สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุนทร จันทร์รังสี เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตราที่ 68 วรรคสอง เพื่อแก้ไขปัญหาการเกิดรัฐประหารหรือปฏิวัติ และลดการโกงกินและการทุจริตในวงการนักการเมือง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา การเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายสุนทร จันทร์รังสี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุนทร จันทร์รังสี สสร. ตามที่เรากำหนดประเด็นสำคัญในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในร่างที่ ๑ แล้วก็มาถึง กําลังเริ่มรอบที่ ๒ นะครับ การรับฟังความคิดเห็น กําหนดไว้ทั้งหมด ๑๕ ประเด็นร้อน ซึ่งเปึ้นที่สนใจ และเปึนที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ได้แยกออกเปึน ประเด็นที่ ๑ คือ คณะบุคคลเพื่อหาทางออกในยามวิกฤติของชาติ ซึ่งเปึนไปในตาม ร่างรัฐธรรมนูญ มาตราที่ ๖๘ วรรคสอง นะครับ มีผู้เห็นด้วย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลก็คือ ๑. เพื่อให้มีคณะบุคคลหาทางออกในยามวิกฤติได้ และให้เพิ่มตำแหน่งประธาน องคมนตรีลงไปในคณะบุคคลนี้ด้วย ๒. กรณีที่เปึนภาวะวิกฤติ ควรกำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ๓. จะช่วยแก้ปัญหาการเกิดรัฐประหาร หรือปฏิวัติได้ ๔. เนื่องจากไม่ต้องรบกวนเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่อย่างไรก็ตาม ๕. การประชุมอย่างน้อยต้องมี ๖ คนขึ้นไป และไม่จำเปึนต้องมี นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมด้วย สำหรับเหตุผลที่ ๖ เหตุผลสุดท้าย คือ จำเปึน เพราะว่า ไม่ชอบในการที่ทหารจะทำปฏิวัติ ความเห็นที่ไม่เห็นด้วย มี ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีเหตุผลดังนี้ ๑. เปึนการลิดรอนอำนาจประชาชน ๒. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ที่ระบุว่า อำนาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย และอาจเปึนช่องว่างในการใช้อำนาจ เพราะไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์อย่างไรจึงจะถือว่าวิกฤติ ๓. ควรปรับปรุง หรือตัดออกไป เพราะกระบวนการในรัฐสภาเชื่อว่ามีความเข้มแข็งแล้ว ๔. จํานวน ๑๑ คนนั้น ไม่มีบารมีพอที่จะแก้ไขปัญหาประเทศได้ และหากเกิดปัญหาขึ้น นายกรัฐมนตรี องค์คณะจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ๕. เมื่อมีวิกฤติพื้นฐานความเชื่อมั่นของ ประชาชนต่อนายกรัฐมนตรี ไม่ควรจะพึ่งพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๖. การแก้ปัญหาทำนองนี้ไม่น่าที่จะจบสิ้น ๗. อาจจะมีผู้สร้างสถานการณ์ เพื่อก่อกวน รัฐบาลให้ดูเปึนวิกฤติได้ ๙. เปึนการที่สร้างให้คนกลุ่มเล็ก ๆ จะมีอํานาจเหนืออํานาจ อธิปไตย ๑๐. จะเกิดการครหาตามมา เกิดกลุ่มผลประโยชน์ และกลุ่มอำนาจมากขึ้น ในส่วนที่งดออกเสียง มีเพียง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอแนะในประเด็นนี้ คณะบุคคล เพื่อหาทางออกในยามวิกฤติของชาตินี้ เห็นว่า ๑. ควรเพิ่มประธานองคมนตรีเข้าเปึน คณะบุคคล เพื่อหาทางออกในยามวิกฤติของชาติด้วย ๒. ควรถวายคืนพระราชอำนาจ แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงตัดสินพระทัย

ประเด็นร้อนที่ ๒ คือ การกำหนดคุณธรรม จริยธรรมนักการเมือง และ มาตรการ มีผู้เห็นด้วย ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผล ก็คือ ๑. นักการเมืองบางคนมีภรรยา หลายคน ควรให้ออกจากการเปึนนักการเมือง เพราะเปึนแบบอย่างที่ไม่ดี ๒. จะเกิดปัญหาสังคมตามมาอีกมาก เช่น การซื้อประเวณีเด็ก การผิดศีลธรรม ๓. จะเปึนการกระทำผิดต่อกฎหมาย ไม่ควรให้อยู่เปึ้นผู้นำ และหากถือว่าผิด ก็ต้้องให้ออกทันที ๔. นักการเมืองทุกระดับอยู่ในสายตาของประชาชนอยู่แล้วว่า จะมีคุณธรรมหรือจริยธรรม หรือไม่ ๕. จะเกิดการควบคุมกับนักการเมืองที่ไม่ดีให้ได้ผลยิ่งขึ้น นักการเมืองดีจะนำพา ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า เพราะจะเปึนผู้ที่กําหนดเงื่อนไขของประเทศ ๗. ควรบัญญัติเปึ้นลายลักษณ์อักษร ทำให้เกิดความชัดเจนเปึนรูปธรรมมากขึ้น ๘. สร้างจิตสำนึกปัองกันไม่ให้นักการเมืองแสวงหาผลประโยชน์เข้าหาตนเอง ๙. โลก สังคม คน เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ควรปรับเปลี่ยนไปตามโลกในปัจจุบัน ๑๐. ควรกําหนดถึงข้าราชการทุกระดับ และข้าราชการท้องถิ่น ไม่เฉพาะแต่นักการเมือง ระดับในรัฐสภาเท่านั้น ๑๑. ประเด็นพื้นฐาน และหัวใจสําคัญของนักการเมืองคือ ต้องมี จริยธรรมกํากับบุคคลผู้ใช้อํานาจรัฐ ๑๒. เปึนการสอดคล้องกับหลักพุทธศาสนาที่เปึน จริยธรรมของผู้ปกครอง ๑๓. การกำหนดบทลงโทษ ต้องมีโทษมากกว่าประชาชนทั่วไป เพื่อจะตระหนักได้ถึงสิ่งที่ทำลงไป ๑๔. เพื่อปลูกฝั่งสำนึกให้มนุษย์รู้จักละวาง ความโลภูมิให้เกิดขึ้นเช่นที่ผ่านมา ข้อสุดท้ายย้ำว่า นักการเมืองทุกคนต้องมีคุณธรรม เพื่อเปึนหลักในการลดการโกงกินและการทุจริต การกำหนดคุณธรรม จริยธรรมนี้มี ผู้ไม่เห็นด้วยเพียง ๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่แสดงเหตุผล และงดออกเสียง ๖ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี มีข้อเสนอแนะในประเด็นนี้ว่า ควรมีการเอาจริงเอาจังในการกำกับดูแลความ ประพฤตินักการเมือง ๒. ควรกำหนดให้มีคุณสมบัติของนักการเมืองที่ปฏิบัติในแต่ละ สาขา และแต่ละศาสนานั้น ๆ ๓. ควรบัญญัติให้ชัดเจนสำหรับนักการเมืองทุจริตที่ต้อง ถูกยึดทรัพย์ ๔. ควรกำหนดให้ สส. ต้องนั่งประชุมในสภาให้มากที่สุด เพราะ สส. ต้อง ทำหน้าที่แทนประชาชน ไม่ควรละทิ้งหน้าที่หลักของตน หากออกจากที่ประชุมถึง ๓ ชั่วโมง ให้ถือว่า ในการประชุมครั้งนั้นขาดการประชุม ๕. นักการเมืองควรถูกลงโทษ แต่ควรลงโทษไปยังครอบครัวด้วย เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวเหมือนนักการเมือง ในประเทศเกาหลี (สาธารณรัฐเกาหลี) ๖. หากบัญญัติไว้แล้วไม่ปฏิบัติตามก็จะไม่เกิด ประโยชน์ แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนไว้เลิศหรูสวยงามเพียงใดก็ตาม

ในประเด็นที่ ๓ คือ จํานวนและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีการ ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง มีผู้เห็นด้วย ๒๑ เปอร์เซ็นต์ เหตุผล คือ จำนวน สว. มาก แต่ไม่มีความยุติธรรม เที่ยงตรง มีความเอนเอียงเข้าพรรคใดพรรคหนึ่ง ๒. การเลือกตั้ง ทำให้ได้สภาผัว สภาเมีย ไม่มีความยุติธรรม แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่า การสรรหาจะยุติธรรม โปร่งใสมากกว่าการเลือกตั้ง ๓. คณะกรรมการสรรหาต้องเปึนบุคคลที่น่าเชื่อถือ และควร เพิ่มการสรรหาในแต่ละจังหวัด ๔. การเลือกตั้งอาจจะไม่ได้คนดี ๕. สว. จำนวน ๑๖๐ คน เปึ้นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว ๖. สว. ไม่สามารถหาเสียงได้ จึงสมควรให้มีการ สรรหา ๗. การสรรหาจะทำให้ประหยัดงบประมาณ ผู้ไม่เห็นด้วยกับการสรรหามีถึง ๖๘ เปอร์เซ็นต์ เหตุผล ก็คือ ๑. ตัวแทนของประชาชนต้องมาจากการเลือกตั้งจาก ประชาชนส่วนหนึ่ง และสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิส่วนหนึ่ง เพื่อให้เกิดการกระจาย ครอบคลุมทุกภาคส่วนและสาขาอาชีพ ๒. ให้ประชาชนเลือกจากจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน เนื่องจากประชาชนยังมีเหตุผล และจุดยืนของตัวเอง ๓. เหตุที่ไม่เห็นด้วย เพราะไม่เชื่อถือในคณะกรรมการสรรหา ๔. จะไม่เปึนประชาธิปไตย ๕. เปึนการลิดรอนสิทธิในการเลือกตั้ง และอยากคงจำนวนไว้ ๒๐๐ คนเช่นเดิม ๖. สว. ควรมาจากการเลือกตั้ง เพราะจะถือด้วยว่าเปึ้นตัวแทน ของประชาชนได้ ๗. สว. ไม่ควรมาจากการสรรหาและกรรมการทั้ง ๗ คนดังกล่าว เนื่องจากไม่โปร่งใส ขัดกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรให้คนกลุ่มน้อย มาตัดสินใจแทนคนไทยทั่วประเทศ ๘. การสรรหาอาจเลือกพรรค เลือกพวกพ้อง ของตนเองมาเปึน สว. ได้ ๙. องค์กรยุติธรรมจะหมดความน่าเชื่อถือ เมื่อเข้ามา ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง การงดออกเสียงในประเด็นนี้มีถึง ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอแนะ ในประเด็นที่ ๓ เกี่ยวกับการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา มีดังนี้ ๑. ควรให้ความรู้เกี่ยวกับ อำนาจและหน้าที่ของ สว. แก่ประชาชนให้เข้าใจอย่างชัดเจน จากนั้นจึงให้ประชาชน เลือกตั้งมา ๗๖ คน และให้มาจากการสรรหาอีก ๘๔ คน ๗๖ คนดังกล่าว ก็คือ จังหวัดละ ๑ คน จาก ๗๖ จังหวัด ๒. ควรเป่ดรับสมัครผู้ที่ต้องการเปึน สว. โดยให้มาจาก ทุกภาคส่วน จากนั้นจึงให้คณะกรรมการเลือกสรร แล้วจึงให้ประชาชนเปึ้นผู้เลือกตั้ง สว. ในจำนวน ๑๖๐ คน ๓. ควรมาจากการสอบ สอบความรู้นะครับ ๔. ควรมาจากการ สรรหาและการเลือกตั้ง อย่างละครึ่ง ๕. สว. ที่มาจากการคัดเลือกหรือเลือกสรรไม่มีสิทธิ ถอดถอนนักการเมืองได้ ๖. การกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ให้ชัดเจน เช่น ห้ามเครือญาติของ สส. ลงสมัคร

ประเด็นที่ ๔ จำนวนและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเด็นนี้ มีผู้เห็นด้วยเปึ้นส่วนน้อย มีเพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ เหตุผล คือ เปึนการประหยัดงบประมาณ สามารถนำงบประมาณไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ๒. แบบแบ่งเขต ๑ คน มีปัญหาว่า สส. เขตไหนดี เขตนั้นจะพัฒนาก้าวหน้า แต่หาก สส. เขตไหนไม่ดี เขตนั้นก็จะ ไม่มีการพัฒนาเลย ๓. ลดปัญหาการอ้างเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สส. สส. จังหวัดใด ก็ควรรับผิดชอบดูแลจังหวัดของตนทั้งหมด และทั่วทุกจุด ๔. การรวมเขต ทำให้มีการ ชัดเจนในการทำงานของ สส. มากขึ้น ๕. ช่วยลดปัญหาการซื้อเสียงแบบยกเขต เป่ดโอกาสให้คนดีเข้าเปึนตัวแทนประชาชนในการบริหารพัฒนาประเทศ ๖. ประชาชน สามารถเลือกคนที่ต้องการได้มากกว่า ๑ คน แก้ปัญหารักพี่เสียดายน้อง ๗. สส. ๔๐๐ คน เหมาะสมแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายจะลดลง ๘. สส. จำนวนมากพูดมาก แต่ปฏิบัติ น้อย ไม่มีคุณภาพ ๙. หากรวมเขตจะทำให้ประชาชนได้กระจายสิทธิอย่างเสมอภาค ๑๐. มีสิทธิพิจารณาได้มากขึ้น และใช้สิทธิได้มากขึ้น ๑๑. เปึ้นช่องทางในการกำกับดูแล นักการเมืองให้มีคุณภาพมากขึ้น ๑๒. สส. จะได้ดูแล และรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนได้กว้างขวาง ๑๓. จะมี สส. มาช่วยตามอำนาจในมติต่าง ๆ และสุดท้าย การเลือก สส. เขตละ ๓ คน จะทําให้เกิดความสามัคคีในชุมชน มีผู้ไม่เห็นในประเด็นนี้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลก็คือ ประการแรก ควรต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อเปึน ประชาธิปไตย เพราะจะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ๒. ปัองกันการเกิดปัญหา การแบ่งชั้นของ สส. ๓. แบบสัดส่วน ๘๐ คน ไม่ชัดเจน และระบบภาคของประชาชนไม่เท่าเทียมกัน ๔. ประชาชนเข้าใจระบบเดิมดีแล้ว ๕. การแบ่งเขตรับผิดชอบชัดเจนดีแล้ว ๖. เกิดความเสมอภาคระหว่างผู้ลงสมัคร สส. ที่มาจากพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ในขั้นตอนการหาเสียง เพราะกรณีเขตละ ๓ คน เปึนการ ยากที่ผู้สมัครจาก สส. พรรคเล็กจะหาเสียงได้อย่างทั่วถึง ๗. ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วย แบบสัดส่วน เพราะบางจังหวัดอาจจะไปร่วมกับจังหวัดอื่นที่ไม่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ๘. เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บัญญัติไว้ดีแล้ว ๙. สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจะเกี่ยงกัน หาทางเอาตัวรอด ประชาชนจะเสียประโยชน์ ๑๐. เอื้อประโยชน์ให้คนที่มีทุนมากโกงกิน ได้ง่ายขึ้น ๑๑. จะมี สส. มากเกินความจําเปึน มีผู้งดออกเสียงในประเด็นนี้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอแนะในประเด็นนี้ คือ จำนวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีว่า ข้อ ๑ ควรมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของ สส. ไว้ให้ชัดเจน ๒. สัดส่วนแบ่งตามเขตภูมิศาสตร์ เหมือนเดิม ภาคที่มีประชาชนมาก สส. สัดส่วนมากกว่าภาคอื่น ไม่เช่นนั้นแล้ว ประชาชน บางส่วนอาจจะยอมรับไม่ได้ เช่น กรณีหากต้นเปึนคนภาคอีสาน แล้วไปได้ภาค สส. ภาคส่วนประชาชนคนอื่นมาเปึน สส. ภาคอื่น ๓. จะน้อยหรือมากคนก็ควรเปึนคนที่มี คุณภาพ ๔. การนับคะแนน ควรนับหน่วยเลือกตั้ง เพราะนับได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เปึ้นการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ๕. รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดีแล้ว ที่มีทั้งแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ข้อ ๖ จำนวน ๕๐๐ คน เหมาะสมแล้ว ข้อ ๗ ไม่ควรมี สส. แบบบัญชี รายชื่อ แต่ควรไปเพิ่มโควตาแบ่งเขต จังหวัดละ ๑ คน

ประเด็นที่ ๕ สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิชุมชน ประเด็นนี้มีผู้เห็นด้วย ๙๗ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลก็คือ ๑. การเข้าชื่อ ๑ แสนคนเพื่อขอแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ เหมาะสมแล้ว ๒. ประชาชนทุกคนควรได้รับสิทธิ และโอกาสในการใช้ สิทธิของตนเองในการฟัองศาลได้ ๓. ชุมชนควรมีสิทธิ ชุมชนสามารถใช้สิทธิในการนำ ผลประโยชน์มามอบให้แก่ชุมชนตนเองได้เต็มที่ ๔. อยากให้มีสิทธิด้านการประกอบ อาชีพ ไม่ให้นายทุนเข้ามาผูกขาด ๕. อยากให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการออกเสียง ต่าง ๆ ไม่ใช่ผู้หนึ่งผู้ใดที่มีอำนาจคนเดียว ๖. ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนในทุกสาขา อาชีพ ๗. ควรมีการส่งเสริมในเรื่องเศรษฐกิจของคนท้องถิ่น เพื่อไม่ให้ทุนต่างชาติเข้ามา แสวงหาผลประโยชน์ ๘. ควรเพิ่มบทบาทให้กับชุมชน ให้มีโอกาสจัดการศึกษา ๙. จะทําให้สามารถจํากัดสิทธิของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ไม่ให้ใช้อํานาจในทางที่ ผิดได้ ในวงเล็บ กรณีสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ประเด็นนี้มีผู้ไม่เห็นเพียง ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ โดยให้เหตุผลว่า ๑. การเสนอข้อมูลของสื่ออาจจะเกินขอบเขตความจริงได้ ๒. สื่อจะตกไปเปึนเครื่องมือของระบบทุนนิยมมากกว่าที่จะบริการคนในรากฐานของ สังคมได้ ๓. ถ้าสื่อมวลชนมีเสรีภาพมาก จะมีอำนาจมาก ประชาชนจะถูกเอารัด เอาเปรียบได้ ๔. สิทธิทำกิน ไม่กำหนดระยะเวลาว่ากี่ป้ หรือตลอดชีวิต ๙. กฎหมายเด็ก และเยาวชนได้รับสิทธิคุ้มครองปกปัองมาก ไม่สามารถลงโทษได้ ๖. อาจเกิดความวุ่นวาย เพราะมีการเรียกร้องสิทธิกันมาก ประเด็นนี้มีผู้งดออกเสียง ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอแนะในประเด็นสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิชุมชน คือ ๑. ควรให้ประชาชนได้เข้าชื่อกัน เพื่อเอาผิดแล้วฟัองสื่อมวลชนได้ ๒. ควรมีกรอบในการกํากับดูแล มีขอบเขตจํากัดตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกําหนด ๓. ให้มีกฎหมายด้านสิทธิโดยเฉพาะ ๔. อยากให้มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ๕. ควรกำหนดสิทธิของชุมชนในด้านการจัดการทรัพย์มากขึ้น ๖. ควรมีการแต่งตั้งผู้นำ สตรีในแต่ละหมู่บ้านเพื่อดูแล ปัองกันการละเมิดสิทธิของเด็กและสตรี จากผู้ใหญ่และ ผู้ร้าย ๗. ออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานไทย เนื่องจากปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวเข้ามา แย่งแรงงานไทยเปึ้นจำนวนมาก ๘. ออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิร้านค้าขนาดเล็ก จากร้านค้าหรือห้างขนาดใหญ่ ๙. เพิ่มเบี้ยเลี้ยงยังชีพคนพิการ จาก ๕๐๐ บาท เปึ้น ๑,๐๐๐ ถึง ๑,๕๐๐ บาท และให้เงินเดือนแก่คนชรา เดือนละ ๕๐๐ บาท ๑๐. ควรบัญญัติให้เกษตรกรในแต่ละภาคมีความเสมอภาคกัน เช่น ในกรณีของอุทกภัย เกษตรกรภาคกลางได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐมากกว่าเกษตรกรภาคอีสาน ๑๑. การเลือกตั้งควรกําหนดให้เปึนสิทธิ ไม่ควรเปึนหน้าที่ ๑๒. ควรเพิ่มสวัสดิการสำหรับ ผู้ตกงาน ๑๓. ควรเป่ดโรงเรียนสำหรับผู้พิการต่างหาก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเรียน และ ผู้เชี่ยวชาญจะทราบปัญหาของเด็กที่มีปัญหามากกว่า ๑๔. ควรเพิ่มในมาตรา ๔๘ ว่า รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับการจัดการทางการศึกษา ๑๕. มาตรา ๕๑ ควรเพิ่มเรื่องทักษะทางสังคม และการมีส่วนร่วมของครอบครัว สถาบันครอบครัวจะได้รับ การส่งเสริมและสนับสนุน ๑๖. ควรเพิ่มให้รัฐคำนึงถึงการมีส่วนร่วม และเอกชน อย่างทั่วถึง และไม่ให้เก็บค่าใช้จ่าย ๑๗. เพิ่มสิทธิในการศึกษาให้เปึ้น ๑๕ ป้ คือ อนุบาล ถึงมัธยมปลาย ๑๘. สื่อมวลชนทำให้ข้อมูลซึ่งไม่เปึนความจริง ประชาชนสามารถลงชื่อ ที่จะถอดถอนสื่อมวลชนแขนงนั้นได้ ๑๙. งานอาสาสมัคร เช่น อสม. ควรกำหนดให้มี ค่าตอบแทนและเงินเดือน และเปลี่ยนชื่อจาก อสม. เปึน แกนน้ำสุขภาพ ขอบคุณครับ