หลักชัย กิตติพล หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และชื่นชมกรรมาธิการภาคกลางที่ทำงานหนัก โดยเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลายประเด็น เช่น สิทธิชุมชน สภาพแวดล้อม การดำเนินโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสนอความเห็นเกี่ยวกับคณะกรรมการแก้วิกฤติและปัญหาที่สำคัญในการแก้วิกฤติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน แล้วก็กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นภาคกลาง แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม หลักชัย กิตติพล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม และต้องขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการภาคกลาง ผ่านไปทางท่านประธานนะครับว่า กรรมาธิการของภาคกลางนั้น เปึนกรรมาธิการที่ต้องทำงานหนักอย่างมาก เพราะว่า มีตั้ง ๒๕ จังหวัด ซึ่งมากที่สุด รวมทั้งกรุงเทพ แล้วก็การที่ได้รายงานผลการรับฟัง ความคิดเห็นมา ตัวกระผมเองก็ชื่นชมนะครับว่า ทุกคนทำงานอย่างแข็งขัน แล้วโดยเฉพาะเมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมา ก็ได้ไปจัดการสัมมนาที่จังหวัดระยองนะครับ ก็ให้ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดระยอง ได้รับทราบถึงร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกนะครับ แล้วทางจังหวัดระยองเรา จากการที่ได้รับการสัมมนา แล้วเราก็เริ่มมีการจัดการเวที ของเรา ในวันที่ ๙ ที่ศาลาประชาคมของที่ระยองนะครับ เดิมที่เราตั้งเปั้าไว้ว่า สักหกร้อย คน แต่ว่าประชากรที่มาทุกหมู่เหล่ามากกว่าหกร้อย จนห้องประชุมแน่นขนัดนะครับ ในวันนั้น กระผมก็ได้รับเกียรติอย่างสูงจากท่านกรรมาธิการยกร่าง ท่านโฆษกกรรมาธิการ ยกร่าง ท่าน ดร. พิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ ไปช่วยในการที่อธิบายให้กับทาง พี่น้องประชาชนได้รับทราบความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญต่าง ๆ นะครับ แล้วในการ รับฟังความคิดเห็นในครั้งนั้น ประเด็นสําคัญ ๆ ส่วนใหญ่แล้วก็เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ อย่างเช่น ร่างของด้านสิทธิเสรีภาพในการศึกษา เปึนประเด็นที่ประชาชนระยอง ให้ความสนใจ และสำคัญมากที่สุด แล้วก็เสียงส่วนใหญ่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับร่าง แรกนี้นะครับ แล้วให้รัฐนี่ ทางด้านการจัดสรรทรัพยากรการศึกษา เช่น การสื่อสาร การเรียน การสอน สถานที่เรียน ครู อาจารย์นะครับ และงบประมาณ เปึนต้น เพื่อสนับสนุนให้การสอนอย่างมีคุณภาพนะครับ แล้วก็สิทธิที่ได้รับการศึกษา ๑๒ ป้ฟรีนี่ ก็ต้องฟรีจริง ๆ นะครับ แล้วก็ต้องการให้ไม่เก็บ ค่าเทอม ไม่เก็บค่าพัฒนาการศึกษา ค่าอาจารย์พิเศษ ค่าคอมพิวเตอร์ (Computer) เปึ้นต้นนะครับ ทั้ง ๆ ที่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ พี่น้องประชาชนก็เห็นว่า จะต้องเปึนค่าใช้จ่าย ของการศึกษาอยู่แล้ว แต่ว่ามาบอกว่า ฟรี แล้วก็มาเก็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้เปึนปัญหา แล้วก็ต้องการให้การสนับสนุนครู อาจารย์ ให้มีมาตรฐานการสอนที่ชัดเจน ตลอดจน ส่งเสริม ให้ความก้าวหน้าและเหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้วิชาความรู้แก่นักเรียน เปึ้นสิ่งสำคัญนะครับ และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา รัฐจะต้องจริงใจ ต่อประชาชนในการจัดการศึกษา เพื่อให้ประชาชนชาวไทยจะได้มีความรู้ความสามารถ ในการนำความรู้ความสามารถไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป เพราะว่า เยาวชนของชาติ ก็เปึนอนาคตของชาตินะครับ แล้วเรื่องประเด็นนี้ ทางด้านสมาคมผู้ประกอบการวิชาชีพ บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดระยอง ได้ส่งจุดหมายเป่ดผนึกมาให้ เดี๋ยวกระผม หลังอภิปรายแล้วจะส่งให้ท่านประธาน จะไม่พูดถึงรายละเอียดตรงนี้นะครับ เพื่อจะได้ให้ กรรมาธิการยกร่างไปประกอบการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่สำคัญอันดับ ๒ ก็คือ เรื่องสิทธิชุมชน สภาพแวดล้อม ต่าง ๆ เสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ร่างที่ ๑ นี้ และมีความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับในปัญหาที่จะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากร ต่าง ๆ ดังนี้นะครับ ในมาตราที่ ๖๖ วรรคสอง บัญญัติให้การดำเนินโครงการที่อาจจะ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติจะกระทำมิได้ เว้นเสียแต่จะ ได้ศึกษา แล้วก็ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA – Environmental Impact Assessment) ก่อนนะครับ แล้วก็จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เอสไอเอ (SIA - Social Impact Assessment) แต่มิได้ระบุว่า หากไม่ปฏิบัติตามนี้แล้วจะ มีความผิดหรือไม่ อย่างไรนะครับ ต่อมา ในมาตราที่ ๖๖ วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า สิทธิชุมชนที่จะฟัองร้องหน่วยราชการเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ ย่อมได้รับการ คุ้มครอง ยังไม่ชัดเจนนักนะครับ เพราะว่า คําว่า ได้รับการคุ้มครอง คุ้มครองอย่างไร เห็นว่าควรจะบัญญัติให้ชัดเจนว่า ประชาชนมีสิทธิฟัองหน่วยราชการ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ ตามบัญญัตินี้ อันนี้เปึนความเห็นของที่ประชุมวันนั้นนะครับ ควรออกกฎหมาย ให้สถานประกอบการ เสียภาษีสิ่งแวดล้อม คือ สถานประกอบการที่เปึ้นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ควรจะมีการเสียภาษีสิ่งแวดล้อมนะครับ เพื่อจะได้นำเงินภาษีดังกล่าว นี่มาใช้ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของแต่ละท้องถิ่นนะครับ ที่มาของ สส. นะครับ เสียงส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๕ เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ ร่างแรกนี้นะครับ สส. แบ่งเขต ๓๒๐ แล้วก็ สส. แบบสัดส่วน ๘๐ ไม่มีปัญหา เห็นด้วยนะครับ เสียงส่วนใหญ่ การลดจำนวน สส. เสียงส่วนใหญ่ ร้อยละ ๙๙ เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ร่าง ๑ นี้ คือ ต้องการที่จะให้ลดจาก ๕๐๐ เหลือแค่ ๔๐๐ นะครับ ที่มาของ สว. นะครับ เสียงส่วนใหญ่ ร้อยละ ๙๙ ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ร่างที่ ๑ นี้ ให้กําหนด สว. มาจากการสรรหา เพราะว่าที่ประชุมเห็นว่า ควรจะเปึนการเลือกตั้งจะเหมาะสมกว่า นะครับ ต่อมาคณะกรรมการแก้วิกฤตินะครับ คณะกรรมการแก้วิกฤตินี้ เสียงส่วนใหญ่ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ว่า ขอว่า นายกรัฐมนตรีไม่ควรจะอยู่ ในกรรมการที่จะแก้วิกฤติ เพราะว่า เห็นว่า ถ้ามีวิกฤติแล้วนายกรัฐมนตรียังแก้ไม่ได้ ก็ไม่ควรที่จะอยู่ตรงนี้ แต่ว่าปัญหาที่สําคัญ สรุปก็คือว่า ทางด้านของที่ประชุมในวันนั้น เห็นว่า การที่จะแก้วิกฤติมันต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้ เพราะว่าไม่มีอะไรที่ชัดเจนว่า จะทำอะไรหลังจากมีวิกฤติ มีประชุมแล้ว ไม่ทราบว่า ใครจะเปึนคนทําเรื่องต่าง ๆ ต่อไปอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นอื่น ๆ เขาให้รัฐ สนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนฟุ๋นฟูการเกษตรกรนะครับ เนื่องด้วยทุก ๆ ป้ โดยให้เพิ่ม ในมาตราที่ ๘๓ วรรคสิบสาม ข้อสุดท้ายนะครับ ให้มีบัญญัติสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ โดยเฉพาะการมีทนายความให้ความช่วยเหลือประชาชน ในกระบวนการยุติธรรม ก็สรุปคร่าว ๆ ของที่จังหวัดระยอง ก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปทางด้านกรรมาธิการยกร่างเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับท่าน