธวัชครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ กระผม ธวัช บวรวนิชย์กูร สมาชิกสภาร่างฯ กระผมขออนุญาตกล่าวอภิปรายสนับสนุนความเห็น ของท่านจรัญ ภักดีธนากุล ที่ท่านได้กล่าวถึงวรรคสอง เรื่องเกี่ยวกับคุณวุฒิส่วนที่เหลือ ให้คำนึงถึงผู้มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะปรึกษากับท่านประธานนะครับ ว่าเราจะลองตีความเพื่อที่จะได้มาซึ่งเจตนารมณ์ของพวกเราในที่นี้ได้หรือไม่ ที่จะทำให้ พวกเรานี่นะครับ ให้คณะสมาชิกสภาร่างฯ ของเราได้สามารถที่จะเข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะว่าอย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาร่างฯ ทั้งหมดนี้เราคงต้องเข้าไป สัมผัสกับประชาชน ได้ไปรับรู้ แล้วก็ส่งเรื่องราวต่าง ๆ ไปให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นี้นะครับ ผมอยากจะให้ เจตนารมณ์นี้เปึ้นเจตนารมณ์ซึ่งเราลองมาตีความข้อนี้กันตามข้อสนับสนุนของท่านจรัญ ไม่ทราบว่าเรื่องนี้จะเปึนไปได้ไหม เราจะมาปรึกษาหารือกันในข้อนี้ว่าเราจะหาทางออกในการ ตีความเรื่องนี้ได้หรือไม่นะครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิชาครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชา มหาคุณ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๒ – ๓ ท่าน โดยเฉพาะท่านอาจารย์จรัญได้พูดถึงในเรื่องของพระราช กฤษฎีกานะครับ โดยเฉพาะข้อ ๒ ที่ใช้ถ้อยคำว่า เมื่อดำเนินการคัดเลือกตาม (๑) แล้ว ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญดําเนินการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิส่วนที่เหลือ โดยคํานึงถึงผู้มีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ กระผมก็มีความเห็นในลักษณะเดียวกันว่าเราน่าจะต้องตีความ ในทางกว้าง เพื่อไม่ให้จำกัดคุณสมบัติ ซึ่งจะเปึนการขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๒๕ ในมาตรา ๒๕ นั้นเองของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ ได้วางหลักเกณฑ์ว่าในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับการคัดเลือก ตามมติของสภาจํานวน ๒๕ คน ตรงนี้เองนะครับ ที่รัฐธรรมนูญได้วางหลักเกณฑ์ไว้ แล้วก็ไม่ได้ กำหนดด้วยว่าควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร เพราะฉะนั้นการที่พระราชกฤษฎีกามากำหนด คุณสมบัตินี่ จึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้ขัดหรือแย้ง เขาจึงใช้คำว่า ให้คำนึงถึง โดยคำนึงถึง เพื่อไม่ให้ขัดหรือแย้งว่าทําไมถึงป่ดกั้นความรู้ความสามารถของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เหมาะสม รวมทั้งบุคคลภายนอกด้วย ผมอยากจะให้คํานึงถึง ทั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ทรงเกียรติ แล้วก็มีความรู้ความสามารถ แล้วก็บุคคลภายนอกด้วย เพราะมาตรา ๒๕ แห่งรัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้ครับ การที่เรามาจํากัดตัวเราเองว่าจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่ กำหนดไว้ใน (ก) (ข) (ค) (ง) เท่านั้น ผมถือว่าไม่ถูกต้องตามหลักการตีความกฎหมายครับ โดยเฉพาะการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต้องคํานึงถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเปึ้นสําคัญ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้คืออะไร คือว่าต้องการให้มีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีส่วนร่วม ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญโดยที่ไม่จํากัดตัวเอง มีความรู้ความสามารถเท่าไร เราก็สามารถ ที่จะคัดเลือกได้ แต่ว่าอย่างไรก็ดี พระราชกฤษฎีกาก็แนะนําไว้ คําว่า โดยคํานึงถึง นี่หมายความว่าเปึนการแนะนำว่าน่าจะต้องมีบุคคลเหล่านี้เข้าอยู่ด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าไม่มีบุคคลเหล่านี้เข้าอยู่ด้วยแล้วนี่จะเปึนคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญมิได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ตีความโดยกว้างนะครับ อย่าตีความโดยแคบ เพราะว่าถ้อยคำ ก็มิได้จำกัดอยู่แล้วนะครับ ถ้าหากว่าเขาต้องการจะตีความอย่างแคบ เขาก็จะบอกว่า ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญดําเนินการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิส่วนที่เหลือ โดยมีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ครับ ถ้าเปึนอย่างนั้นก็จะขัดต่อรัฐธรรมนูญในทันที เพราะฉะนั้นก็เรียน ปรึกษาท่านประธานด้วย แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเราควรจะมีข้อยุติเสียก่อน ถ้ามิฉะนั้นแล้วอาจจะหลงทางได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ ผมคิดว่าอยากจะให้ท่านประธานได้ดำเนินการตามวาระที่ประชุมไว้ คือในการ เลือกสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาเปึนกรรมาธิการการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นะครับ ผมก็ ขอสนับสนุนทุก ๆ ท่านที่ให้ความเห็นนะครับ โดยเฉพาะของท่านการุณนะครับ ให้เวลากันสัก ๑๕ นาทีออกไปพูดคุยกันนะครับ เพื่อจะได้มีโอกาสพบปะและก็จะได้รู้จักกันในข้อนี้นะครับ อีกอย่างหนึ่งเรายังไม่ได้กรรมาธิการในการร่างรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าจะร่าง รัฐธรรมนูญไปทางทิศใดที่จะดีหรือไม่ดีนะครับ ผมคิดว่าถ้าในการยกร่างฯ แล้วเราก็ยังมีโอกาส ในการที่จะมาประชุมหารือกันและปรึกษากันว่าเราจะร่างไปในทิศทางใดที่จะเปึ้นรัฐธรรมนูญ ที่ใช้กับสังคมปัจจุบันนี้นะครับ ซึ่งจะได้ให้กับประชาชนเปึ้นสำคัญ ผมขอให้ข้อคิดเห็นไว้แค่นี้ ก่อนนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วต้องใช้เวลาเปึนวันครับ วันนี้ก็คงจะอภิปรายกันไม่เสร็จครับ ๑๐๐ คนตรงนี้ ขอบคุณครับ
ท่านชื่ออะไร เมื่อกี้ ไม่ได้บอกชื่อ
ขอโทษนะครับ ผม นิมิตร ชัยจีระธิกุล นะครับ ไม่กล้าบอกจังหวัดครับ ประเทศไทย ขอบคุณครับ
ข้างหลังนี้ เมื่อกี้ ท่านอาจารย์วุฒิสาร ชื่ออยู่ที่นี่ ท่านอาจารย์วุฒิสาร
กราบเรียนท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย ครับ ผมคิดว่าผมสนับสนุนความเห็นของท่านสมาชิก หลายท่านเพื่อก่อนที่จะออกไปพูดคุยกันตามที่สมาชิกได้เสนอ อยากทำความชัดเจนในประเด็น เรื่อง (๒) ของมาตรา ๔ ให้ชัดครับ แล้วก็ประการที่ ๒ ก็คือว่าโดยคุณสมบัติ ๔ ข้อ ถ้าจะออกไป คุยกันจริง ๆ ผมคิดว่าสมาชิกก็อาจจะไม่ทราบหรอกครับว่าใครมีคุณสมบัติอยู่ใน ก ข ค ง อย่างไร ผมก็ไม่ทราบว่าทางฝ์ายเลขาจะได้ดำเนินการอย่างไรที่จะให้เกิดข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้ประกอบการพิจารณาในการพูดคุยหากจะมีในอนาคตครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านธิติพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ในการแสดงความเห็นครั้งนี้นั้น ผมคิดว่าอยากจะขอสนับสนุนความเห็นของท่านวิชา ของท่านจรัญ และของท่านธวัช ในการ ตีความมาตรา ๔ วรรคสอง (๒) ครับว่า จริง ๆ แล้วนั้นในการพิจารณาถ้อยคำก็คงต้องพิจารณา ไปตามในแนวทางของท่านจรัญได้กล่าวเอาไว้ ใน (๒) นั้นเองจะไม่ใช่เปึน บทบังคับเด็ดขาดว่า ต้องเปึนผู้ที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าสิ่งที่เขียนไว้นั้นคงเปึนในลักษณะเหมือนกับ จะบอกว่าถ้ามีการเลือกนั้นก็ขอให้พิจารณาบุคคลเหล่านี้ในการที่จะทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการ ยกร่างฯ ด้วยครับ ผมขออนุญาตสนับสนุน
ท่านสุรชัยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากภาคเอกชนครับ ด้วยความเคารพต่อความเห็น ของท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปแล้วทั้งหมดนะครับ ขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นอย่างนี้ครับ ว่าในเบื้องต้นเราต้องทำความเข้าใจว่าขณะนี้สถานการณ์ของประเทศไทยมิได้อยู่ใน สถานการณ์ปกติ เรากำลังถอยหลังเพราะวิกฤตการณ์ของปัญหาการเมืองการปกครอง ในป้ ๒ ป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเปึ้นประชาธิปไตย นั้นผมว่าในจิตใจของ การเปึนนักประชาธิปไตย สมาชิกทุกท่านในสภาแห่งนี้มีเต็มเป้ืยม แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ จำเปึนอย่างที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ เราจึงต้องมาช่วยกันยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่หลายท่านอภิปรายไปนั้น ผมว่าเราช่วยกันหยิบยกลงในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เรากำลังจะช่วยกันยกร่างฯ นั้นจะดีกว่า
ประเด็นต่อมาก็คือในเรื่องของการคัดเลือกตัวบุคคลเพื่อทำหน้าที่เปึน กรรมาธิการยกร่างฯ ผมมีความเห็นว่าในพระราชกฤษฎีกานั้นหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า การตีความนั้นเราควรตีความอย่างกว้าง ตัวพระราชกฤษฎีกาเองไม่ได้กำหนด ว่าคุณสมบัติของ กรรมาธิการส่วนที่เหลืออีก ๑๗ คนนั้นจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในมาตรา ๔ วรรคสอง เพียงแต่บัญญัติให้ต้องคำนึงถึง เพราะฉะนั้นจึงเปึนเอกสิทธิ์ของสภาแห่งนี้ที่จะพิจารณาคํานึงถึง แล้วเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ นะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่าถ้าเราเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตาม มาตรา ๔ (๒) แต่เจ้าตัวเข้าปฏิเสธละครับ หรือเราเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๔(๒) มากกว่าจำนวนที่ กฎหมายกําหนดให้มี แล้วที่ประชุมไม่เลือกละครับ นั่นแปลว่าคนที่ไม่มีคุณสมบัติจะไม่มีสิทธิ เปึนกรรมาธิการยกร่างฯ เลยหรือ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมมีความเห็นต่อไปว่าเปึนเอกสิทธิ์ของ สภาแห่งนี้ โดยเฉพาะท่านประธานสภา เนื่องจากในมาตรา ๑๐ ของพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึ้นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ในกิจการที่ เกี่ยวกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ สุดท้ายผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกับท่านการุณก็คือว่า ก่อนที่จะมี การเสนอชื่อเราควรที่จะให้ภาคส่วนต่าง ๆ ไปประชุมปรึกษาหารือกันก่อน อย่างน้อยที่สุดก็คือ การแสดงออกซึ่งส่วนหนึ่งของการเปึนประชาธิปไตยของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกเราทุกคนมี ความต้องการที่จะให้มี เนื่องจากยังไม่มีการหารือกันในแต่ละภาคส่วน ก็ปรากฏว่ามีโผรายชื่อ หลาย ๆ ท่านปรากฏอยู่ในสื่อหนังสือพิมพ์แล้ว ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามาจากการจัดเตรียมของท่าน ผู้ใดนะครับ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กราบเรียนมา ผมจึงมีความเห็นว่าเราน่าจะเป่ด โอกาสให้สมาชิกแต่ละท่านไปปรึกษาหารือ เพื่อที่จะคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยเฉพาะตามมาตรา ๔ (๑) ในเบื้องต้นซึ่งจะต้องมีภาคละ ๒ ท่าน ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจรัญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จรัญ ภักดีธนากุล ผมขออภัยที่ต้องกลับมารบกวนเวลาที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง กระผมมีประเด็น นิดเดียวครับ ว่าถ้าเราอยากจะเป่ดกว้างให้สภาร่างรัฐธรรมนูญสามารถคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะเข้ามาทําหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้กว้างขึ้นตามหลักการที่ควรจะเปึ้น กระผมอยากจะขอหารือว่าเราจะมีมติของสภาแห่งนี้ในชั้นแรกได้ไหมว่า ข้อความในมาตรา ๔ วรรคสอง (๒) ไม่ได้เปึ้นบทตัดสิทธิ ท่านที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเปึนศาสตราจารย์ เปึนกรรมการ กฤษฎีกา หรือเปึนอธิบดี หรือเปึนผู้ที่เคยมีกำหนดเอาไว้ในกรอบของ (ก) (ข) (ค) (ง) นั้นนะครับ เพราะถ้าไม่มีการลงมติให้เปึ้นที่ชัดเจนแล้วนี่ก็อาจจะนําไปสู่กระบวนการ เวลาจะ เสนอชื่อผู้ที่จะเข้ามาเปึนผู้ทรงคุณวุฒิก็ดี อาจจะไม่มีการได้รับการเสนอชื่อคนที่อยู่นอก คุณสมบัติเช่นนั้น และถึงแม้จะมีท่านเสนอ แต่พอเวลาเอาไปแข่งกับท่านที่มีคุณสมบัติตามที่ พระราชกฤษฎีกากำหนดไว้นี้ ท่านสมาชิกที่ยังไม่มั่นใจในการแปลความแบบนี้ ท่านก็อาจจะ ไม่ลงคะแนนเสียงให้เพราะไปเข้าใจว่าจะต้องถือเอาตามที่ต้องมีคุณสมบัติทั้ง ๔ ข้อนี้เสียก่อน แต่ถ้าสภาเราเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกานี้ก็ดี รัฐธรรมนูญ ก็ดี ไม่ได้ป่ิดกั้นคนที่ไม่ได้มีคุณสมบัติ ๔ ข้อตาม (ก) (ข) (ค) (ง) เลย เพียงแต่ว่าขอให้สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญเวลาจะคัดเลือกนี้ให้คํานึงถึงบุคคลใน ๔ ข้อนี้ก่อน คือคํานึงว่าถ้าบุคคล เหล่านี้เหมาะที่จะมาเปึนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็เลือกท่าน แต่ถ้าท่านไม่เหมาะหรือ เหมาะน้อยกว่าคนอื่น ท่านก็ไม่เลือกได้ ถ้าอย่างนี้กระผมคิดว่าจะทําให้ชัดเจน แล้วก็โอกาส ที่บุคคลที่ไม่ได้มีคุณสมบัติตาม ๔ ข้อนั้นจะได้รับการเสนอชื่อเข้ามาแข่งจะมีได้มากขึ้น แล้วโอกาสที่จะได้รับชัยชนะ ได้รับการไว้วางใจจากสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ก็จะมีมากขึ้น ขอบพระคุณครับ
ท่านกิตติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ กระผมขออภิปรายเสนอความเห็นสนับสนุนการที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ไม่ว่าจะเปึนท่านจรัญก็ดี ท่านวิชาก็ดี หรือสมาชิกผู้ทรง เกียรติอีกหลายท่านได้อภิปรายถึงในเรื่องของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ ในมาตรา ๒๕ ซึ่งกระผมเห็นว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านมีสิทธิ มีอํานาจในการที่จะพิจารณา แต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นเอง จํานวน ๒๕ คน โดยที่ในพระราชกฤษฎีกานั้นก็ เพียงแต่ระบุไว้กว้าง ๆ ว่า ในมาตรา ๔ (๑) ก็คือให้คัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิในภาคทั้ง ๔ ภาค ละ ๒ คน ส่วน (๒) ก็คือให้คัดเลือกที่เหลืออีก ๑๗ คน โดยให้คำนึงถึงเท่านั้นนะครับ เหตุที่ผม คิดว่าเจตนารมณ์ที่ให้มีการคำนึงถึงผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๔ (๒) ไม่ว่า ข้อ ก ถึง ข้อ ง นั้น คงจะเปึนเจตนารมณ์ที่ต้องการให้มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายอยู่ในคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แล้วก็ขออนุญาตให้ความเห็นสนับสนุนท่านการุณที่จะให้มีการหารือ กันในระหว่างเพื่อนสมาชิกในแต่ละภาคเพื่อดำเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวัชราครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร เนื่องจากมีการพูดกันถึงเรื่องพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๔ (๒) แล้วก็ ผมเห็นว่าเปึนความเห็นที่ได้อภิปรายกันมาได้ความมากมายแล้ว แล้วก็ครบถ้วนพอที่จะได้ วินิจฉัยได้ เพราะฉะนั้นกระผมขอเสนอที่จะเปึนญัตติว่าเราควรที่จะตีความกันเอง เพราะเหตุว่า ในเรื่องนี้ไม่มีหน่วยงานใดไม่ว่ากฤษฎีกา หรือหน่วยงานใดจะเข้ามาก้าวล่วงได้ สำหรับ หน่วยงานขององค์การสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้นะครับ เพราะฉะนั้นกระผมขอเสนอเปึนญัตติ ข้อที่ประชุมได้โปรดพิจารณาด้วยว่า การตีความตามมาตรา ๔ (๒) ขอให้เปึ้นไปตามที่ท่านจรัญ และท่านวิชาได้เสนอ ขอได้โปรดรับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ
รับรองครบนะครับ ทีนี้ผมเอาทีละเรื่อง เรื่องแรกท่านการุณเสนอว่า ๘ คนแรก ตาม (๑) ของมาตรา ๔ นั้น เดี๋ยวจะ ขอเวลานอกไปทำใช่ไหมครับ มีใครเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิก กระผม วิทยา คชเขื่อน ข้อเสนอว่าตามที่ท่านการุณที่เสนอให้ออกไปข้างนอกมันก็จะเปึนการใช้ สิทธิเฉพาะกลุ่ม ผมขอเสนอว่าอยากให้ลงมติครั้งเดียวโดยแยกกลุ่ม แต่ว่าลงคะแนนครั้งเดียว ถ้าออกไปข้างนอกก็จะคุยกันเฉพาะกลุ่มนั้น ขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้นะครับ ที่ท่านการุณบอกให้แยกไป แล้วก็กลุ่มใครกลุ่มต้นให้ไปหารือกันเฉพาะกลุ่ม แต่ท่านวิชาเสนอ นั่นก็หมายความให้ที่นี่ก็เลือกเลย เพราะว่าถ้าอย่างนั้นเสนอแล้วทางนี้ออกเสียงเลย ใช่ไหมครับ ความต่างมันอยู่ตรงนี้ใช่ไหม เอาเรื่องนี้นะครับ ท่านวรากรณ์
กราบเรียนท่านประธานครับ วรากรณ์ สามโกเศศ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมอยากหารือท่านประธานครับ ถ้าหากมีการแยกกัน ไปหารือในห้องแล้วนะครับ และสมมุติว่าได้ ๒ คน แต่ละสาข้ามานั้น ผมเกรงว่าจะไม่สอดคล้อง กับมาตรา ๒๕ ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ที่บอกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเปึนหรือไม่ได้เปึน จำนวน ๒๕ คน การที่ ๒ คนนั้นได้มาแต่ละภาคนั้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเลือก จะต้องนำเข้ามาเสนอห้องนี้อยู่ดี นั่นเปึนประการแรกที่ผมอยากหารือนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในพระราชกฤษฎีกานี้ได้พูดไว้ชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการ ในข้อที่ ๑ ก่อน คือให้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคต่าง ๆ ก่อน แล้วจึงมาภาคที่ ๒ ดําเนินการ เลือกตามภาคที่ ๑ ดังนั้นผมเกรงว่าถ้าหากทำพร้อมกันอาจจะมีปัญหาในการขัดกฤษฎีกา ฉบับนี้ที่ได้ร่างขึ้นครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้เปึ้นไปตามที่ระบุไว้เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาในเวลา ต่อมานะครับ
ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะหารือท่านประธานก็คือว่า ผมคิดว่าถ้าเรา ตกลง กันชัดเจน ลงคะแนนว่าเราจะตีความอย่างกว้างในมาตรา ๔ (๒) ผมว่าทุกอย่างก็คงจะ คลี่คลาย ถ้าหากเราตกลงอันนี้ได้ แล้วเราก็ลงคะแนนเสียงกันในภาคที่ ๑ ด้วย มีกระดาษแล้ว เราก็ติ๊กชื่อไปนะครับ หลังจากประกาศชื่อเรียบร้อยแล้วเราก็ลงในขั้นที่ ๒ ทุกอย่างก็จะจบครับ แล้วก็ไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๗ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
คือที่ดูเพราะว่า เมื่อสักครู่นี้ญัตติของท่านการุณนั้นเรื่องว่าจะขอเวลาไปข้างนอก แต่ท่านสมาชิกก็บอกว่า ไปข้างนอก ถ้าความเข้าใจผมถูกนะครับ ไปข้างนอกนั้นก็เฉพาะภาคแต่ละภาค แล้วก็ไปเลือก แต่ว่าในที่สุดที่นี่ต้องเปึนฝ์ายเลือกนะครับ ทีนี้ก็มีท่านหนึ่งเสนอว่า ไม่ไปข้างนอกจะให้เสนอที่นี้ ความต่างมันอยู่ตรงนี้นะครับ คือไม่ต้องไปข้างนอกให้เสนอที่นี่เลย อันนี้ซึ่งเราต้องเลือกตามขั้น แน่นอนนะครับ ทีนี้ผมเลยถามเรื่องให้จบเสียก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยจะไปดูที่เมื่อสักครู่นี้เปึนญัตติ ที่ท่านวัชราเสนอตามความเห็นของท่านจรัญ ท่านวิชา คุณสุนทร์ก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุนทร จันทร์รังสี จากนครราชสีมา ไม่ได้เจตนาจะหาเสียงนะครับ กระผมสงสัย ขอหารือตามที่ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติหลายท่านพูดถึงมาตรา ๔ (๒) ก ข ค ง ผมว่าก็เปึ้นน้ำใจที่กว้างขวางที่ต้องการ เป่ดโอกาสให้คนอื่น คนนอกเข้ามาเปึนกรรมาธิการได้ แต่เปึนที่น่าสงสัยว่าการเสนอไม่ว่า คนนอกหรือคนในผู้ใดก็ตามจะต้องมีหนังสือให้ความยินยอม ทีนี้เจตนาที่กว้างขวางของ ท่านสมาชิกที่พยายามเป่ดกว้างไปถึงบุคคลนอกจะเปึ้นผลหรือไม่ ตราบใดที่ไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีการทําหนังสือยินยอมมาเราจะต้องเลือกกันวันนี้ และถ้าไม่มีหนังสือยินยอมมาก็เท่ากับ เปึ้นการตัดสิทธิบุคคลภายนอกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะตัดสิทธิแล้วเราก็ไม่น่าจะต้อง พูดถึง ก ข ค ง อีกให้เสียประโยชน์ ถ้าไม่ตัดสิทธิก็คงเลือกวันนี้ไม่ได้ เพราะถ้าจะเสนอคนนอก คนนอกก็คงจะต้องมีการไปเอาหนังสือยินยอมมา ผมขอหารือเช่นนี้ครับ
ผมเข้าใจว่าถ้าตีความ อย่างกว้างนี่ หมายความว่า ในสมาชิก ๑๐๐ คน ที่ไม่เข้าใน ๔ ประเภท ก็ถ้าคำนึงถึงเราเห็นว่า เหมาะสมก็อาจจะได้นะครับ นั่นเข้าใจว่าผู้เสนอคงเสนอเพื่อให้ดูไปในลักษณะนั้นใช่ไหมครับ ท่านพิเชียร
กราบเรียนท่านประธานนะครับ กระผม อยากจะขออนุญาตอย่างนี้นะครับ คือเมื่อสักครู่ท่านวัชราได้เสนอเปึนญัตติขึ้นมาแล้ว แล้วก็ มีการผู้รับรองขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว กระผมก็อยากจะให้มีการลงมติในส่วนนี้นะครับ ในขณะที่ ข้อเสนอของท่านการุณผมคิดว่า เดี๋ยวพอเราลงมติเรื่องการเป่ดกว้างในการตีความนี้แล้ว เราก็ จะคุยข้อเสนอของท่านการุณอีกครั้งหนึ่ง ผมขอเสนอให้มีการลงมติตามญัตติของท่านวัชรา ก่อนเลยครับ
เมื่อสักครู่นี้ท่านการุณ เสนอเปึนข้อหารือใช่ไหมครับ ไม่มีคนรับรองใช่ไหมครับท่าน
ท่านประธานครับ แม้จะหารืออย่างนั้นก็ตาม บัดนี้ไม่มี ผู้เสนออย่างอื่นแล้ว ผู้ที่เสนออย่างอื่นเขาถอนญัตติของเขาไปแล้ว เพราะฉะนั้นเหลือของผม อย่างเดียวครับ
เมื่อสักครู่นี้ผมถาม พอถามแล้วท่านเสนอเปึนอย่างอื่นอีกท่านการุณ ใช่ไหมครับ ไม่มีผู้รับรอง ก็ไม่มีผู้รับรอง คือผมนึกว่าถ้าจะตกลงประเด็นนี้แล้วจะไปตกลงที่ท่านวัชราเสนอนะครับ เพราะว่าประเด็นนี้ ท่านการุณเสนอไว้ก่อนนี่ ท่านการุณเสนอนี่เวลานี้มีคนเสนอต่างไปจากท่านไงครับ ที่ผมถามว่า มีคนเห็นต่างไหม ท่านก็บอกว่าท่านเห็นต่าง ว่าอย่างไรครับ
ผู้ที่เห็นต่างก็ไม่ได้มีเปึนญัตติเพราะไม่มีผู้รับรอง ของผมก็ ไม่ต้องมีผู้รับรอง ถ้าครั้น้อยากสนใจจะมีผู้รับรองให้มาลงมติกันเรื่อย ๆ อย่างนี้นะครับ เรื่องอย่างนี้กระผมคิดว่าเสียเวลา
ไม่ครับท่าน ของท่านการุณ ถ้าตกลงกันได้ไม่เปึนไร ก็บอกว่าไปแล้วจะได้ไปดูญัตติที่ท่านวัชราเสนอ ก็จะได้ เชิญครับ
ผมขออนุญาตเสนอให้มีการลงมติญัตติของ ท่านวัชราก่อน เพราะว่าพอเราลงมติของท่านวัชราแล้วเราก็จะปรึกษาหารือในขั้นตอนต่อไปได้ ท่านประธานครับ
เนื่องจากญัตติของ ท่านการุณก็ยังไม่เปึนญัตติ ทางนั้นก็ยังไม่เปึนญัตติ เปึนการหารือ เพราะฉะนั้น ท่านวัชราเสนอ เปึนญัตติ ก็จะพิจารณาที่ท่านเสนอเสียก่อน
ท่านประธานครับ ท่านวัชราเสนอนั้นเปึนญัตติ ว่าด้วยเรื่อง การวินิจฉัยว่าโดยคํานึงถึงคืออะไรกันแน่ ขอให้ที่ประชุมนั้นลงมติเลือกว่าโดยคํานึงถึงนั้นคือ อะไร แต่กรณีของผมนั้นที่จะออกไปหารือข้างนอกผมก็ไม่ได้เปึนญัตติ ผมเพียงแต่หารือ ไม่มี ผู้รับรอง อีกท่านหนึ่งท่านก็บอกว่าเห็นว่าควรจะเลือกเลย แต่สุดท้ายคุยไปคุยมาท่านก็บอกว่า ท่านก็ขอถอนข้อเสนอของท่าน ซึ่งข้อเสนอของท่านก็ไม่ได้เปึนญัตติเพราะก็ไม่มีผู้รับรอง เหมือนกัน ผมก็เลยบอกไม่เห็นจำเปึนจะต้องเปึนญัตติอะไรที่จะต้องลงมติและมีผู้รับรองของผม เท่านั้นเอง แต่ท่านขืนจะเปึนญัตติ
ท่านการุณ ผมเข้าใจผิด ท่านยังไม่ได้ถอนใช่ไหมครับ ถอนหรือยังครับ ถอนหรือเปล่าครับ
ยังไม่ได้ถอนครับ
ท่านเปึนญัตติหรือครับ
ไม่ใช่ครับ
คนละเรื่องใช่ไหมครับ
มีอีกครั้งหนึ่งเสนอตอนหลัง
เสนอตอนหลังซึ่งก็ไม่ใช่ญัตติครับ เพราะไม่มีผู้รับรอง เหมือนกัน
มีความเห็นต่างกับท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม กล้านรงค์ จันทิก นะครับ ท่านวัชราไม่ได้เปึนญัตตินะครับ เปึนแต่เพียงบอกว่าให้ความเห็นว่าเวลาเลือก มันต้องมา เลือกกันในที่ประชุมนี้ ไม่ใช่ไปเลือกกันข้างนอก ซึ่งตรง ๆ จริง ๆ แล้วข้องคุณการุณก็พูดบอกว่า เราไปคุยกันข้างนอกแล้วมาเสนอในที่ประชุมนี้มันก็ตรงกัน แล้วมันก็ไม่ใช่เปึนญัตติ ถ้าไม่ได้ เสนอเปึนญัตติ แต่กรณีของการวินิจฉัยว่าจะตีความแคบ อย่างกว้างนั้นเปึนญัตติครับ ท่านประธานครับ
เนื่องจากของคุณวัชรา เปึ้นญัตติก็จะถามความเห็นนะครับ มีใครเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ
ผมยังไม่เข้าใจ ท่านถามประเด็นไหนครับ ญัตติ ท่านวัชราว่าอย่างไรครับ
ก็ให้ว่ามาตรา ๔ วรรคสอง ให้ตีความว่าโดยคำนึงถึงนี่ให้ดูกว้าง ๆ ตรงกันไหม ถ้าไม่เห็นเปึ้นอย่างอื่นจะได้ ไล่ประเด็นตรงนี้เสียให้จบนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ผมขอเรียนเปึนข้อสังเกตในกรณีที่เรากำลังจะแปรญัตติเป่ดกว้างในเรื่องของ กฤษฎีกา มาตรา ๔ วรรคสอง กรณีถ้าหากว่าเราลงมติว่าเราจะเป่ดกว้าง เสร็จแล้วกรณีถ้าหาก ว่าเรามีการเป่ดรับคนนอกเข้ามาเปึนคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ญัตติที่เราจะเป่ดกว้างนี้ จะบังคับกับคนนอกได้หรือไม่ แล้วก็จะมีการวินิจฉัยที่เปึน ๒ มาตรฐานหรือไม่ อันนี้ขอเรียนเปึน ข้อสังเกตนะครับ แล้วส่วนของกฤษฎีกา มาตรา ๕.๒ ที่กำหนดให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จำนวน ๑๐ ท่านเข้ามานั้น กฤษฎีกาบอกว่าต้องมีคุณสมบัติ ไม่ใช่ใช้คำว่า คำนึง นะครับ ใช้คำว่า ต้องมีคุณสมบัติ เพราะฉะนั้นจะแตกต่างจากของสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธาน เปึ้นข้อสังเกตว่าการตีความเป่ดกว้างนั้นจะเปึน ๒ มาตรฐานหรือไม่ ขอบคุณมากครับ
นั่นเขาเขียนต่างกัน นะครับ ของเราก็ไม่ได้นั่นนะครับ เราดูตามที่เขากําหนดในมาตรา ๔ วรรคสอง ว่าโดยคํานึงถึง ผู้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ทีนี้ทางสมาชิกที่เสนอให้พิจารณาเรื่องนี้ว่าให้คำนึงถึง เพราะฉะนั้นเปึนความหมายอย่างกว้าง เพราะฉะนั้นที่พูดน่าจะตรงแล้วนะครับ มันมีในส่วน ของ คมช. ถ้าพูดเขียนไม่ใช้เหมือนเราก็อาจจะหมายความต่างกัน เพราะฉะนั้นก็จะเปึนเรื่อง ของ คมช. ตีความครับ เชิญท่านสุนทร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดังที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ถ้าท่านจะไปพิจารณาถึงญัตติการพิจารณามาตรา ๔ ใน (๒) ผมถามว่าท่านจะเลือกกัน วันนี้ไหม ถ้าท่านจะพิจารณาในญัตตินี้ ผมเชื่อว่าถ้าทำให้สุจริตและโปร่งใสท่านก็ต้อง เป่ดกว้าง เพราะเชื่อว่าใบยินยอมจะไม่มีการเตรียมมา ท่านโปรดพิจารณาในปัญหานี้ด้วยครับ ไม่อย่างนั้นถ้าท่านไปพิจารณาในญัตติที่ท่านผู้มีเกียรติเสนอมาแล้วก็จะไม่เกิดประโยชน์ครับ ขอให้ท่านพิจารณาด้วย
ผมเรียนท่านสุนทร อย่างนี้ครับว่าก่อนจะให้เขาตีความหรือเข้าใจวรรคสอง ในมาตรา ๔ บอกเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่า จะเลือกผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกสภาร่างฯ ก็ได้อยู่แล้ว นะครับ แต่ทีนี้เข้าใจว่า ผู้ที่ขอให้ตั้งญัตติและให้ดูความหมายอย่างกว้างตาม (๒) ของมาตรานี้ เพื่อว่าแม้แต่ในนี้ ถ้าดูอย่างแคบอาจจะต้องไปเจาะจง (ก) (ข) (ค) (ง) เท่านั้น แต่ถ้าดูอย่างกว้างนี้อาจจะ กว้างกว่า แม้แต่ภายใน ๑๐๐ คนเองนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีนัส ม่านมุงศิลปี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมใคร่ขอทบทวนประเด็นญัตติที่ท่านสมาชิกวัชราได้นําเสนอ เปึ้นญัตติแล้วก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกต้องเช่นเดียวกันหรือไม่ครับ ในเรื่องของการเปรียบเทียบระหว่างตอนนี้คือประเด็นของท่านการุณกับท่านวิทยา โดยสถานภาพของญัตตินั้นตกไป แต่คงเหลือเฉพาะของท่านวัชรา ถูกต้องไหมครับ เหมือนกับว่าถ้าท่านประธานจะต้องวินิจฉัยญัตติของ ท่านวัชราเปึ้นหลักเกณฑ์ในการที่จะต้อง แยกที่ประชุม เพราะว่าจะได้หาข้อสรุปได้นะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นต่อไป ก็คือผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติส่วนใหญ่เปึนห่วงว่า มาตรา ๔ วรรคสอง จะไปเรื่องของการเหลื่อมล้ำต่ำสูงเรื่องของการค้านอำนาจแล้วก็การเข้าไป มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับประชาชน)ในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ คือสัดส่วนระหว่าง ของภาคประชาชน เศรษฐกิจ ภาคสังคม ภาควิชาการรวมทั้งหมด ๘ ท่าน เกรงว่าจะเปึน สัดส่วนที่จะไม่เท่ากันระหว่าง ๑๗ ท่าน ความห่วงใยตรงนี้ก็เลยเกิดขึ้น ก็เลยเกิดการอภิปราย ในวงกว้างว่าจะไม่เกิดความเปึนธรรมในการที่จะกำหนดคุณสมบัติในการล็อคสเปก (Lock spec) บุคคลซึ่งจะมาเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกระผมขออนุญาตอ่านสัก ๒ - ๓ บรรทัด ซึ่งใช้เวลานิดเดียวนะครับ คือผู้ซึ่งได้รับหรือเคยได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตําแหน่งอาจารย์ประจำพิเศษคณะรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ คือแปลว่า เจตนารมณ์ของการกำหนดคุณสมบัติอย่างนี้ ก็เพราะเพื่อที่จะได้บุคคลผู้มีความรู้ ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ ทีนี้ปัญหาก็คือทางพวกเราเปึนห่วงว่ามันไม่สะท้อน ถึงการแก้ปัญหาระดับชุมชนรากหญ้าอย่างแท้จริง แต่ตรงนี้ผมคิดนะครับว่าไม่ต้อง เปึ้นห่วง เพราะว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องนำไปสู่ประชาชนในรูปแบบของการทำ ประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ประเด็นนี้ต่างหากที่สำคัญ ถ้าท่านสามารถที่จะเชื่อมโยงระหว่างประเด็นของท้องถิ่น โดยท่านเปึนตัวกลางเพื่อเอาปัญหา เหล่านั้นมาเชื่อมโยงกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ในเรื่องของการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่าง คณะกรรมาธิการกับทางประชาชน ตรงนี้สำคัญ ถ้าท่านสามารถสร้างตรงนี้ ให้เกิด ประสิทธิภาพที่สุด ผมคิดว่าปัญหาเรื่องของการเปึนห่วง เรื่องของการค้านอำนาจหรือการร่าง รัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึ้นการเอาเปรียบบุคคลส่วนใหญ่ คงจะไม่เกิดครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านอัครวิทย์
ท่านประธานครับ คือผมเข้าใจว่าถ้าหากว่าเราดูจาก ญัตติของคุณวัชรา เสร็จแล้วถ้าสมมุติว่าสภาเห็นด้วยว่า คำว่า คำนึงถึง นั้น ไม่ได้หมายความ ว่าเฉพาะเจาะจงคุณสมบัติที่ระบุไว้ เพียงแต่ให้คำนึงถึงคล้าย ๆ ว่าให้น้ำหนักแก่บุคคลที่มี คุณสมบัติดังกล่าว เพราะถ้าหากว่าต้องการเลือกจากบุคคลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวต้องใช้คำว่า ให้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิส่วนที่เหลือจากผู้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ แต่นี่ใช้คําว่า โดยคำนึง ซึ่งถ้าหากสภาเห็นว่าเพียงแต่เปึ้นเรื่องของการคำนึงถึงบุคคลที่มีคุณสมบัติเหล่านั้น คนที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้นก็สามารถจะได้รับการคัดเลือกให้เปึนกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญได้ ในกรณีถ้าเปึ้นเช่นนั้นแล้วผมว่าข้อห่วงใยของท่านการุณซึ่งเสนอแต่แรกว่า อยากจะให้ผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละภาคไปคุยกันเองว่าจะเอาใครคงจะหมดไป เพราะข้อห่วงใย อันนั้นมาจากข้อที่ว่าถ้าผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้อยู่ในคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดในมาตรา ๔ (๒) แล้วก็จะไม่สามารถเข้ามาในการคัดเลือกภายหลังได้ แต่ถ้าหากว่าสภาตีความอย่างกว้างแล้ว บุคคลที่ไม่ได้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดที่ระบุไว้ใน ๔ ข้อนั้นก็ยังเข้ามาใน (๒) ได้ ก็ไม่มี ความจำเปึ้นที่จะต้องไปหารือกันภายนอกแต่อย่างใดแล้วครับ
เนื่องจากญัตติของ คุณวัชราชัดเจนแล้วนะครับ ถ้าใครจะอภิปรายก็ลองอภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวกับญัตติของ คุณวัชรา แล้วผมจะได้สอบถามได้ว่าจะเอาอย่างไรในเรื่องนี้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประดิษฐ์ เหลืองอร่าม สสร. นะครับ ขอแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยกรณี มาตรา ๔ วรรคสอง คุณสมบัติ ที่ให้คำนึงถึงนะครับ ผมได้รับเอกสารราชกิจจาฯ ของท่านวินัย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ซึ่งมีความไม่ตรงกับเอกสารที่ทางรัฐสภาแจกให้ ข้อ ๕.๒ ครับ ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติเสนอต้องมีคุณสมบัติ อันนี้เขียนว่า ต้อง นะครับ แต่ในราชกิจจาฯ เขียนว่า ให้คํานึงถึง เพราะฉะนั้นคงยึดถือราชกิจจาฯ เปึ้นที่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตชี้แจงทำความเข้าใจว่าคงเปึนการคำนึงถึง มากกว่านะครับ ขอเรียน ท่านประธานครับ
ผมเข้าใจว่าของเราใช้ คำว่า โดยคำนึงถึง แต่ของคณะมนตรีความมั่นคงอยู่ในมาตรา ๕ วรรคสอง ว่าการเสนอรายชื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติคํานึงถึงผู้มีความรู้ ความสามารถและประกอบกับหลักเกณฑ์มาตรา ๔ วรรคสอง แต่ของ คมช. ไม่เกี่ยวกับเรา เราดูเฉพาะของเราก็แล้วกัน คุณชาติชายครับ ในเรื่องนี้นะเชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ชาติชาย แสงสุข ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ นิดหนึ่งนะครับ ที่รบกวนเวลานะครับ คือในข้อ ๕ ที่ได้ระบุไว้ว่าวิธีการคัดเลือกโดย ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งในความเข้าใจก็เข้าใจว่าซึ่งเปึ้นเรื่องของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แต่ว่าใน ๕.๒ เขาบอกว่า ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติเสนอ ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ และข้อ ๓.๒ และให้คำนึงถึงผู้มี ความรู้ความสามารถหรือมีประสบการณ์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ในข้อนี้ถ้าเปึ้น ส่วนเกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีสิทธิเสนอตรงนี้ก็น่าจะเปึนข้อตกลง ได้แล้วว่าให้ลงมติในที่ประชุม สําหรับในข้อ ๕.๒ ที่เกี่ยวข้องนะครับว่า จะให้คํานึงถึง อย่างกว้างขวาง หรือ จะให้คำนึงถึงโดยแคบ น่าจะตกลงอันนี้ครับ และผมคิดว่าก็น่าจะใช้ เวลาไม่มากและก็น่าจะครอบคลุม
ผมเข้าใจว่าของเรา มาตรา ๔ (๒) ตรงกัน ไม่ว่าที่ท่านจรัญเสนอ ท่านวิชาเสนอ หรือใครเสนอก็ตรงกันทั้งนั้น เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เพื่อเปึนการประหยัดเวลานะครับ ผมขอให้ ท่านประธานลงมตินะครับ ตามที่มีท่านผู้ทรงเกียรติได้เสนอตามประเด็นที่เสนอไว้ครับ ขอขอบพระคุณครับ
มีผู้เสนอให้ลงมติแล้ว ผมขออนุญาตลงมติเลยนะครับ คือถามว่าญัตติที่คุณวัชราเสนอมีใครเสนอเปึนอย่างอื่น ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ก็มีมติ ตามที่คุณวัชราเสนอนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าให้คํานึงถึงตามมาตรา ๔ วรรคสอง แล้วพอถึงเรื่อง ๘ คน ก็เสนอได้เลยใช่ไหมครับ เพราะเมื่อกี้มีความเห็นที่ต่างกันอยู่นะครับ ขออนุญาตถาม ท่านการุณว่า ท่านการุณหารือค้างไว้ว่าอย่างไรครับ ถามท่านการุณเสียก่อน แล้วเดี๋ยวจะให้ ท่านที่ยกมือแสดงความเห็น เผื่อท่านการุณไม่มีปัญหาก็จะได้ดำเนินการตามที่ท่านบอก
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม ผมชวนทำ อย่างง่ายแล้วได้ข้อเสนอที่ดี ๒ คนก็มานำเสนอที่นี่รับรองเปึนข้อยุติ เหมือนกับตัวแทนของภาค ไม่ต้องมาเลือกตั้งแต่ภาคที่ ๑ ภาคที่ ๑ คุณเสนอ ๒ ผมก็เสนอ ๒ อีกท่าน ๒ ๒ ๒ ๒ ในภาค ของท่าน เสนอทุกคนในภาคของท่าน ๒๕ คน ๒๘ คน เลือกให้เหลือ ๒ วันนี้ บ่าย ๓ ได้ภาคที่ ๑ ๖ โมงเย็นได้ภาคที่ ๒ ๓ ทุ่มได้ภาคที่ ๓ เที่ยงคืนได้ภาคที่ ๔ แล้วอีก ๑๗ คนจะเสนออีก ตอนไหน แต่ถ้าออกไป ๕ นาที ๑๐ นาที ท่านประธาน ๒ คนก็จะยุติภายใน ๕ นาที ๑๐ นาที มิหน้ําซ้ําเราอาจจะคุยกันตัวแทนภาคของเราจะส่งใครดีนะเผื่อจะเข้าแข่ง ๑๗ คนนี้ ก็จะทําให้ มันง่ายและรู้จักกันด้วย ในหมู่ของผมภาคสังคม ผมยังไม่เห็นหน้าเลยว่าใครเปึนใครบ้าง เห็นแต่รูป ยังไม่เห็นลีลาเลยว่าใครแน่แค่ไหน ภาคสังคมของผมทั้ง ๆ ที่ผมบอกว่าผมไม่เอา ๆ ถ้าปรากฏไปเจอกันแล้ว อ้าว พวกคุณไม่แน่สักคนเดียว ผมก็เอาสิ อย่างนี้เปึนต้น แต่ถ้าเปึนไปตามหลักอย่างที่ผมว่าแล้วผมก็จะยืนยันในหลักการของผมก็คือว่าผมไม่เปึน อะไรเลย นี่พูดแบบไม่อยากได้อะไรเลย และไม่เปึ้นอะไรเลย เพราะฉะนั้นไม่มีผลประโยชน์ครับ
ถามท่านการุณ ท่านการุณเสนอเปึ้นญัตติไหม จะได้มีคนรับรอง จะได้เปึนญัตติแล้วเดี๋ยวผมจะได้ถาม
จนป์านนี้แล้ว ท่านสมาชิกครับ เรื่องแบบนี้มันไม่ควรเปึน ญัตติมาอภิปรายและมาลงมติกันหรอก ท่านประธาน จริง ๆ นะ ผมดูท่าทางอนาคตรัฐธรรมนูญ ของพวกเราดูท่าทางจะไม่ธรรมดาแล้ว ผมเริ่มเห็นอนาคตหนักเข้าไปแล้ว นี่คือการตรวจสอบ สนามรบของที่นี่อย่างง่าย
ใครรับรองที่ ท่านการุณ เสนอไหมครับ ยกมือหน่อยครับ
(มีสมาชิยกมือขึ้นรับรอง)
แล้วเมื่อกี้ท่านวิทยา ใช่ไหมครับเสนอ เชิญท่านพูดนิดหนึ่ง ติดใจไหมครับที่ท่านการุณเสนอให้เปึ้นญัตติแล้ว
ก็เปึนการดีครับ แต่ความรู้สึกของผมว่าเราอยู่ร่วมกัน ถ้าหากว่าเราได้ลงมติร่วมกันอาจจะเสียเวลาไปนิดหนึ่ง แต่ว่าเราก็จะได้แสดงสิทธิเต็มที่ครับ
ท่านวิทยาก็ยังติดใจ ใช่ไหมครับ ก็เปึ้นญัตติแล้ว ใครเห็นด้วยครับ ขอผู้รับรองครับ ต้อง ๕ คน ครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองนะครับ ผมขอลงมติเลยนะครับว่า ๒ อันนี้จะเอาอันไหน ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์อภิปรายตรงนี้นะครับ
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าที่ท่านวิทยา เปึ้นห่วงว่า ถ้าได้มา ๒ ๒ ๒ แล้วเปึนแต่เพียงแค่มาลงรับรองหรือไม่ ผมเองเห็นว่าถ้าเราจะ ยืดหยุ่นสักนิดหนึ่ง ผมคิดว่าในตัวพระราชกฤษฎีกาไม่ได้มอบอำนาจให้แต่ละภาคไปกำหนดว่า ๒ แล้วก็มาให้พวกเรารับรอง แต่ผมเห็นด้วยกับคุณการุณว่าถ้าให้เสนอมา ๒ แล้วให้พวกเรานั้น สามารถที่จะเสนอเพิ่มเติมได้ ถ้าหากว่าผู้หนึ่งผู้ใดมีความเห็นจริง ๆ ว่าในภาคนั้นควรจะเปึนคน อื่น ผมคิดว่าน่าจะเป่ดโอกาสให้เสนอได้ ถึงแม้ว่าคุณการุณจะเสนอญัตติว่าให้คนอื่นเสนอไม่ได้ ผมคิดว่าไม่สามารถจะป่ดกั้นสิทธิได้ในตามหลักการ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันไม่ใช่ ๒ ญัตติ แล้วครับ มันเปึนเรื่องเดียวกัน ไม่ต้องลงมติเลย ผมเชื่อว่าคุณวิทยาจะเห็นด้วยเลยถ้าหากว่า ตกลงไปคุยกันข้างนอกแล้วก็ไปเสนอกันมา ๒ ท่าน เสร็จแล้วไม่ป่ดกั้นที่ประชุมว่าที่ประชุมจะ เสนอคนอื่นแล้วลงมติเสีย จะได้เปึนมติของที่ประชุม ถ้าเช่นนั้นผมคิดว่าไม่มีปัญหาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผม ชำนาญ ภูวิลัย อยากจะนำเรียนที่ประชุมว่าข้อเสนอของท่านการุณแม้จะมองว่า เปึ้นข้อเสนอที่ดี แต่ไม่แน่หรอกครับ เอาไปคุยกันข้างนอกว่า ๑๕ นาที กลุ่มหนึ่ง ๓๐ นาที ก็มีนะครับ ภาครัฐของผม ๒๐ นาที ก็มี ถ้าไม่กลับเข้ามาใน ๑๕ นาที มันก็ยิ่งไปใหญ่เลย ผมอยากให้ท่านประธานดําเนินการประชุมไปตามที่มีวาระไว้ คือเอาในห้องประชุมนี่ล่ะครับ แยกออกไปนี่มันไม่แน่นอนหรอกครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม วุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมใคร่ขอสนับสนุนความคิดเห็นของ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ซึ่งจากการที่ผมเป่ดดูบัญชีท้ายคู่มือการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญนี้ ผมดูแล้วแต่ละภาค อย่างภาครัฐก็มี ๓๐ ท่าน ภาคเอกชน ๒๕ ท่าน ภาคสังคม ภาควิชาการล้วนแต่ยี่สิบกว่าทั้งนั้น กระผมเชื่อว่า ๒ คน คงไม่ได้หรอกครับ ซึ่งผมเชื่อว่า น่าจะได้ภาคหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๕ – ๖ คน พราะฉะนั้นก็เอาเข้ามาให้ที่ประชุมนี้เลือก แล้วเมื่อกี้ มีการเสนอเปึนญัตติแล้ว ผมขอให้ท่านประธานช่วยดำเนินการตามญัตติ คือลงคะแนน เลยนะครับ
เอานะครับ ท่านธิติพันธุ์ ว่าอย่างไร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ในส่วนของการพิจารณาแยกกลุ่มนั้น ผมเองมีข้อเรียนเสนอ ลักษณะอย่างนี้ว่า ถ้าหากให้มีคณะกลุ่ม หรือแต่ละภาคเลือกนั้นมันจะเท่ากับเปึนการจำกัด สิทธิของสมาชิกทั้งหมด ผมอยากจะให้พิจารณาในประเด็นนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าในแง่ของ กลุ่ม สมมุติว่าถ้าใครอยู่ในภาควิชาการ ใครอยู่ในภาคสังคม ถ้าคนในกลุ่มภาคนั้นได้มีการ เสนอ ๒ คน แล้วจะเปึนปัญหาในแง่ของการที่มีคนอื่นเสนอคนที่ไม่ได้ถูกเสนอในกลุ่มนั้น ต้องถอนตัวอะไรหรือเปล่าครับ จะเปึนประเด็นปัญหาในลักษณะอย่างนั้น ผมคิดว่าการทำ ความรู้จักนั้นน่าจะไม่จำกัดเฉพาะภาค แต่ละภาคกลุ่มเท่านั้น แต่น่าจะเปึนการทำความรู้จัก ทั้งสภาครับ
คุณศรีราชาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม ศรีราชา เจริญพานิช ผมสนับสนุนความคิดของท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ คือผมคิดว่าพูดกัน มานานเต็มที่แล้ว แล้วก็เสร็จแล้วมันไม่มีความชัดเจน ผมอยากจะให้ท่านประธานทบทวน นะครับว่ากระบวนการควรจะเปึนอย่างไร ผมคิดว่าประการแรกนี่ผมเห็นด้วยกับท่านการุณ ตรงที่ว่าเรามานี่ไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไร เพราะอย่างน้อยออกไปแล้วตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว อาจจะกลับมาบ่ายโมงแล้วก็มาว่ากันให้ เสร็จเลย ผมขอเสนออย่างนี้นะครับว่า คือให้แต่ละกลุ่มทั้ง ๔ กลุ่ม ภาคสังคม ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ท่านจะไปเสนอกี่คนก็เรื่องของท่าน ไม่มีข้อจำกัด ท่านเห็นว่า ๓ คน เหมาะ ๔ คน เหมาะ เพราะว่าอย่างน้อยคนในกลุ่มของท่านท่านรู้จักกันดีพอสมควรมากกว่าคนอื่นซึ่งไม่รู้จัก กันเลย สมมุติในกลุ่มวิชาการก็จะรู้ว่าคนนั้นคือใคร คนนี้คือใคร เพราะฉะนั้น้อย่างน้อยมันก็ สามารถที่จะได้คนซึ่งเปึนตัวแทนจากกลุ่มที่กลุ่มนั้นเข้ามองเห็นแล้วว่ามีศักยภาพส่งมา แต่ใน ขณะเดียวกันผมใคร่ขอเสนอว่า ก็ไม่ป่ดกั้นนะครับ ถ้าเผื่อในที่ประชุมแห่งนี้ใครจะเห็นว่า นอกจากคนที่กลุ่มนั้นเสนอแล้ว สมาชิกทุกท่านมีสิทธิเท่า ๆ กันที่จะเสนอเพิ่มเติมในกลุ่มนั้นอีก สมมุติภาควิชาการเสนอมาแล้ว ๓ คน ผมอาจจะเห็นว่า ๓ คน ไม่ดีพอ ผมมีคนที่ ๔ ที่ ๕ ผมอาจจะเสนอได้อย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะทําให้มันเป่ดกว้าง แล้วพอกลับมาก็จะ มาลงมติกัน มันก็จะเกิดความชัดเจน ก็คือสมมุติว่าถ้าจะเลือกใน (๑) ก่อน ๒ คนก็เลือกไปเลย โดยมีกี่คนก็ว่าไป แล้วเสร็จแล้วก็ได้ ส่วนที่เหลือหลังจาก (๑) ๒ คนได้เสร็จเรียบร้อย สมมุติมี แคนดิเดท (Candidate) ๕ คน ในภาคที่ ๑ ได้ไป ๒ คน ที่เหลือก็ยังอยู่ใน (๒) ได้ หรือภาคอื่น ก็ได้ ๒ ๒ ๒ ๒ รวมเปึน ๘ คน หมด พอหลังจากนั้นก็มาเลือก (๒) มันก็จะยุติลงไปง่ายขึ้น
แล้วก็อีกประการหนึ่งที่ผมยังไม่เห็นความชัดเจนก็คือในนี้เขาก็เขียนไว้ว่าในวรรค สาม ที่บอกสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่งมีสิทธิเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้มากกว่าหนึ่งชื่อ โดยการเสนอดังกล่าวต้องมีหนังสือให้ความยินยอมและประวัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ผมก็อยากจะกราบเรียนที่ประชุมว่าแบบฟอร์มตรงนี้มันควรจะยื่นอย่างไร ยื่นตรงไหน ผู้เสนอชื่อ เปึ้นคนยื่นหรือเปล่า เพราะว่าใครจะเสนอใครก็ต้องมีแบบฟอร์มยินยอมนี้ก่อนใช่ไหมครับ ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีใครพูด ผมเองผมก็กังวลอยู่ว่า แล้วเดี๋ยวเสนอกันไปแล้วไม่มีแบบฟอร์มยินยอม จากเจ้าตัวแล้วมันจะเปึนอย่างไร เดี๋ยวเกิดต้องมาว่ากันทีหลังว่าโมฆะไปแล้วเนื่องจากไม่ได้รับ ความยินยอมหรือมาถอนตัวกันทีหลังมันก็จะเกิดความวุ่นวาย ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับว่า ขั้นตอนในการดำเนินการและลงมติมั่นควรจะเปึ้นอย่างไร จึงจะทำให้ได้เร็วแล้วก็ถูกต้องแล้วก็เกิดความเรียบร้อย กราบขอบพระคุณครับ
เอาในญัตตินี้ก่อนญัตติ นี้ของคุณการุณ ให้พักไปทำข้างนอก พอไปทำข้างนอกแล้วก็ต้องมาเสนอที่นี่ เพราะว่าที่นี่ต้อง เปึ้นคนเลือก แต่ถ้าไปกำหนดมา ๒ คนไม่มีใครเสนอมากกว่านี้ก็เปึนไปตามพระราชกฤษฎีกา ได้เปึน แต่ว่าถ้าเกินก็ต้องออกเสียง ส่วนที่ท่านวิทยาเสนอนั้นก็คือบอกว่าให้ที่นี่เลือก แต่ว่า เลือกให้มีการเสนอชื่อในที่นี้เลย ถ้าเกิน ๒ ก็ต้องเลือก ไม่เกิน ๒ ก็เปึนไปเลย ผมว่าชัดเจน นะครับ อย่างไรไม่ใช่ที่อื่นเลือก ที่นี่เลือก แล้วพวกเราก็พูดกันในประเด็นนี้แล้ว ผมอยากจะ ขอเสียงเลยนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เศวต ทินกูล จากจังหวัดนครพนม ก็ต้องขอประทานอภัยผู้มีเกียรติที่ทางภาคเหนือ แต่ไม่รู้ว่าจังหวัดอะไร ผมไม่ได้มีเจตนาหาเสียง นะครับ คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงอะไรที่เปึนอยู่ในขณะนี้เราก็ดูเวลา ในขณะนี้เวลา ๑๑.๓๕ นาฬิกาโดยประมาณ แล้วก็ต้องรับประทานข้าวท่านประธาน จะหารือ หรือไม่หารือนอกรอบก็ใช้โอกาสที่รับประทานข้าวไปหารือกัน ไม่ต้องเปึนญัตติอะไรแล้ว ให้มันยุ่งยากวุ่นวาย ส่วนเขาจะเอา ๒ คน ๓ คน ๔ คนแล้วแต่ หรือเขาจะเสนอนอกเสนอใน แล้วแต่ คือหลักประชาธิปไตย ประชา ก็แปลว่า มาจากประชาชน ใครจะทำอย่างไร เสนออย่างไรก็ได้เอามาเลยท่านประธาน เราพูด่วนเวียนอยู่ในกรอบว่ากดดันหรือว่าอยู่ ในกรอบต้องเปึนอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ต้องหรอกครับประชาธิปไตย ใครมีสิทธิมีเสียงมีฝ้มืออย่างไรเอาออกมาโชว์วิสัยทัศน์กันเอาออกมา แล้วก็สภาเลือกก็คือจบ ผมก็มีอยู่แค่นี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ผมขอเลยนะครับ ถ้าตกลงตามท่านการุณเสนอนี่จะได้พัก ได้หาเวลาพัก ถ้าตกลงตามท่านวิทยานี่ก็อาจจะพัก เหมือนกัน แต่ว่าท่านจะไปหารือกันอย่างไรเราไม่นั่นแล้วนะครับ ขอมติเลยได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวว่า คือตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนนะครับว่า คือเราจะออกไปหารือในแต่ละภาคนี่ แล้วแต่ละ ภาคนี่ก็เสนอมา แต่ว่ายังไม่เปึ้นที่ยุตินะครับ ตรงนี้ต้องชัดเจนนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นบาง ท่านยัง
ไม่ได้ครับ สสร. ต้อง เปึนคนเลือกไม่ใช่ไปตกลง แต่ถ้าเขามีการเสนอชื่อหรืออะไรก็ตามไม่เกิน ๒ คนเขาก็ได้เปึน อันนี้เปึนไปตามพระราชกฤษฎีกา
อันนี้ต้องให้ชัดนะครับท่านประธาน คือถ้าใน ภาคนั้นเสนอมาเกินกว่า ๒ คน
ก็ต้องออกเสียง
อันนี้ก็มาเข้าที่ประชุมใหญ่เลือก แต่ว่าถ้าเขา เกิดเสนอมาแค่ ๒ คนนี่จะให้เขาได้ไปเลยหรือเปล่า ตรงนี้ต้องให้ชัด
ไม่ เสนอ ๒ คน เข้ามาแล้วถ้ามีใครในนี้เสนอ เขามีสิทธิเสนอครับ
ในนี้มีสิทธิเสนออีกนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ ผมเห็นด้วย ตรงนี้ต้องให้ชัดเจนก่อน เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวออกไปเดี๋ยวงงครับ และก็เห็นด้วย ว่าควรไปปรึกษาหารือกันนะครับ แล้วทีนี้พอเลือกตัวแทนภาคละ ๒ คนเสร็จแล้วนี่ เราจะเลือก ๑๗ คนต่อไปเลยหรือเปล่า จะเลือกในวันนี้เลยใช่ไหมครับ
ครับ
แล้วก็ถ้าเลือกในวันนี้เลย สําหรับบุคคล ภายนอกนี้จะต้องให้เขาแสดงความยินยอมมาหรือเปล่า ตรงนี้อยากจะขอทำความเข้าใจชัดเจน สักนิดหนึ่ง
ต้องยินยอมทั้งนั้น ละครับ เพราะว่าในพระราชกฤษฎีกาเขียนไว้อย่างนั้น
ต้องยินยอมใช่ไหมครับ
ครับ
ขอบคุณมากครับ
เมื่อกี้คุณสุนทรใช่ไหม เชิญครับ เอาประเด็นตรงนี้เลยนะครับ ขอประทานโทษ
ท่านประธานที่เคารพ ผมก็เพียรพยายามท้วงติงท่าน ๒ ครั้งนะครับ เรื่องเกี่ยวกับใบยินยอมนี้ ท่านก็มองข้ามไป กระทั่งท่านรองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ท่านก็บอกว่าท่านยังไม่เข้าใจเลยเรื่องใบยินยอม ผมถึงบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องย่อย นะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่เป่ดกว้าง แล้วถ้าท่านไม่ดําเนินการตอนนี้นะครับ ในเมื่อ เราจะไปหารือกันข้างนอกแล้วก็พักรับประทานข้าวกันอย่างนี้ มันจะเปึนช่วงเวลาที่เราจะเป่ด กว้างได้ สมมุติว่าใครที่จะมีพรรคพวกไหนที่จะเสนอมาใช่ไหมครับ ก็ใช้ช่วงเวลาพักนี่สามารถที่ จะสื่อสารจะส่งใบยินยอมเข้ามาได้ อันนี้จะเปึนการเป่ดกว้างและเปึนประชาธิปไตยมากกว่า ผมเสนอมา ๒ ครั้งแล้ว และครั้งนี้ครั้งที่ ๓ ขอให้ท่านประธานพิจารณาสั่งการดำเนินการด้วย ครับ อย่าเอาไปเก็บไว้เฉย ๆ แล้วซุกไว้ใต้พรมใต้โต๊ะ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านสุนทร ไม่ใช่เก็บ ที่คุณสุนทรว่านี้พอเขาตกลงกันเสร็จเขาจะบอกว่าท่านต้องไปเอาความยินยอม ถ้ามี การว่าต้องพักกันไป ก็จะต้องไปทำอยู่ ไม่ได้นั่น หารือกับท่านรองฯ ทั้งสองแล้วว่าเดี๋ยวเรื่อง ใบยินยอมนี่ กำลังบอกว่าต้องไปทํามา ไม่ได้มองข้ามนะครับ เชิญท่านวีนั้ส ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วีนัส ม่านมุงศิลปี ไม่พูด จังหวัดนะครับ เพราะว่าเมื่อกี้มีเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งไม่ได้พาดพิงชื่อผม แต่พูดถึง ภาค เรื่องของการเอ่ยชื่อจังหวัดนะครับ อันนี้ไม่เกี่ยวกับประเด็นของการคัดเลือกนะครับ ปัญหาคืออย่างนี้ครับ ถ้าต่อไปเพื่อนสมาชิกได้เอ่ยนามจังหวัด บอกว่ามาจากจังหวัดโน้น จังหวัดนี้ และก็ต้องขออภัยผมทุกที เพราะว่าไม่ได้หาเสียง มันก็จะเปึนลักษณะอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ปัญหาก็คือผมเปึนห่วงว่าถ้าทุกท่านไม่ได้จัดระเบียบคำพูดตัวเองเรื่องของการ เอ่ยนาม เรื่องของการเอ่ยจังหวัด ทีนี้เรามาคิดว่าจังหวัดที่ไม่มี สสร. มันสลดใจครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องของการลุกขึ้นมาอภิปรายนี่มันมีภาพอยู่ อย่างน้อยสุดภายใน จังหวัดรู้จักท่านล่ะ ปัญหาก็คือคำถามที่ไม่มี สสร. ในจังหวัดว่าทำไมถึงไม่มี มันก็จะไปโยง ถึงเรื่องของสมาชิกสมัชชาแห่งชาติใน ๑๒ ท่าน รับมาอีก ๒,๐๐๐ คน หลุดมาที่ ๒๐๐ คน และหลุดมาได้อย่างไร เอาอะไรมาพิจารณา มันจะโยงไปหมดครับท่านประธาน มันจะยุ่ง เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้ามันไม่ยุ่งยากเกินไปเรื่องของการ เอ่ยเรื่องจังหวัด และไม่ต้องขออภัยผมนะครับ คือท่านแนะนำตัวไปได้เลย แล้วก็ถ้าเปึนการยุติเรื่องจะลุกลามต่อไป เรื่องจังหวัดก็น่าจะเปึนเรื่องที่ดีในที่ประชุมแห่งนี้ ขอบคุณครับ
ก็ขอร้องว่าไม่ต้องเอ่ย จังหวัด แต่ผมว่าผู้ที่พูดอาจจะไม่ได้ตั้งใจ เชิญท่านสมคิด
ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ ครับ ขออนุญาตให้ป่ดการอภิปรายแล้วลงมติเลยครับท่านประธาน
ท่านเห็นด้วย ไหมครับ ป่ด แล้วขอลงมติเลย ใครเห็นว่าให้ป่ดอภิปรายแล้วลงมติครับ
(มีสมาชิกยกมือเปึนส่วนมาก)
ใครเห็นเปึนอย่างอื่นครับ
(มีสมาชิกยกมือเปึนส่วนน้อย)
เพราะฉะนั้นขอให้ ลงมติเลยนะครับ มติท่านเข้าใจดีแล้วใช่ไหมครับ ระหว่างมติของท่านการุณ กับมติของท่าน วิทยา ผมเอาอย่างนี้นะครับ ท่านการุณก็จะให้ขอเวลานอกไป ท่านวิทยาก็จะให้ตรงนี้ แต่ถึงแม้ จะรับของท่านวิทยา เราก็จะพักไปอยู่แล้ว ก็ต้องไปเตรียมอย่างที่ท่านสุนทร กับท่านศรีราชา แนะนำ เพราะฉะนั้นข้อมตินะครับว่าเนื่องจากท่านการุณเสนอก่อน ท่านการุณเสนอว่าให้แต่ละ ภาคไปตกลงกันแล้วก็มาเสนอ ใครเห็นด้วยตามนั้น ขอให้ยกมือครับ ใช้ยกมือแล้วนะ นับให้ หน่อยเจ้าหน้าที่
(มีสมาชิกยกมือ ๕๖ คน)
เรียบร้อยนะครับ ท่านเอามือลง ใครเห็นด้วยตามญัตติที่ท่านวิทยาเสนอ ขอความกรุณายกมือหน่อยครับ ช่วยนับ นะครับว่ามีกี่คน ต้องนับไว้นะครับ
ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ครับ ในระหว่างที่นับคะแนนผมอยากจะกราบเรียนเสนอที่ประชุมเปึนหลักการเสียเลยว่า ในการลง มติทุกครั้งควรจะใช้เครื่อง เพราะว่าจะเปึนการบันทึกด้วยว่าผู้ใดลงมติว่าอย่างไร ผมคิดว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญของเราควรจะต้องโปร่งใสแล้วก็ตรวจสอบได้ เพราะว่าการบันทึกด้วยเครื่อง เปึนการบันทึกมติของบุคคล แล้วก็สื่อมวลชนก็ดี พวกเราก็ดีสามารถที่จะตรวจสอบได้นะครับ อันนี้ถ้าพูดถึงตามรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว แล้วก็ในข้อบังคับการประชุมที่ผมอยู่ในสภามา ตาม รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วเราทํากันอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมจะขอหลักการตรงนี้ไว้ ถ้าท่าน ประธานเห็นด้วย ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ใช้ตามที่ ท่านเจิมศักดิ์เสนอนะครับ ที่ลงมติไปโดยยกมือนั้นที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ไม่มีใครเห็นเปึ้น อย่างอื่นนะครับ ผมจะได้ประกาศคะแนน เห็นตามญัตติที่คุณการุณเสนอ ๕๖ เสียง เห็นตาม ญัตติที่ท่านวิทยาเสนอ ๑๘ เสียงนะครับ เพราะฉะนั้นเปึนไปตามญัตติที่ท่านการุณเสนอ ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่เตรียมห้องไว้แล้วนะครับ ขอเรียนให้ทราบว่าเปึนไปตามนี้ แล้วก็ภาครัฐขอใช้ ห้องกรรมาธิการ หมายเลข ๑ ชั้น ๓ ภาคเอกชน ห้องหมายเลข ๒ ชั้น ๓ ภาคสังคม ห้องประชุมวิปรัฐบาล ชั้น ๒ ห้องของภาควิชาการ ห้องฝ์ายค้าน ชั้น ๓ ผมไม่ได้เปึนคนเลือก นะครับท่านสมาชิก ฝ์ายสํานักเลขาฯ เปึนคนเลือกให้นะครับ ผมก็มาจากวิชาการ ขออนุญาตทบทวนนะครับ ท่านฟังดู เพราะว่าเดี๋ยวท่านอาจจะนั่น ผมทบทวนนะครับ ภาครัฐ ห้องกรรมาธิการ หมายเลข ๑ ชั้น ๓ ภาคเอกชน ห้องกรรมาธิการ หมายเลข ๒ ชั้น ๓ ภาค สังคม ห้องประชุมวิปรัฐบาล ชั้น ๒ ภาควิชาการ ห้องประชุมฝ์ายค้าน ชั้น ๓ ท่านครับ เนื่องจากเวลาเรามีจำกัด อย่างนี้นะครับ ให้เวลาท่านครึ่งชั่วโมง ก็จะมีไปจนถึง ๑๒.๑๕ นาฬิกา แล้วท่านก็รับประทานอาหาร เดี๋ยวทางฝ์ายเลขาจะบอกว่าที่ไหน แล้วท่านก็มีเวลากลับ เข้ามาอีกทีหนึ่ง รวมทั้งไปให้มีเวลากรอกอะไร รวมในเวลาทั้งหมดแล้วก็ลับมาอีกที่เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ท่านเห็นเปึนอย่างไร ดีไหมครับ เราพบกันอีกที่ ๑๓.๓๐ นาฬิกา ตอนนี้ ขอ อนุญาตพักการประชุมนะครับ แล้วก็ลับมาพบกันที่นี่เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา รูปแบบ มีอะไรจะ ถามตอนนี้ ก่อนที่แยกกันออกไป สั่งพักการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ครับ
พักการประชุม ๑๑.๔๖ นาฬิกา
เริ่มประชุมใหม่ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา
ผมขอเริ่มการประชุมต่อ ซึ่งในช่วงเช้าเราได้มีการตกลงกันที่จะประชุมกัน เพื่อจะหาข้อยุติ ในการตั้งกรรมาธิการจากตัวแทนภาคต่าง ๆ นะครับ ตอนนี้ได้รายชื่อจากท่านสมาชิกที่ไป ปรึกษาหารือกันนะครับ โดยสามารถตกลงกันได้ในแต่ละภาค จากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคสังคม ภาครัฐท่านตกลงกันได้ มี ๒ รายชื่อตามเอกสารที่ได้จัดมา ภาครัฐ ท่านแรก คือ ท่านธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ท่านที่ ๒ ท่านสดศรี สัตย์ธรรม เดี๋ยวผมอ่านรายชื่อ ให้ท่านฟังก่อน เผื่อท่านสมาชิกท่านใดจะเสนอเพิ่มเติมอย่างไร ภาควิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ภาคเอกชนมีท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านวิทยา งานทวี นี่ ๓ ภาค ที่เสนอภาคละ ๒ ท่าน ส่วนภาค สังคมมีเสนอมา ๕ ท่าน นะครับ ท่านแรกท่านศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ท่านที่ ๒ ท่านพลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ท่านที่ ๓ ท่านมานิจ สุขสมจิตร ท่านที่ ๔ นายวัชรา หงส์ประภัศร ท่านที่ ๕ รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ซึ่งรายชื่อดังกล่าวทั้งหมดนี้ที่เสนอ มาภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคละ ๒ ท่าน มีสมาชิกที่จะมีการเสนอเพิ่มเติม นอกจากนี้ไหมครับ ถ้าไม่มีก็จะมีเฉพาะภาคสังคมนะครับ ภาคสังคมที่เสนอไว้ ๕ ท่าน แล้วมีท่านสมาชิก ท่านใดจะเสนอเพิ่มนอกจาก ๕ ท่านนี้ มีไหมครับ ถ้าไม่มีในส่วนของ ภาคสังคม ในแต่ละภาคเพื่อให้ชัดเจนในการลงบันทึก ไม่ทราบว่าท่านมีการเตรียมเสนอชื่อ หรือยังครับ ถ้ามีก็ภาครัฐก่อนนะครับ เชิญครับ ท่านใดจะเสนอครับ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายมนตรี เพชรขุ้ม ตามหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ตามรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอชื่อได้มากกว่า ๑ ชื่อ ฉะนั้นผมจึงขอใช้สิทธินั้นที่จะเสนอภาครัฐ ๒ ชื่อ นะครับ ภาครัฐ ขอเสนอคุณธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ นะครับ ท่านที่ ๒ คุณสดศรี สัตย์ธรรม ขอบคุณมากครับ ขอผู้รับรองด้วยนะครับ
มีท่านสมาชิกเสนอเปึนอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมรับรองทั้ง ๒ ท่านนี้แล้วนะครับ ภาคเอกชนครับ เชิญครับท่านใดจะเสนอชื่อครับ พร้อมไหมครับ ท่านอาจารย์พิเชียรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ภาคเอกชนได้ส่งรายชื่อไปถึงมือท่านทั้งหมดกี่ชื่อครับ ท่านประธานครับ
เอกชน ส่งมา ๒ ชื่อครับ ท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม กับท่านวิทยา งานทวี ครับ
๒ ชื่อ ในรอบแรกนี้นะครับ
ครับ ท่านใดจะเสนอชื่อเพื่อให้สมาชิกรับรองครับ ท่านวีนัส เชิญครับ
ผม วีนัส ม่านมุงศิลปี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอใช้สิทธินะครับ ขอนำเสนอชื่อนายพิสิฐ ลี้อาธรรม เปึนผู้แทนฝ์ายเอกชน แล้วขอผู้รับรอง ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านสมาชิกมีเพิ่มไหมครับ คุณศักดิ์ชัยครับ
ผมมีปัญหาเรื่องใบของผม ฝากเจ้าหน้าที่ดูแล ให้ผมด้วยนะครับ ท่านประธาน ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตเสนอชื่อนายวิทยา งานทวี เปึนตัวแทนของภาคเอกชนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
เพื่อความชัดเจนนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองในส่วนนี้เรียบร้อยนะครับ ภาควิชาการครับ มีท่านใดเสนอครับ เชิญท่านอาจารย์มานิจครับ
ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ขอภาคเอกชน เพิ่มเติมได้ไหมครับ
เมื่อกี้เสนอท่านอาจารย์พิสิฐกับท่านวิทยา
คือมีผู้ที่คิดว่าอยากจะเสนอ
ก็เปึนสิทธิครับ ผมเห็นว่าท่านตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้ว
เอาเปึนว่าผมเสนอก็แล้วกันนะครับ ก็เปึนสิทธิใช่ไหมครับ
เปึนสิทธิท่านครับ
ผมขอเสนอ คุณเศวต์ ทินกูล ครับ ขอผู้รับรองครับ ขอบพระคุณครับ
ส่วนภาคเอกชน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ขอเสนอภาควิชาการครับ ท่านวิชัย รูปขำดี ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ภาคเอกชนได้ส่งรายชื่อไป
ประทานโทษครับ เมื่อกี้กำลังถามในส่วนของภาคเอกชน มีท่านใดจะเสนอเพิ่มไหมครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะได้ทำบัตรให้ถูกครับ ภาคเอกชนตกลงมี ๓ ท่านนะครับ อย่างนั้นผ่านไป ภาควิชาการนะครับ ท่านใดเสนอภาควิชาการ เชิญครับ
กระผม วิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ เสนอคุณวิชัย รูปขําดีครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
อาจารย์สมคิด ครับ
ท่านประธาน ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ ขออนุญาตเสนออาจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กับอาจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ครับ อยู่ฝ์ายวิชาการครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
อาจารย์มานิจ ครับ
ท่านประธานครับ ภาควิชาการขอเสนอ ดร.สนั่น อินทรประเสริฐ ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีท่านใดเสนอครับ คุณหมอธีรวัฒน์ครับ
ผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ขอเสนอ ท่าน ดร.สนั่น อินทร์ประเสริฐ ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ครบนะครับ ท่านคุณหมอธีรวัฒน์ เสนอ ขอทวนอีกทีครับ ชัด ๆ
ผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ขอเสนอ ดร.สนั่น อินทร์ประเสริฐ ฝ์ายวิชาการครับ
มีท่านอื่นอีกไหมครับ เรียบร้อยนะครับ อาจารย์สนั่นยกมือครับ เชิญครับอาจารย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จริงเสนอชื่อผมซ้ํา แต่ก็ไม่เปึนอะไรนะครับ ผมเห็นท่านมานิจก็เสนอ ก็ โอเค (OK) ครับ ไม่เปึ้นอะไร อย่างนั้น ผมขออนุญาตเสนอท่านนายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
อาจารย์สมคิด นะครับ
ผมลืมให้ข้อมูลไปครับ ท่านประธานครับ ผมเสนออาจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย และอาจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตามการหารือ นอกรอบของฝ์ายวิชาการครับ ก็ขออนุญาตเสนอ ๒ คน ความจริงเสนอไปแล้ว แต่ขออนุญาต ให้ข้อมูลที่ประชุมเพิ่มเติมครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีท่านใดเสนอเพิ่มอีกไหมครับ ท่านอาจารย์ศรีราชาครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมเสนอ อาจารย์คมสัน โพธิ์คง ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
หมดแล้วนะครับ ภาคสังคมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม รัฐ ชูกลิ่น สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ผมขอเสนอท่านรองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ครบครับ ท่านอื่นเสนอใคร ท่านสุนทรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุนทร จันทร์รังสี ในฐานะ สื่อมวลชน คนหนังสือพิมพ์ ขอเสนอนายมานิจ สุขสมจิตร ครับ ใบรับรองอยู่นี่ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรอง ครบครับ ท่านอื่นครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ขอเสนอท่านวัชรา หงส์ประภัศร ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรอง ครบครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอเสนอนายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรอง ครบถ้วนนะครับ มีท่านใดเสนอ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอเสนอ พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบครับ ได้ ๕ ท่านแล้วนะครับ มีท่านอื่นอีกไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าครบถ้วนที่เสนอมานะครับ ส่วนเอกสารที่จะต้องยินยอมนะครับ เพื่อให้เปึนไปตาม พระราชกฤษฎีกา ได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยนะครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ เชิญครับ เดี๋ยวเอกสารนี้จะ ให้เจ้าหน้าที่ไปรับเลยนะครับ เพื่อจะได้มาจัดทำ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธาน เนื่องจากว่าก่อนที่เราจะไปพัก เราได้ตกลงกันว่าให้แต่ละสาขา หรือแต่ละภาค ไปตกลงกันว่าในแต่ละภาคนั้นจะเสนอ ๒ ท่าน ผมขอทราบว่าภาคใด คือเนื่องจากว่าในขณะนี้ มีทั้งภาคที่ไปตกลงกันมาเสนอ บางภาคก็ ๒ ท่าน บางภาคก็เกิน ๒ ท่าน แล้ว บางภาคก็มี ผู้เสนอเพิ่มเติมด้วยตัวเอง ผมขอได้ข้อมูลตรงนี้ได้ไหม ขอให้พวกเราได้รู้ด้วยว่าในแต่ละภาค ถ้ามีเสนอ ๒ ท่าน ท่านใดเปึ้นผู้ที่แต่ละภาคนั้นเสนอ ๒ ท่าน และท่านใดเปึ้นผู้ที่มีการ เสนอเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เมื่อกี้ก็ได้ เรียนชื่อไปแล้วว่าท่านใดที่เสนอชื่อมา ท่านที่เสนอมา เพื่อชัดเจน ภาครัฐเสนอท่านธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ กับท่านสดศรี สัตย์ธรรม ภาควิชาการเสนอท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ภาคเอกชนเสนอ อาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านวิทยา งานทวี ภาคสังคม ๕ ท่าน ท่านที่ ๑ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์ เสรีธรรม ท่านที่ ๒ พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ท่านที่ ๓ ท่านอาจารย์มานิจ สุขสมจิตร ท่านที่ ๔ ท่านวัชรา หงส์ประภัศร ท่านที่ ๕ รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย นอกนั้นก็เพิ่งเสนอเพิ่มเข้า มาครับ เดี๋ยวจะให้ทางท่านเลขาฯ อ่านรายชื่อทั้งหมดอีกรอบหนึ่งนะครับ ส่วนเอกสารเมื่อกี้ ท่านเตรียมไว้ไหมครับ เอกสารหนังสือยินยอม คุณหมอครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ขอปรึกษาหารือนิดหนึ่ง ผมคิดว่าคงจะมีการเข้าใจสับสนนิดหนึ่ง อย่างของผมนี่ ขอสมัครเข้าแข่งขัน ๑๗ ท่าน ไม่ใช่ใน ๒ ท่าน ที่เราตกลงกันไว้แล้วเมื่อตอนกลางวันครับ
อย่างนั้น ท่านถอนตัวอันนี้ใช่ไหมครับ
ครับ ถอนเพื่อที่จะไปเข้าใน ๑๗ แข่งใน ๑๗
ที่มีคุณสมบัติเฉพาะนะครับ
ครับ ขอบคุณครับ
ทางท่านเลขาธิการจัดด้วยนะครับ ท่านเศวตมีอะไรครับ
ขออนุญาตหารือครับ ผมเข้าใจว่าจะมีความคลาดเคลื่อนกัน เกี่ยวกับเรื่องการเสนอมาภาคละ ๒ คน คือผมเข้าใจว่า ผมได้ยินว่าไปตกลงกันมา ถ้าหากตกลง กันได้ก็ตกลงกัน แล้วก็เสนอกันเข้ามาเพื่อความรวดเร็ว แต่ปรากฏว่าผมไม่เข้าใจว่ามันจะผิด กฎหมายหรือไม่ว่าเปึนการบล็อก โหวต (Block vote) แล้วก็ทําประชามติว่าจะต้องอย่างนั้น อย่างนี้ เลือกคนนั้นคนนี้ ต้องเปึนมติว่าต้องเอา ๒ คน ไม่ฟรีสไตล์ (Freestyle) ไม่เปึน ประชาธิปไตย ประมาณอย่างนั้น คือผมเข้าใจว่าซาวเสียงดูก่อน แล้วถ้าหากว่ามันเปึนอย่างไร ไม่ได้ก็ว่ากันไปตามนั้น ประชาธิปไตย แต่กับในภาคส่วนของผมเปึนการที่ทำเพื่อการลงมติว่า ต้องเอาตามนี้ ๒๕ คนนี้ต้องอย่างนี้นะ อะไรแบบนี้ ซึ่งเปึนการเอาเปรียบภาคส่วนอื่น แล้วก็มัน น่าจะผิดกฎหมายอาญานะครับ ถ้าจะเป่ดดูนี่ แล้วเริ่มต้นก็ไม่เปึนประชาธิปไตย เราไม่หว่าน เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตยลงไปในผืนแผ่นดินไทยในสภาแห่งนี้ แล้วถามว่าประชาธิปไตยมันจะ เกิดขึ้นได้อย่างไรครับท่านประธานก็กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ที่กรุณาเสนอชื่อผม เพิ่มเติม เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานชี้แจงแล้วอบรมบ้างเรื่องประชาธิปไตย เพราะว่า มันมาจากหลายภาคส่วน เลยไม่เข้าใจ คําว่า ประชาธิปไตย แล้วจะร่างรัฐธรรมนูญไปสอน พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ มันเสียหายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณท่านเศวตครับ คือจริง ๆ แล้วก็อยู่ที่เราตกลงกัน ซึ่งท่านการุณบอกว่าให้ไปตกลงให้ ได้ ๒ คน และที่ประชุมเราก็ตกลงกันเองบอกว่าถ้าหากว่าจะเสนอมากกว่าส่องได้ไหม ก็บอกว่า ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อที่ประชุมของแต่ละภาคไปประชุมมาแล้ว ก็ได้ยุติระดับหนึ่ง ส่วนได้แล้ว อย่างรายชื่อที่ส่งมานี่ ภาครัฐ ๒ ท่าน ภาควิชาการ ๒ ท่าน เอกชน ๒ ท่าน ก็ปรากฏว่าเมื่อเสนอมาแล้วนี่ก็ให้ที่ประชุมนั้นเสนอชื่ออื่นได้อีก เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกก็อิสระ ถึงแม้ว่าท่านไปตกลงมาระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าท่านที่เสนอเพิ่ม ท่านเห็นว่าเปึนคนเหมาะสม ท่านก็ลงคะแนนให้ คงไม่ได้เจตนาเพื่อไปล็อกอะไรมาก่อน แต่เพื่อให้ตกลงกัน อย่างเช่นตอนนี้ ภาครัฐเขาตกลงกันได้แล้ว ๒ ท่าน ส่วนภาควิชาการ ภาคเอกชนนี่มีมาเพิ่ม ภาคสังคมนี่เสนอ มา ๕ ท่านอยู่แล้ว ก็คงมีส่วนที่เพิ่มคือวิชาการกับเอกชน เพราะฉะนั้นเดี๋ยวถ้าจะเลือก ก็ใช้ เฉพาะ ๓ ภาค ส่วนภาครัฐนั้นก็คือท่านธนพิชญ์ กับท่านสดศรี ก็ถือว่าได้รับเลือกไปตาม พระราชกฤษฎีกาเลยนะครับ ที่กำหนดไว้นะครับ ท่านธวัชครับ
ผมขออนุญาตชี้แจงเล็กน้อย จากการที่ไปประชุมกัน ทางภาคเอกชน ผมไม่อยากให้ประชาชนได้เข้าใจผิดว่าเริ่มต้นก็เผด็จการเสียแล้วหรืออะไรนี่ ซึ่งจริง ๆ ในความเปึนจริงคือในกลุ่มของเอกชนที่ไปตกลงกัน ก็มีการเสนอชื่อมา ๔ ชื่อ ใน ๔ ชื่อ นั้น เราคิดว่าเราจะหาทางที่จะลดเวลา ย่นย่อเวลาของสภาได้อย่างไร ก็ได้ตกลงกัน ทุกท่าน ก็เห็นพ้องต้องกันว่าเราลองเลือกกันเองก่อนดูดีไหม ว่า ๒ คน ในโควตาของภาคเอกชนนี้น่าจะ เปึ้นใคร ซึ่งทุกท่านก็ลงคะแนนด้วยกันหมด ก็เลยได้ ๒ ท่านออกมา คือท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม และ ท่านวิทยา งานทวี แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่ได้ป่ดกั้นนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอชี้แจงเพื่อ ทําความเข้าใจว่า ที่บอกว่าจะเปึนการหว่านเมล็ดผลของเผด็จการนี่ไม่ใช่ แต่นั่นเปึนสิ่งที่ตกลง และทำความเข้าใจ แล้วเปึ้นที่รับรู้กัน ซึ่งท่านเศวตก็รับรู้ด้วยเหมือนกัน ก็ขอชี้แจงในที่นี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ คืออย่างนี้ครับ ผมว่าเมื่อกี้นี้นอกจากให้ไปหารือ หาช่องทางที่จะตกลงกันแล้ว ข้อสําคัญคือให้ท่านไปทําเอกสารหนังสือยินยอมกับทําประวัติ มันก็เลยจะทําไปพร้อมกัน เพราะฉะนั้นเมื่อได้รายชื่อมาอย่างนี้แล้ว ผมว่าจริง ๆ มันก็ชัดแล้ว คือท่านที่เสนอเข้ามานี่ เดี๋ยว ท่านก็ช่วยพิจารณาดู ผมกราบเรียนเสียตรงนี้เลยว่าท่านก็ใช้ดุลยพินิจเองครับว่าเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม คงไม่จำเปึนว่าจะต้องเลือกที่มีรายชื่อ ๒ ชื่อท่านอยู่แล้ว ก็เพื่อให้เปึนอิสระ จะได้เดินหน้าได้ครับ ท่านเศวตครับ
คือประเด็นที่ผมพูดก็คือมีมติ ทํามติว่าจะส่ง ๒ คนเข้ามา แล้วก็ ๒๕ คน ต้องไปเลือกหมด แล้วก็รอบ ๑๗ คน ก็เอาอีก ๒ คน เสนอชื่อผมในรอบ ๑๗ แล้ว ผมก็บอกว่าไม่เอา ผมจะเอารอบแรก รอบ ๑๗ นี่ผมเลิก ไม่เอา แล้วผมก็บอกอย่างลูกผู้ชายว่า ผมโกหกไม่ได้ เพราะผมอย่างไรก็ต้องแหกกฎ ผมเรียนแล้ว คือมติตรงนี้ ผมพูดถึงมติ ประเด็น อยู่ที่มติ มีมติบล็อก โหวต มันเปึนประชาธิปไตยหรือไม่ เดี๋ยวท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เย็นนี้เดี๋ยวผมแถลงข่าว แล้วผมจะลากยาว ๆ ถ้าไม่อยากยาว ๆ ต้องเข้าใจนะครับ
ขอบคุณครับ ผมว่าเรื่องมันนิดเดียว ท่านเศวตครับ เดี๋ยวท่านใช้ความเปึนอิสระของท่านแล้วกัน ช่วยเลือกบุคคลที่ท่านคิดว่าดีที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดจะทำหน้าที่ ภาครัฐนี่ ๒ ท่าน ต้องอ่าน ชื่อไหมท่านเลขาธิการครับ เอกสารแจกแล้วนะครับ อาจารย์มานิจครับ
ท่านประธาน ผม มานิจ สุขสมจิตร เมื่อสักครู่นี้เสนอชื่อ ดร.สนั่น อินทร์ประเสริฐ ในภาควิชาการ เนื่องจากว่ามีผู้เสนอภาคนี้หลายท่านแล้ว ขอถอน ชื่อท่านอาจารย์สนั่นไว้ก่อนครับ
อาจารย์สนั่น ครับ
ก็เห็นด้วย คือผมต้องการจะลงใน ๑๗ คน ไม่ใช่ ๒ ครับ ขอบคุณมากครับ
ครับ อย่างนั้นภาควิชาการก็จะเหลือ ๔ ท่านนะครับ ไม่มีชื่อท่านสนั่นนะครับ เจ้าหน้าที่แจกรายชื่อ แล้วแจกบัตร บัตรนี่จะมี ๓ สีนะครับ ภาครัฐนี่ไม่ต้องแล้วนะครับ ภาคเอกชนจะสีเขียวนะครับ ภาคสังคมสีเหลืองนะครับ ภาควิชาการสีฟัา เดี๋ยวท่านดูรายชื่อแล้วก็กรอก ๒ รายชื่อ แล้วเดี๋ยว มาหย่อนบัตรที่ตู้ที่เจ้าหน้าที่จัดให้นะครับ อาจารย์พิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ผมอยากจะขออนุญาตท่านอาจารย์เสรี ในฐานะประธานในที่ประชุมได้ กรุณาอ่านรายชื่ออีกครั้งหนึ่ง เปึนรายชื่อของแต่ละภาคส่วน เพื่อให้เข้าใจเปึ้นที่ตกลงร่วมกัน นะครับว่าในภาคเอกชนมีท่านใดบ้าง แล้วในการลงคะแนนท่านจะให้ลงเปึนหมายเลข หรือว่า ท่านจะให้ลงเปึ้นชื่อนะครับ แล้วก็ในภาควิชาการซึ่งเหลือ ๔ ท่าน มีท่านใดบ้าง แล้วท่านจะให้ ลงเปึนหมายเลขหรือให้ลงเปึนชื่อ ภาคสังคมด้วยครับ เพื่อความเข้าใจตรงกันครับ ท่านประธาน ครับ
ที่ลงนี่ นะครับ เพื่อความชัดเจนก็เขียนชื่อเลยนะครับ แล้วร้ายชื่อก็แจกให้ท่านไปแล้ว ใส่ตัวเลขเดี๋ยว สับสน ท่านธนพิชญ์ยังไม่ได้ครับ อาจารย์ศรีราชาครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอ ความชัดเจนอีกนิดหนึ่งครับก่อนจะลงคะแนน คนที่มีชื่อตามนี้แล้ว หากไม่ได้รับเลือกตามนี้มี สิทธิที่จะเข้ารอบ ๒ ใช่ไหมครับ มีสิทธิที่จะถูกเสนอชื่อซ้ำอีกที่ใช่ไหมครับ คือเพื่อความชัดเจน ครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีปัญหาทีหลังครับ
คือจริง ๆ แล้วไม่ตัดสิทธินะครับ ต้องอ่านชื่อไหมครับ ไม่ต้องแล้วนะครับ เอกสารแจกชื่อให้แล้วครับ เดี๋ยว จะมีการตรวจนับคะแนน เพื่อความรวดเร็ว ผมขออนุญาตเสนอชื่อสมาชิกให้เปึนกรรมการตรวจ นับคะแนน ท่านแรกก็ท่านอาจารย์อภิชาติ ดำดี นะครับ ท่านที่ ๒ ท่านรองศาสตราจารย์ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ท่านที่ ๓ ท่านประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ท่านที่ ๔ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรรณราย แสงวิเชียร ท่านที่ ๕ อาจารย์พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นะครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าท่านอาจารย์ นครินทร์มีส่วนได้เสีย เพราะฉะนั้นพิจารณาใหม่เถอะครับ
ครับ พอดีรายชื่อนี้ทางสํานักงานเลขาฯ จัดมานะครับ มีชื่อที่จัดเตรียมสํารองไว้นะครับ เดี๋ยวท่านที่ได้รับการเสนอชื่อคืออาจารย์นครินทร์ ท่านมีชื่ออยู่ในตัวเลือกอยู่ด้วย ก็ขอเสนอ ท่านวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ส่วนซองลงคะแนน ได้จัดทำเท่ากับจำนวนสมาชิก โดยมีสัญลักษณ์ กำกับ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้นะครับ มีท่านใดยังไม่ได้รับซ้องมีไหมครับ เจ้าหน้าที่ดูด้วยครับ เดี๋ยวไม่ได้รับซอง ช่วยยกมือสูง ๆ นิดหนึ่งครับ เจ้าหน้าที่ครับ แจกไม่ครบนะครับ แจกเรียบร้อย นะครับ เชิญท่านกรรมการที่เอ่ยชื่อสักครู่ข้างหน้าเลย เผื่อจะได้มาตกลงกันครับ ว่าวิธีการจะทำ อย่างไร อาจารย์อภิชาติ ดำดี ท่านประดิษฐ์ เหลืองอร่าม อาจารย์พรรณราย ท่านอาจารย์ พิเชียร และก็ท่านวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ นะครับ พร้อมไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงนี้ผม สวิ่ง ตันอุด ใคร่อยากจะ หารือท่านประธานครับ คือในส่วนของภาครัฐที่มีอยู่ ๒ ท่านนี้ เพราะว่าเราบอกว่าจะให้สภา เปึ้นผู้เลือกนี่ ระบบตรงนี้จะทําอย่างไร คือหมายความว่า เพราะว่าเสนอมา ๒ แต่ว่าไม่ได้มี การลงคะแนน อันนี้จะมีระบบอย่างไรครับท่านครับ
คือตามพระราชกฤษฎีกา ถ้ามีชื่อเสนอมาแล้วไม่เกินจำนวน ก็ถือว่าท่านได้เปึ้นเลยครับ พร้อมแล้วนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ขอเชิญท่านสมาชิกลงคะแนนนะครับ ท่านเลขาธิการเชิญครับ พร้อมนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานว่า ไม่ทราบตามข้อบังคับ หรือตามระเบียบการลงเพื่อเลือกกรรมาธิการ ต้องใช้วิธีเรียกชื่อไหมครับ ถ้าไม่ใช้วิธีเรียกชื่อนี่ผมขออนุญาตว่า วิธีเรียกชื่อจะเสียเวลา นานมาก ขออนุญาตท่านประธานว่ากรรมการน่าจะเดินไปส่งได้เลยครับ ไม่มีความวุ่นวาย อะไรหรอกครับ ท่านประธานครับ มีอยู่จำนวนจำกัดอยู่แล้ว เรียกชื่อจะนานมากครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน
ขอบพระคุณท่านอาจารย์สมคิด จริง ๆ แล้วถ้าพวกเราติดใจ แล้วไว้ใจกันก็ไม่มีปัญหา ใช่ไหมครับ แต่ที่เรียกมาลงชื่อนี่ เพราะบัตรเนี่ย พอมาถึงแล้ว ก็จํานวนไม่รู้เท่าไรนะครับ
ท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นเปึ้นแถวได้ไหมครับ ท่านประธานครับ แทนที่จะเรียกชื่อให้เสียเวลา ก็ออกไปทีละแถวได้ไหม มันเสียเวลาครับ ท่านประธาน เสียเวลามากเรื่องเรียกชื่อ
เอาอย่าง นี้เพื่อชัดเจนด้วย และสบายใจทุกฝ์าย และเพื่อเร็วด้วย ท่านเลขาธิการก็เรียกไปเรื่อย ๆ เลย จะ ได้ชัดเจนนะครับ อย่างนั้นไม่ต้องรอว่าท่านมาครบหรือไม่นะครับ ก็เรียกไล่ไปเรื่อย ๆ แล้วเดี๋ยว ทางกรรมการท่านก็ตรวจนับไปด้วยว่ามีใครมาบ้างนะครับ เชิญครับ
๑. นายกนก โตสุรัตน์ ๒. นางกรรณิการ์ บันเทิงจิตร ๓. นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ๔. นายกล้านรงค์ จันทิก ๕. นายการุณ ใสงาม ๖. นายกิตติ ตีรเศรษฐ์ ๗. นายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๘. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ๙. นายคมสัน โพธิ์คง ๑๐. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๑. นายจรัส สุวรรณมาลา ๑๒. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ๑๓. นายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๑๔. นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ๑๕. นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ๑๖. นายชนินทร์ บัวประเสริฐ ๑๗. นายชวลิต หมื่นนุช ๑๘. นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ๑๙. นายชาติชาย แสงสุข ๒๐. นายชาลี กางอิ่ม ๒๑. นายชํานาญ ภูวิลัย ๒๒. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๒๓. นายโชคชัย อักษรนันท์ ๒๔. นายไชยยศ เหมะรัชตะ ๒๕. นางดวงสุดา เตโชติรส ๒๖. นายเดโช สวนานนท์ ๒๗. นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ๒๘. พลตำรวจโท ธรรมนิตย์ ป่ตะนีละบุตร ๒๙. นายธวัช บวรวนิชย์กูร ๓๐. นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ๓๑. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๓๒. นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ๓๓. นายนรนิติ เศรษฐบุตร ๓๔. นายนิตย์ วังวิวัฒน์ ๓๕. นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล ๓๖. นายนุรักษ์ มาประณีต ๓๗. นายปกรณ์ ปรียากร ๓๘. นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ๓๙. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๔๐. นายประวิทย์ อัครชิโนเรศ ๔๑. นายประสงค์ พิทูรกิจจา ๔๒. นายปริญญา ศิริสารการ ๔๓. นางพรรณราย แสงวิเชียร ๔๔. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๔๕. นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ ๔๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๔๗. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๔๘. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๔๙. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๕๐. นายมนตรี เพชรขุ้ม ๕๑. นางมนูญศรี โชติเทวัญ ๕๒. นายมานิจ สุขสมจิตร ๕๓. พลตํารวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๕๔. นายรัฐ ชูกลิ่น ๕๕. นางรุจิรา เตชางกูร ๕๖. นายวรากรณ์ สามโกเศศ ๕๗. นายวัชรา หงส์ประภัศร ๕๘. นายวิชัย รูปขำดี ๕๙. นายวิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ ๖๐. นายวิชัย ศรีขวัญ ๖๑. นายวิชา มหาคุณ ๖๒. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๖๓. นายวิทยา คชเขื่อน ๖๔. นายวิทยา งานทวี ๖๕. นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ๖๖. นายวีนัส ม่านมุ่งศิลปี ๖๗. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ๖๘. นายวุฒิสาร ตันไชย ๖๙. นายศรีราชา เจริญพานิช ๗๐. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ๗๑. นายศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น ๗๒. นายศิวะ แสงมณี ๗๓. นายเศวต ทินกูล ๗๔. นางสดศรี สัตยธรรม ๗๕. นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๗๖. นายสมเกียรติ รอดเจริญ ๗๗. นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ๗๘. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ๗๙. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย ๘๐. นายสวัสดิ์ โชติพานิช ๘๑. นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ๘๒. นายสวิ่ง ตันอุด ๘๓. นายสามขวัญ พนมขวัญ ๘๔. นายสุนทร จันทร์รังสี ๘๕. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๘๖. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ๘๗. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๘๘. นายเสรี นิมะยุ ๘๙. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ๙๐. นายหลักชัย กิตติพล ๙๑. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ๙๒. นายอภิชาติ ดำดี ๙๓. นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ ๙๔. นายอรัญ ธรรมโน ๙๕. นางสาวอลิสา พันธุ์ศักดิ์ ๙๖. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๙๗. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๙๘. นางสาวอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ๙๙. นายอุทิศ ชูช่วย ๑๐๐. นายโอกาส เตพละกุล
ท่าน สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีบ้างไหมครับ เชิญท่านการุณครับ ท่านอื่นมีอีกไหม ครับ เดี๋ยวหลังจากนับคะแนนชุดแรกนี้เสร็จแล้ว ถึงจะดำเนินการเลือกท่านกรรมาธิการในชุด ต่อไปนะครับ เชิญครับ ตอนนี้ท่านสมาชิกลงคะแนนครบถ้วนแล้วนะครับ ผมดำเนินการต่อเลย นะครับ เมื่อสมาชิกลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ผมขอป่ดการลงคะแนน เพื่อให้ทางกรรมการตรวจ นับคะแนนต่อไปนะครับ เชิญท่านกรรมการตรวจนับคะแนนนะครับ ในระหว่างรอนี่
ท่านประธานครบ ผม นุรักษ์ มาประณีต สสร. ผมใคร่ กราบเรียนท่านว่าเราจะนับคะแนนทีละภาคหรือเปล่าครับ เพราะว่าถ้านับทีละภาคนี่ผมเกรงว่า จะเสียเวลา ถ้าเราจะนับทั้ง ๓ ภาค แยกเปึนกลุ่ม ๆ นี่มันก็จะประหยัดเวลา ถ้านับภาคหนึ่ง ประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็จะประหยัดเวลาไปได้ถึง ๑ ชั่วโมง และก็ถ้าคณะตรวจนับคะแนนตั้ง เพิ่มอีกสักท่านหนึ่ง ก็เปึนภาคละ ๒ ท่าน ค่อยคุมนะครับ ก็คิดว่าน่าจะสะดวกและรวดเร็วกว่า ครับ ผมขอเสนอให้นับพร้อมกัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณ อาจารย์นุรักษ์ครับ ตอนนี้ก็ให้สิทธิทางกรรมการไปแล้วนะครับ
กรรมการเห็นด้วยนะครับว่าเพิ่มกรรมการอีกสัก หนึ่งท่าน และก็นับเปึนภาคละ ๒ ท่านครับ
พอดีรายชื่อที่จัดไว้นะครับ ท่านวุฒิชาติ กัลยาณมิตร เชิญเปึนกรรมการด้วยครับ เพิ่มอีก ๑ ท่านครับ อยู่ไหมครับ อย่างนั้นเรียนเชิญท่านอาจารย์นุรักษ์เพิ่มสักท่านหนึ่งครับ ช่วยกัน หน่อยครับอาจารย์ครับ ขอบพระคุณครับ พอดีท่านวุฒิชาติอยู่ข้าง ๆ นี้นะครับ เพื่อความ รวดเร็วก็เชิญท่านอาจารย์นุรักษ์เลยนะครับ
(กรรมการทําการตรวจนับคะแนน)
ผลการ นับคะแนนเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเปึนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของภาคเอกชน ๒ คน นะครับ ท่านที่ได้คะแนนน้ำ ๒ คนแรกนะครับ ท่านแรกคือท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ได้ ๘๕ คะแนน ท่านวิทยา งานทวี ได้ ๗๗ คะแนน นะครับ ภาคที่ ๒ ภาคสังคม ที่ได้คะแนนน้ำ ๒ ท่านแรกนะครับ ท่านอาจารย์มานิจ สุขสมจิตร ได้ ๖๑ คะแนน ท่านรองศาสตราจารย์ วุฒิสาร ตันไชย ได้ ๕๐ คะแนน นะครับ ในส่วนภาควิชาการนะครับ ๒ ท่านแรกที่ได้คะแนน สูงสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ๖๗ คะแนน ท่านรองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ๗๘ คะแนน นะครับ ส่วนคะแนนท่านอื่นก็ปรากฏตามกระด้านแล้วนะครับ ถือว่า ได้รายชื่อของกรรมาธิการตัวแทนภาคทั้ง ๔ ภาค จำนวน ๘ ท่าน เรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไป จะเปึนการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๑๗ คน ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๔ วรรคสอง (๒) ได้ กําหนดไว้ว่า เมื่อดําเนินการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิตามภาคแล้ว ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ ดําเนินการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิส่วนที่เหลือจํานวน ๑๗ คน จึงขอเชิญท่านสมาชิกเสนอชื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิ และขอผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๕ คน พร้อมหนังสือยินยอมและประวัติของผู้ได้รับการ เสนอชื่อตามแบบนะครับ เดี๋ยวอันดับแรก เอกสารที่ต้องการเสนอชื่อเรียบร้อยนะครับ ไล่ไปเลย นะครับ ท่านกฤษฎาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ผมขอเสนอท่านศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ครับ เจ้าหน้าที่ตามเก็บเลยนะครับ เอกสารจะได้ง่ายสะดวกนะครับ ท่านอาจารย์กล้านรงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กล้านรงค์ จันทิก ขอเสนอ ชื่อศาสตราจารย์ พิเศษ วิชา มหาคุณ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ข้างหน้า อาจารย์กรรณิการ์ครับ
เรียนท่านประธาน ดิฉัน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ค่ะ ขอเสนอคุณอังคณา นี่ละไพจิตร ค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ
ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอเสนอ นายชูชัย ศุภวงศ์
ท่านครับ รบกวนบอกชื่อนิดหนึ่งครับ เจ้าหน้าที่เขาจะบันทึกครับ
นายชาลี กางอิ่ม ขอเสนอนายชูชัย ศุภวงศ์ ขอผู้รับรองครับ
ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านชาติชายครับ
ผมขอเสนอชื่อ พันเอก นรินทร์ พรรณราย ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
อาจารย์กิตตินะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กิตติ ตีรเศรษฐ์ ผมขอเสนอชื่อศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านธนพิชญ์ครับ
คุณธนพิชญ์ครับ
ผม ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครับ ผมขอเสนอ ๓ ชื่อบุคคลภายใน ก็คือ นางสาวพวงเพชร สารคุณ นายนุรักษ์ มาประณีต แล้วก็นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ นี่คือภายใน และบุคคลภายนอกเสนอ นายกิตติพงษ์ กิตติยรักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงสุดา เตโชติรส ขอเสนอ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ผมขอเสนอชื่อ ท่านประพันธ์ นัยโกวิท ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร ขอเสนอ ชื่อ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านครับ
ท่านประธานครับ ผม นิมิตร ชัยจีระธิกุล ขอเสนอชื่อ คุณวิชา มหาคุณ ครับ ขอผู้รับรองครับ
เสนอไปหรือยังครับ มีแล้วครับ อาจารย์มานิจครับ
ผม มานิจ สุขสมจิตร ครับ ขอเสนอ ดอกเตอร์สนั่น อินทร์ประเสริฐ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ อาจารย์พิสิฐครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเสนอชื่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ขอเสนอชื่อ นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ อาจารย์รุจิราครับ
ขอเสนอ ๒ ชื่อนะคะ ๑. อาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ๒. อาจารย์วิชัย รูปขำดี ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญครับ
ผม วรากรณ์ สามโกเศศ ขอเสนอ รองศาสตราจารย์ปกรณ์ ปรียากร ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ อาจารย์สนั่นครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขอเสนอชื่อ นายแพทย์ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมเกียรติครับ
ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอชื่อ พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ท่านสมคิดครับ เดี๋ยวไล่ไปข้างหลังก่อนนะครับ
ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ ขออนุญาตเสนอ ๒ รายชื่อครับ ท่านอัครวิทย์ สุมาวงศ์ กับ ท่านคมสั้น โพธิ์คง ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมยศครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมยศ สมวิวัฒน์ชัย ข้อเสนอท่านอาจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านอาจารย์อัครวิทย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อัครวิทย์ สุมาวงศ์ ขอเสนอ พลตํารวจเอก มีชัย นุกูลกิจ นะครับ ขอเสนอคนภายนอกอีกคนครับ คุณกฤต ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญครับท่านสมาชิก ขอประทานโทษ หลังท่านอาจารย์สมคิดนะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ค่ะ ขอเสนอคุณไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ค่ะ แล้วก็อีกท่านหนึ่งนะคะ นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญได้เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิก สสร. ขอเสนอชื่อท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ มีใครอีกไหมครับ ท่านวิทยานะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา คชเขื่อน ขอเสนอ ๒ รายชื่อ คุณเศวต ทินกูล และนายช. ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชัย รูปขําดี ขอเสนอคุณวัชรา หงส์ประภัศร ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสดศรี ครับ
ท่านประธาน ขอเสนอท่านสมยศ สมวิวัฒน์ชัย ค่ะ
ขอผู้รับรองนะครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
จะหมดห้องแล้วนะครับ ท่านเศวต ครับ
ผม เศวต ทินกูล ครับ ผมขอเสนอท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับผม
ขอผู้รับรองครับ มีแล้วนะครับ อาจารย์ครับ เชิญครับ
กระผม วัชรา หงศ์ประภัศร ขอเสนอบุคคล ภายนอกครับ ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ อดีตเลขาธิการ กกต. ครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ หมดแล้วนะครับ หมดแล้วก็ป่ดการเสนอชื่อนะครับ ช่วงเวลานี้ คงใช้เวลาสักครู่หนึ่งในการจะพิมพ์รายชื่อให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ท่านประธานครับ ระหว่างที่เรายังมีเวลา ว่างตรงนี้นะครับ เข้าใจว่าคงจะใช้เวลาอีกสักครู่ ผมจะขออนุญาตหารือท่านประธาน ว่าหลังจากจบการเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ในกรรมาธิการชุดอื่น ๆ นี่ท่านประธานคิดว่าจะทำอย่างไร แล้วจะกระทําในวันนี้เสียทีเดียวไหม ในความเห็นของผมที่ได้มี สสร. หลายท่านมาพูดคุยให้ฟังนะครับ ผมก็อยากจะขออนุญาต ถ่ายทอดว่าเปึนทางเลือกหนึ่งที่ท่านประธานอาจจะนําไปใช้ หรือว่าสมาชิกอาจจะเห็นด้วย หรือไม่ก็ตาม ก็คือว่าน่าที่จะให้สมาชิกนี่ได้มีโอกาสเสนอชื่อตัวเอง หรือว่าสมัครที่จะอยู่ใน กรรมาธิการหนึ่งกรรมาธิการใด อาจจะเสนอเปึนอันดับแรกเสียก่อนว่า ต้นต้องการจะอยู่ใน กรรมาธิการใดมากที่สุด แล้วถ้าหากว่าจำเปึ้นที่จะต้องอยู่ ๒ กรรมาธิการก็ให้เสนอไว้ด้วยเสีย ทีเดียว แต่ว่าให้เขียนให้ชัดเจนว่าเปึนอันดับที่ ๒ และท่านประธานอาจจะตั้งกรรมาธิการ หรือ ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อที่จะจัดบุคคลให้ลงตามความปรารถนา เพราะในชั้นนี้คือ กระบวนการในการไปช่วยงานอย่างเต็มที่ แล้วหลังจากที่เกลี่ยจำนวนทั้งหมดแล้วก็อาจจะต้อง มีการเจรจา มีการพูดคุยกัน แต่ว่ามันมีปัญหาอยู่ว่าเรายังไม่ได้กําหนดว่ากรรมาธิการแต่ละชุด จะมีจํานวนเท่าไร ซึ่งแต่ละชุดนี่จะไม่มีความจําเปึนที่จะต้องมีเท่ากัน เพราะบางชุดนี่จำเปึนที่ จะต้องใช้กำลังมาก บางชุดกำลังน้อยก็พอจะได้ช่วยกันทำงานในสภาของเราได้เต็มที่ แล้วก็ อยากจะกราบเรียนครับว่าสมาชิกก็ได้คุยกันว่า ในกรรมาธิการที่เหลือทั้งหลายเปึนกรรมาธิการ ในการช่วยงาน แล้วก็เน้นที่จะให้งานของกรรมาธิการยกร่างฯ นี่เดินไปให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็จะต้องมีความสัมพันธ์กับกรรมาธิการยกร่างฯ อย่างดี ไม่ใช่กรรมาธิการยกร่างฯ ที่เรา เลือกไปแล้วก็หายไป แต่ว่าจะต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ การประสานงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง อยากกราบเรียนถามท่านประธานว่าถ้าท่านประธาน คิดไว้แล้วขอให้พวกเราฟังในช่วงนี้จะดีไหม ในระหว่างที่เรารอนะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ขอบพระคุณท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ จริง ๆ แล้วเราก็จะพิจารณากันอยู่ในวาระ ๓ แต่ ในช่วงระหว่างเตรียมรายชื่อนะครับ เมื่อท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ยกเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องดี ในเบื้องต้น เราได้ประชุมกันนอกรอบเมื่อวาน แล้วเราก็กำหนดจำนวนคณะกรรมาธิการไว้ทั้งหมด ๑๓ คณะ เมื่อตัดคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไปแล้วก็จะเหลือ ๑๒ คณะ เอาเปึนว่า ๑๒ คณะนี้ ท่านสมาชิกไม่เห็นเปึนอย่างอื่นแล้วใช่ไหมครับ ถ้าไม่เห็นเปึ้นอย่างอื่นก็จะได้หารือกัน ซึ่งเข้าใจ ว่าน่าจะจบไปแล้วจากการประชุมนอกรอบ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่ประชุมถามในส่วน ของคณะกรรมาธิการที่เราตกลงกันนอกรอบไว้ ๑๒ คณะ รวมกับกรรมาธิการยกร่างฯ อีก ๑ คณะ เปึน ๑๓ นะครับ มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ยังมีเห็นเปึนอย่างอื่นหรือครับ เชิญครับ เอาทีละท่านเลยครับ
ผม วิทยา งานทวี ผมขออนุญาตสอบถามท่านประธาน นะครับว่า คณะที่เกี่ยวข้องกับ ๗๖ จังหวัด ทวิ นั่นนะครับ คือจะเปึนอิสระเปึนคณะหนึ่ง หรือว่า จะขึ้นกับภาค เพราะว่าได้ถามไปครั้งหนึ่ง แต่ประเด็นที่ผมกลับไปคิด เพราะว่าถ้าแยกกันอยู่ อย่างนี้ใครจะคุม ๗๖ จังหวัด พอแต่งตั้งใครจะดูแล จะเปึนภาคดูแล หรือว่าสภาดูแล เพราะผม คิดว่าจะสับสนในเรื่องของการปฏิบัติงาน ก็ขอหารือตรงนี้ครับ
ดีครับ ท่านวิทยาครับ เชิญครับข้างหลังที่ยกมือ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมมีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกผมอยาก ที่จะให้ท่านประธานได้กรุณาชี้แจงกับผู้ที่จะได้รับการเสนอเปึนกรรมาธิการยกร่างฯ ว่า ภาระหน้าที่มีอย่างไร แล้วก็หนักหน้าสาหัสแค่ไหน อยากจะให้ท่านย้ำถึงความรับผิดชอบต่าง ๆ เพราะผมถามหลาย ๆ คนก็ยังไม่ค่อยชัดแจ้งตรงนี้ ผมไม่อยากที่จะได้พบกับคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ ไม่ครบคณะนะครับ ๒๕ คนนี่แหละครับ อยากให้ท่านย้ำนะครับ นี่เปึ้นประเด็นแรก
ส่วนประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับกรรมาธิการ ๑๒ คณะ เมื่อวานผมก็มีค้างอยู่ แต่เห็นว่าใช้เวลามากแล้ว มาวันนี้ยังพอมีเวลา ผมก็จะมายืนยันอีกทีนะครับเกี่ยวกับเรื่องของ ชื่อภาค ขอความกรุณาในฐานะที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาคของผมนี่จริง ๆ แล้วเรียกว่า ภาคอีสาน ที่มีท่านอาจารย์ผู้รู้อ้างว่า ภาษาราชการ บอกว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาษาราชการนั้น ก็ใช่ แต่ในความเปึ้นจริงคนอีสานภูมิใจในชื่อของคำว่า อีสาน และ ไม่เพียงแต่เท่านั้น ผมก็ไม่ใช่ เปึนความภูมิใจที่ไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักฐาน เพราะจากการค้นจากสาร้านุกรมเสรี ชื่อ วิกิพีเดีย ก็จะได้ข้อมูลว่าภาคอีสาน คือ ภาคที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่บนที่ราบสูงโคราช มีจังหวัดประกอบกันทั้งหมด ๑๙ จังหวัด มีแม่น้ำโขงกั้นกับต่างประเทศกับประเทศลาว สิ่งเหล่านี้ผมว่าถ้าเราจะทำรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนแล้ว เรายังต้องไปติดกับชื่อของทาง ราชการ ซึ่งบางทีมันก็ไม่เข้ากับชื่อดั้งเดิม ชื่อดั้งเดิมและความเปึนอยู่ของประชาชนท้องถิ่น ถูกทางราชการทำลายไปเยอะแยะแล้ว ผมขอเรียนเสนอต่อสภา ขอวิงวอนด้วยว่าโปรดกรุณา เปลี่ยนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลับมาเปึนภาคอีสานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านสุนทรครับ ตอนนี้มันจะมีเรื่องถ้อยคำนะครับ ท่านการุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม การุณ ใสงาม สสร. นะครับ สำหรับวาระที่ ๓ ถ้าท่านจะพิจารณาวันนี้ ท่านสามารถพิจารณาได้เรื่องเดียวครับ คือญัตติที่ผม เสนอไว้ เรื่อง ๑๒ คณะ ๑๕ คณะ เปึ้นเรื่องที่ยังไม่มีครับ สำนวนและคำฟัอง ที่อยู่ในสารบบ ความ ณ เวลานี้ ชั่วโมงนี้ คือสำนวนและคำฟัองเรียกชื่อว่า ญัตติขอตั้งกรรมาธิการที่มีผมเปึน ผู้เสนอ และมีผู้รับรองครบถ้วนถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ถ้าจะเอาประโยชน์กัน จะเถียงกันวันนี้ก็ต้องใช้ของผมเปึนตัวพิจารณาได้อย่างเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อวานนี้นอกรอบ ท่านยังไม่มีญัตติเรื่องนอกรอบนั้นเลย การเสนอตั้งกรรมาธิการท่านช่วยกรุณาดูทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งข้อบังคับด้วยครับ ท่านจะตั้งได้โดยวิธีการทำเปึนญัตติ มีผู้รับรองครบถ้วนถูกต้อง ตาม ข้อบังคับ โดยอาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕ และข้อบังคับ ข้อ ๓๕ ข้อ ๓๕ นั้นก็คือว่าจะต้องมี ผู้รับรองอย่างน้อย ๑๐ คน ขอตั้งคณะกรรมาธิการนั้น ไม่ว่าจะชื่อสามัญ หรือชื่อวิสามัญ ท่านจะจินตนาการชอบชื่ออะไรก็ตาม ท่านจะต้องเขียนภารกิจึงานของคณะกรรมาธิการ อำนาจหน้าที่นั้นด้วย วันนี้ พวกท่านยังไม่มีครับ มีของผมนะครับที่มีท่านผู้มีเกียรติประมาณ ๑๐ กว่าคนรับรองมา เรื่องที่ท่านคุยกันเมื่อวานนั้นมันลอยอยู่ในอากาศ ไม่มีสำนวนคำฟัอง ในสารบบความครับ ดึงมาพิจารณาเขียนคำพิพากษาไม่ได้นะครับ ถามว่าข้อบังคับบังคับให้ทำ อย่างนี้ แต่ท่านอยากจะทําไหม เพราะข้อบังคับบังคับให้ทําอย่างนี้ ไม่ใช่หมายความว่าให้พา กันนั่งร้องไห้ทั้งสภาเพราะไปไม่ได้ ถ้าจะทําก็ทําได้ครับ ก็ใช้สํานวนของผมนี่ละครับที่เปึนญัตติ มีอยู่เพียงฉบับเดียวที่ยื่นเมื่อวานนี้ แม้จะยังไม่สู่วาระนี้ก็ตาม เพราะต้องยื่นล่วงหน้าเปึน ลายลักษณ์อักษรเปึ้นหนังสือ ก็ใช้วิธีการขอให้เอาญัตติของผมเข้ามาในวาระที่ ๓ ซึ่งกำลังจะ พิจารณาต่อไป เมื่อพิจารณาแล้วท่านก็อาจจะใช้วิธีการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟัอง แต่ในนี้เขาเรียกขอแก้ไข เพิ่มเติมญัตติ ท่านอยากได้กี่คณะครับ ผมก็ไม่ใจดำที่จะไม่อนุญาตให้ท่านเขียนเพิ่มเติมคำฟัอง นะครับ แต่คําฟัองนั้นจะต้องเขียนโดยผมนะครับ เพราะพวกท่านไม่ใช่เจ้าของญัตติด้วย บอก แล้วครับว่าชวนแล้วชวนอีกพวกท่านก็ทำตาปริบ ๆ ไม่ยอมทำอะไร แล้วบอกว่าเหลือเวลาแค่ ๑๔๐ วันแล้ว ๑๒๐ วันแล้ว และจะเหลือเวลา ๘๐ ๙๐ วัน ลงไปเรื่อยๆ เวลาก็หมดไปครับ แล้วท่านตั้งกรรมาธิการ ตั้งชื่อกรรมาธิการ ตั้งอำนาจหน้าที่ ตั้งงานแล้ว วันนี้ก็โกลาหลอีก ไม่ทราบว่าใครจะลงชื่อในทะเบียนของกรรมาธิการไหน บางคนอยากไปอีสาน บางคนอยากไป ประชาสัมพันธ์ บางคนอยากไปตรวจรายงานการประชุม บางคนอยากไป อยากไปสารพัดนึก ท่านต้องใช้เวลาอีกกี่วันครับที่จะใช้ชื่อกัน เรียงชื่อกัน มายื่นกัน เกินจำนวนจะต้องทำอย่างไร ถ้าพอดีทําอย่างไร และถ้าน้อยไปล่ะจะทำอย่างไร เห็นไหมครับเวลามันเดินทางไปเรื่อย ๆ ผมก็ นําเรียนนําเสนอว่าทําเถอะครับ ถ้าวันนี้ทําได้ท่านก็ทําเถอะครับ ที่พูดไม่ได้อยากจะเปึ้นอะไรนะ บอกแล้ว เพราะไม่มีผลประโยชน์ล่ะถึงได้พูดตรง ๆ ท่านประธานครับนั่นก็คือวิธีการหนึ่งที่จะขอ แก้ไขเพิ่มเติมญัตติ อีกวิธีการหนึ่งก็ทำได้ครับถ้าท่านอยากจะเสนอ ก็ของดใช้ข้อบังคับในส่วนนี้ เลยที่จำเปึนจะต้องยื่นเปึนหนังสือ แต่ท่านต้องเขียนภาระหน้าที่ อำนาจหน้าที่ของการงานของ กรรมาธิการแต่ละคณะนั้น และอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการแต่ละคณะต้องไม่ซ้ำกัน ถ้าซ้ำกัน ท่านต้องมีเหตุผลในการซ้ำ เช่น อย่างกรณีคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมแบ่งเปึน ๖ คณะ ๗ คณะ ๘ คณะ ๑๒ คณะ ซ้ำกันได้เพราะแบ่งพื้นที่ ภาระอำนาจหน้าที่ทำงานนั้นซ้ำได้ แต่ซ้ำ คนละพื้นที่ คนหนึ่ง ที่มหนึ่งอยู่อีสาน ที่มหนึ่งอยู่ภาคใต้ ที่มหนึ่งอยู่ภาคเหนือ ท่านครับถ้าท่าน ตั้งกรรมาธิการได้ในวันนี้จำนวนกี่คณะก็ตามนะครับก็จะทำให้รู้งานว่ามันมีอะไรบ้าง และก็จะ ทำให้สามารถเรียกเชิญชวนท่านสมาชิกทั้งหลาย รวมถึงบุคคลผู้สนใจ ผู้เก่งกล้าสามารถให้เข้า สู่กรรมาธิการนั้นได้ ท่านก็ใช้เวลาอีก รีบเถอะครับต้องเร็ว กรรมาธิการที่ท่านจะดูแลแต่ละภาค แต่ละส่วนท่านจะต้องรีบวิ่งไปตั้งกรรมาธิการ เพราะทําเองไม่ไหว กรรมาธิการ ๑ คณะ ๑๑ คน ๑๓ คน ตามข้อบังคับ เพราะข้อบังคับมันบอกว่าไม่น้อยกว่า ๙ ไม่เกิน ๑๓ ๙ คน หรือ ๑๓ คน ท่านประธานครับท่านจะมีปัญญาวิ่งอย่างไรครับ ๑๐ จังหวัด ๒๐ จังหวัด แต่ละจังหวัด ๒๐ กว่าอำเภอ ขอโทษเถอะครับ จากวันนี้ไปถึงวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญให้ผมดูแลเฉพาะอําเภอ ประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอเดียวผมก็จะขาดใจตายแล้ว ให้มันละเอียดถี่ถ้วนเถอะที่รับฟัง ที่ส่วนร่วม เพราะฉะนั้นท่านมีทางเดียวครับ ท่านต้องไปแบ่งงานให้คนอื่นครับท่านประธานครับ ผมจึงเสนอเมื่อวานเสนอแล้วเสนออีกว่าตั้งกรรมาธิการส่วนนี้ดูแลเท่านั้นเองนะครับ ร่วมประสานงาน สำคัญคือท่านต้องไปตั้งกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเปึนบุคคลภายนอกเข้ามาร่วม ด้วย อยู่ในทุกจังหวัด จังหวัดเล็กอาจจะจังหวัดละ ๑ คณะ ๒ คณะ จังหวัดใหญ่อาจจะ ๒ คณะ ๓ คณะ ผมเสนออย่างกรณีนครราชสีมานะครับ ถ้าเอาให้ละเอียดเอาสัก ๕ กรรมาธิการ วิสามัญไปเลย แล้วท่านมีเวลาทำงานเฉพาะรวบรวมสิ่งนี้นะครับเปึนเวลาประมาณสัก ๙๐ วัน เท่านั้นละครับ นับจากเดือนกุมภาพันธ์นะครับ กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ๙๐ วันนี้นะครับ รวบรวม แค่นี้ท่านก็เหนื่อยแย่แล้ว ต่อจากนั้นท่านก็จะได้วัตถุดิบอีกจำนวนมหาศาลมาของการ ๙๐ วัน ซึ่งท่านจะต้องมาร่วมประชุมอย่างขนานใหญ่ โดยการประชุมของคณะกรรมาธิการของ ท่านที่ดูแลภาคพื้นตรงนั้น บวกด้วยวิสามัญที่อยู่ในแต่ละจังหวัด ท่านประธานครับ ผมมองเห็น แล้ว ผมเห็นใกล้จะขาดใจแล้วนะนี่ ท่านประธานก็เคยทำงานกรรมาธิการ พวกเราทำงาน กรรมาธิการกันมา ไม่ใช่จะบอกว่านายการุณ คุณเคยเปึนมา ผมไม่เคยเปึนก็ไม่ใช่คุณจะเก่ง เกินผม แต่เพียงแต่เล่าให้ฟังว่าที่มันเคยเปึนมันเปึนอย่างนี้ มันไม่ใช่ธรรมดา มันสาหัสสากรรจ์ ฟังเสียงคนมันไม่ใช่ง่าย ๆ ก็ฟังกันแค่ ๑๐๐ คน ๙๐ กว่าคน ท่านเห็นไหมเมื่อเช้านี้เรื่องนิดเดียว เองแค่นั้นจะตั้งกรรมาธิการ ๒ คน กับ ๘ คน ๑๖ คน ๑๗ คนแทน เห็นหรือยัง แล้วเรื่องใหญ่ต่อไปนี้ท่านเอ๋ยฟังคน ๔๐ – ๕๐ ล้านคน ร้อยพ่อพันแม่มากเรื่องมากความ ท่านประธานครับ เร่งเถอะครับ จะเอาตัวแบบไหนบอกมาครับ วิธีการจะทำอย่างไร ผมพาทำ ได้ทั้งนั้นล่ะครับ ช่วยทำได้ทั้งนั้นล่ะครับ อย่านึกว่าผมจะเอาอะไรนะ
ว่าญัตติ: ขอบพระคุณครับ ท่านการุณครับ จริง ๆ แล้วนี่นะครับหลักที่ท่านการุณพูดก็ถูกนะครับ ของท่านการุณนี้เปึนญัตติที่เปึ้นทางการ แล้วท่านการุณก็นำญัตตินี้ไปร่วมกันตกลงกันนอกรอบ หรือเปึนการภายในเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งถ้าดูตามข้อสรุปของที่ประชุมเมื่อวานนี้ที่กำหนดไว้ ทั้งหมดประมาณ ๑๓ กรรมาธิการ ก็จะเห็นได้ว่าเปึ้นเหมือนท่านการุณเกือบทั้งหมด ก็คงมีข้อ แตกต่างในบางส่วนที่กำหนดจำนวนภาคนั้นลดลง ซึ่งเมื่อวานนี้เรียนเลยครับว่าเมื่อวานนี้ก็นั่ง คิดตามอยู่ล่ะ เพียงแต่ว่าพอกำหนดจำนวนภาคลดลง ผมว่าตรงนี้เราตั้งไปตามนี้แล้วถ้าจะเพิ่ม ทีหลังมันไม่ยาก ใช่ไหมครับ อันนี้คือข้อที่ ๑ ที่คิดนะครับ ก็เลยไม่ได้ขัดข้องอะไร เพียงแต่ว่า ถ้าพิจารณากันในวันนี้ท่านการุณก็พูดถูกนะครับว่า สิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือให้สมาชิก ช่วยกันคิด ท่านสุนทรก็กรุณาที่จะบอกว่าให้บอกหน่อยว่างานนี้มากแค่ไหน ท่านการุณก็ตอบ แทนไปแล้วนะครับว่างานมาก งานมีเยอะมาก เพราะฉะนั้นท่านที่จะอยู่กรรมาธิการไหน บางที อยู่หลาย ๆ คณะจะทำไม่ไหว ก็เลยตกลงกันว่าอย่างนั้นก็อย่าเกิน ๒ คณะก็แล้วกัน นี่คือ ประการที่เราได้ตกลงกันล่วงหน้าไว้ เพียงแต่ว่าตอนนี้ถ้าท่านการุณเสนอญัตติเข้ามา ผมก็คิด ว่าสิ่งที่เราจะพิจารณากันตอนนี้และก็เตรียมไว้ก็คือเราจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา เดี๋ยวเราตกลง กันก่อนครับ ว่าตกลงเอาชื่อจำนวนกรรมาธิการที่เราคิดกันนี้ ที่ของท่านการุณเสนอเปึนญัตติ เปึ้นทางการไว้ กับที่มีการตกลงเมื่อวานก็ถือว่าเปึ้นเรื่องของการจะขอเพิ่มญัตติที่ท่านการุณ เสนอ ขอเพิ่มเข้ามา ถ้าจบวันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกเลย เดี๋ยวเราจะตั้งกรรมการขึ้นมา ชุดหนึ่งตาม ข้อบังคับข้อ ๗๔ มาใช้โดยอนุโลม ว่าคณะทำงานชุดนี้จะต้องทำหน้าที่ให้สมาชิก แต่ละคนมาแสดงความจำนง โดยยื่นต่อคณะทำงานตามแบบที่เดี๋ยวคณะทำงานจะกำหนด เพื่อที่จะให้สมาชิกแต่ละท่านอยู่ในแต่ละกรรมาธิการตามลำดับความต้องการของท่านและใน กรณีที่คณะกรรมาธิการคณะใดที่ตกลงกันไว้กำหนดไว้นี้มีสมาชิกเท่าไรนี่นะครับ ก็ได้ตกลงกัน ครับ เดี๋ยวก็ตกลงกันว่าแล้วกรรมาธิการนี้จะสักกี่ท่าน ถ้าตามข้อบังคับนี้นะครับ ก็จะกำหนดเอาไว้ในเบื้องต้น ๙ – ๑๓ ท่าน แต่ถ้าบอกงานมันเยอะนี้นะครับ ถ้าเปึนวิสามัญ ท่านจะตั้งไว้ ๑๕ ท่านก็ได้ หรือจะเท่าไรก็สุดแต่สมาชิกเสนอ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราตกลงในช่วง นี้นะครับเพื่อให้ชัดเจน ส่วนกรอบทํางานนะครับได้ยกร่างฯ ไว้แล้วตามที่ประชุมเมื่อวาน แต่ก็ จะต้องเอามาตรวจสอบดูว่ามันครบถ้วนไหม มันซ้ำซ้อนหรือไม่ ตามที่ท่านการุณเสนอ เดี๋ยวถ้า อยู่ในวาระนั้นก็จะตั้งคณะทํางานขึ้นมา ซึ่งคิดเอาไว้ว่าคณะทํางานก็พิจารณาให้เสร็จภายใน วันศุกร์ แล้ววันจันทร์นะครับท่านก็เอารายชื่อที่เตรียมไว้ เดี๋ยวจะมีแบบสอบถาม ก็แสดงความ จำนงมาภายในวันศุกร์หรือวันพฤหัสบดีเดี๋ยวตกลงกัน แล้วร้ายชื่อทั้งหมดของแต่ละคณะนี้ก็จะ ชัดเจนวันจันทร์ แล้วเราก็ตั้งให้เสร็จเรียบร้อย กระบวนการเดินไปตามนี้โดยเอาญัตติของ ท่านการุณเปึนหลัก ไม่ได้เอาญัตติอื่นเลย ส่วนจะเพิ่ม จะตัด จะต่ออย่างไร เดี๋ยวให้สมาชิก ตัดสินใจนะครับ ท่านการุณครับ ท่านการุณต่อเนื่องไหม
ต่อเนื่องนิดเดียวครับ
ต่อเนื่องก่อนแล้วกันครับ อาจารย์ปกรณ์
ขออนุญาตต่อเนื่องสักหน่อยนะครับ เผื่อจะเปึนประโยชน์ ต่อการช่วยกันคิด ถ้าท่านประธานจะตั้งคณะทำงานเพียงเพื่อจัดตั้งญัตติ เพียงเพื่อจะกำหนดว่าควรจะมี กรรมาธิการกี่คณะเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจึงานยกร่างรัฐธรรมนูญ และแก้ไขปัญหาภารกิจ ของเราได้ ถ้าทำเพียงเท่านี้ผมคิดว่าท่านประธานตั้งได้ตอนนี้เลย ๓ คนก็พอ หรือ ๕ คนก็พอ ใช้เวลา ๑๕ นาทีก็เสร็จแล้ว ท่านประธานนับคะแนนนั้นยังประกาศไม่เสร็จเลย ก็สามารถนำ ญัตตินี้มาปรับปรุงแก้ไขเพิ่ม เช่น เมื่อแก้ไขก็ไม่ยาก ใช้ญัตตินี้ตัวหลัก ก็จะได้ข้อ ๑/๑ เพิ่มข้อ ๑/๒ เพิ่ม ๑๕ นาทีมันจะมากไปด้วยซ้ำไปนะผมว่า แล้วจะได้กำหนดกรรมาธิการว่า แท้จริงสภาของเราควรมีงานอะไรบ้าง กรรมาธิการอะไรบ้าง แล้วก็ยุติ ป่ดฉาก จบแล้วก็ ตั้งแต่วันนี้เปึนวันพรุ่งนี้หรือกี่วันท่านประธานก็นัดให้แต่ละท่าน แต่ละคนเชิญท่านสนใจอยู่ กรรมาธิการไหนช่วยกรุณามาลงชื่อ ท่านอาจจะบอกไว้สัก ๒ วัน ๓ วัน อย่างนี้เปึนต้น ก็จะทำ ให้เกิดกรรมาธิการ เกิดผู้คน เกิดคณะทำงานขึ้นมาได้โดยง่าย และโดยรวดเร็ว ต่อจากนั้นผู้คน เหล่านี้เขาจะได้ไปลงหน้าที่ทำงานของเขา กว่าจะเริ่มประชุมได้เดือนมีนาคมยังทำไม่ได้เลย ผมดูท่าทาง อย่างนี้เปึนต้น จะทำให้เร็วช่วยงานท่านประธาน ผมคิดว่าถ้าทำได้อย่างนี้มันไม่ ยุ่งยาก แล้วต่อไปนี้เมื่อท่านทำงานไป ๗ วัน ๑๕ วัน ๓๐ วัน เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ปรากฏว่ามีงานอีกเรื่องหนึ่ง ยังไม่มีคณะใดรับผิดชอบ ควรตั้งกรรมาธิการเพิ่ม ตอนนั้นท่านก็ ตั้งเพิ่มในวันนั้นก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ เราตั้งกรรมาธิการเพิ่ม ๖ ป้ ท่านประธานตั้งกรรมาธิการ เพิ่มกี่คณะล่ะ ไม่เห็นมีใครขาดใจตายจากกันตั้งกรรมาธิการเพิ่ม สนุกสนานกัน ครึกครื้นกัน ทุกวัน
ตรงกัน แล้วครับ ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร ผมขอ เรียนปรึกษาท่านประธานอย่างนี้ว่า ที่คุณการุณเสนอผมคิดว่าก็เปึนมิติหนึ่ง แต่เท่าที่ผมอ่าน ข้อบังคับในข้อที่ ๓๖ ได้ระบุว่าอย่างนี้ครับ ญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเปึ้นหนังสือ ข้อ ๑ ก็คือขอให้ปรึกษาเปึ้นเรื่องด่วน และ (๕) ญัตติที่ประธานอนุญาตตามที่เห็นสมควร ซึ่งใน กรณีอย่างนี้ผมคิดว่ามันก็จะเข้าข้อบังคับข้อนี้ เพื่อไม่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าสภาแห่งนี้มิได้ ปฏิบัติตามข้อบังคับ ความจริงเมื่อวานนี้เราก็เข้าใจในลักษณะนี้กันอยู่แล้ว และก็เข้าใจว่า การบรรจุวาระนอกรอบนั้นก็จะเปึนประโยชน์ต่อการที่ท่านประธานได้เรียกประชุมล่วงหน้าไป ในวันที่ ๑๖ ซึ่งก็มีอยู่ในวาระที่ ๓ ซึ่งถือว่าเปึนวาระที่ขอให้ปรึกษาเปึ้นเรื่องเร่งด่วน กระผมคิดว่าในเรื่องนี้ก็ไม่ขัดแย้งกับที่คุณการุณเสนอไว้ เพราะจะช่วยทำให้กระบวนการ ในการพิจารณาเรื่องนี้เร็วและเสร็จในวันนี้ด้วยซ้ำไป นั่นก็คือในขณะนี้เห็นด้วยกับคุณการุณ ก็คือตั้งคณะทำงาน แทนที่จะเปึน ๓ คน อาจจะเปึนสัก ๕ คน เพื่อที่จะพิจารณาเรื่องนี้ และพิจารณากรอบที่เมื่อวานนี้ท่านประธานได้มอบหมายให้ท่านรองประธานไปทำคล้าย ๆ กับวาระหน้าที่ของกรรมาธิการแต่ละชุด อย่างไรก็ตามเราก็ยังเป่ดโอกาสให้สมาชิกนั้นเสนอ ในกรรมาธิการชุดอื่นที่มันอาจจะยังเปึนปัญหาอยู่ได้ อย่างเช่นในเรื่องที่เมื่อวานนี้ที่เรายังไม่ ตกผลึกก็คือ ในเรื่องที่ ๑๔ ที่อาจารย์เจิมศักดิ์ได้พยายามที่จะเสนอไว้ และผมเห็นว่าเรื่องนั้น เมื่อคืนนี้ผมไปใคร่ครวญดู และไปอ่านในรัฐธรรมนูญก็เห็นด้วยกับที่เมื่อวานนี้ท่านไพโรจน์ เสนอ ก็คือเรื่องการเผยแพร่และการทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนที่จะมีการไปลงประชามติ ซึ่งถ้าเราเอาเรื่องนั้นขึ้นมาเปึนกรรมาธิการอีกชุดหนึ่งมันก็จะเปึน ๑๔ ชุด แทนที่จะเปึน ๑๓ ชุด อันนี้ร่วมกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วย ก็เปึน ๑๔ ชุด หลาย ๆ คนก็บอกกับผมว่าไม่อยากจะเห็น เลข ๑๓ ก็จะเปึน ๑๔ ถ้าประนีประนอมกันอย่างนี้ได้ คุณการุณครับ ผมคิดว่าเราก็คง ไม่จำเปึนต้องไปเสนอเรื่องเปึนหนังสือ และทำให้เราสามารถที่จะพิจารณาเรื่องนี้ในวันนี้ และบริหารตามความเร่งด่วนที่จำเปึน และผมเชื่อว่าในสัปดาห์นี้เราก็สามารถได้ตัวกรรมาธิการ ให้เสร็จสิ้นไปเลย และก็ไปดำเนินการเริ่มทำงานได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าโดย ไม่จำเปึนต้องไป รอถึงเดือนไหนทั้งสิ้นนะครับ ขอเสนอแค่นี้ครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ครับ ก็ดีครับ ตอนนี้ก็ใกล้ลงตัวนะครับ เดี๋ยวคงดำเนินการสะดวก รวดเร็วขึ้น ตอนนี้ก็ใกล้ลงตัวนะครั บ เดี๋ยวคงดำเนินการสะดวกรวดเร็วขึ้น ตอนนี้ใบลงคะแนนเรียบร้อย แล้วนะครับ เราก็มาลงคะแนนให้เรียบร้อยก่อนในวาระนี้ และเดี๋ยวพอตั้งกรรมาธิการหรือเสนอ เรื่องใดก็จะสะดวกขึ้นนะครับ ให้เจ้าหน้าที่แจกเลยนะครับ เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับ ก่อนที่เราจะลงคะแนนตอนนี้ผมเข้าใจว่า ผมดูไม่ชัดว่า ๒๐ กว่าคน หรือ ๓๐ คน กันแน่ มองชื่อมองหน้าแล้วก็ยังไม่รู้จักมักคุ้นทั้ง ๓๖ คน จะขอโอกาส ให้แสดงตัวนิดหนึ่งว่าใครเปึนใครนะครับ ก่อนที่จะลงคะแนน จะได้ลงได้ถูกไม่ผิดครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านไพโรจน์
และก็ขอให้ชัดเจนด้วยว่า ลงได้กี่คน ลงอย่างไรครับ
ท่านสมาชิกแต่ละท่านนะครับ สามารถลงคะแนนได้ท่านละไม่เกิน ๑๗ คน นะครับ ถ้าเลือก เกิน ๑๗ คน ถือว่าเปึ้นบัตรเสียนะครับ แล้วการเลือกให้ท่านเขียนเครื่องหมายกากบาทในช่อง หน้าชื่อที่ท่านต้องการเลือก โดยรายชื่อทั้ง ๓๓ คน นี่นะครับ หรือ ๓๓ ท่าน ก็มีทั้งสมาชิกและ ท่านที่อยู่ด้านนอกที่ไม่ได้เปึนสมาชิกรวมอยู่ด้วยนะครับ ทั้งหมด ๓๓ ท่าน แล้วท่านไพโรจน์จะ ให้แสดงตัวนี่คนอื่นเขาก็ไม่ได้มานะครับ
ก็สุดแล้วแต่ ถ้าในนี้แสดง ถ้าคนข้างนอกไม่มา ท่านที่เสนอชื่อบอกแทนว่าเปึนใคร อยู่ที่ไหน อย่างไร
ถ้าอย่างนั้นท่านเลขาฯ อ่านสักรอบแล้วกันครับ เพราะสมาชิกก็เห็น ๆ กันอยู่แล้วนะครับ
ผมจะขานตามลำดับที่มีการเสนอชื่อนะครับ หมายเลขที่ ๑ ศาสตราจารย์ เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ท่านที่ ๒ คุณวิชา มหาคุณ ท่านที่ ๓ คุณอังคณา นี่ละไพจิตร ท่านที่ ๔ คุณชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๕ พันเอก นรินทร์ พรรณราย เปึนบุคคลภายนอก นะครับ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ท่านที่ ๗ คุณพวงเพชร สารคุณ ท่านที่ ๘ คุณนุรักษ์ มาประณีต ท่านที่ ๙ คุณไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ท่านที่ ๑๐ เปึ้นบุคคลภายนอกนะครับ คุณกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ท่านที่ ๑๑ คุณไชยยศ เหมะรัชตะ ท่านที่ ๑๒ คุณประพันธ์ นัยโกวิท ท่านที่ ๑๓ คุณสมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๔. คุณสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๑๕. คุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๖. คุณเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๑๗. คุณจรัญ ภักดีธนากุล ๑๘. คุณวิชัย รูปขำดี ๑๙. คุณปกรณ์ ปรียากร ๒๐. คุณธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๒๒. คุณอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๓. คุณคมสัน โพธิ์คง ๒๔. คุณศรีราชา เจริญพานิช ๒๕. พลตํารวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๒๖. คุณกฤต ไกรจิตติ บุคคลภายนอกครับ ๒๗. คุณวิทยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๒๘. คุณไพโรจน์ พรหมสาส์น ๒๙. คุณเศวต์ ทินกูล ๓๐. คุณ ช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ๓๑. คุณวัชรา หงส์ประภัศร ๓๒. คุณสมยศ สมวิวัฒน์ชัย และ ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ เปึ้นบุคคลภายนอก
ท่านวิทธยามีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ หมายเลข ๒๗ ชื่อผิดนะครับ เขียนไม่ถูกครับ ขออนุญาตแก้นิดเถอะครับ วิทธยา ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ตอนนี้ขอเชิญท่านสมาชิกเปึนกรรมการสัก ๕ ท่านนะครับ ขออนุญาตเชิญ ท่านโอกาส เตพละกุล ท่านเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ท่านวิทยา งานทวี ท่านวัชรา หงส์ประภัศร ท่านวีนัส ม่านมุงศิลปี ๕ ท่าน ถ้าใช้วิธีเก่าก็จะ ๖ ท่านนะครับ ๖ ท่าน แล้วกันนะครับ
กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร เปึ้นผู้มีส่วน ได้เสียครับ
ขอบคุณครับ ก็ตัดชื่อท่านวัชราออกนะครับ ก็ขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ แล้วก็ท่านวิชัย รูปขำดี ครับ
ท่านประธานครับ ผม วิชัย รูปขําดี มีส่วนได้เสีย อยู่ด้วยครับ
มีชื่อด้วยนะครับ อย่างนั้นก็ท่านสวิ่ง ตันอุด ครับ ไม่มีส่วนได้เสียแล้วนะครับ เชิญเปึนกรรมการ นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ท่านกาเสร็จหรือยังครับ เชิญเจ้าหน้าที่ ทางท่านเลขาฯ ครับ ท่านกรรมการครับ ท่านโอกาส ท่านเกียรติชัย ท่านวิทยา ท่านวีนัส ท่านอาจารย์วรากรณ์ ท่านสวิงครับ
(คณะกรรมการเข้าประจำที่)
พร้อมไหมครับ
ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ ครบหรือยังครับ คณะกรรมการทุกท่านครับ ช่วงที่กำลังรอผมขออนุญาตกราบเรียน ที่ประชุมครับ เรื่องกติกาต่าง ๆ ที่ทางท่านเลขาฯ ได้กรุณาแจ้งผมเมื่อกี้นะครับ บอกว่าท่านสมาชิกที่ได้ลงชื่อนั้นจำนวน ๑๗ ท่าน ถ้าไม่ถึง ไม่เปึ้นไรถือว่าเปึ้นบัตรดี แต่หลังจาก ๑๗ ท่านซึ่งเกิน เกิน ๑๗ ท่าน ถือว่าเปึ้นบัตรเสียก็ไม่อ่านรายชื่อนะครับ ก็เอาเปึนว่าถ้าไม่ถึง ๑๗ ท่านผมอ่านรายชื่อตามนั้น ครบ ๑๗ ท่านยิ่งดี แต่ถ้าเกินเปึ้นบัตรเสีย ครับ ขออนุญาตทำความเข้าใจแค่นี้ครับ
ขอบคุณครับ กรรมการพร้อมนะครับ กรรมการพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านเลขาฯ เชิญลงคะแนนครับ
๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กนก โตสุรัตน์ ๒. นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ๓. นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ๔. นายกล้านรงค์ จันทิก ๕. นายการุณ ใสงาม ๖. รองศาสตราจารย์กิตติ ตีรเศรษฐ์ ๗. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๘. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ๙. นายคมสัน โพธิ์คง ๑๐. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๑. ศาสตราจารย์จรัส สุวรรณมาลา ๑๒. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ๑๓. นายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๑๔. รองศาสตราจารย์ เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ๕. นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ๑๖. นายชนินทร์ บัวประเสริฐ ๑๗. นายชวลิต หมื่นนุช ๑๘. นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ๑๙. นายชาติชาย แสงสุข ๒๐. นายชาลี กางอิ่ม ๒๑. นายชำนาญ ภูวิลัย ๒๒. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๒๓. นายโชคชัย อักษรนันท์ ๒๔. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๒๕. รองศาสตราจารย์ดวงสุดา เตโชติรส ๒๖. นายเดโช สวนานนท์ ๒๗. นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ๒๘. พลตำรวจโท ธรรมนิตย์ ป่ตะนีละบุตร ๒๙. นายธวัช บวรวนิชย์กูร ๓๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ๓๑. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๓๒. รองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ๓๓. นายนรนิติ เศรษฐบุตร ๓๔. นายนิตย์ วังวิวัฒน์ ๓๕. นายนิมิตร ชัยจีระธิกุล ๓๖. นายนุรักษ์ มาประณีต ๓๗. นายปกรณ์ ปรียากร ๓๘. นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม ๓๙. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๔๐. นายประวิทย์ อัครชิโนเรศ ๔๑. นายประสงค์ พิทูรกิจจา ๔๒. นายปริญญา ศิริสารการ ๔๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรรณราย แสงวิเชียร ๔๔. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๔๕. นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ ๔๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๔๗.พลเรือเอกพีรศักดิ์ วัชรมูล ๔๘.นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๔๙. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๕๐. นายมนตรี เพชรขุ้ม ๕๑. นางมนูญศรี โชติเทวัญ ๕๒. นายมานิจ สุขสมจิตร ๕๓. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๕๔.นายรัฐ ชูกลิ่น ๕๕. รองศาสตราจารย์รุจิรา เตชางกูร ๕๖. รองศาสตราจารย์ วรากรณ์ สามโกเศศ ๕๗. นายวัชรา หงส์ประภัศร ๕๘. นายวิชัย รูปขำดี ๕๙. นายวิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ ๖๐. นายวิชัย ศรีขวัญ ๖๑. นายวิชา มหาคุณ ๖๒. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๖๓. นายวิทยา คชเขื่อน ๖๔. นายวิทยา งานทวี ๖๕. นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ๖๖. นายวีนัส ม่านมุงศิลปี ๖๗. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ๖๘. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๖๙. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๗๐. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ๗๑. นายศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น ๗๒. นายศิวะ แสงมณี ๗๓. นายเศวต ทินกูล ๗๔. นางสดศรี สัตยธรรม ๗๕. นายสนั่น อินทรประเสริฐ ๗๖. นายสมเกียรติ รอดเจริญ ๗๗. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๗๘. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ๗๙. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย ๘๐. นายสวัสดิ์ โชติพานิช ๘๑. นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ๘๒. นายสวิ่ง ตันอุด ๘๓. นายสามขวัญ พนมขวัญ ๘๔. นายสุนทร จันทร์รังสี ๘๕. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๘๖. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ๘๗. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๘๘. นายเสรี นิมะยุ ๘๙. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ๙๐. นายหลักชัย กิตติพล ๙๑. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ๙๒. นายอภิชาติ ดำดี ๙๓. นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ ๙๔. นายอรัญ ธรรมโน ๙๕. นางสาวอลิสา พันธุ์ศักดิ์ ๙๖. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๙๗. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๙๘. นางสาวอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ๙๙. นายอุทิศ ชูช่วย ๑๐๐. นายโอกาส เตพละกุล
สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกที่ไม่ลงคะแนน ผมขอป่ดการ ลงคะแนน และขอให้ท่านกรรมการตรวจนับคะแนนต่อไปด้วยนะครับ
ก็ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เข้าสู่กระบวนการ นับคะแนนนะครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าถ้ามันมีบัตรเสียก็จะไม่อ่านรายชื่อคือ หมายถึงเกิน ๑๗ ท่าน แต่ถ้า ไม่ครบไม่เปึนไร ถือว่าเปึนบัตรดี ขออนุญาตอ่านเลยนะครับ หมายเลข ๑ เจ้าหน้าที่พร้อมหรือยังครับ บันทึก หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายเลข ๑๖ นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๔ ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๓๓ ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ สำหรับใบไหนที่ผมอ่านแล้วผมจะเซ็นชื่อ ไว้นะครับ
ชุดที่ ๒ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์ สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หมายเลข ๒๑ พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล หมายเลข ๒๓ นายคมสัน โพธิ์คง หมายเลข ๒๔ ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๗ นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๓๒ นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นีละไพจิตร หมายเลข ๘นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หมายเลข ๒๓ นายคมสัน โพธิ์คง หมายเลข ๒๗ นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๒๙ นายเศวต ทินกูล หมายเลข ๓๐ นายช. ชัยนาท ศรีเสมาเมือง หมายเลข ๓๒ นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ หมายเลข ๑๗ จรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข๒๓ นายคมสัน โพธิ์คง หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น
หมายเลข ๓ นางอังคณา นีละไพจิตร หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทรประเสริฐ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขำดี หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๓๑ นายวัชรา หงส์ประภัศร หมายเลข ๓๒ นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย ต่อไปครับ
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายลข ๑๖ นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๒๙ นายเศวต์ ทินกูล หมายเลข ๓๐ นาย ช. ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
ใบต่อไปนะครับ หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๓๑ นายวัชรา หงส์ประภัศร หมายเลข ๓๒ นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๖ นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น
ใบต่อไปนะครับ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ หมายเลข ๑๖ นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หมายเลข ๓๒ นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย หมายเลข ๓๓ ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทรประเสริฐ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขำดี หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น
ใบต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขำดี หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน โพธิ์คง หมายเลข ๒๖ นายกฤต ไกรจิตติ หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๒๙ นายเศวต ทินกูล
ชุดต่อไป หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนพิเชษฐ์ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๖ นายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข๑๔ นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ หมายเลข ๑๖นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง หมายเลข ๒๑ พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล หมายเลข ๒๓ นายคมสัน โพธิ์คง หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข๓๐ นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
ใบต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทรประเสริฐ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขำดี หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๗ นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ หมายเลข ๒๘ นายไพไรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๓๑ นายวัชรา หงส์ประภัศร หมายเลข ๓๒ นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๖ นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๑ พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน โพธิ์คง หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๓๐ นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
ใบต่อไปครับ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๑๔ นายสนั่น อินทรประเสริฐ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขําดี หมายเลข ๒๓ นายคมสัน โพธิ์คง หมายเลข ๓๑ นายวัชรา หงส์ประภัศร
หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นีละไพจิตร หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาว พวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์ สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขำดี หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๗ นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๒๙ นายเศวต ทินกูล หมายเลข ๓๑ นายวัชรา หงส์ประภัศร
หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น
หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ หมายเลข ๒๗ นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์
๒.นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๑๒นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๕. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๒๒. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๓. นายคมสัน โพธิ์คง ๒๔. รองศาสตราจารย์ ศรีราชา เจริญพานิช ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๒๙. นายเศวต์ ทินกูล
๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๐. นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๒.นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๓.ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๔. นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๒๐. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๖. นายกฤต ไกรจิตติ ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ
๑.ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓.นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๔.นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๐. นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ๑๑.ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๓.นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๔.นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๘. นายวิชัย รูปขำดี ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๓. นายคมสัน โพธิ์คง ๓๐. นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ๓๑. นายวัชรา หงส์ประภัศร
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓.นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๔.นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๔. นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๑๕. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๖. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๒๙. นายเศวต์ ทินกูล ๓๐. นายช.ชัยนาท ๓๒.นายสมยศ ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ
๒. นายวิชา มหาคุณ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๑๑.ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๘. นายวิชัย รูปขำดี ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๒๙. นายเศวต์ ทินกูล ๓๐. นายช. ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
๒. นายวิชา มหาคุณ ๕. พันเอก นรินทร์ พรรณรายณ์ ๖. ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๔. นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชระมูล ๒๓. นายคมสัน โพธิ์คง ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๒๗. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๒๙. นายเศวต์ ทินกูล ๓๐. นายช. ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ๓๒. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา นี่ละไพจิต ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๐. นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๔. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๒. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๓. นายคมสัน โพธิ์คง ๒๔. รองศาสตราจารย์ ศรีราชา เจริญพานิช ๒๖. นายกฤต ไกรจิตติ
๒. นายวิชา มหาคุณ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๔. นายสนั่น อินทรประเสริฐ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๘. นายวิชัย รูปขําดี ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชระมูล ๒๒. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๓๑. นายวัชรา หงส์ประภัศร ๓๒. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ
- ๕ ๗ / ๑
๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๔. นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๑๖. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๒๑. พลเรือเอก พีระศักดิ์ วัชระมูล ๒๗. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์
๕. พันเอก นรินทร์ พรรณราย ๒๙. นายเศวต์ ทินกูล ๓๐. นายช. ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
๔. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๔. นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๒๐. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๒๓. นายคมสัน โพธิ์คง ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๒๗. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๐. นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๒๐. นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๓๐. นาย ช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง
ใบต่อไปนะครับ ๔. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖. ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๘. นายวิชัย รูปขำดี ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๘. นายไพฑูรย์ พรหมสาส์น ๓๑. นายวัชรา หงส์ประภัศร
ใบต่อไปนะครับ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๔. นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๘. นายวิชัย รูปขำดี ๒๒. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๓๒. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจน์ฤทธิ์พิเชษฐ์ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๔ นายชูชัย ศุภวงศ์ หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ มาประณีต หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขำดี หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๔ ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ หมายเลข ๓๒ นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
ชุดต่อไป หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ หมายเลข ๒ นายวิชา มหาคุณ หมายเลข ๓ นางอังคณา นี่ละไพจิตร หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร สารคุณ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ หมายเลข ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ ภักดีธนากุล หมายเลข ๑๘ นายวิชัย รูปขำดี หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ ปรียากร หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ หมายเลข ๒๔. ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น หมายเลข ๓๓ ร้อยตรี วิจิตร อยู่สุภาพ
เพื่อความรวดเร็วผมขออนุญาตไม่อ่านนามสกุลนะครับ หมายเลข ๒ นายวิชา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๑๙. นายปกรณ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๖. นายกริช ๒๘. นายไพโรจน์ ๓๒. นายสมยศ ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์
ใบต่อไปนะครับ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมรัชตะ ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๕. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๖. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๓๒. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
ใบต่อไปนะครับ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๔. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๐. นายกิตติศักดิ์ กิตติยารักษ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๕. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๒. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๙. นายเศวต์ ทินกูล ๓๑. นายวัชรา หงส์ประภัศร ครับ
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๔. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๘. นายนุรักษ์ มาประณีต ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๓. ศาสตราจารย์ สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๓๐. นายช.ชัยนาท ศรีเสมาเมือง ๓๒. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
ชุดต่อไปครับ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๙. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๒. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๗. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ วัชรมูล ๒๒. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ๒๗. นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ๒๘. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๒๙. นายเศวต ทินกูล ๓๑. นายวัชรา หงส์ประภัศร ๓๒. นายสมยศ สมวิวัฒน์ชัย
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๕. นายสุรชัย ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๒๓. นายคมสัน ๒๔. รองศาสตราจารย์ ศรีราชา ๒๙. นายเศวต ๓๑.นายวัชรา
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสัน ๒๔. รองศาสตราจารย์ ศรีราชา ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๓๐. นายช.ชัยนาท ๓๑. นายวัชรา ๓๒. นายสมยศ
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิค ๑๔. นายสนั่น ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๑๙. นายปกรณ์ ๒๗. นายวิทธยา
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๙. นายไพบูลย์ ๑๐. นายกิตติพงษ์ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๕. นายสุรชัย ๑๗. นายจรัญ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสัน ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๒๙. นายเศวต ๓๑. นายวัชรา ๓๒. นายสมยศ
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๗. นางสาว พวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๓. นายคมสัน ๒๗. นายวิทธยา ๒๘. นายไพโรจน์ ๒๙. นายเศวต ๓๒. นายสมยศ
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๑๐. นายกิตติพงษ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๕.นายสุรชัย ๑๗. นายจรัญ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสัน ๒๖. นายกฤต ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย
๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๓. นายคมสั้น ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๘. นายนุรักษ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๓. นายคมสั้น ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์ ๒๙. นายเศวต ๓๐. นาย ช.ชัยนาท ๓๑. นายวัชรา ๓๒. นายสมยศ
๓. นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๒๘. นายไพโรจน์ ๓๑. นายวัชรา
๒. นายวิชา ๔. นายชูชัย ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๒๗. นายวิทธยา ๒๙. นายเศวต์ ๓๐. นายช.ชัยนาท ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
ใบต่อไปครับ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๙. นายไพบูลย์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๕. นายสุรชัย ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ
-๖๐/๑ ๑๘. นายวิชัย ๑๙. นายปกรณ์ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๒๗. นายวิทธยา ๒๘. นายไพโรจน์ ๒๙. นายเศวต์ ๓๐. นายช.ชัยนาท
กราบเรียนนิดหนึ่งนะครับ ทางคณะกรรมการ ได้แบ่งงานกันว่าจะไม่อ่านนามสกุลนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าอ่านหมายเลขกับชื่อตรงกัน ก็ให้เจ้าหน้าที่ได้บันทึกเลยนะครับ เพื่อความสะดวกรวดเร็วนะครับ
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๔ นายชูชัย หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๖ นายกฤต หมายเลข ๓๒ นายสมยศ
ชุดต่อไปครับ หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์ สมคิด หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๕ พลตํารวจเอก มีชัย หมายเลข ๒๖ นายกฤต หมายเลข ๓๑ นายวัชรา เชิญชุดต่อไปเลยครับ
หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๑๘ นายวิชัย หมดแล้วครับ
หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๔ นายชูชัย หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์ สมคิด หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์
หมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๔ นายชูชัย หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๑ พลเรือเอก พีรศักดิ์ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์
หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ หมายเลข ๗ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๔ นายสนั่น หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๑๘ นายวิชัย หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๖ นายกฤต หมายเลข ๓๑ นายวัชรา
หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๖ นายกฤต หมายเลข ๓๑ นายวัชรา หมายเลข ๓๒ นายสมยศ
หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๖ นายเสริมเกียรติ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ หมายเลข ๒๑ พลเรือเอกพีรศักดิ์ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย หมายเลข ๒๗ นายวิทธยา หมายเลข ๓๐ นายช.ชัยนาท หมายเลข ๓๓ ร้อยตรี วิจิตร
หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ หมายเลข ๓๐ นายช.ชัยนาท
หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๔ นายชูชัย หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๐ นายกิตติพงษ์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๖ นายกฤต หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาว พวงเพชร ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๑๙. นายปกรณ์ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ ศรีราชา ๒๖. นายกฤต ๒๘. นายไพโรจน์ ๓๐. นายช.ชัยนาท ๓๑. นายวัชรา ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
๒. นายวิชา ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๐. นายกิตติพงษ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๖. นายกฤต ๒๘. นายไพโรจน์ ๓๐. นายช. ชัยนาท ๓๑. นายวัชรา
ใบต่อไป ๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๕. พันเอก นรินทร์ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๗. นายวิทธยา ๒๘. นายไพโรจน์
ใบต่อไป ๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๕. พันเอก นรินทร์ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๕. นายสุรชัย ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๓. นายคมสัน ๒๔. รองศาสตราจารย์ ศรีราชา ๓๐. นายช.ชัยนาท
ชุดต่อไป ๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๙. นายไพบูลย์ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๕. นายสุรชัย ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๑๙. นายปกรณ์ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๓. นายคมสั้น ๒๔. รองศาสตราจารย์ ศรีราชา ๓๒. นายสมยศ
ชุดต่อไป ๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา มหาคุณ ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๓. นายคมสัน ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์ ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
เหลืออีกประมาณ ๑๐ ใบเศษ ๆ
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๑๙. นายปกรณ์ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์ ๓๑. นายวัชรา
๓. นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๐. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓.ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗.นายจรัญ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔.ศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๕.พลตำรวจเอก มีชัย ๒๘.นายไพโรจน์ ๓๑.นายวัชรา
๒. นายวิชา ๔.นายชูชัย ๖.ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๐. นายกิตติพงษ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๑๘.นายวิชัย ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสัน ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๓. นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๙. นายไพบูลย์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๑๙.นายปกรณ์ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๑.พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔.รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์ ๒๙.นายเศวต์ ๓๐. นายช. ชัยนาท ๓๒. นายสมยศ
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ ๗.นางสาวพวงเพชร ๘.นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๑๙.นายปกรณ์ ๒๑.พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๕.พลตำรวจเอก มีชัย ๒๗. นายวิทธยา ๒๘.นายไพโรจน์
๒. นายวิชา ๔.นายชูชัย ๕. พันเอกนรินทร์ ๖ . ศำ ส ต์ รำ จำ ร ย์ เ ก ริ ก เ กี ย ร ติ ๗ . นำ ง สำ ว พ ว ง เ พ ช ร ๙ . นำ ัย ไ พ บู ล ย์ ๑๐. นายกิตติพงศ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์ สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๗.นายจรัญ ๒๐. นายธีรวัฒน์ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๘. นายไพโรจน์ ๓๑.นายวัชรา
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๗. นางสาว พวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔.นายสนั่น ๑๗.นายจรัญ ๑๘.นายวิชัย ๒๐.นายธีรวัฒน์ ๒๒.นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสัน ๒๔.รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์ ๒๙.นายเศวต์ ๓๒. นายสมยศ
๒.นายวิชา ๖.ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๙.นายไพบูลย์๑๐.นายกิตติพงษ์ ๑๑.ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓.ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔.นายสนั่น ๑๗.นายจรัญ ๒๐.นายธีรวัฒน์ ๒๑.พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒.นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสั้น ๒๔.รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๓๓.ร้อยตรี วิจิตร
๒. นายวิชา ๓.นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาว พ ว ง เ พ ช ร ๙ . นำ ัย ไ พ บู ล ย์ ๑ ๓ . ศำ ส ต รำ จำ ร ย์ ส ม คิ ด ๑ ๗ . นำ ย จ รั ญ ๒๔.รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๖.นายกฤต ๒๘.นายไพโรจน์ ๓๐. นายช. ชัยนาท
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาว พวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙.นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓.ศาสตราจารย์ สมคิด ๑๕. นายสุรชัย ๑๗.นายจรัญ ๑๙.นายปกรณ์ ๒๑.พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๓.นายคมสั้น ๒๔.รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๒๘.นายไพโรจน์ ๓๑.นายวัชรา
๓. นางอังคณา ๗. นางสาวพวงเพชร ๘.นายนุรักษ์ ๙.นายไพบูลย์ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓.ศาสตราจารย์สมคิด ๑๕.นายสุรชัย ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๒๙. นายเศวต
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๕. นายสุรชัย ๑๗. นายจรัญ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสั้น ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๗. นายวิทธยา ๒๘. นายไพโรจน์
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๐. นายกิตติศักดิ์ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๓. นายคมสั้น ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑ ๗ . นำ ย จ รั ญ ๒ ๐ . นำ ย ธี ร วั ฒ น์ ๒ ๑ . พ ล เ รื อ เ อ ก พี ร ศั ก ดิ์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
๑ . ศำ ส ต์ รำ จำ ร ย์ เ จ ริ ญ ศั ก ดิ์ ๒ . นำ ย วิ ชำ ๔ . นำ ย ชู ชั ย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๐. นายกิตติศักดิ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๗. นายจรัญ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๓. นายคมสัน ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๓๑. นายวัชรา ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๗. นางสาวพวงเพชร ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๗. นายจรัญ ๑๘. นายวิชัย ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔. รองศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๗. นายวิทธยา ๓๐. นายช.ชัยนาท ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
๑. ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ๒. นายวิชา ๓. นางอังคณา ๔. นายชูชัย ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๘. นายนุรักษ์ ๙. นายไพบูลย์ ๑๐. นายกิตติศักดิ์ ๑๑. ศาสตราจารย์ไชยยศ ๑๒. นายประพันธ์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๔. นายสนั่น ๑๗. นายจรัญ ๑๙. นายปกรณ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๔. ศาสตราจารย์ศรีราชา ๒๘. นายไพโรจน์
นำ ย วี นั ส ม่ำ น มุ ง ศิ ล ปี : ๒ . นำ ย วิ ชำ ๓ . นำ ง อั ง ค ณำ ๖. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ ๗. นางสาวพวงเพชร ๙. นายไพบูลย์ ๑๓. ศาสตราจารย์สมคิด ๑๕. นายสุรชัย ๑๖. นายเสริมเกียรติ ๑๗. นายจรัญ ๒๑. พลเรือเอก พีรศักดิ์ ๒๒. นายอัครวิทย์ ๒๕. พลตำรวจเอก มีชัย ๒๗. นายวิทธยา ๓๓. ร้อยตรี วิจิตร
ชุดต่อไปหมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร หมายเลข ๑๐ นายกิติพงษ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๔ นายสนั่น หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๑๘ นายวิชัย หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา
ชุดต่อไป หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๔ นายชูชัย หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๑๙ นายปกรณ์ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๔ ศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๕ พลตํารวจเอก มีชัย หมายเลข ๒๖ นายกฤต หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ หมายเลข ๓๑ นายวัชรา
ชุดต่อไปหมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๘ นายวิชัย ห มำ ย เ ล ข ๒ ๑ พ ล เ รื อ เ อ ก พี ร ศั ก ดิ์ ห มำ ย เ ล ข ๒ ๒ น้ำ ย อั ค ร วิ ท ย์ หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ หมายเลข ๓๓ ร้อยตรี วิจิตร
ชุดต่อไปหมายเลข ๑ ศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ หมายเลข ๒ นายวิชา หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๖ ศาสตราจารย์ เกริกเกียรติ หมายเลข ๑๑ ศาสตราจารย์ไชยยศ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๓ ศาสตราจารย์สมคิด หมายเลข ๑๔ นายสนั่น หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย หมายเลข ๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๐ นายธีรวัฒน์ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ หมายเลข ๒๙ นายเศวต หมายเลข ๓๒ นายสมยศ
ชุดสุดท้ายครับ หมายเลข ๓ นางอังคณา หมายเลข ๗ นางสาวพวงเพชร หมายเลข ๘ นายนุรักษ์ หมายเลข ๙ นายไพบูลย์ หมายเลข ๑๐ นายกิติพงษ์ หมายเลข ๑๒ นายประพันธ์ หมายเลข ๑๕ นายสุรชัย หมายเลข ๑๖ นายเสริมเกียรติ หมายเลข๑๗ นายจรัญ หมายเลข ๒๒ นายอัครวิทย์ หมายเลข ๒๓ นายคมสัน หมายเลข ๒๔ รองศาสตราจารย์ศรีราชา หมายเลข ๒๕ พลตำรวจเอก มีชัย หมายเลข ๒๖ นายกฤต หมายเลข ๒๘ นายไพโรจน์ หมายเลข ๒๙ นายเศวต หมายเลข ๓๑ นายวัชรา จบนะครับ
๑๐๐ ชื่อ ๑๗ คูณ ๑๐๐ เปึน ๑,๗๐๐ กว่าครั้ง ถ้าอ่านนามสกุลด้วยเปึน ๓,๗๐๐ ครับท่านประธาน การนับคะแนนก็เรียบร้อยนะครับ ผมขออนุญาตครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ตอนนี้ได้ผลการลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ๑๗ ท่าน ผมขอให้ท่านเลขาธิการฯ ช่วยอ่านรายชื่อผู้ที่ได้รับคะแนนดังกล่าวด้วยครับ อ่านรายชื่อตรงนี้ก่อน ให้ขานคะแนนให้ทราบก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวอีก ๘ ท่านที่ได้ไปแล้วนี่ ท่านก็อ่านเพิ่มอีกทีแล้วกัน ตอนนี้ทราบผลคะแนน ตรงนี้ก่อนแล้วกันครับ เชิญครับ
๑๗ ท่านนะครับ ๑. คุณจรัญ ภักดีธนากุล ๒. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๓. คุณวิชา มหาคุณ ๔. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม
ขอโทษท่านเลขาฯ นิดหนึ่งนะครับ ช่วยบอกคะแนนนิดดีไหมครับ
คุณจรัญ ภักดีธนากุล ๘๖ คะแนนนะครับ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๗๙ คะแนน คุณวิชา มหาคุณ ๗๕ คะแนน ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๗๒ คะแนน รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๖๖ คะแนน นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๖๑ คะแนน นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๕๗ คะแนน นางอังคณา นีละไพจิตร ๕๗ คะแนน นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๕๔ คะแนน ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๕๓ คะแนน นายชูชัย ศุภวงศ์ ๔๗ คะแนน นายประพันธ์ นัยโกวิท ๔๗ คะแนน นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๔๖ คะแนน นายนุรักษ์ มาประณีต ๔๔ คะแนน นายปกรณ์ ปรียากร ๔๑ คะแนน นายสนั่น อินทร์ประเสริฐ ๓๗ คะแนน แล้วก็ นายคมสัน โพธิ์คง ๓๕ คะแนน ครับ
เพื่อให้ที่ประชุมนี้ได้ทราบเปึ้นทางการนะครับ โดยกรรมาธิการทั้ง ๒๕ ท่าน ที่ได้รับเลือก เปึ้นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านเลขาฯ อ่านรายชื่อทั้งหมดด้วยครับ ๒๕ ท่านครับ
รายชื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕ ท่าน นะครับ ๑. นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ๒. นางสดศรี สัตย์ธรรม ๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ๔. รองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ๕. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๖. นายวิทยา งานทวี ๗. มานิจ สุขสมจิตร ๘. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๙. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๑๐. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๑๑. นายวิชา มหาคุณ ๑๒. ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ๑๓. รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๑๔. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ๑๕. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๑๖. นางอังคณา นี่ละไพจิตร ๑๗. นางสาวพวงเพชร สารคุณ ๑๘. ศาสตราจารย์ไชยยศ เหมะรัชตะ ๑๙. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๒๐. นายประพันธ์ นัยโกวิท ๒๑. นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ ๒๒. นายนุรักษ์ มาประณีต ๒๓. นายปกรณ์ ปรียากร ๒๔. นายสนั่น อินทรประเสริฐ และ ๒๕. นายคมสัน โพธิ์คง ครับ
รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๒๕ ท่านดังกล่าวนี้ ทางท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญจะแจ้งให้ ท่านประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติทราบภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้นะครับ ก็ถือว่า เรียบร้อยในการตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญส่วนของสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ ครับ เรื่องการกําหนดคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ กับการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ จากการที่ท่านการุณ ใสงาม ได้เสนอเปึน ญัตติให้ที่ประชุมพิจารณาจำนวนกรรมาธิการ เอกสารซึ่งได้แจกท่านสมาชิกไปแล้วนะครับ ซึ่งจากการประชุมภายในเมื่อวานนี้ที่ประชุมได้มีมติตั้งกรรมาธิการไว้จำนวน ๑๓ คณะประกอบ ไปด้วย ๑. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านไปแล้วนะครับ ๒. คณะกรรมาธิการ วิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ๓. กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการ มีส่วนร่วมของประชาชนภาคกลาง ๔. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ของประชาชนภาคเหนือ ๕. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ๖. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคใต้ ๗. คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัด ๘. คณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนู ๙. คณะกรรมาธิการการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ๑๐. คณะกรรมาธิการวิชาการตรวจร่างรัฐธรรมนูญ และร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๑๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญบันทึกเจตนารมณ์จดหมายเหตุ และตรวจรายงานการประชุม ๑๒. คณะกรรมาธิการกิจการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑๓. คณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ วิธีการออกเสียงประชามติและการออกเสียงประชามติ
เนื่องจากท่านการุณเสนอญัตติไว้นะครับ แล้วเราก็ได้ประชุมนอกรอบไปแล้ว คือกราบเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ ในส่วนของสิ่งที่เรากำลังพิจารณาในกรรมาธิการที่เรา พิจารณาอยู่นี้นะครับ ผมอยากจะเสนอหารือท่านสมาชิกครับว่า ขอให้มีคณะทำงานสัก ๕ คน หรือ ๗ คน เพื่อที่จะดูกรอบการทำงาน พิจารณากรอบการทำงานที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ยกร่างฯ ตามที่เราได้พูดคุยกันเมื่อวานแล้วในขณะเดียวกันก็จะต้องให้ท่านสมาชิกแสดงความ จำนงเพื่อที่จะรับผิดชอบงานในหน้าที่ของแต่ละกรรมาธิการ เอกสารก็ได้แจกให้ท่านสมาชิกไป แล้วนะครับ ทั้งในส่วนกรอบการทำงาน แล้วก็ใบแสดงความจำนง ซึ่งใน ๒ ส่วนนี้ ขอให้ท่าน สมาชิกนำไปพิจารณา แล้วถ้าจะมีการเสนอข้อแก้ไขกรอบการทำงานก็ขอให้ช่วย พิจารณาแล้วเสนอมาภายในวันพฤหัสบดี ที่จะถึงนี้ พร้อมกับการแสดงความจำนง ในกรรมาธิการแต่ละคณะที่ท่านประสงค์จะอยู่ในคณะนั้น ๆ ในเบื้องต้นผมขอหารือ ท่านสมาชิกครับว่าจะมีคณะทํางาน ท่านเห็นเปึนอย่างไรครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเปึ้นอย่างอื่น ผมขอให้ท่านสมาชิกช่วยเสนอก็ได้นะครับ สัก ๕ ท่าน หรือ ๗ ท่าน เพื่อจะพิจารณากรอบการทำงาน แล้วก็พิจารณาในการที่จะกำหนดท่านสมาชิก แต่ละท่านที่แสดงความจำนงอยู่ในกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ขอหารือครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ท่านประธานบอกว่าใบที่พวกเราจะบอกความจำนง ให้ส่งมาในวันพฤหัสบดีนี้ แสดงว่าการพิมพ์อาจจะมีการตกบกพร่องใช่ไหมครับ ที่เขียนไว้ ข้างล่างว่าวันที่ ๒๕ มกราคม ต้องเปลี่ยนเปึนวันที่ ๑๘ มกราคม อันนี้ถูกต้องนะครับ พวกเราจะ ได้แก้ตามตรงนี้ในใบที่เพิ่งแจกนี้นะครับ และผมเชื่อว่าถ้าพวกผมส่งเสียวันนี้เลย ก็จะเปึน ประโยชน์ใช่ไหมครับ เพราะว่าคงไม่ยากเท่าไรในการที่จะกรอกหมายเลข ๑ ถึง ๓ ลำดับ ที่ต้องการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตทำความเข้าใจอย่างนี้ว่าผมเข้าใจถูกไหม คือคณะกรรมาธิการ ๗๖ จังหวัดนี่นะครับ เบอร์ ๖ เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ๗๖ จังหวัด จะเปึน ๗๖ คณะ จังหวัดหนึ่ง ๑ คณะ อันนี้ถูกต้องนะครับ ถ้าจังหวัดหนึ่งมี ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ถ้าสมาชิกท่านใดที่สนใจ แล้วก็ยิ่งมาจากจังหวัดใด ถ้าจะเลือกในเบอร์ ๖ ก็คือ คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดได้ ก็สามารถที่จะเลือก ในคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ภาคนั้นได้ด้วย อันนี้ก็จะ ยิ่งเกิดประโยชน์ เพราะว่าจะได้ประสานงานกันระหว่างคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็น ของภาค จะได้ประสานงานกันระหว่างคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นของภาค และก็จะได้ไปเปึน ประธานกรรมาธิการรับฟังความเห็นของจังหวัดด้วยเลยเสียพร้อม ๆ กัน อันนี้ถ้าผมเข้าใจ โครงสร้างอย่างนี้ และผมจะแนะนำสมาชิก สมมุติว่าผมมาจากจังหวัดนครราชสีมา ถ้าผมสนใจ ผมก็จะลงใน ๗๖ จังหวัด อันหนึ่ง แล้วอีกอันหนึ่งนี่ลงกันเสียเลยว่าอยู่ในคณะกรรมาธิการรับฟัง ความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างนี้เปึนต้น ก็จะได้ ทำงาน ๒ กรรมาธิการนี้ซึ่งสัมพันธ์กัน ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกไหมครับ ท่านประธานพยักหน้า นะครับ ก็แสดงว่ากรรมาธิการที่ประจำวิสามัญประจำจังหวัดต้องทำงานประสานใกล้ชิด หรือว่าอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นประจำภาคนั้น ๆ ภาคหนึ่ง ถ้ามี ๑๖ จังหวัด คณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นประจำ ๑๖ จังหวัดนั้น ควรจะต้องสัมพันธ์ อย่างลึกซึ้งกับกรรมาธิการประจำภาคในภาคนั้น ๆ อันนี้ผมเข้าใจถูกนะครับ ถ้าเข้าใจอย่างนี้ เวลาท่านเลือกท่านจะได้เลือกอย่างเปึนระบบมากขึ้นว่าจะเลือกอย่างไรที่เปึนระบบ คราวนี้ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและ การประชามตินี่ที่อยู่ใน คณะที่ ๑ เบอร์ ๑ ที่เห็นอยู่ในแบบฟอร์มนี่ ในที่สุดแล้วน่าจะมีคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็น และการมีส่วนร่วมของภาค ๔ ภาคอยู่เปึนกรรมาธิการที่ประกอบกันในกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติในชุดที่ ๑ ด้วยนะครับ แต่คงจะเปึ้นแต่เฉพาะประธาน ของกรรมาธิการทั้งหลาย หรือตัวแทนของกรรมาธิการที่จะไปอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วม ถ้าผมเข้าใจอย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิกก็อาจจะไม่จําเปึนต้องเลือก ๑ และ ๒ หรือ ๑ และ ๓ หรือ ๑ และ ๔ และ ๕ คือถ้าเลือก ๑ ก็ไม่จำเปึ้นต้องเลือก ๒ ๓ ๔ ๕ แต่ถ้าเลือก ๒ ๓ ๔ ๕ ก็ไม่สมควรที่จะเลือก ๑ เพราะใน ๑ จะมีกรรมาธิการประจําภาคไปอยู่ ๆ แล้วโดยอัตโนมัติ โดยโครงสร้างที่คุณหมอชูชัย และก็เราได้ถกกันเมื่อวานนี้ ถ้าผมเข้าใจ อย่างนั้นเพื่อนสมาชิกก็จะได้เลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกนะครับ ท่านประธานครับ แล้วถ้าดูต่อไปนะครับ เบอร์ ๗ คณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญ ก็น่าที่จะมีตัวแทนหรือประธานกรรมาธิการที่ไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติอยู่แล้วด้วย เพราะฉะนั้นท่านที่ลงเบอร์ ๗ คือ คณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ก็ไม่จำเปึนต้องลงเบอร์ ๑ ที่ผมพูด อย่างนี้ก็จะได้กระจาย หรือคนลงเบอร์ ๑ แล้ว ก็ไม่ควรจะลงเบอร์ ๗ จะทำให้คณะทำงานที่ท่าน ประธานบอกข้อ ๕ หรือ ๗ คนนี่ ได้ไปทำงานอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จะได้ไม่กระจุกตัว ผมอธิบายอย่างนี้ ท่านประธานคิดว่าผมอธิบายถูกหรือเปล่าครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบพระคุณท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ คือหลัก ๆ ตอนนี้ท่านก็เสนอก่อนว่าท่านต้องการ อยู่คณะไหนเปึนคณะหลักก่อน ข้อที่ ๑ นะครับ ข้อที่ ๒ คณะกรรมาธิการของแต่ละภาค ก็อย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ได้อธิบายว่าก็คงจะมีส่วนอยู่ในกรรมาธิการการมีส่วนร่วม คณะที่ ๑ แล้วส่วน ๗๖ จังหวัด ท่านสมาชิกสนใจที่จะไปเปึนกรรมาธิการคณะของจังหวัดใดท่านก็เสนอ แสดงความจำนงเข้ามา ซึ่งโดยหลักก็จะให้เปึ้นเจ้าภาพ ส่วนคณะอื่น ๆ ก็ถือว่าเปึนคณะหลัก เหมือนกัน ก็อยากให้กระจาย อย่างเช่นคณะ ๑ กับคณะ ๘ คณะ ๙ อะไรนี่นะครับ ท่านก็กระจาย อันนี้แล้วแต่เจตจำนงของท่าน เอาโดยหลักก็คือท่านเอาหลัก ๆ ของท่าน ที่ต้องการหนึ่งก่อน แล้วลำดับที่รองลงมาอีก ๒ ลำดับ ท่านแสดงความจำนงมา ส่วนเดี๋ยว คณะทำงานก็จะไปจัดลง ท่านจะได้ไม่สับสน เพราะว่าอธิบายเยอะเดี๋ยวก็จะงงไปใหญ่ ก็เอาหลักของท่าน อยู่คณะไหน ต้องการจะอยู่คณะไหนรองลงมา และเดี๋ยวถ้าเกิดคณะไหนขาดเราก็ไปเจรจา แล้วก็บอกกล่าวให้ทราบกันท่านก็จะสะดวก นะครับ อย่างนั้นเดี๋ยวท่านแสดงความจำนงวันนี้เลยก็ได้นะครับ หรือถ้าหากไม่สะดวก กลับไปคิดก่อน ทางท่านเลขาฯ ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ค่อยรับให้นะครับ ที่โต๊ะชั้น ๒ ที่ตรงลงชื่อ ถ้าหากว่าท่านไม่เดินทางมาเอง ฝากให้ผู้ช่วยมาส่งก็ได้นะครับ หรือจะส่งแฟกซ์ (Fax) ก็ได้ตาม เอกสาร ที่ได้แจกไปนะครับ ส่วนวันที่นั้นที่ลงไว้ ๒๕ จริง ๆ ก็พฤหัสบดีนี้นะครับ ตรงกับวันที่ ๑๘ ท่านก็ช่วยส่งมาจะได้เร็วขึ้นนะครับ ตอนแรกว่าจะเอาวันที่ ๒๕ จะนานไปนะครับ และเดี๋ยว คณะทำงานก็จะมาช่วยจัดกันให้นะครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งตอนต้นนะครับ ผมคิดว่าเราคงจะเสนอชื่อ คณะทำงาน ๕ – ๗ คน ผมถือโอกาสนี้เสนอชื่อท่านแรกนะครับ คือท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ แล้วคณะนี้เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้ด้วยนะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ท่านกฤษฎาครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ครับ ผมขอเสนอท่านกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ครับ
ท่านอาจารย์กรรณิการ์ ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
๒ แล้วครับ ท่านธวัชครับ ยกมืออยู่
ผม ธวัช บวรวนิชยกูร นะครับ ผมขอเสนอ คุณวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ นะครับ ขอผู้รับรองครับ
๓ แล้วนะครับ ทั้งผมเปึน ๔ นะครับ ท่านอาจารย์สมคิดครับ
ท่านประธานครับ ผม สมคิด เลิศไพฑูรย์ ครับ ขออนุญาตเสนอชื่อ ท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น เปึนกรรมการอีกท่านหนึ่งครับ
ขอผู้ รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
๕ แล้วครับ พอไหมครับ ท่านไพโรจน์ครับ
ผมคิดว่ามากสักนิดก็ไม่เปึนไร สัก ๖ หรือ ๗ คน อยากจะได้อาจารย์สมคิดเปึนอีกสักคนหนึ่งครับ เพราะว่าจะได้ช่วยดูในภาพรวมครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
อีกท่านหนึ่งครับ ท่านอาจารย์คมสันหรือท่าน ตกลงกันเลยครับนั่งด้วยกัน
ท่านประธานครับ ผม ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ครับ ขอเสนอคุณหมอชูชัยครับ ซึ่งเปึนผู้ที่วางโครงสร้างไว้เดิม ขอบคุณครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
๗ ท่านแล้ว พอแล้วนะครับ รายชื่อ ๗ ท่านแล้วไม่ต้องอ่านชื่อซ้ำนะครับ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวทั้ง ๗ ท่านเดี๋ยวเราก็ตกลงกันนะครับว่าจะประชุมหลังจากนี้เพื่อจะกำหนดวันให้แน่นอน นะครับ เชิญท่านไพโรจน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มีนิดเดียวครับ มองอย่างรวดเร็วนะครับในกรอบภารกิจที่เขียนเอาไว้ ผมเกรงว่าจะมีปัญหา สําหรับท่านที่จะเลือกเข้ามาเปึนกรรมาธิการวิสามัญหรือกรรมาธิการสามัญนะครับ เพราะใน ชุดที่ ๒ คณะกรรมาธิการสามัญประสานการมีส่วนร่วมในการประชามตินั้น ในภารกิจข้อที่ ๓ บอกว่า ดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าประชาชนจะให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ขณะเดียวกันชุดที่ ๑๓ เราก็บอกว่าให้กำหนดร่างหลักเกณฑ์ต่าง ๆ แล้วก็ไป เขียนเอาไว้ด้วยว่าให้คณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ วิธีการออกเสียงประชามติและการ ออกเสียงประชามติ ผมคิดว่าตรงนี้สําคัญมากนะครับ ผมอยากจะคิดว่าคณะที่ ๒ นั้นน่าจะทํา ในเรื่องประสานนะครับ แล้วก็รับฟังความคิดเห็นทั่ว ๆ ไป ส่วนคณะที่ ๑๓ นี้น่าจะเปึ้นในเรื่อง ของการยกร่างหลักเกณฑ์ แล้วก็ดำเนินการในเรื่องการจัดการให้มีการออกเสียงประชามติ การออกเสียงประชามติเปึนเรื่องใหญ่มากนะครับ เหมือนกับการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย เพราะเราต้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีคุณสมบัติมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เปึ้นเรื่องใหญ่มาก ๆ เพราะฉะนั้นต้องมีผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะตรงนี้นะครับ
คืออย่างนี้ครับ ตอนเอกสารแจกแล้วเดี๋ยวให้สมาชิกไปช่วยดูนะครับ แล้วช่วยเสนอความคิดเห็น นี้นะครับ ถ้ามีอะไรที่จะแก้ไขก็เสนอเข้ามา แล้วเดี๋ยวคณะทำงานก็จะไปดูทั้งหมดอีกทีหนึ่ง แล้วพอเวลาเราเลือกนี่เราก็ทำงานสะดวก ในช่วงนี้ก็ช่วยน้ำไปพิจารณาก่อนแล้วกัน ให้เวลา ๒ วัน เชิญครับท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าจํากันไม่ผิดเมื่อวานนี้ที่เรามีการพูดคุยกัน นอกรอบ แล้วเราได้ ตัดคณะกรรมาธิการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและประชามติไปรวมอยู่ในข้อ ๒ ทีนี้ผมก็ มาดูว่าในคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและประชามติ เราไม่มีเรื่องของการ สำรวจความคิดเห็น เนื่องจากว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าเราจะไปอ้างกับประชาชนไม่ได้ เลยนะครับว่า สิ่งที่เรากําลังร่างนั้นเราเอามาจากไหน เราไม่มีหลังให้เราพิง เพราะฉะนั้นผมก็ยัง มีความรู้สึกว่าเรื่องของการสํารวจความคิดเห็นนั้นเปึ้นเรื่องสําคัญที่เราจําเปึนจะต้องมีไว้ นะครับ แต่จะไว้ตรงไหน อย่างไร ฝากท่านประธานด้วยนะครับ
อย่างนั้นเดี๋ยวคณะทำงานจะรับไปนะครับ รับไปเพื่อจะไปใส่ในกรอบการทำงาน และให้ คณะไหนรับผิดชอบ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ท่านประธานครับ ผมเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ครับ ที่ท่านสมาชิก ๒ ท่านสุดท้ายได้แนะนำนั้นเปึนของดีนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าอย่างนี้ ดีไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะเสนอว่าสมาชิกกลับไปดูที่บ้านแล้วก็ขณะเดียวกันนี่ สุดท้ายควรจะให้กรรมาธิการที่ได้มีการจัดสรรเรียบร้อย พิจารณาในลักษณะของกรรมาธิการ จะได้แลกเปลี่ยนว่ากรรมาธิการของท่านนี่ควรจะต้องทำงานอย่างไร จะได้รัดกุม ครอบคลุม มากยิ่งขึ้น แล้วหลังจากนั้นก่อนที่ท่านประธานจะประกาศให้กรรมาธิการ มันจะต้องมีการ ประกาศตามกฎหมายนะครับ ประกาศว่าท่านมีอํานาจหน้าที่อะไรได้บ้างนี่ ก็จะได้กลับมา ในแต่ละกรรมาธิการ เมื่อดูของท่านแล้วนี่ก็จะกลับเข้ามาดูร่วมกันอีกทีหนึ่งว่ามันมีอะไรซ้ำซ้อน กันไหม ถ้าวันนี้เราพูดกันเลยนี่ผมว่ามันก็คงยังไม่จบ และผมเข้าใจว่าร่างที่เราถือกันอยู่นี้ เปึ้นร่างที่เจ้าหน้าที่เขาร่างมาเท่านั้น ยังไม่มีสมาชิกท่านหนึ่งท่านใดได้ตรวจท่าน เพราะฉะนั้น วันนี้เรายังไม่พูดกันในเรื่องนี้ แต่ว่าจะไปพูดกันมากในชั้นกรรมาธิการ และก็ไปทำเปึนการบ้าน และในชั้นกรรมาธิการนี่เรามาถกกัน จะดีไหมครับท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้อย่าเพิ่ง ถกวันนี้
ขอบพระคุณครับ ก็เห็นตรงกันแล้วนะครับ อย่างนั้นก็จบวาระที่ ๓ นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ นะครับ ก็เลยปรึกษากับท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ และก็ขอปรึกษาท่านสมาชิกนะครับ ว่าเราจะต้องมีวันประชุมที่เปึ้นทางการให้ ชัดเจน สมาชิกท่านก็จะได้รับทราบ แล้วก็มาประชุมร่วมกัน ท่านประธานก็เสนอว่าให้มีการ ประชุมทุกวันจันทร์ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เปึนต้นไป ส่วนถ้ามีวันอื่นมีอะไรพิเศษประการใด ก็จะนัดเปึนคราว ๆ ไป หรือเปึนวัน ๆ ไป ในเบื้องต้นนี้นัดทุกวันจันทร์นะครับท่านสมาชิก มีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ อาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยว่าต้องเปึนวันจันทร์ แล้วก็ถ้าท่านประธานจะกรุณาเผื่อไว้ว่าถ้ามีความจําเปึนนี่ เราจะประชุมซ้อน คือวันจันทร์ กับวันอังคาร เพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่มาจากต่างจังหวัด จะได้สะดวก แต่ว่าที่ผมขึ้นมาพูดตรงนี้ผมอยากจะเน้นย้ํา ขณะนี้เราได้ตัวกรรมาธิการยกร่างฯ ๒๕ คนเรียบร้อย และเรากําลังจะได้อีก ๑๐ ท่านในอีก ๓ วัน เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ ๓๕ คนนี่ ผมคิดว่าพวกเราน่าจะมีมติหรือไม่ต้องเปึนมติเปึ้นทางการก็ได้ แต่น่าจะพูดกันเสีย ว่ากรรมาธิการยกร่างฯ นี่ต้องมาร่วมประชุมกับเราในทุกวันจันทร์ ถ้าไม่มานี่นะครับ ผมคิดว่า ท่านนั้นกําลังจะเปึนว่าวที่ลอยลม และท่านก็จะไปทําอะไรของท่าน แล้วเมื่อถึงคราวแปรญัตติ ท่านก็ทราบ ผมอภิปราย ๒ ครั้ง ๓ ครั้งเมื่อวานนี้ที่หนึ่งแล้ว วันนี้อีกทีหนึ่งแล้วว่าพวกผมนี่ แปรญัตติยากมาก ผมจะแปรญัตติได้จะต้องมีเพื่อนรับรองอีก ๑๐ ท่าน และเพื่อนที่รับรองผม เขาจะแปรญัตติตัวเขาเองไม่ได้เลย และเขาก็จะไปร่วมรับรองคนอื่นอีกไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะมี ความยากลำบากมากที่คนหนึ่งจะแปรญัตติอะไรได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจะแนะนําเพื่อนสมาชิกว่าถ้าจะทําจะต้องจัดอย่างน้อย ๑๐ คน ๑๑ คน แล้วจะต้องเอาญัตติที่ต้องการแก้ไข เพิ่มเติม หรือแปรญัตติ เอามาถกกัน ให้ตกตะกอนเสียก่อน แล้วแปรญัตติทีเดียว ครั้งเดียว ๒๐ มาตรา อย่างนี้เปึ้นต้น หรือ ๑๐ มาตรา อย่างนี้เปึนต้น ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วท่านทำไม่ได้เลย นี่หมายถึงพวกที่ไม่ได้เปึน กรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ ถ้าอย่างท่านจรัญก็ดี ท่านอาจารย์ศรีราชาก็ดี เขาไปแล้ว เขาไปแก้ เมื่อไรก็ได้ ของเขานั่นนะครับ ผมเน้นอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านประธาน เมื่อแปรญัตติเสร็จ เรียบร้อย พอถึงเวลาพวกเราจะโหวตรับหรือไม่รับ พวกเราได้แต่โหวตว่ารับทั้งฉบับหรือไม่ มาตราใดที่ไม่มีคนขอแปรญัตติถือว่าผ่านโดยอัตโนมัติ เราจะพูดก็ไม่ได้ จะแก้ไขไม่ได้ จะเพิ่มเติมไม่ได้ ตกลงถ้าเราไปพบว่ามาตราใดมีความจำเปึนจริง ๆ จะต้องแก้ไข เพราะเหตุว่า มีขัดแย้งกับอันอื่น หรือประชาชนมีสุ้มเสียงออกมาชัดเจนว่าจะเอาอย่างนั้น ซึ่งไม่ตรงกับ กรรมาธิการยกร่างฯ จะต้องขอให้กรรมาธิการเห็นชอบ ถ้ากรรมาธิการไม่เห็นชอบเราทําไม่ได้ เราจะทําได้ เมื่อเราจะต้องได้ ๖๐ เสียง จากที่ประชุม ซึ่งถ้ากรรมาธิการไปแล้ว ๒๕ เขายืนตามกรรมาธิการ เราต้องได้ ๖ เสียง จาก ๗๕ ซึ่งผมกราบเรียนนะครับว่ายากมาก ๆ เพราะฉะนั้นผมเรียนตรงนี้ย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ถ้ากรรมาธิการหลุดลอยไปเฉย ๆ แล้วไม่มานั่งฟังพวกเรา ผมจะประท้วงกรรมาธิการยกร่างฯ แล้วผมไม่ประท้วงเบา ๆ ด้วย ผมเตือนไว้นะครับ ผมจะออกไปเคลื่อนไหวข้างนอก ไม่ทําแต่เฉพาะในห้องนี้ ผมจะกดดัน ท่านข้างนอก
ขอบพระคุณครับ ก็คงเห็นชอบกันในหลักการนะครับ ว่ากรรมาธิการยกร่างฯ เมื่อท่าน ไปทำหน้าที่แล้ว วันจันทร์ซึ่งเปึนวันประชุมหลักก็ขอให้ท่านมาให้ข้อมูลความคืบหน้า ในการทํางานนะครับ ส่วนกระบวนการอย่างไรเดี๋ยวไปตกลงกันอีกทีแล้วกันนะครับ เห็นชอบในหลักการก่อนนะครับ มีเรื่องอื่นไหมครับ เอาสุภาพสตรีก่อนนะครับ ท่านอาจารย์กรรณิการ์ครับ
เรียนท่านประธาน ดิฉัน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ค่ะ จะขอเรียนปรึกษาท่านประธานว่าคณะทำงานชุดที่เมื่อกี้ตั้งขึ้นมา ๕ – ๘ คน เราจะคุยกันเมื่อไรค่ะ เพราะว่าจะให้ทันกับการที่จะตั้งกรรมาธิการที่ตามแบบฟอร์มตรงนี้ค่ะ ขอเรียนปรึกษาค่ะ
เดี๋ยวเลิกประชุมจะคุยเลยครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิมิตร ชัยจีระธิกุล ขอปรึกษาหารือได้ไหมครับว่า ถ้าประชุมเปึนวันอังคารได้ไหมครับ วันจันทร์นั้นอาจจะ มีโอกาส หลายท่านคงจะหยุดงานในวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ วันจันทร์มีโอกาสเตรียมอะไร แล้ววันอังคารประชุมได้ไหมครับ ขอหารือครับ ขอบคุณครับ
ก็แล้วแต่สมาชิกนะครับ เอาส่วนใหญ่เปึนหลักแล้วกันนะครับ เพราะว่าเวลาคงไม่ตรงกัน ทุกท่าน ท่านนิมิตรเสนอว่าวันอังคาร แต่ผมว่าลองวันจันทร์ก่อนนะท่านนิมิตร ลองดูก่อน แล้วถ้ามันขัดข้องหรือมันไม่สะดวกอะไรอย่างไร วันอังคารเราจะได้เตรียมสํารองไว้ เพราะบางทีเราต่อเนื่องหาวันลงยาก ขออนุญาตนะครับท่าน ขอวันจันทร์ไปก่อนแล้วกัน อาจารย์ศรีราชาก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ศรีราชา เจริญพานิช ผมคิดว่าวันจันทร์น่าจะเปึนวันที่เหมาะนะครับ เพราะว่าทุกคน ก็ เฟรช (Fresh) มา แล้วคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็จะได้รีบมาตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ แล้วอีกอย่างหนึ่ง ก็คือมันเปึนวันที่จะมีวันอื่นสแปร์ (Spare) ไว้นะครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วผมก็ค่อนข้าง เปึ้นห่วง
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุม ก็คือว่างานของเรา มันเปึนงานที่เร่งด่วนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าทุกกรรมาธิการจำเปึน ต้องมีกําหนดเวลาในการทํางาน ทุกกรรมาธิการนะครับ หลังจากที่ทําเสร็จแล้วนะครับ และกำหนดเวลาเหล่านี้มันจะต้องประสานสัมพันธ์กันระหว่างกรรมาธิการย่อย เพราะมิฉะนั้น มันจะดึงกันไปดึงกันมา แล้วงานมันจะไม่ออกนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าตรงนี้ต้องฝาก ท่านประธานและท่านรองประธานนะครับ และก็อาจจะรวมไปถึงประธานกรรมาธิการทุกชุดนี่นะครับว่า หลังจากนี้แล้วผมคิดว่า ท่านจะต้องประชุมกันเพื่อที่จะวางกำหนด ไทม์ เฟรม (Time frame) ในแต่ละจังหวัด ในแต่ละอาทิตย์ ในแต่ละเดือนนี่นะครับที่จะก้าวไปจะต้องมีการดูถึงความก้าวหน้าของการ ทำงานของ แต่ละชุดที่จะสอดประสานกันอย่างเปึนระบบ ไม่อย่างนั้นแล้วผมเชื่อว่า ๔ เดือน ๖ เดือน โดยเฉพาะ ๔ เดือน จะไม่มีทางทันเลย และพอไม่ทันแล้วมันจะเละทั้งระบบ ผมกราบเรียนด้วยความเปึนห่วงอย่างยิ่งนะครับว่า สิ่งเหล่านี้ผมว่าเปึนเรื่องที่จะต้องทำกัน แบบฟันเฟ๋องของนาฬิกาครับ คือทุกอย่างต้องสอดรับประสานกันหมด แล้วกรรมการชุดต่าง ๆ จึงจะทำแล้วสำเร็จตามภารกิจที่เราคาดหวัง โดยที่แต่ละฝ์ายไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เลย จะต้องมีไทม์ เฟรม ที่ค่อนข้างจะเป็ะ ๆ เพราะมิเช่นนั้นแล้วผมเกรงว่างานทั้งหมดมันจะไม่เดิน ตามที่ควรจะเปึน เพราะฉะนั้นในฐานะที่พวกเราได้รับความไว้วางใจมาจากประชาชน ทั้งประเทศ รวมทั้งสมัชชาด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเราคงต้องทําหน้าที่ให้ดีที่สุดนะครับ ในส่วนนี้ และก็ต้องฝากกราบเรียนไปถึงท่านประธานด้วยนะครับ เพราะว่าพวกเราเปึนกังวล ในเรื่องนี้ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญครับ ยกมือครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา คชเขื่อน เมื่อวานนี้ผมนำเสนอเรื่องของการมีส่วนร่วม อยากจะให้มีความรู้สึกว่าพี่น้อง ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญด้วย เพราะฉะนั้นกรรมาธิการยกร่างฯ นี่หนังสือ ที่เสนอมา ข้อเสนอ ข้อคิดต่าง ๆ ที่เสนอมาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือร่างรัฐธรรมนูญนี่ อยากให้มาก่อนที่กรรมาธิการยกร่างฯ จะรวบรวมนะครับ ผมได้ประสานกับทางเลขาฯ สภา ท่านก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือนะครับ ถ้าหากไปถึงจุดนั้น แต่ว่าอยากเรียนฝากที่ประชุมว่า ในการทำงานนี้อยากให้มีความรู้สึกว่าพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม นั่นมันจะไปถึงผล ถึงการ ลงประชามติ เขาก็จะได้เกิดความภูมิใจว่าเขาได้ร่วม ร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ท่านรองฯ เดโช ท่านก็เห็นด้วยว่าควรจะเปึนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ถ้าหากว่าทางกรรมาธิการ ชุดที่ ๒ หรือ ชุดที่ ๑ ในแผ่นที่ท่านร่างมาให้นี่นะครับว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่เราก็จะทำงานได้ทันที ก็ได้ประสานกับทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ไว้แล้วนะครับ ทีนี้ก็อยากจะเรียนฝากที่ประชุม ไว้ด้วยนะครับว่าเราอยากจะให้ทุกคนมีส่วนร่วมจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญครับ
ขออนุญาต ผม วิทยา งานทวี นะครับ ขอเรียนหารือ ท่านประธาน คือว่าก่อนที่จะไปถึงการยกร่างหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ เราควรจะทํา คอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) ก่อนหรือไม่ในเรื่องของรัฐธรรมเพื่อให้ใน ๑๐๐ ท่าน ร่วมกันที่จะมาตกผลึกภายในเสียก่อน ผมคิดว่าการจะร่างมาตราหรืออะไรมั่นคงเปึน คอนซีเควนซ์ (Consequence) ที่ตามมา แต่คอนเซปชวล ตรงนี้ควรมีไหม ๒. ประเด็นก็คือว่า ถ้าจะมีเราควรจะมี ไทม์ เฟรม ที่จะทําเมื่อไหร่ ในส่วนตัวคิดว่าควรจะมี เวิร์กช็อป (Workshop) อย่างน้อยมีเวลาพอสมควรที่ทุกคนมากําหนดความคิดให้มันลงตัว ให้มันชัดว่าเรากำลังเดินไป ทางไหน เมื่อทิศทางชัดเจนนะครับ ผมว่ากรอบนั้นจะสามารถให้การทำงานร่วมกันจะเปึน ประโยชน์ ก็ขอหารือและขออนุญาตฟังว่าท่านเห็นด้วย เพราะว่าพวกเราทุกคนจะได้จัด ไทม์ เฟร์ม ให้มันสําคัญ เพราะผมคิดว่านี่เปึนเรื่องสาระที่สําคัญ อาจจะต้องเปึน เอาท์ดอร์ (Outdoor) ไปประชุมกันที่ไหนก็จำเปึน เวิร์กช็อปี นั้นอาจจะต้อง ๓ – ๔ วัน หรืออะไรก็แล้วแต่ ควรกำหนด เพื่อพวกเราจะได้จัดเวลาให้ถูกต้องครับ
ขอบพระคุณครับ คือก็ปรึกษาทางท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ ท่านก็เห็นด้วย นะครับ แต่เดี๋ยวขอกำหนดวัน อาจจะให้สถาบันพระปกเกล้ามาช่วยด้วยนะครับ แต่วันชัดเจน อย่างไรเดี๋ยวจะเรียนให้ทราบอีกทีหนึ่งแล้วกันนะครับ มีท่านอื่นอีกไหมครับ มีเรื่องอื่นไหมครับ อาจารย์ปกรณ์ คุณชาติชาย ครับ อาจารย์ปกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ ปรียากร อยากจะเรียนหารือท่านประธานว่าในคณะทำงานน่าจะมีการพูดคุยกันด้วยถึงเรื่องของ โฆษกของสภา กับโฆษกของคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ว่าควรที่จะทำงานในลักษณะเช่นใด เพื่อจะทำให้สอดรับและสอดประสานกัน นอกจากนั้นแล้วก็สนับสนุนที่คุณวิทยาเสนอเมื่อกี้นี้ และผมก็ตั้งใจจะเสนอด้วย ก็คือเรื่องของการพบปะพูดคุยกันเกี่ยวกับเค้าโครงความคิดที่เราจะ มีร่วมกันของการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนเรื่องการเผยแพร่หรือการแถลงข่าวนี่ผมคิดว่า น่าจะต้องรีบทำทันทีเลยนะครับ
ก็รับไปพิจารณาดำเนินการนะครับ ท่านชาติชายครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชาติชาย แสงสุข ครับ กระผมจะใช้เวลาไม่มากนะครับ จากที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้ พูดถึงเกี่ยวกับในเรื่องต่าง ๆ แล้วก็เรื่องที่ใคร่ควรขอความกรุณาในการพิจารณาเรื่องนี้เปึนการ หารือในที่ประชุมกับท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกด้วยนะครับ จะสังเกตว่าการระบุให้มี คณะกรรมาธิการ จำนวน ๑๓ คณะ ประกอบด้วยคณะต่าง ๆ ซึ่งจะสั่งเกตได้ว่ามีในบางส่วน ที่มีความสอดคล้องในการทำความเข้าใจกับประชาชน แต่ว่าในการทำความเข้าใจกับประชาชน เปึ้นสิ่งสำคัญครับท่านประธาน ถ้าเกิดประชาชนไม่มีความเข้าใจในกระบวนการ ไม่ว่าจะ เปึ้นสิทธิหรือหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะไปทำในคณะต่าง ๆ แล้วประชาชนอาจจะ เกิดความสับสนได้ นี่คือประสบการณ์โดยตรงจากที่เคยประสบมา ก็เลยอยากจะเสนอว่า อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ถึงบทบาทหน้าที่ในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ให้กับประชาชน ได้รู้แล้วก็เน้นย้ําครับ ส่วนจะอยู่ในกระบวนการไหน จะทําอย่างไร ซึ่งนั่นก็ให้เปึนข้อตกลง ของในคณะกรรมาธิการนั้น ๆ ที่จะรับผิดชอบไปทำ หรืออาจจะนำไปใส่ในหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ซึ่งเปึนหน้าที่โดยตรงก็ได้นะครับ ในการที่จะ ประชาสัมพันธ์ในบทบาทหน้าที่ ต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๓ คณะ ซึ่งจริง ๆ แล้ว เหตุผลที่จะต้องเสนอแบบนี้เพื่อเปึนการสร้างความเข้าใจในเบื้องต้นกับประชาชนเพื่อไม่ให้ ประชาชนเกิดความสับสนได้นะครับ แล้วก็อยากให้กรรมาธิการเน้นย้ำในบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ที่จะไปคุยกันในส่วนของคณะกรรมาธิการเองว่าจะมีในกระบวนการอย่างไร แต่ในทั้งนี้ และทั้งนั้นนะครับ ท่านประธาน ทุกคณะกรรมาธิการต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกันก่อน ก่อนที่ จะไปประสานงานขอความร่วมมือจากประชาชนโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ในการเปึน คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ไป แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือต้องสานความเข้าใจกับประชาชน ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงกันกับหน้าที่ที่คณะกรรมาธิการแต่ละคณะไป ทำงาน แล้วก็คณะกรรมาธิการที่จะมอบให้กับส่วนไหนก็แล้วแต่ที่จะให้ไปทําความเข้าใจให้กับ ประชาชน ไม่ว่าจะเปึนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อาจจะมอบให้ในส่วนนี้รับผิดชอบเรื่องใน การทำความเข้าใจประชาสัมพันธ์ ในอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการทั้ง ๑๓ คณะ ก็ได้ หรือจะระบุอยู่ในข้อ ๒ ซึ่งว่าด้วยคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานงานการมีส่วนร่วมและ การประชามติ ในข้อนี้ยกตัวอย่างข้อความที่ว่า รวมทั้งให้ความรู้กับประชาชนที่เกี่ยวกับประเด็น ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐธรรมนูญ ในคำว่า รวมทั้งให้ความรู้กับประชาชน นี่ต้องเพิ่มหน้าที่ และทำความเข้าใจกับประชาชน ด้วยครับ ส่วนในข้อ คำว่า การทำความเข้าใจกับประชาชน จะระบุในข้อ ๒ หรืออาจจะให้เปึ้นสิทธิหน้าที่ของข้อ ๙ อันนี้แล้วแต่ดุลยพินิจของท่านประธาน แล้วก็สมาชิกทุกท่าน ที่จะต้องพิจารณาต่อไป ซึ่งเปึ้นเรื่องที่สำคัญมากครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมเห็นด้วยกับท่านวิทยาที่เสนอเรื่องกรอบความคิด หรือว่าค่อนเซปท์ (Concept) ที่ว่าเราจะมี แต่ว่าอยากจะให้ทำเร็วนะครับ ไม่ใช่ไปรอที่ว่าเราจะไปมีการออกไปเวิร์คช็อป กันข้างนอก คือน่าจะใช้สถานที่นี้ แต่ก่อนที่จะทำนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็น่าจะมีการประชุมกันก่อน เพื่อจะเลือกตั้งประธาน แล้วก็เปึนกรรมาธิการมานั่งฟังอย่างจริงจัง แล้วก็มีการตอบรับ หรือไม่รับ ฟังแนวความคิดกัน คือทำเปึนรูปแบบที่จริงจังนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เอาเปึนว่าเดี๋ยวผมปรึกษาท่านประธานนะครับ แล้วถ้าเปึนไปได้เราก็เป่ด สักวันหนึ่งก็ได้นะครับ แล้วให้สมาชิกเสนอความเห็นว่ารัฐธรรมนูญแต่ละมาตราเปึนอย่างไร ใครจะคิดอย่างไร ระดมความคิดกันในสภาก่อนก็ยังได้นะครับ เดี๋ยวปรึกษากันนะครับ ก็ดีครับ จะได้เสนอความเห็น เชิญท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม เจิมศักดิ์ ครับ ผมมีอยู่ ๒ - ๓ ประเด็น เรื่องที่ ๑ เรื่องกรอบความคิด ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และผมเห็นว่า เราไม่ต้องไปไหนนะครับ ที่ประชุมแห่งนี้พร้อม แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมือก็สะดวก อาหารการกิน ก็มี อย่าไปเสียสตางค์ไปไหนเลย ต้องเสียเวลาเดินทางอีก เอากันเสียที่นี่ นะครับ แล้วก็เริ่ม ตั้งแต่วันจันทร์หน้านี้ เพราะว่าก่อนที่กรรมาธิการเมื่อเราได้ตัวคนแล้ว วันจันทร์เราได้ตัวคนแล้ว ๓๕ คน ประธานไม่สําคัญ สําคัญทั้ง ๓๕ คน ประธานก็อยู่ในนั้น แล้วก็มาฟังเสีย แล้วท่าน กรุณาไม่ต้องพูด คือให้พวกผมพูด เพื่อที่จะบอกท่านว่าเรื่องใหญ่ ๆ ทิศทางเราอยากจะ เห็นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เราอยากจะเห็นการตรวจสอบอํานาจรัฐ อํานาจฝ์ายผู้บริหารมาก ขึ้นไหม หนักขึ้นกว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ไหม เราบอกดีกรี (Degree) กับท่านไป เรื่องการ กระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นเราอยากจะให้ทํามากขึ้นกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไหม แต่ไม่ลง รายละเอียด อบต. อบจ. อะไร ขอร้องเราไม่ลง เราจะลงใหญ่ ๆ ทิศทาง เราจะลงว่าสิทธิของ ประชาชนที่บอกว่าให้ประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อถอดถอนทั้งหลายมันมีปัญหา อยากจะให้ดีขึ้น กว่านี้อย่างไร เอากันเพียงแค่กว้าง ๆ ให้ท่านได้ลองไปสร้างกรอบในการแก้ไข นี่ผมยกตัวอย่าง นะครับ ผมคิดว่าถ้าอย่างนี้เขาพอได้สุ้มเสียงจากพวกเรา แล้ววันหลังทุกครั้ง ทุกสัปดาห์เข้ามา เราไปฟังจากประชาชนมา เราก็จะมีข้อคิดมาฝาก เขาก็จะได้ข้อคิดไปแล้วเขาก็ไปถกกันไป ร่างกัน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ววันหลังเขาร่างเสร็จเราก็แก้ลำบาก อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นสร้างกรอบเสียก่อนในสัปดาห์หน้า ผมคิดว่าผมเสนอเสียเลยว่าวันจันทร์หน้า ท่านบรรจุวาระเลย แล้วก็ต้องเอากรรมาธิการ ๓๕ คนมา ๑๐ คนที่ คมช. ส่งมาก็ต้องมา นะครับ ไม่มา สื่อมวลชนเขาจะได้ดูว่า ๓๕ คนนี้ มีใครมา ใครไม่มาก็จะต้องพูดกัน ผมคิดว่า อันนั้นก็จะเกิดประโยชน์ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ที่มีเพื่อนสมาชิกเสนอว่าน่าจะประชุมวันอังคาร ผมฝากเรียน นะครับ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานว่าเราเริ่มวันจันทร์ไปก่อน แต่ท่านสมาชิกที่เสนอวันอังคาร ไม่เลวนะครับ เพราะพอถึงเวลาเราต้องไปตะลุ่มบอนในต่างจังหวัดมากเลย เราจะทําอย่างไร ครับ เราก็จะทำวันเสาร์ วันอาทิตย์ เสร็จแล้ววันจันทร์กลับเข้ามา ถ้าท่านจะให้ผมมาประชุมวัน จันทร์เช้า พวกผมไปรับฟังชาวบ้านวันเสาร์ วันอาทิตย์เสร็จแล้วผมจะเดินทางอย่างไร มันจะ เดินทางกลับมาวันจันทร์เช้าไหม ผมคิดว่าถ้าท่านให้วันอังคาร ผมจะได้มีวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ติดต่อกัน ๓ วัน แต่ว่าถ้าเราจะเพิ่มเติมก็เพิ่มวันจันทร์ อันนี้ก็ฝากไว้ก่อนว่าในอนาคต อาจจะต้องขยับเปึนวันอังคารจริง ๆ อย่างที่ท่านเสนอนะครับ แล้ววันจันทร์นี้จะเริ่มเลยไหม เพื่อนสมาชิกเดินมาฝากผมว่าให้ช่วยถาม ท่านประธานด้วย เขาจะได้เตรียมตัวอยู่ต่างจังหวัด ว่าวันจันทร์นี้จะเริ่มเลยไหม ผมเองเสนอว่าเริ่มเลยนะครับ
แล้วประการสุดท้ายครับ ท่านประธาน เวลากรรมาธิการเข้าไปประชุมกัน เพื่อนสมาชิกเมื่อกี้นี้ที่ห้องกาแฟถ้ามผมว่าเราเข้าฟังได้ไหม ผมเองอยากจะให้เปึนประเพณี ไปเลยว่าพวกเรานั้นเปึน สสร. เหมือน ๆ กัน เรามอบหมายอํานาจ เราเลือกท่านไปให้ท่านไป ทำกิจการให้พวกเรา ทําไมเราจะเข้าฟังไม่ได้ ถ้าเราเข้าฟังไม่ได้หมายความว่าเราเลือกท่าน เปึ้นนาย สสร. ผมว่าอันนั้นไม่ได้ แต่แน่นอนและเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญไม่มีความลับ เพราะตอนผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องการทุจริตของวุฒิสภา บางครั้งต้องเปึนการประชุมลับเพราะว่าผู้มาให้ข้อมูลข้อต้องการให้ข้อมูลลับ ผมจำเปึ้นที่ จะต้องขอให้ผู้ที่ไม่ใช่กรรมาธิการออกไป อันนั้นเปึนความเข้าใจกันได้เปึ้นครั้งคราว แต่การร่าง รัฐธรรมนูญนี้ผมมองไม่เห็นเลยครับ ท่านบอกว่าผมขอร่างลับ ๆ ได้ไหม คุณจะไปทําอะไรหรือ กับบ้านเมืองคุณถึงต้องร่างลับ ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าพวกเราควรจะเข้าไปฟังได้ แต่พวกเรามี มารยาทครับ ในเมื่อเราตั้งท่านแล้วเราจะไม่จุ้นจ้านหรอกครับ ที่จะไม่ขอพูดและเราก็ไม่ควรจะ ข้อพูดด้วย อย่างมากถ้าเราจะมีความเห็นเราอาจจะเขียนส่งกับเพื่อนกรรมาธิการที่เรารู้จัก เราก็ส่ง อันนั้นก็เปึนมารยาทที่พวกเราจะทำอยู่แล้ว เราไปจะขอนั่งเงียบ ๆ อย่างมากก็ได้กาแฟ สักถ้วยหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ต้องการอย่างอื่น ฟังไว้จะได้รู้ว่าเวลาที่ประชาชนเขาถามว่าตอนนี้ กรรมาธิการเรื่องนี้จะเอาอย่างไร เราจะได้พอพูดได้ว่าเขาผ่านไปแล้ว กรรมาธิการเขาจะเอา อย่างนี้ ท่านว่าอย่างไร เราจะได้เอาข้อมูลเปึ้นเบ๊มาให้ท่าน แต่ถ้าท่านไม่ให้พวกเราเข้าท่านต้อง อธิบายให้ได้ว่าทําไมพวกผมเข้าไม่ได้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วผมอยากให้สื่อมวลชน ก็เข้าได้ พวกเราก็เข้าได้ เพราะว่าการร่างรัฐธรรมนูญมันต้องโปร่งใสให้ทุกคนมีส่วนรับรู้และ มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
และประการสุดท้ายครับ ท่านประธาน ถ้าพวกเราจะเปลี่ยนธรรมเนียม สักนิดหนึ่งได้ไหม ไม่เรียกท่านได้ไหมครับ ผมจะไม่เรียกท่านเดโช ผมจะเรียกอาจารย์เดโช ได้ไหม ผมจะไม่เรียกท่านชูชัยแต่จะเรียกหมอชูชัย หรือจะเรียกว่าคุณได้ไหม ผมเรียนตรง ๆ ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา ผมรําคาญมากเลยที่มีคนเรียกท่าน เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็พาลท่านหมด ผมคิดว่าเราเปลี่ยนวัฒนธรรมของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ตัวพวกเราเลยได้ไหม ถ้าท่านประธาน เห็นด้วย สมาชิกเห็นด้วย เมื่อสักครู่นี้ผมฟังแล้วนะครับ ท่านประธานก็กรุณาเรียกคุณชาติชาย ที่บอกว่าอายุ ๒๑ ป้ ท่านชาติชายว่าอย่างไร ต่อไปท่านชาติชายทีนี้ใครเรียกคุณไม่ลงแล้ว จะต้องท่านตลอดนี่นะครับ ผมคิดว่าพวกเราเปึนคุณกันดีไหมครับ สุภาพชนอยู่แล้วเปึนคุณ ไม่ต้องเปึ้นท่านได้ไหมครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบพระคุณครับ ก็อย่างที่เรียนนะครับ จริง ๆ คำว่า ท่าน ก็เรียกเปึนการให้เกียรติกัน บางที เรียกอาจารย์เจิมศักดิ์เฉย ๆ ก็ได้ แต่ส่วนมากก็อยากจะเรียกว่าท่านอาจารย์ เจิมศักดิ์ แล้วเรื่อง นี้จริง ๆ อาจารย์เจิมศักดิ์ก็เคยพูดในวุฒิสภาคราวที่แล้วนะครับ ตั้งแต่มาเปึนวุฒิสภาใหม่ ๆ แต่ปรากฏว่า ๖ ป้เขาก็เรียกกันท่านอยู่ตลอดครับ เอาตามสะดวกแล้วกันนะครับ ก็ให้เกียรติ กันไป
ส่วนประเด็นเรื่องจัดวาระการประชุมเดี๋ยวผมก็รับเปึนหลักการไว้เห็นตรงกันว่า น่าจะมีการพูดคุยกันในที่ประชุมเสนอความคิดเห็น แต่ไม่ได้ชี้ว่าจะต้องเปึนอย่างนั้นอย่างนี้ เสนอเพื่อที่จะให้กรรมาธิการยกร่างฯ ท่านไปพิจารณานะครับ ขออนุญาตรับเปึ้นหลักการ ไว้เลยนะครับ
ข้อที่ ๒ สมาชิกเข้าประชุมได้หรือไม่ ข้อบังคับ ข้อ ๘๖ นะครับ บอกว่า สมาชิก และผู้ซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมาธิการมีสิทธิเข้าฟังการประชุมคณะกรรมาธิการ ก็เข้าใจ ว่ากรรมาธิการคงไม่ขัดข้องนะครับว่าสมาชิกจะไปนั่งฟังว่าท่านประชุมอะไรกันบ้าง เว้นแต่ ประชุมลับก็อยู่ในวรรคสอง แต่อย่างไรก็ตามถ้าเปึนสมาชิกด้วยกันส่วนมากก็จะให้เกียรติกัน ไม่ค่อยจะขัดข้องอะไรเท่าไร คงไม่มีปัญหาเรื่องการเข้าฟังนะครับ มีเรื่องอื่นอีกไหมครับ ไม่มี จะป่ดแล้วครับ วันนี้หมดวาระการประชุมแล้วนะครับ ขอบคุณท่านสมาชิกที่มาร่วมประชุมทุกท่าน ขอป่ดประชุมครับ