สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเรื่องการรายงานของกรรมาธิการภาคกลางและข้อผิดพลาดในร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะบทบัญญัติในหมวด ๓ และ ๕ ที่อาจไม่แน่ใจว่าจะปฏิบัติจริงได้หรือไม่ และเรียกร้องให้ปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญในขั้นตอนต่อไป
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อน สสร. ทุกท่าน แล้วก็ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟังการถ่ายทอดการประชุมของเราในวันนี้ นะครับว่า การรายงานของกรรมาธิการภาคกลาง ในวันนี้ต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น เปึนการรายงานบนพื้นฐานของข้อมูลที่สิ้นสุดเพียงวันที่ ๑๑ พฤษภาคมครับ ยังไม่ถือว่า เปึ้นข้อมูลที่เสร็จสิ้นเด็ดขาดนะครับ การจัดเวทีของ ๒๕ จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง กับในกรุงเทพมหานครนั้น ยังคงมีอยู่จนถึงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม อย่างที่ผมกราบเรียน ให้ทราบ เพราะฉะนั้นข้อมูลที่ได้นำเสนอรายงานวันนี้ ก็เปึ้นเพียงข้อมูลประมาณร้อยละ ๕๐ ของเวทีรับฟังความคิดเห็นที่เราได้จัดเตรียมไว้ในการรับฟังความคิดเห็น สําหรับ รอบที่ ๒ นี้
อีกประการหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อที่ประชุม ก็คือว่า ผลจากการที่เรา ได้เป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนนั้น ผมจับข้อสังเกตได้ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือ การแสดงความคิดเห็นนั้น บางส่วนพี่น้องประชาชนยอมรับในเรื่องของ การหลักการ แต่เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีความไม่ชัดเจนเพียงพอ ก็ทำให้พี่น้อง ประชาชนนั้น ลงมติไม่เห็นด้วย ตัวอย่างเช่น ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคสอง เกี่ยวกับองค์กรแก้วิกฤติของชาติ หรือแก้ไขสถานการณ์คับขัน หรือแก้ไขเหตุการณ์จำเปึน อย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนไม่มีใครอยากเห็นประเทศไทยเข้าสู่จุดอับทางการเมือง การปกครอง อยากเห็นวิธีการ อยากให้มีกลไกที่ถูกกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน แต่เนื่องจากบทบัญญัติที่ปรากฏในร่าง (ฉบับรับฟังความคิดเห็น) นั้น พี่น้องบอก อ่านแล้วไม่เข้าใจว่า ใครจะเปึนคนตีความว่า อย่างไรถือว่าเปึนวิกฤติของชาติ อย่างไรคือสถานการณ์คับขัน อย่างไรถือว่ามีเหตุการณ์จำเปึนอย่างยิ่งแล้ว เพราะบทเรียนที่พี่น้องประชาชนได้มาจากอดีตในป้ สองป้ที่ผ่านมา ผู้บริหารประเทศ บางคนให้ความเห็นไม่เหมือนกัน เมื่อมีเสียงเรียกร้องจากประชาชน เมื่อมีพี่น้องประชาชน มาชุมนุมบอก เท่านี้วิกฤติหรือยัง บางท่านบอกวิกฤติแล้ว บางท่านไม่วิกฤติ เขาบอกว่า แค่นั้นก็เปึ้นปัญหาแล้ว แล้วถ้า ๑๑ ท่าน ที่เขียนอยู่ในร่างฉบับนี้เห็นต่างกันนี่ เขาบอก มองไม่เห็นทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ก็คือ สืบเนื่องจาก ความไม่ละเอียดเพียงพอจากบทบัญญัติที่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญ นอกจาก มาตรา ๖๘ วรรคสอง ที่สามารถนำมาเสนอเปึนข้อสังเกตได้แล้ว กรณีความไม่ชัดเจนของร่าง รัฐธรรมนูญยังคงทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจสับสน เช่น บทบัญญัติในมาตรา ๑๘๖ เกี่ยวกับการกําหนดให้การทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศของรัฐ ในกรณีที่สนธิสัญญานั้น หากมีผลกระทบต่อประชาชน จะต้องขอประชาพิจารณ์จากประชาชนเสียก่อน ก็มีข้อสังเกตว่า กรณีใดจะถือว่า สนธิสัญญานั้นมีผลกระทบต่อประชาชน ข้อสังเกต หลาย ๆ ข้อสังเกต ต่อบทบัญญัติ มาตรา ๑๘๖ นี้ จะตรงกันก็คือ ประเด็นที่ว่า ใครจะ เปึ้นคนวินิจฉัยว่าบทบัญญัติที่ฝ์ายรัฐบาลจะไปทํากับต่างประเทศนั้น มีผลกระทบกับ ประชาชน ซึ่งจะต้องนำไปสู่ขั้นตอนของการทำประชาพิจารณ์เสียก่อน ถึงจะไปทำ สนธิสัญญากับต่างประเทศได้ นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติของมาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๑ ในเรื่องของจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีข้อสังเกตว่า เขียนไว้สั้นจน ประชาชนม้องไม่เห็นภาพของความเปึนจริงที่จะปรากฏขึ้นมาได้ เนื่องจากในร่างของ บทบัญญัติทั้ง ๒ มาตรานั้น กำหนดให้ไปออกเปึนประมวลจริยธรรมในอีก ๑ ป้ข้างหน้า ซึ่งเมื่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่ได้อ่านร่างของมาตรานี้แล้ว เกิดความรู้สึกว่า เปึ้นรูปธรรมที่ยังจับต้องไม่ได้ทันที เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ อีกทั้งไม่ได้วาง หลักการสำคัญว่า ประมวลจริยธรรมนั้นจะยึดโยงโดยอาศัยหลักการของกฎหมายใด มาเปึนต้นแบบในการออกประมวลจริยธรรม อาทิเช่น อย่างน้อยที่สุดน่าจะยึดโยงกับ กฎหมายที่ว่าด้วยวินัยของทางข้าราชการหรือไม่ เช่นเดียวกันกับมาตรา ๒๙๙ ซึ่งพูดถึง เรื่องของนิรโทษกรรม หลักการเปึ้นที่ยอมรับได้ระดับหนึ่งจากพี่น้องประชาชน แต่ที่พี่น้อง ประชาชนให้ความเห็นว่า ไม่รับ มาตรา ๒๙๙ นี้ ก็สืบเนื่องมาจากเห็นว่า ในกระบวนการ ของการนิรโทษกรรม ซึ่งเปึนกระบวนการซึ่งแทบจะดูเปึนการปกติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง โดยระบบที่นอกเหนือไปจากระบบของรัฐธรรมนูญนั้น เรามักจะมีการ นิรโทษกรรมอยู่แล้วเปึ้นปกติ แต่มิใช่การบัญญัติอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะสามารถทำได้ในการตราของกฎหมายรูปแบบอื่น ๆ นี่คือความไม่ชัดเจน
ประเด็นที่ ๒ ก็คือประเด็นเรื่องของการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบังคับใช้ ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนบางส่วนยังมีข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ บางส่วนไม่แน่ใจว่า จะจับต้องได้จริงหรือไม่ ไม่แน่ใจว่า เปึ้นรูปธรรมได้จริงหรือไม่ อาทิ เช่น บทบัญญัติในหมวด ๓ ซึ่งว่าด้วยเรื่องของสิทธิเสรีภาพ หลาย ๆ เรื่องพี่น้องประชาชน ไม่มั่นใจว่า เมื่อปฏิบัติจริงแล้วนี่ จะเปึนไปดังเช่นที่ปรากฏอยู่ในบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญไหม เช่น ในเรื่องของสิทธิที่จะได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่าย ซึ่งปรากฏอยู่ในร่างมาตรา ๔๘ ซึ่งตรงกับวรรคแรกของมาตรา ๔๓ เดิม ถอดข้อความมาเช่นเดียวกันเลยครับท่านประธาน ประชาชนก็บอกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เขียนไว้อย่างนี้ แต่ในทางปฏิบัติประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเปึนค่าใช้จ่าย แฝงในรูปแบบต่าง ๆ หมวดที่ ๕ ว่าด้วยเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ พี่น้อง ประชาชนก็เกิดความไม่แน่ใจว่า จะมีปัญหาในการบังคับใช้หรือไม่ว่า ในทางปฏิบัติ แล้วนั้นจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่ พรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศชาติในอนาคต ถ้าไม่ปฏิบัติตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จะมีบทลงโทษ หรือมีบทบังคับพรรคการเมือง เหล่านั้นอย่างไร ไม่ปรากฏรายละเอียดในส่วนนี้ ในร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับรับฟัง ความคิดเห็น) ตรงนี้คือ ข้อสังเกต ๒ ประการ ที่อยากจะกราบเรียนผ่านที่ประชุม เพื่อนำเสนอต่อไปยังท่านกรรมาธิการยกร่าง อันจะเปึนแนวทางไปสู่การปรับปรุง ร่างรั่ฐธรรมนูญในขั้นตอนต่อไป
สุดท้าย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ และพี่น้องประชาชนว่า ขณะนี้เรายังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟัง ความคิดเห็น ซึ่งจะมีระยะเวลาไปจนถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ผมกราบเรียนว่า แม้ว่า ในการปฏิบัติภารกิจของกรรมาธิการภาคกลาง ซึ่งจะต้องลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้อง ประชาชนในการนำสาระสำคัญเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไปเสนอต่อพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันการรับฟังความคิดเห็น และนำความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนกลับมาสู่ กรรมาธิการยกร่างและกลับมาสู่สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ ก็มีกระแสของบุคคล กลุ่มหนึ่ง ซึ่งพยายามที่จะต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระแสนี้ได้มีการพัฒนาการไปสู่ ขณะนี้ล่าสุดมีการปลุกกระแส้ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสียเอง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อประหยัดงบประมาณในการทำประชามติ กระผม ขอกราบเรียนว่า ในฐานะที่เปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่ง ในฐานะที่เปึ้นประธาน กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ขอกราบเรียนว่า น่าที่พวกเราจะร่วมมือร่วมใจกันในการใช้ช่วงเวลา ในการใช้ขั้นตอนของ กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ท่านไม่เห็นด้วยอย่างไรกรุณาเสนอความคิดเห็นของท่าน ผ่านเวทีทุก ๆ เวทีในกรุงเทพมหานคร ทุก ๆ เวทีในเขตพื้นที่ภาคกลาง และทุก ๆ เวที ซึ่งกําลังจัดอยู่ทั่วประเทศ ทั้ง ๔ ภูมิภาคของประเทศไทย เราจะทําหน้าที่ของเราอย่างดี ที่สุดในการรวบรวมความเห็นของพี่น้องประชาชนกลับมาสู่การประชุมร่วมกันระหว่าง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการยกร่าง เราขอกราบเรียนว่า เราจะทำหน้าที่ ด้วยความเปึนกลาง จะไม่เอนเอียงเข้ากับฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง เราจะทำหน้าที่ของเราในการ ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึ้นที่ตั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด ฉบับหนึ่งของประเทศไทย กราบเรียนท่านประธานครับ