สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม กรรมาธิการจากภาคอีสาน ระบุปัญหาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการควบคุมและตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเสนอให้มีการกระจายอำนาจของ ปปช. และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ระดับจังหวัด เพื่อให้การตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินโปร่งใสและธรรมาภิบาล

นายการุณ ใสงาม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม กรรมาธิการจากภาคอีสาน คงจะนำเสนอสักสองสามเรื่องที่ไปพบเห็น แต่ก่อนอื่น นะครับ ต้องชื่นชมท่านประธานกรรมาธิการภาคอีสานของพวกเรานะครับ คือท่าน พลตำรวจโท ธรรมนิตย์ ป่ตะนี้ละบุตร นะครับ ท่านมีใจที่กว้าง อันนี้ต้องชื่นชมจริง ๆ ครับ จัดเวทีการรับฟังในทุก ๆ รูปแบบที่เปึนไปได้ ท่านครับ แม้แต่พี่น้องคนพิการ ท่านก็เชิญ มาร่วม และท่านก็ไปร่วมรายการรับฟังความคิดเห็นของคนพิการ พี่น้องประชาชน เกษตรกรที่มาชุมนุมที่หน้าทำเนียบ หาผู้ดูแล หาผู้ใส่ใจไปรับฟังความคิดเห็นอะไร ของเขาว่า เขาเดือดร้อนอะไร ก็ไม่มี ท่านประธานก็เชิญมาที่สภา มาจากห้องโถ่งใหญ่ ห้องประชุมใหญ่ ๑ วันเต็ม ๆ เพื่อรับฟังความเห็นของเกษตรกรที่เดินทางมาอยู่ หน้าทำเนียบ เกี่ยวกับเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ เราได้ประเด็นจากสิ่งเหล่านี้มากมาย ท่านประธานกรรมาธิการจัดระดมความเห็น แม้แต่คนในภาคอีสานที่มารับจ้าง มาทำงาน เปึนกรรมกรในกรุงเทพ ท่านก็เชิญที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทร์เกษม ที่สำคัญ ท่านเชิญแม้กระทั่งหน่วยทัพ หน่วยกองทัพ กองกำลังทหาร เชิญเข้ามาร่วมด้วย ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม ท่านรับฟังละเอียดลออนะครับของภาคอีสาน ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ก็ดูแลกันรับฟังความเห็นกันกว้างขวางมากมาย อันนี้ต้องชื่นชม และที่สำคัญ คือ ต้องชื่นชมคณะกรรมาธิการทั้งชุดเลยครับ เรื่องแรกครับ เปึนปัญหาที่เรา ไปรับฟังมาก็คือว่า ได้รับเสียงสะท้อนมากในท่าที่ของการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน พี่น้องประชาชนมีความเห็นสะท้อนมาว่า ผู้ที่ไปรับฟังนั้น ไปรับฟัง หรือไปพูด ให้เขาฟัง สะท้อนมามากจริง ๆ อันนี้ เขาบอกมา ในขอบเขตทั่วประเทศนะครับ อย่าจะว่า กันภาคอีสานเลย บอกว่า ไปถึงเริ่มรายการอะไรต่าง ๆ ก็มีแผ่นวีซีดี (VCD - Video Compact Disc) มีเทป (Tape) มีอะไร ต่าง ๆ เป่ดให้เขาฟัง ต่อจากนั้นมาเราก็พูดให้พี่น้อง ประชาชนฟัง หลังจากนั้น เหลือเวลาอีกนิดหน่อย ก็เลยการรับฟังก็เลยไม่ค่อยได้ผล อันนี้ เปึ้นเสียงสะท้อนมาจากพี่น้องประชาชนนะครับ นี่คือประเด็นข้อที่ ๑ เพราะฉะนั้นปัญหา ท่าที่การรับฟัง จนวันนี้ก็ตอนสุดท้ายของรายการการรับฟังแล้ว เราก็ไม่รู้จะแก้ไข สถานการณ์นี้ได้อย่างไรถึงจะทัน มีความเห็นมาอีกเยอะครับ เกี่ยวกับเรื่องการรับฟัง นะครับ เยอะมาก ผมจดบันทึกไว้อยู่ในหลาย ๆ ประเด็น แต่ว่าบางอย่างก็ไม่เหมาะที่จะ เอามาพูดที่นี่ ด้วยเวลาจำกัด เรื่องที่ ๒ ที่ไปรับฟังมา ท่านที่เคารพครับ ผมจะเอาเฉพาะในประเด็นที่ผมลองทดลองถามความเห็น แล้วก็ให้พี่น้องประชาชน สะท้อนมา และพี่น้องประชาชนก็มีมติออกมาเปึนการยกมือ รวมถึงวิธีการปรบมือก็มี หลายแบบนะครับ มีเรื่องหนึ่งครับ ในจํานวนหลาย ๆ เรื่อง ก็คือ เรื่องของ ปปช. คือ ว่าด้วยเรื่องการควบคุม ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยรูปแบบองค์กรอิสระที่มี ชื่อเรียกว่า ปปช. ก็ตาม คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ตาม เปึ้นเอกฉันท์ครับ ท่านประธานครับ ทุกเวทีเลย คือ ให้มีการกระจายอำนาจของ ปปช. และคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินนี่นะครับ ให้มี ปปช. ระดับจังหวัด ให้มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ระดับจังหวัด โดยมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอยู่ด้วย เขาบอกว่า ถ้า ๒ หน่วยงานนี้อยู่ คู่กันระดับจังหวัด จังหวัดเล็กมีเล็ก จังหวัดใหญ่มีใหญ่ ตามปริมาณงาน เขาบอกว่า เชื่อว่าการทำงานของ ปปช. ก็ตาม คตง. ก็ตาม ที่หนักหน้าสาหัสสากรรจ์มากมาย และ ทำงานไม่ทันนั้น จะลุล่วงได้ และเขาเชื่อว่า การบริหารราชการแผ่นดินจะโปร่งใส จะเปึน ธรรมาภิบาล เขาเชื่อว่า จะทำการตรวจได้ถึงระดับ อบต. ท้องถิ่น เทศบาล อบจ. ส่วนภูมิภาคที่เรียกว่า อำเภอก็ตาม จังหวัดก็ตาม จะได้ละเอียดลออ เราก็ถามต่อ ถ้าอย่างนั้น เมื่อตรวจสอบควบคุมแล้วนี่นะครับ การปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ที่เรียกว่า ฐานความผิดต่าง ๆ เรียกว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทุจริต ร่ำรวยผิดปกติ ประการใดก็ตาม เราถามว่า ตำแหน่งที่มีอยู่ในขณะนี้เปึ้นตำแหน่งที่ต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น มีเพียงจำกัด คือ นักการเมือง ข้าราชการการเมืองเท่านั้น นายอำเภอ ผู้ว่า ปลัดอำเภอ อบต. นายก อบต. อะไรต่าง ๆ ทั้งหลาย นายกเทศบาลต่าง ๆ ทั้งหลาย รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เรียกว่า ปลัดกระทรวง อธิบดี อะไรต่าง ๆ ไม่ขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราก็เลยถามว่า ถ้าอย่างนั้น อย่ากระนั้นเลย มี ปปช. จังหวัดแล้ว มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแล้ว คู่กันแล้ว ตรวจสอบเห็นแล้ว เจอแล้ว ไหน ๆ คดีประเภทนี้ คดีพวกนี้สู้กันที่ศาลอาญา ก็ตาม ศาลจังหวัดก็ตาม จะต้องสู้ถึงศาลอุทธรณ์ และสู้ถึงศาลฎีกาอยู่แล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เราเอาขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือ และก็ได้ ผู้บริหารระดับสูงเสียเลยจะดีไหม พี่น้องประชาชนเห็นอย่างไรครับ ปรบมือ ทั้งห้อง ยกมือเอกฉันท์เลยครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย ไม่มีสักคนท่าน หลายเวทีมาก บุรีรัมย์ ๑๔ เวที รอบที่ ๑ ๗ เวที รอบที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสไปร่วมเมื่อ วันศุกร์นี้เอง วันที่ ๑๑ พฤษภาคม เวทีนี้จัด ๔ จังหวัดร่วมกันที่นครราชสีมา มีชัยภูมิ โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ๔ จังหวัดครับ มีผู้เข้ามาร่วมประมาณห้าร้อยกว่าคน เต็มห้อง ประชุมเลย แน่นหน้าตาเลย อาจารย์ปฐมท่านก็ไป กล่าวุปฐมนิเทศตอนช่วงเช้า ผมอยู่ ช่วงบ่าย ถามเหมือนกันท่าน ทั้งห้องครับ มีมติเปึนเอกฉันท์อย่างนี้ทั้งสิ้น นี่เปึ้นเรื่องที่ผม ว่า ถ้าเอกฉันท์อย่างนี้ เรายังไม่ฟังนี่ ผมว่าอันตราย ในกรณีเรื่องเกี่ยวกับจำนวนประชากร ผู้เข้าชื่อ ผมลองนำเสนอดู บอกว่า แต่ก่อนจะเข้าชื่อเสนอกฎหมายบอก ๕๐,๐๐๐ จะเข้าชื่อถอดถอนนี่ ๕๐,๐๐๐ คน ตอนนี้ตัวร่างลดลงมาแล้วเหลือ ๒๐,๐๐๐ ท่านเห็น อย่างไรที่ประชุม พี่น้องประชาชนนะครับ ทำไมจะต้องเยอะแยะชื่ออย่างนี้ ถ้าน้อยกว่านี้ ได้ไหม ผมลองเสนอชื่อดู ถ้าไม่ใช่ ๒๐,๐๐๐ เปึน ๑๐,๐๐๐ คนล่ะ ถ้าไม่ใช่ ๑๐,๐๐๐ เปึ้น ๕,๐๐๐ ล่ะ ถ้าไม่ใช่ ๕,๐๐๐ เปึนสักพันเดียวล่ะ ท่านครับ เสียงข้างมากฮือฮามากว่า น้อยเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วเปึนอย่างนั้นเลยครับ และผมค่อนข้างจะเชื่อว่า ถ้าไปคุยดี ๆ ให้ละเอียดลออทั้งประเทศนะ คนจะเห็นด้วย แต่ถ้าตราบใดที่ยังไม่ได้ถาม ให้ชัดให้ละเอียด มีปัญหาอะไร ประเด็นอะไรนี่ คนอาจจะยังงง ผมลองถามดูว่า ถ้าให้ท่านไปหาล่ารายชื่อสักร้อยชื่อนี่ ท่านหาง่ายไหม แค่แปรญัตติ ๑ ประเด็น ๑๐ ชื่อนี่ ผมยังเดินหาไม่เจอเลยครับนี่ บางเรื่อง บางประเด็น ท่านเห็นไหมครับ มันยาก แล้วพอเราอธิบายอย่างนี้ ประชาชนบอก ใช่ เราบอกว่า เราจะเอาหลักการว่า มีคนผิด มีพยานหลักฐาน หรือเราจะเอาจำนวนคน เพราะถ้าจำนวนคน ถ้าเอาจำนวนน้อย ก็ได้ แต่ว่าก่อนอื่นที่คุณจะยื่น ถ้าคุณไม่มีพยานหลักฐานให้ชัดเจน เอาตัวคุณไปขังคุก เอาไว้ก่อนถ้าอย่างนั้น อย่างนี้เปึนต้นนะครับ คือ รายละเอียดอย่างนี้ผมว่าต้องฟัง ท่ามกลางการฟังทั้งหมด มีเรื่องใหญ่อยู่เรื่องหนึ่งครับ ที่ ๔ เวที ที่โคราช วันที่ ๑๑ นะครับ ๔ จังหวัด มีพี่น้องประชาชนเสนอบอกว่า วิธีการเลือกตั้งตอนนี้ วิธีการเลือกตั้งที่มี ๆ อยู่ เคยมาหมดแล้ว แบบ ๓ คน เคยมาแล้ว แบบ ๑ คน เขตละคน เคยมาอีกเหมือนกัน แบบปาร์ตี้ลิสต์ก็เคยเลือก แบบพรรคการเมืองก็เคยเลือก แบบเลือก สว. ก็เคยเลือก ก็ไม่เห็นมีอะไร ทําไมไม่ปฏิรูปเลือกแบบใหม่ดูบ้างล่ะ เขาเสนอข้อเสนอ คือ เลือกแบบ สาขาอาชีพ เหมือนกับอย่างที่ผมเคยเสนอ ให้เลือกตั้งแบบสาขาอาชีพ แล้วมีสภาเดียว เรียกว่า สมาชิกรัฐสภา ไม่ต้องเรียกชื่อ ผู้แทน ไม่ต้องเรียกชื่อ สว. ไม่ต้องถามอายุ ไม่ต้อง ถามการศึกษา ไม่ต้องถามสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ ไม่ต้องถามว่ามีกี่สภา มีสภานี้ สภาเดียว ประเด็นนี้ผมว่า ถ้าท่านไม่นำเสนอ ไม่ฟังบ้างนี่ ผมว่าก็ไม่ดี เพราะเราไปถาม เราไปฟัง ฟังเฉพาะประเด็นที่เราอยากฟัง อยากถาม นี่เปึนข้อที่ประชาชนท้วงติงมามาก ว่า คุณชี้นําเราทําไม เรื่องที่จะอภิปราย เรื่องวิธีการเลือกตั้ง อภิปรายอยู่แค่วิธีการ อย่างที่ว่า มีเท่านั้น คือ ๓ คนดีไหม ๑ คนดีไหม เขตละคนดีไหม เขตละสามดีไหม เรียง เบอร์ดีไหม เบอร์เดียวดีไหม เอาอยู่นั่นแหละ ปาร์ตี้ลิสต์ ๘๐ คน ๑๐๐ คน ของเก่า เขาบอก ของเก่าทั้งนั้น เคยมาแล้วทั้งนั้น แต่เขาอยากได้ของใหม่ท่าน จะทำอย่างไร ไม่มีใครถาม เรื่องวิธีการเลือกตั้งแบบใหม่ ๆ แบบอื่น ๆ มีอีกกี่แบบที่คนควรสนใจ ในที่ประชุมเวทีที่นั่น ท่านประธานครับ ลองถามดู ถ้าแบบตัวแทนสาขาอาชีพตามสัดส่วนจำนวนของ แต่ละสาขา มีมากมีตัวแทนมาก มีน้อยมีตัวแทนน้อย อย่างที่ผมนำเสนอว่า เมื่อกี้นี้ ล่ะครับ ห้าร้อยกว่าคนในที่ประชุมครับ มีเพียง ๑๑ คนเท่านั้นที่บอกว่า เลือกแบบเก่า แบบเขตนี้ ตามร่างนี้ แต่ปรับปรุง จะ ๓ คน ๑ คน ๔ คน ๒ คน เชิญ ๆ ตามปรับปรุง คือ เลือกแบบเก่า มีเพียง ๑๑ คนเท่านั้นท่าน นอกนั้นทั้งห้องครับท่านครับ เห็นว่า วิธีการเลือกตั้งแบบใหม่ทั้งสิ้น แบบสาขาอาชีพ ผมว่าไม่ฟังหรืออย่างนี้ บุรีรัมย์นี่เอกฉันท์ ๑๔ เวที บวก ๔ เวที เหลืออีก ๓ เวทีสุดท้ายในรอบสองนี้ วันที่ ๑๗ ๑๘ ๑๙ นี่ก็จะครบ แล้ว เวทีรอบสองสุดท้าย ท่านไม่ฟังหรือ มีคนคิดต่างจากท่าน ท่านจะไม่เอาเลยหรือ ท่านประธาน ผมอยากลองถามดูทั้งประเทศเหมือนกันนะ แต่ถามที่ประชุมของผู้ถูกถาม ที่จะตอบคำถามนั้น ขอให้เปึ้นที่ประชุมที่เปึนประชากรตัวอย่างอย่างแท้จริง ที่โคราช ๔ จังหวัด ผมไม่ได้รู้ในการเชิญประชาชนว่า ใครจะเอามาบ้าง ผมเปึ้นเพียงผู้ไปร่วมฟัง เท่านั้น และร่วมเสนอความเห็นเท่านั้น เชิญหาประชากรได้เลย ขอเปึนประชากรตัวอย่าง ที่ถูกต้องตามแบบวิธีการ แล้วถามคำถามที่ว่านี้ท่าน วิธีการได้ตัวแทน วิธีการได้ ผู้แทนราษฎรของเขานี่ ควรจะเอาอย่างไร อย่านำเสนอแบบเดียว อย่าชี้นำ ให้นำเสนอ หลาย ๆ แบบ เปึ้นสิบ ๆ แบบก็ได้ เพราะในโลกนี้มีวิธีการเลือกตั้งที่ได้ตัวแทนมาอีก เยอะแยะวิธีการ ไม่ใช่แบบที่เห็นอยู่ที่นี่เท่านั้น เรากล้านำเสนอไหมล่ะ ไม่กล้าใช่ไหมล่ะ ผมบอกถ้าเลือกสาขาอาชีพนะ ผู้แทนราษฎรเก่า สว. เก่า นักการเมืองเก่า ๗๐๐ คน มีเข้าสภาได้อย่างมากไม่เกิน ๑๐ คนท่าน ถามว่านักการเมืองเก่าคุณจะไปสมัครสาขา อาชีพอะไร ถ้าไม่ใช่สาขาอุตสาหกรรม ถ้าไม่สาขาพาณิชย์กรรมและการค้าธุรกิจ ผมเอง ถ้าไปลงก็สงสัยจะไปลงพวกสาขาทนายความ ซึ่งทั้งประเทศอาจจะมีผู้แทนเพียงคนเดียว นักการเมืองเก่าจะไม่มีทางเข้ามาแบบเต็มเพียบ ๆ แบบนี้ท่าน เพราะอะไร เพราะสาขา กลุ่มของนักการเมืองเก่า คือ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มพ่อค้า กลุ่มผู้มั่งคั่ง ผู้ร่ำรวย แต่เต็มสภาที่นี่จะประกอบด้วยชาวนา กรรมกร คนพิการ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่าน ผมอยากเห็นคณะรัฐบาลที่ตั้งโดยพี่น้องคนยากคนจนทั้งสภาอย่างนี้ไปเปึ้นรัฐบาลคนจน ดูสักที อยากรู้เหมือนกันว่า วาระการประชุมของคณะรัฐมนตรีจะมีเรื่องอะไรบ้าง อยากรู้ ว่ารัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่เปึนคนจนนั้นจะมีวาระการประชุมแก้ไขปัญหาเรื่องคนจน อะไรบ้าง อยากรู้เหมือนกันสภาที่นี่ วาระการประชุมของสภาที่นี่จะอภิปรายเรื่องอะไร เปึ้นจุดหลัก อยากเห็นเหมือนกัน ไม่กล้ากันใช่ไหม ถามเรื่องนี้ ถ้ากล้า ท่านลองถาม สักสี่ห้าแบบสิครับ ลองเลือกรูปแบบมาสกัดรูปแบบที่ดี ที่ดีมาสี่ ห้า หกอย่างมาดู แล้วน้ำ สี่ ห้า หกรูปแบบนี้นำเสนอประชาชนให้เขารู้ว่า โลกนี้เขามีวิธีการเลือกอีกสี่ห้าแบบนี้ และ เชิญพี่น้องประชาชนช่วยคิดรูปแบบที่ดีกว่านี้อีก นำเสนอมา แล้วลองกันดู ท่านครับ ถ้าท่านเปลี่ยนอำนาจนิติบัญญัติใหม่ ท่านเปลี่ยนอำนาจนิติบัญญัติใหม่ให้อยู่ในอำนาจ ของกลุ่มคนใด ลองดูสิครับตอนนั้น กุญแจดอกสําคัญนี้นะครับจะไขเข้าไปสู่อํานาจ บริหารใหม่ และจะไขเข้าไปสู่องค์กรอิสระใหม่ และจะไขเข้าไปสู่การบัญญัติกฎหมายใหม่ การบริหารราชการแผ่นดินใหม่ การจัดสรรทรัพยากรใหม่ การจัดสรรงบประมาณใหม่ ตามรูปแบบของผู้ที่เปึ้นเสียงข้างมากถูกต้องอย่างแท้จริง ผมว่าไม่กล้าทำกันน่ะ ผมว่า นี่คือเรื่องที่อยากจะพูดวันนี้ครับท่าน แม้เวลาจะน้อย เวลาจะจำกัด แม้ตอนนี้ก็ปลายทาง ของการรับฟังแล้ว แต่เปึนปลายทางของการรับฟังที่ท่านอยากฟังไหมเรื่องอย่างนี้ หรือ ท่านไม่พร้อมที่จะฟัง ถ้าท่านไม่พร้อมที่จะฟัง มันก็มีกลุ่มคนที่เมื่อไม่พร้อมที่จะฟัง ก็ไม่พร้อมที่จะเล่าให้คุณฟังเหมือนกัน ต่างคนต่างเดินคนละเส้นทาง ถ้าปัญหานี้เกิดขึ้น มาก เดินคนละเส้นทางมาก ท่านจะพบอุปสรรคในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างมาก ในวันข้างหน้า และท่านจะพบกับการใช้รัฐธรรมนูญนี้อย่างมีอุปสรรคในวันข้างหน้าอีก อย่างมาก แม้แต่เพียงแค่ระยะเวลาอันสั้น ๆ คือ การลงประชามติโดยพี่น้องประชาชน ท่านก็จะพบอุปสรรคในการลงประชามตินี้เช่นเดียวกัน ขอบคุณครับ