สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐

ประวิทย์ อัครชิโนเรศ หารือเรื่องการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การลดจำนวนสมาชิกวุฒิสภา การเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง และบทบาทผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ และการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น

นายประวิทย์ อัครชิโนเรศ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ประวิทย์ อัครชิโนเรศ สสร. ครับ จากการที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงราย ในรอบที่ ๒ นี่ แยกเวทีเปึ้น ๑๐ ครั้งนะครับ แล้วก็จำนวนประชากร แยกเปึนกลุ่มเปัาหมายนะครับ ครั้งแรก ๒๐๐ คน ครั้งแรกนี่อยู่ในตัวเมืองจังหวัดเชียงราย นะครับ แล้วก็ครั้งที่ ๒ ออกไปตามอําเภอนะครับ อําเภอเวียงชัย ๑๐๐ คน อําเภอเทิง ๑๕๐ คน อำเภอเชียงแสน ๑๐๐ คน อำเภอเวียงป์าเปัา ๑๐๐ คน อำเภอพาน ๑๕๐ คน ครั้งที่ ๗ ซึ่งจะเปึนอยู่ในวันที่ ๑๗ อยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายนะครับ เปึนเวทีใหญ่ มีทั้งหมด ๑,๖๐๐ คน ที่จะเข้าฟังนะครับ แล้วก็ครั้งที่ ๘ จะอยู่ที่โรงแรมวังทอง ๑๕๐ คน แม่สายนะครับ ครั้งที่ ๙ ก็จะอยู่แม่ฟัาหลวง ๒๐๐ คน แม่ฟัาหลวงนี่ ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟัาหลวงนะครับ แล้วก็ครั้งที่ ๑๐ นี่อำเภอเชียงของ วันที่ ๒๒ ๑๕๐ คนนะครับ จากการที่ได้รับฟังมาแล้วนะครับ ในตอนนี้ก็ได้รับฟังมาแล้ว อยู่ ๓ อำเภอด้วยกัน ก็มีสาระที่สำคัญที่พอจะสรุป ก็น่าสนใจครับ อย่างครั้งที่ ๑ นี่ เปึนการรับฟัง ใช้เวลา ทั้งวัน ตั้งแต่ ๐๘.๓๐ น. ตอนเช้า ถึง ตอนเย็น ๑๖.๐๐ น. มีผู้ร่วมเวที ๑๕๖ คนนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คงจะเปึนประเด็นที่พูดกันมากนะครับ ก็เรื่อง การบัญญัติพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ เห็นควรให้บัญญัติพุทธศาสนาเปึ้นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามที่ พุทธสมาคมแห่งจังหวัดเชียงรายเสนอ ส่วนน้อย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ (Percent) ไม่เห็นด้วย เพราะไม่อยากเห็นความแตกแยก เกิดความขัดแย้งในสังคม เปึ้นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่แน่ใจว่า บรรจุแล้วจะมีปัญหาหรือไม่ พุทธศาสนาให้คนรักกันอยู่แล้ว ไม่ควรแบ่งแยก เปึนการดึงศาสนจักรเข้ามาอยู่ในอาณาจักร อัญเชิญพระพุทธเจ้าเข้าไว้ในรัฐธรรมนูญ

และประเด็นที่ ๒ เรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมือง ส่วนใหญ่ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๘๕ เห็นด้วย ก็จะมีเหตุผลว่า จะเปึนการควบคุมไม่ให้ผู้ดำรง ตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐประพฤติปฏิบัติออกนอกลู่ นอกทาง เลี่ยงบาลี หรือใช้อำนาจอย่างไม่เปึนธรรมอีกทางหนึ่ง จะช่วยตัดวงจรถอนทุน คืนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะช่วยปัองกันการสมรู้ร่วมคิดระหว่างนักการเมือง กับ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อีกวิธีหนึ่ง ในประเด็นนี้ ส่วนน้อยร้อยละ ๑๕ ไม่เห็นด้วย เพราะไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้จริง แล้วก็ไม่เชื่อว่าจะมีมาตรการใดที่จะ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น (Corruption) ได้ การสร้างจิตสำนึกซื่อสัตย์สุจริตของคน ในชาติอย่างเปึ้นระบบตั้งแต่เยาว์ไว้ ดีกว่าที่จะมาแก้ปัญหาปลายเหตุ ด้วยการกำหนด บัญญัติจริยธรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่น่าจะมีผลในทางปฏิบัติ

ประเด็นที่ ๓ เรื่องคณะบุคคลเพื่อหาทางออกในยามวิกฤติของชาติ ส่วนน้อยร้อยละ ๕ เห็นด้วย เพราะจะได้เปึ้นทางออกให้ไม่ถึงทางตันในการแก้ปัญหา ทางการเมือง ปัองกันการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ ไม่เห็นด้วย เพราะจะเปึนการเพิ่มอํานาจที่ ๔ เข้ามาในรัฐธรรมนูญ สภาพทางการเมือง อย่างเช่น วิกฤติของชาติที่ผ่านมา จนเปึนเหตุให้เกิดการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว คณะบุคคลในมาตรา ๖๘ วรรคสอง ส่วนหนึ่งมีส่วนได้เสียในทาง การเมือง จะแทรกแซง ครอบงำส่วนอื่น ๆ ไม่มีเหตุผลในทางปฏิบัติ ไม่มีผลในทางปฏิบัติ หากทางการเมือง หรือผู้ใช้อำนาจในการบริหารไม่ปฏิบัติตาม หรือไม่ยอมเข้าร่วมประชุม

ประเด็นที่ ๔ เรื่องสมาชิกวุฒิสภาลดลง ใช้วิธีสรรหาแทนการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ ๖๐ เห็นด้วยกับวิธีการสรรหา เพราะจะทำให้ได้บุคลากรหลายสาขา อาชีพ ไม่ใช่ได้แต่วงศาคณาญาติของนักการเมืองหรือ สส. แต่ไม่ค่อยมั่นใจในความ เปึนกลาง และการปลอดจากการวิ่งเต้นให้สินบนคณะกรรมการสรรหา ๗ คน จึงมีการเสนอให้ปรับเปลี่ยนวิธีการสรรหา เปึนการสรรหาแบบ สสร. วงเล็บ สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ หรือให้คณะกรรมการสรรหาคัดผู้สมัครทั้งหมดให้ได้ห้าเท่าของ สว. ที่จะต้องมีในแต่ละจังหวัด แล้วส่งมาให้ประชาชนในจังหวัดนั้นลงคะแนนเลือกตั้ง เปึนต้น นอกจากนั้น ยังมีการเสนอให้เพิ่มจำนวน สว. เปึนครึ่งหนึ่งของ สส. หรืออย่างน้อย ๒๐๐ คน ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ส่วนน้อยร้อยละ ๔๐ ไม่เห็นด้วย เพราะไม่เปึ้น ประชาธิปไตย สว. ที่มาจากการสรรหาไม่ใช่ผู้แทนของปวงชนชาวไทย สว. ที่ไม่ได้มาจาก การเลือกตั้งจะถอดถอนผู้ที่มาจากการเลือกตั้งได้อย่างไร ผิดหลักประชาธิปไตย และไม่สมควร

ประเด็นที่ ๕ เรื่องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลดลง เลือกแบบเขตเรียงเบอร์ และแบบสัดส่วน ส่วนใหญ่ร้อยละ ๖๐ ไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้คง สส. เขต ไว้อย่างน้อย ๔๐๐ คนเท่าเดิม สส. บัญชีรายชื่อมีประโยชน์ในด้านการตรวจสอบ วัดผล การปฏิบัติตามนโยบายของพรรค ถ้าจะตัด สส. บัญชีรายชื่อออก ก็ให้เอามาเพิ่มใน สส. เขต โดยลดจำนวนประชากรต่อ สส. ๑ คน คงเหลือ ๑ แสน ๒ หมื่นคน ไม่ใช่ไปเพิ่ม แบบ สส. สัดส่วน สส. สัดส่วน ไปเอาตัวอย่างมาจากต่างประเทศ ไม่สอดคล้องกับ สถานการณ์ของประเทศไทย การเลือกแบบเขตเรียงเบอร์ จะทำให้ สส. ไม่จำเปึนต้อง รับผิดชอบในพื้นที่ หรือเกี่ยงกัน ทำให้ไม่มีพรรคใดได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ก่อให้เกิด รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาลต้องเปึนรัฐบาลผสมไปตลอด เสียงส่วนน้อยร้อยละ ๔๐ เห็นด้วย เพราะ สส. ควรจะทำหน้าที่นิติบัญญัติเพียงอย่างเดียว ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับงาน บริหาร หรือการดูแลประชาชนในพื้นที่ การดูแลประชาชนในพื้นที่ อบต. และเทศบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบอื่นทำได้ดีกว่า และทำได้ดีอยู่แล้ว การให้ สส. มาดูประชาชนในพื้นที่ด้วย ก่อให้เกิดการแทรกแซงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จน อบต. กลายเปึนฐานเสียงของ สส. ไป ข้อเสนอแนะ หากมี สส. ในเขตเลือกตั้งใดว่างลง ให้เลื่อน คนที่ได้คะแนนรองลงมา โดยไม่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดิน

ประเด็นที่ ๖ เรื่องการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่ ร้อยละ ๑๐๐ เห็นด้วย เพราะประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะเปึนองค์กร ที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด สามารถดูแลทุกข์สุขของประชาชนได้ จึงต้องให้ งบประมาณอย่างเพียงพอ

ประเด็นที่ ๗ เรื่องคณะกรรมการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ ๑๐๐ เห็นด้วยกับการให้ใบเหลือง ใบแดง แต่ไม่เห็นด้วยกับจำนวนกรรมการการเลือกตั้ง มีน้อยเกินไป โดยเฉพาะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ซึ่งเปึนหน่วยปฏิบัติ มีน้อยมาก วงเล็บ ๕ คน ทำให้การดำเนินการเลือกตั้ง ควบคุม ตรวจสอบ ไม่มีประสิทธิภาพ ล่าช้า ควรจะมีอย่างน้อยเจ็ดคน หรือตามขนาดพื้นที่ และจำนวน สส. ของจังหวัด

ประเด็นที่ ๘ บทบาทใหญ่ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ส่วนใหญ่ ร้อยละ ๑๐๐ เห็นด้วย แต่เห็นว่าจำนวนผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา วงเล็บ ๓ คน น้อยเกินไป ไม่สอดคล้องกับภาระหน้าที่และบทบาทที่เพิ่มขึ้น ควรเพิ่มจำนวน อย่างน้อยให้เท่ากับ กกต. วงเล็บ ๗ คน

ประเด็นอื่น ๆ เรื่องข้อเสนอแนะ ข้อ ๑ ให้ตัดเรื่องบำเหน็จบำนาญบุคคล ตามมาตรา ๑๙๒ วรรคสอง ออก เพราะเห็นว่า เปึ้นบุคคลที่ควรจะมีความเสียสละ เปึ้นคุณธรรม แต่ก็มีผู้คัดค้านเช่นกัน ๒. ให้เพิ่มข้าราชการตั้งแต่ระดับรองปลัดกระทรวง หรือเทียบเท่าขึ้นไป ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ตามมาตรา ๒๕๐ ด้วย ไม่มีผู้คัดค้าน ข้อ ๓ ให้ยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มีผู้คัดค้าน เพราะเปึ้นเรื่อง หยุมหยิมเกินไป ไม่ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ข้อ ๔ ให้ตัดมาตรา ๒๙๙ วงเล็บ นิรโทษกรรม ออกทั้งมาตรา เพราะไม่มีความจำเปึน รัฐธรรมนูญชั่วคราว ๒๕๔๙ มีผลบังคับใช้อยู่แล้ว ไม่มีผู้คัดค้านนะครับ อันนั้นก็เปึ้นเวทีที่ ๑ ที่จัดในตัวเมืองนะครับ ที่จังหวัดเชียงราย

ทีนี้เวทีที่ ๒ ก็มีเนื่องจากว่า ไปจัดทำที่อำเภอเวียงชัยนะครับ แล้วก็ มีผู้เข้าร่วมการประชุมนี่ ร่วมเวทีนี่ ๑๑๓ คน แล้วก็เปึนเวลาแค่ ๓ ชั่วโมงครับ ตั้งแต่ ตอนบ่ายครับ ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. ก็คงมีประเด็นแค่ ๓ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็เรื่องของการบัญญัติพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๑๐๐ เห็นด้วย เพราะพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาที่อยู่ คู่กับประเทศชาติและคนไทยมาช้านาน ตั้งแต่สมัยโบราณ ข้อ ๒ พระพุทธศาสนาเปึ้น ศาสนาที่มีความเจริญรุ่งเรือง และต้องการนําหลักธรรมคําสอนของพุทธศาสนามาเสนอ ประชาชน ข้อ ๓ ไม่ต้องการเห็นศาสนาเสื่อมลงเหมือนประเทศอินเดีย (สาธารณรัฐอินเดีย) และอินโดนีเซีย (สาธารณรัฐอินโดนีเซีย) ข้อ ๔ ต้องการให้มีการ ตรากฎหมายลูกออกมารองรับ ควบคุม กำกับ แล้วก็แก้ไขในบทบาทของพระสงฆ์ว่า สิ่งไหนควรทําหรือไม่ควรทํา เพื่อปัองกันไม่ให้พระสงฆ์หรือวัดทําให้พุทธศาสนาเสื่อม หมายเหตุนะครับ มีผู้ไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ๑ คน เนื่องจากนับถือคริสต์ (Christ) ศาสนา แล้วก็ประเด็นที่ ๒ สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิชุมชน ส่วนใหญ่ร้อยละ ๑๐๐ เห็นด้วย เพราะประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพมากกว่าเดิม ที่เคยมี ประชาชนมีความเสมอภาคในเรื่องของการเท่าเทียมกันของชนชั้นมากยิ่งขึ้น สิทธิ ในการเสนอความคิดเห็น และการแสดงออกในการปกปัองสิทธิของตนเอง สิทธิในการ ตรวจสอบนักการเมือง และผลประโยชน์ของประชาชาติของประชาชนมากขึ้น

ประเด็นที่ ๓ การกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่ ร้อยละ ๑๐๐ เห็นด้วย เพราะประชาชนไปมีส่วนร่วมในการดูแลท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น มีอิสระ มีความคล่องตัวในการจัดการบริหารของท้องถิ่น โดยไม่ต้องรอกฎหมายลูก หมายเหตุ ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเปึ้นทั้งทหารกองหนุน รวมทั้งครูฝั๊ก และ ผู้บังคับบัญชา เพศชาย ไม่มีเพศหญิง ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ๒๕ คน ทำนา ทำส่วน ๖๓ คน ค้าขาย ๑ คน นักศึกษา ๑ คน ที่เหลือเปึนผู้บังคับบัญชา ผู้เข้าฟัง

เวทีอีกเวทีหนึ่งครับ สําหรับเชียงราย ก็มีอันนี้มา ก็เวทีที่ ๓ ซึ่งทําไป เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม นี่ครับก็มีเวลาแค่ตอนเช้า ๐๘.๓๐ น. ถึงตอนเที่ยง ๑๒.๐๐ น. มีผู้เข้าร่วมเวที ๒๐๔ คนนะครับ

ประเด็นที่ ๑ เรื่องคุณธรรม จริยธรรมนักการเมือง ส่วนใหญ่ร้อยละ ๑๐๐ เห็นด้วย หมายเหตุ แต่ต้องการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะนักการเมืองปัจจุบัน ขาดคุณธรรม จริยธรรมในการบริหารประเทศ หากนักการเมืองมีคุณธรรมและจริยธรรม ที่ดีในการทํางาน ประเทศชาติจะพัฒนาในทางที่ดีขึ้น จะเปึนการกําหนดการลงโทษของ นักการเมืองที่กระทำผิดศีลธรรมและจริยธรรมได้อย่างชัดเจน ต้องการเห็นนักการเมือง เปึ้นคนที่มีความรับผิดชอบ รู้จักผิดชอบชั่วดีในสิ่งที่ได้กระทำ ต้องการให้มีการ ตรากฎหมายลูก มีประเด็นที่ชัดเจนในการเอาผิดนักการเมือง และสามารถนำมาใช้ได้จริง ในทางปฏิบัติ ต้องการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๒๗๑ วรรคสอง บรรทัดที่ ๓ ซึ่งมี เนื้อความว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาจะได้ไต่สวน เป่ดเผยผลการไต่ส่วน ต่อสาธารณะก็ได้ ให้แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อความว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาจะต้อง ไต่ส่วนและเป่ดเผยผลการไต่สวนต่อสาธารณะ โดยเพิ่มคำว่า ต้อง ลงไป และตัดคำว่า ก็ได้ ออก

ประเด็นที่ ๒ เรื่องสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิ ประชาชน ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๙ เห็นด้วย หมายเหตุนะครับ แต่ต้องการให้มีการแก้ไข เพิ่มเติม ต้องการเสนอเพิ่มเติมในมาตรา ๓๔ วรรคสาม ว่า ยกเว้นคนที่มีสัญชาติไทย ที่คิดไม่ดีต่อชาติ คิดขายชาติ หากได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเปึนความจริง สามารถเนรเทศ ออกนอกประเทศ หรือไม่ให้เข้ามาในประเทศได้ แต่จะต้องมีการกำหนดกรอบระยะเวลา ในการเนรเทศออกนอกประเทศ ซึ่งอาจพิจารณาจากการกระทำของบุคคล ต้องการเสนอ เพิ่มเติมในมาตรา ๓๘ ยกเว้นการเกณฑ์แรงงานในการพัฒนาหมู่บ้าน หรือเปึนประโยชน์ ต่อส่วนร่วม ส่วนน้อยร้อยละ ๑ เห็นด้วย อันนี้ก็เปึนของจังหวัดเชียงราย

ในนี้มีประเด็นที่ ๓ เรื่องการกระจายอำนาจ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๘ เห็นด้วย หมายความว่า แต่ต้องการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม คือ ต้องการเสนอเพิ่มเติม ในมาตรา ๒๗๕ วรรคสี่ ว่า ผู้ที่ได้เปึนพนักงานข้าราชการตั้งแต่ระดับหัวหน้าส่วนขึ้นไป จะต้องมีการโยกย้ายทุก ๆ ๔ ป้ ส่วนน้อยร้อยละ ๒ เห็นด้วย สิ่งที่บัญญัติไว้ดีและ เหมาะสมแล้ว

เรื่องที่ ๔ เรื่องการบัญญัติพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ในรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๗๐ ไม่เห็นด้วย เพราะพระพุทธศาสนาเปึ้นเรื่องที่ ละเอียดอ่อน กลัวจะเกิดความแตกแยกทางศาสนาของคนในชาติ จะทำให้คนที่นับถือ ศาสนาอื่นในประเทศเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ําใจ ถือว่าห้วงเวลาที่ยังไม่เหมาะสม เพราะ อาจจะเปึนข้ออ้างในการก่อความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องของ ศาสนาได้ ส่วนน้อย ๓๐ เห็นด้วย เพราะพระพุทธศาสนาเปึนศาสนาที่คนในชาติ ส่วนใหญ่นับถือ อยากให้เด็กและเยาวชนได้เรียนหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง เพื่อต้องการปลูกฝังจิตสำนึกให้กระทำแต่ความดี หมายเหตุนะครับ ผู้เข้าร่วมแสดง ความคิดเห็นเปึนประชาชนท้องที่ทั้งเพศชาย หญิง ประกอบด้วยอาชีพหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเปึนอาชีพรับจ้าง ทำนา ทำสวน ค้าขาย นักศึกษา ข้าราชการครับ ในจังหวัด เชียงรายนะครับ ก็ค่อนข้างจะกินเวลาเยอะหน่อยนะครับ ทีนี้ก็มีจังหวัดพะเยาครับ จังหวัดพะเยานี่ก็ได้จัดเวทีไว้ทั้งหมดนะครับ จังหวัดพะเยานะครับ ก็มีจัด ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๓ นะครับ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็มีการกระจายอำนาจนะครับ ก็เสนอให้ตัดคำว่า กํากับ ออก เพราะคํานี้แสดงถึงการควบคุม ควรใช้คําว่า แนะนํา แทนนะครับ เสนอให้ตัด คำว่า ข้อเสนอแนะ แทน ควรให้คง แทนเห็นด้วยนะครับ ส่วนใหญ่ไม่แสดงความคิดเห็น นะครับ แล้วก็มีให้ไปดูมาตรา ๒๗๕ ให้ช่วยดูแลรองนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะไม่ได้รับ การรับรองว่าเปึ้นผู้บริหาร ก็มีมาตราที่ ๓ นะครับ ว่า จำนวนและการสรรหาสมาชิก วุฒิสภานะครับ ก็มีไม่เห็นด้วย แล้วก็มีทั้งเห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วยนะครับ สรุปแล้ว นะครับ ในข้อนี้ก็เห็นด้วยกับการให้มีการเลือกตั้ง ๔๙ เห็นด้วยกับการสรรหามี ๒ เห็นด้วยกับการสรรหาแล้วเลือกตั้ง มี ๔๐ คน ปัญหาการบัญญัติให้พุทธศาสนาเปึน ศาสนาประจำชาติ ส่วนใหญ่เห็นด้วยนะครับในข้อนี้ ประเด็นที่ ๔ จำนวนและการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็สรุปแล้ว สส. รวมเขตนะครับ สรุปประเด็นที่ ๔ นะครับ เห็นด้วย สส. รวมเขต ๒๗ คน สส. แบ่งเขตนี่ ๓๖ คน จำนวนและการสรรหา สมาชิกวุฒิสภานะครับ ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะครับ ก็มีทั้งเหตุผลนะครับ ก็อันนี้มีเหตุผล สำหรับข้อนี้ก็มีเหตุผลเยอะนะครับ เพราะมักจะเปึนเพื่อนพ้องนะครับ ไม่เห็นด้วย ควรใช้วิธีการเลือกตั้งนะครับ เพราะมักจะเปึนเพื่อนพ้อง และเพื่อฝ๊กให้คน ฉลาดขึ้น เห็นด้วยกับการสรรหา เพราะจะไปตรวจสอบ สส. ได้ ไม่เห็นด้วย ควรใช้วิธี เลือกตั้งนะครับ เสนอให้ผู้สมัครสามารถหาเสียงได้ เพื่อจะประกอบการเลือกคนดีนะครับ ก็มีความเห็นหลากหลายนะครับ ก็มีเยอะอยู่ครับ แล้วก็สรุปมติ ๓ ประเด็น ก็เห็นด้วยกับ การสรรหา ๒๓ คน วิธีการเลือกตั้ง ๕๒ คน จับสลาก ๑ คนนะครับ นอกนั้นก็ได้ พิจารณาถึงการกำหนดคุณธรรมและจริยธรรมนะครับ อันนี้ก็ส่วนมากจะเห็นด้วย และของนักการเมืองนะครับ สรุปประเด็นนี้ ก็ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยหมดนะครับ อันนี้ก็จังหวัดพะเยาครับ ส่วนจังหวัดน่าน ก็มีอยู่หลายเวทีด้วยกันนะครับ ที่จังหวัด น่านก็มีจัดไว้ ๖ เวทีนะครับ แล้วก็จนถึงวันนี้ก็จัดไปแล้วนี่ก็ ๔ เวทีนะครับ มีวันนี้ อีกเวทีหนึ่ง วันที่ ๑๔ แล้วก็พรุ่งนี้อีกเวทีหนึ่งนะครับ ก็มีประเด็น คณะบุคคล เพื่อหาทางออก ส่วนใหญ่หาทางออกในยามวิกฤตินะครับ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ ไม่เห็นด้วยครับ ส่วนประเด็นที่การกำหนดคุณธรรม จริยธรรมนักการเมือง และมาตรการ ส่วนใหญ่ ร้อยละ ๙๙.๙๙ เห็นด้วยครับ ประเด็นจํานวนและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ส่วนใหญ่ ร้อยละ ๙๙ ไม่เห็นด้วยครับ ประเด็นจำนวนและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่ร้อยละ ๗๐ เห็นด้วย ประเด็นสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน และ สิทธิชุมชน ร้อยละ ๙๕ เห็นด้วย การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ เห็นด้วยครับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐ เห็นด้วยครับ คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐ เห็นด้วย บทบาท ใหม่ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ เห็นด้วยครับ การเพิ่มอํานาจ และลดจำนวนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ ไม่เห็นด้วย การค้านและดุลอำนาจใบแดงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ ไม่เห็นด้วย ปัญหาการกระทำที่ขัดต่อผลประโยชน์ส่วนตัว และผลประโยชน์ของรัฐ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ เห็นด้วย ปัญหาบัญญัติให้พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ เห็นด้วย ของจังหวัดแพร่นะครับ จัดเวทีไว้ทั้งหมดนี่ก็มีอยู่ ๘ เวที จนถึงวันที่ ๙ นี่ก็จัดไปแล้วอยู่ ๙ เวที ท่านสามขวัญนะครับ