วิชัย ศรีขวัญ หารือเรื่องการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ และรายงานความคืบหน้าในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดภาคเหนือ รวมถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเตรียมการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ
กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผม นายวิชัย ศรีขวัญ ประธานคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือ ขออนุญาตนำคณะ รายงานความคืบหน้าของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัด ภาคเหนือ ในรอบที่ ๒ ดังนี้ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนภาคเหนือ ประกอบด้วย กระผม นายวิชัย ศรีขวัญ เปึนประธาน นายประวิทย์ อัครชิโนเรศ รองประธาน คนที่หนึ่ง นายสามขวัญ พนมขวัญ รองประธาน คนที่สอง นายสวิง ตันอุด เลขานุการ นายศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น ผู้ช่วยเลขานุการ นายวีนัส ม่านมุ่งศิลปี โฆษกกรรมาธิการ นายชาติชาย แสงสุข ผู้ช่วยโฆษกกรรมาธิการ นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายชนินทร์ บัวประเสริฐ นายนิตย์ วังวิวัฒน์ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ และนายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ เปึนกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมทุกสัปดาห์ จนถึงขณะนี้ประชุมแล้ว ๑๒ ครั้ง กรรมาธิการได้มีการตั้งเปัาหมายในการรับฟังความคิดเห็น และส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชนภาคเหนือไว้ดังนี้ ๑. เปึ้นการสร้างความเข้าใจ ไปดำเนินการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดภาคเหนือ ให้แก่ กรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดทุกจังหวัด ๒.ให้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนพระประมุข และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ทุกวัย ในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับภาค ๓. ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชนโดยช่องทางอื่น ๆ ได้แก่ การสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ที่ ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการเป่ดโอกาสให้ประชาชน ส่งความเห็นมาทางจุดหมาย หรือสื่ออินเทอร์เน็ต (Internet) เปึนต้น ซึ่งในรอบแรกได้ รายงานแล้วนั้น ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือได้มีการจัดทั้งสิ้น ๑๕๔ ครั้ง มีผู้ร่วมเวที ๒๓,๒๓๙ คน สําหรับในการจัดรับฟังความคิดเห็น ในรอบที่ ๒ ซึ่งเปึนการจัดหลังจากที่ ได้มีร่างรัฐธรรมนูญออกไปแล้วนั้น ทางกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วม ได้มีการจัดประชุมสัมมนาร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญและสามัญประจำภาคเหนือนั้น ได้มีการประชุมกับทางกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด เพื่อซักซ้อมความเข้าใจถึง วิธีการนำเสนอข้อมูลการจัดเก็บข้อมูล เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๐ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ต่อจากนั้นกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดได้มีการจัดทำแผน เพื่อรับฟังความเห็นประชาชน ในรอบที่ ๒ ช่วงตั้งแต่ วันที่ ๒ พฤษภาคมเปึ้นต้นมา โดยมีการเตรียมการทั้งสิ้น ๑๗ จังหวัด รวม ๒๐๐ เวที จะมีผู้เข้าประชุมประมาณ ส่องหมื่นสองพันคน โดยจังหวัดเชียงใหม่จัดทั้งสิ้น ๕ เวที จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๕ เวที จังหวัดลําพูน ๕ เวที จังหวัดลําปาง ๓ เวที จังหวัดเชียงราย ๑๐ เวที จังหวัดพะเยา ซึ่งนอกจากจัดที่จังหวัด อำเภอ แล้ว ยังไปถึงระดับตำบล จึงมีจำนวนถึง ๖๗ เวที จังหวัดแพร่ ๘ เวที จังหวัดน่าน และพิษณุโลก จังหวัดละ ๖ เวที จังหวัดตาก ๙ เวที สุโขทัย ๙ เวที จังหวัดอุตรดิตถ์ทั้งหมด ๕ เวที จังหวัดเพชรบูรณ์ ๑๑ เวที จังหวัดนครสวรรค์ ๕ เวที จังหวัดกำแพงเพชร ๒๒ เวที จังหวัดพิจิตร ๑๓ เวที และจังหวัด อุทัยจะจัดทั้งสิ้น ๑๒ เวที นอกจากการจัดเวทีของกรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัดแล้ว ระดับภาคเองได้มีการจัดกลุ่มจังหวัดให้กรรมาธิการวิสามัญ ประจำจังหวัด รวมทั้ง แกนน้ำกลุ่มอาชีพของจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ ๔๕ คน ได้มาร่วมประชุมสัมมนา เพื่อตรวจสอบ ทบทวน และเพิ่มเติมประเด็นทุกประเด็นให้ครบสมบูรณ์นั้น ทั้งหมด ๔ ครั้ง โดยในครั้งแรกจัดไปเ มื่อ วำ น นี้ วัน ที่ ๑ ๓ พ ฤ ษ ภำ ค ม ที่จังหวัดพิษณุโลก ครั้งต่อไปจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม และจังหวัดนครสวรรค์ ในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม สุดท้ายจัดที่จังหวัดเชียงราย ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน จัดในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ซึ่งการประมวลความคิดเห็นของประชาชนในประเด็นสําคัญ ต่าง ๆ นั้น จะขออนุญาตให้กรรมาธิการของภาคเหนือได้นำเสนอต่อที่ประชุม ซึ่งเปึนข้อมูลที่ได้รับมาขณะนี้ จากทั้งสิ้น ๖๐ เวที โดยแบ่งดังนี้ ท่านประวิทย์ อัครชิโนเรศ นำเสนอภาคเหนือตอนบน ในกลุ่มที่ ๑ คือ จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ท่านวีนัส ม่านมุ่งศิลปี นำเสนอในภาคเหนือตอนบน กลุ่มที่ ๒ คือ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง ท่านชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นำเสนอภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มที่ ๑ คือ จังหวัดพิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ ท่านชนินทร์ บัวประเสริฐ นำเสนอกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มที่ ๒ คือ นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทัยธานี และพิจิตร ขอกราบเรียนว่า ในภาพรวมของการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนในภาคเหนือนั้น จากเปัาหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละตำบลดังนี้ เปัาหมายแรก คือ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า ประชาชน ในทุกพื้นที่ทุกกลุ่ม และในวัยต่าง ๆ ได้มีความตื่นตัวเข้าร่วมประชุมในทุกเวที ซึ่งจะสังเกต ได้ว่าแต่ละเวทีนั้นผู้เข้าร่วมประชุมได้มีการเตรียมการกันอย่างดีในการมาร่วม นําเสนอ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการให้การเรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนั้น กรรมาธิการ ท่านวิทยากร และผู้เข้าร่วมเวทีได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ความเห็นเกี่ยวกับการบริหาร บ้านเมือง และการใช้อำนาจกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งทุกเวทีผู้ประชุมได้กล่าวชื่นชม ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้เป่ดโอกาสให้มีการดำเนินการในลักษณะนี้
ประเด็นที่ ๓ คือ การเตรียมการไปสู่การออกเสียงประชามติ ซึ่งการจัดเวที รับฟังความคิดเห็นทุกพื้นที่ ประกอบกับการประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่าง ๆ ของทาง สภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนได้มีความตื่นตัว และได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะถึงวันลงประชามติรัฐธรรมนูญต่อไป จากนี้ไปขออนุญาต ให้ท่านกรรมาธิการได้นำเสนอข้อมูลครับ