สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐

หลักชัย กิตติพล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดสกลนคร โดยมีการจัดเวที 3 ครั้ง และการรับฟังความคิดเห็นทางโทรศัพท์ วิทยุ และแฟกซ์ รวมทั้งการแจกจ่ายเอกสารและแผ่นพับเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไปและข้าราชการ โดยมีประเด็นสำคัญที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ สส. 400 เขต สว. มาจากการเลือกตั้ง บัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายหลักชัย กิตติพล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม หลักชัย กิตติพล ในฐานะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านประธานกรรมาธิการ แล้วกรรมาธิการหลายท่านก็ได้กล่าวไปพอสมควรแล้ว กระผมขอพูดรายละเอียดเล็กน้อย ในจังหวัดสกลนคร ซึ่งไม่มีตัวแทนของ สสร. ที่นั่นนะครับ ในจังหวัดสกลนครนั้น ได้จัดเวที รับฟังความคิดเห็นทั้ง ๓ เวทีเปึนที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อจัดเวทีครั้งแรก เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ที่โรงเรียนบ้านพังโคน จำป่าสามัคคีวิทยา อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร กลุ่มเปัาหมาย ๕๐๐ ท่าน ผู้มาร่วมนะครับ ๕๑๙ ท่านนะครับ แล้วก็ทั้งหมดมี ๑๑ อําเภอนะครับ ในครั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอพังโคน อำเภอวาริชภูมิ และ อำเภอพรรณนานิคม อำเภออากาศอำนวย อำเภอคำตากล้า อำเภอบ้านม่วง ก็ได้รับ ความสนใจจากประชาชนทุกภาคส่วน เวทีที่ ๒ นั้น จัดเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ที่ผ่านมา นะครับ ที่ห้องดุสิตา โรงแรมภูพานเพลส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยดำเนินกิจการ ร่วมระหว่างกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของจังหวัดนะครับ กับสถาบันพระปกเกล้า กลุ่มเปัาหมาย ๒๐๐ ท่าน มีผู้มาร่วมทั้งหมด ๑๕๐ ท่าน และก็มี ประกอบด้วยนิสิต นักศึกษา อาจารย์ ข้าราชการ แล้วก็ประชาชนทั่ว ๆ ไป เวทีที่ ๓ เราจัด เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม โรงเรียนเทคโนโลยีพาณิชย์การสกลนคร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร กลุ่มเปัาหมาย ๕๐๐ ท่าน ผู้มาร่วมอย่างล้นหลาม ๗๗๕ ท่าน สำหรับเวทีครั้งที่ ๓ นี้ เราเน้นจัดเปึนกรณีพิเศษ เนื่องว่าทางฝ์ายอำนวยการ กับฝ์ายร่วมประชาสัมพันธ์นี่ ได้ประสานกันกับสื่อมวลชนทุกแขนงของจังหวัดสกลนคร ซึ่งสื่อมวลชนก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่นะครับ และมีประชาชน ข้าราชการทุกภาคส่วน มาร่วมในการเสวนาในครั้งนั้นนะครับ ผลปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมสัมมนาตามความ คาดหมายนะครับ เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมสัมมนาเปึนจำนวนมากทุกภาคส่วน กลุ่มผู้นับถือ ศาสนาพุทธ์ อิสลาม (Islam) คริสต์ ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นทำให้เกิด ความหลากหลาย ทำให้รับผลของการร่วมสัมมนาที่เปึนประโยชน์อย่างมากนะครับ ซึ่งการจัดครั้งนี้มีการร่วมผู้เข้าร่วมกัน ทั้ง ๗ อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอเมือง อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย อำเภอกุดบาก อำเภอภูพาน และอำเภอโพนนาแก้ว อำเภอกุสุมาลย์ และภาคส่วนราชการ และภาครัฐ และองค์กรเอกชนต่าง ๆ เปึ้นจำนวน มากมาย นอกจากนั้น เรายังมีการดำเนินการเชิงรุกในทางด้านประชาสัมพันธ์ โดยจัดงบประมาณประสานร่วมกับทางสถานีหลัก ๗ สถานี รับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปนะครับ แล้วก็มีความหลากหลายนะครับ แล้วก็การรับฟัง ความคิดเห็นก็มีทั้งทางด้านการที่ฟังทางโทรศัพท์ ฟังทางวิทยุ หรือทางแฟกซ์ (Fax , Facsimile) ไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ ๒๕ ซึ่งบางครั้งก็มีการรับฟังตัวต่อตัว ส่วนรัฐธรรมนูญที่ได้รับมา ๑๐,๐๐๐ ชุด ทางกรรมาธิการประจำจังหวัดก็ได้แจกจ่าย ไปให้ รวมทั้งแผ่นพับ แบนเนอร์ (Banner) แล้วก็คัทเอาท์ (Cutout) สติ๊กเกอร์ (Sticker) ก็ได้ดำเนินการแจกจ่ายให้ทั้งจังหวัดเลยนะครับ ให้กับทางสำนักงานเทศบาล สำนักงาน องค์การบริหารส่วนตำบล และก็สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วก็ประสานกับ หน่วยงานต่าง ๆ ช่วยอนุเคราะห์ส่งไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ อย่างทั่วถึงนะครับ ในจุดนี้ ต่อมา ในการเป่ดรับฟัง เมื่อวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมานะครับ สรุป เราก็ยังมีการรับฟังทางโทรศัพท์ ให้ประชาชนสามารถที่จะออกแบบ ออกบัญชีรายชื่อ หรือต่าง ๆ นี่ ส่งมาให้ทางสถานี ต่าง ๆ โดยสรุปแล้ว การรับฟังที่ผ่านมา กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า สรุปผลการ รับฟังประเด็นต่าง ๆ ที่ประชาชนในจังหวัดสกลนครนะครับ ร่วมเสวนาในสถานี วิทยุกระจายเสียงร้อยเก้า พร้อมด้วยสถานีหลักทั้ง ๗ รวมทั้งการจัดเวทีต่าง ๆ วันที่ ๙ ถึง ๑๒ มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ๑. ประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการ สส. ๔๐๐ เขต คือ ๔๐๐ คน แบ่งเขตเหมือนเดิมนะครับ แล้วไม่ต้องการบัญชี รายชื่อ ต้องการแค่เพียง ๔๐๐ เท่านั้นเอง ข้อที่ ๒ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ สว. มาจากการเลือกตั้งมากกว่าการคัดสรร ข้อที่ ๓ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการบัญญัติพุทธศาสนาเปึ้นศาสนาประจำชาติอยู่ เพื่อความ มั่นคงของกฎหมาย ประมาณร้อยละ ๖๐ ส่วนที่เห็นว่าไม่ควร ประมาณร้อยละ ๔๐ ข้อที่ ๔ ต้องการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึ้นข้าราชการ ได้รับบำเหน็จบำนาญ ข้อที่ ๕ ต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการกระจายอำนาจ แต่ต้องมีการควบคุม กรอบการทำงาน พร้อมกับให้อิสระในการทำงานบ้าง ข้อที่ ๖ ไม่ต้องการให้ อบต. ทำงาน ที่จะเปึนการหาเสียง หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์มากจนเกินไป ส่วนประเด็นอื่น ๆ เด็ก และเยาวชน คนขาดโอกาส คนด้อยโอกาส คนพิการ ต้องได้รับโอกาสจากภาครัฐ อย่างจริงจัง ต่อมา ต้องการให้รัฐบาลสามารถทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ก็ทั้งหมด ขอนำเรียนเสนอท่านประธานไว้เท่านี้ ขอบพระคุณอย่างสูงครับท่าน