พิเชียร อํานาจวรประเสริฐ หารือเรื่องการบรรจุพระพุทธศาสนาในรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาและความเสื่อมโทรมของระบบศีลธรรมจรรยา
ได้ครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้คําแนะนํานะครับ ผมสั้น ๆ นิดเดียวครับ อีกนิดเดียว แล้วก็จะอยู่ในกรอบนี้นะครับ ก็คือ ๑. ผมขอเสนอว่า ที่มาของ สว. ถ้าเปึนไปได้น่าจะมาจากการเลือกตั้งมากกว่า การสรรหา และผมจะขออนุญาตแปรญัตติในประเด็นนี้ด้วยนะครับ นี่อันที่ ๑ อันที่ ๒ เรื่องของพระพุทธศาสนานะครับ ว่า ควรจะบรรจุให้เปึ้นศาสนาประจําชาติหรือไม่ นะครับ นี่เปึนประเด็นใหญ่ที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศนี่กำลังรอรับฟังความ คิดเห็นจากเพื่อนสมาชิก สสร. นะครับ และผมคิดว่า ประเด็นนี้เปึ้นประเด็นใหญ่ที่มี ความสําคัญมากในระดับที่ว่า มีผู้มามีส่วนเกี่ยวข้องนี่ค่อนข้างจะมาก ท่านทั้งหลายก็จะ ได้เห็นว่า มีผู้ลงทุนลงแรง ถึงขนาดมาชุมนุมกันที่หน้ารัฐสภาของเรา แล้วก็รวมทั้งได้ เดินทางมาจากต่างจังหวัดนะครับ ทั้งพระสงฆ์ ทั้งอุบาสก อุบาสิกา และพี่น้องประชาชน จำนวนมาก นี่ก็จะสะท้อนให้เห็นนะครับว่า ประเด็นนี้มีความสําคัญครับท่านประธาน ดังนั้นนี่เมื่อสำคัญ กระผมจึงเรียกร้องให้เพื่อน สสร. ทั้งร้อยท่านนี่ ได้มีโอกาสที่จะ แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ได้อย่างอิสระ เสรี เสรีดังชื่อของท่านประธานนะครับ แล้วก็ให้มีความเปึ้นธรรม ให้มีความเปึนกลาง กระผมอยากจะเรียกร้องผ่านท่านประธาน เสรี ณ ที่นี้ และท่านประธานนรนิติ เศรษฐบุตร ว่า ถ้าเปึนไปได้ กระผมอยากให้จัดให้มี วาระหนึ่งสักวันหนึ่งเลยครับ ท่านประธานครับ ให้พูดประเด็นเรื่องพระพุทธศาสนาควรจะ ได้รับการบรรจุเข้าอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่นะครับ นี่เปึนประเด็นใหญ่ที่สำคัญ ทําไมเราไม่ควรจะอภิปรายหรือครับ เราน่าจะอภิปราย แล้วก็น่าจะได้มีการแสดง ความคิดเห็น ทั้งข้อดี ข้อเสีย จุดอ่อน จุดแข็ง และสิ่งที่จะเปึนประโยชน์กับประเทศชาติ และประชาชน การที่กระผมไปรับญัตติของผู้ที่เขาเสนอแนะ และเขาไม่เห็นด้วย และเขา อยากจะให้มีการบรรจุพุทธศาสนาในรัฐธรรมนูญนะครับ เขาบอกว่า เขาได้มายื่นหนังสือ ถึงท่านประธาน สสร. ท่านประธานกรรมาธิการยกร่างหลายครั้งแล้ว แต่ก็เมื่อร่าง ออกมานี่ ร่างฉบับนี้ออกมานี่ ก็ไม่มีเรื่องการบรรจุพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะอยู่ใน มาตรา ๒ หรือมาตรา ๙ หรือมาตรา ๓๗ ดังนั้น เขาจึงโทรศัพท์มาหาผม แล้วก็ขอให้ผม ช่วยรับในเรื่องนี้ ผมไม่เคยไปประชุมร่วมกับเขาใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ไม่เคยรู้เรื่องอะไรต่าง ๆ ของเขา แต่เมื่อกระผมพิจารณาดูแล้ว เห็นว่า เขาไม่มีทางออกใด ๆ เลยนะครับที่จะ เสนอแนะ กระผมจึงรับไว้ แล้วก็บอกว่า จะเสนอเข้ามา ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะมีเพื่อน สสร. สนับสนุนอีก ๑๐ ท่านหรือไม่ ก็จะพยายามไปรวบรวม แล้วก็มานำเสนอให้กับ ท่านกรรมาธิการยกร่าง กระผมเห็นว่า ประเด็นใดที่เปึนประเด็นซึ่งพี่น้องประชาชนให้ ความสนใจ และพี่น้องประชาชนเรียกร้องต้องการมานี่ นี่คือรากฐานของระบอบ ประชาธิปไตยครับ ถ้ารากฐานของระบอบประชาธิปไตยไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ แล้วก็ ถูกปฏิเสธหรือถูกละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมเห็น ว่า เปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็อาจจะไม่สอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ผมจึงได้รับเรื่องนี้มา มิได้มีวัตถุประสงค์อย่างอื่นใดทั้งสิ้น และไม่มีเรื่องการเมือง ใด ๆ อยู่เบื้องหลังนะครับ แล้วถ้าจะมี กระผมก็ไม่เห็นด้วย กระผมก็จะไม่เอาด้วย ไม่มี เรื่องอํานาจใหม่ อำนาจเก่า อํานาจอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีทางที่จะมายุ่งในเรื่องนี้นะครับ ผมไม่ยินยอมเด็ดขาด ในเรื่องนี้กระผมเห็นว่า พระพุทธศาสนานั้น โดยส่วนตัวนี่กระผม คิดว่า ก็น่าที่จะได้บรรจุเข้ามาในรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลสองสามประการนะครับ สั้น ๆ คือ ๑. เหตุผลเนื่องจากว่า พระพุทธศาสนาของไทยในช่วงหลังนี้ได้เสื่อมถอยลงมา ค่อนข้างจะมากนะครับ ทั้งนี้ เนื่องจากระบบโลกาภิวัตน์นะครับ โลกทุนนิยม วัตถุนิยม เสรีนิยม แล้วก็รวมทั้งทุนนิยมนี่เข้ามาเบียดเบียน แล้วก็มาทำให้สังคมไทยนี่เสื่อมโทรม ลงไปนะครับ แล้วยิ่งระยะหลังมีเรื่องของสื่อลามก่อนาจารนี่ออกมามากเหลือเกิน ทำให้ เด็กและเยาวชนนี่ไม่สามารถแยกแยะสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี สิ่งใดเหมาะ สิ่งใดไม่เหมาะ แล้วก็ ระบบศีลธรรมจรรยานั้นได้เสื่อมโทรมลงมามาก กระผมคิดว่า ถ้าเราได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ ในรัฐธรรมนูญนี่ จะช่วยให้พระพุทธศาสนานั้นมีความจำเริญก้าวหน้ายิ่งยืนนานมาก ยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็นอกจากนั้นแล้ว จะเห็นได้ว่า ในระยะหลังนี่โรงเรียนก็ถูกแยกออกจากวัด วิชา ศีลธรรมก็ไม่ได้รับการบรรจุอยู่ในหลักสูตร มีการถอนออกไป ผมก็ไม่ทราบว่า ถอนออกไป ได้อย่างไร เด็กไม่มีการเรียนประวัติพระพุทธเจ้า ไม่มีการเรียนเบญจศีล เบญจธรรม แล้วก็นอกจากนั้น ก็คือว่า มีภัยของพระพุทธศาสนาเข้ามาด้วย มีผู้มองเห็นว่า ในระยะหลังนี่ศาสนาอื่น ๆ นั้นมีการพัฒนา มีความก้าวหน้าไปโดยลำดับ แต่ว่า ศาสนาพุทธ์ของเรานั้น ก็ปรากฏว่า ไม่ค่อยได้มีการทำนุบำรุง แล้วก็การพัฒนา ผมอยากจะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพุทธศาสนาขึ้นมา นอกเหนือจากการบรรจุคำว่า พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ แล้ว และในหลักการนั้น ก็มิได้ต้องการที่จะไปละเมิด ศาสนาอื่นนะครับ เราจะเขียนอย่างไร อาจจะไม่ต้องเขียนว่า ศาสนาพุทธเปึนศาสนา ประจำชาติ ก็ได้ แต่ขอให้มีหลักการและเนื้อหาเปึ้นอย่างนี้ แล้วก็ไม่ไปละเมิดศาสนาอื่น แล้วก็เป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาอื่น ๆ ได้โดยสมบูรณ์ ถ้าเปึนเช่นนี้แล้ว กระผมคิดว่า จะเปึนสิ่งที่ดีงามมากนะครับ แล้วก็นอกเหนือจากนั้นแล้ว นี่ กระผมคิดว่า การที่มีผู้กล่าวว่า ไม่มีความจําเปึนจะต้องบัญญัติไว้นั้น จริงอยู่ในอดีตนั้น หลายสิบป้นี่เรามิได้บัญญัติไว้ แต่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปเปึน อันมากแล้วครับท่านประธาน สภาวะในขณะนี้ ต้องเรียนเลยนะครับว่า ศาสนาพุทธ์นี้ได้ เสื่อมถอยลงมามาก แม้กระทั่งในวัดนะครับ ก็มีการนำดนตรี นำคอนเสิร์ต (Concert) แล้วก็มีการละเล่น มีการมาเต้นอะไรต่าง ๆ นี่ ซึ่งไม่ดีไม่งาม ซึ่งท่านก็เห็นในสื่อมวลชน แล้วทำไมเราซึ่งเปึนชาวพุทธด้วยกันถึงไม่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ผมอยากจะเรียกร้อง ให้ชาวพุทธทั่วทั้งประเทศมีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นมา แล้วก็บอกว่า ประเทศไทยเรานี่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ์ครับ ไม่เปึนไรหรอก เราพูดได้ แล้วก็ยิ่งกว่านั้น เมื่อป้ที่แล้วทางองค์กรพุทธศาสนาของโลกนี่ก็ได้ชื่นชม ประเทศไทยว่า เปึนศูนย์กลางของศาสนาพุทธ์ แล้วจริง ๆ ยังมีเหตุผลอื่น ๆ อีกมากมาย กระผมก็จะขออนุญาตเสนอเข้ามาเปึนญัตตินะครับ ในการที่จะแปรญัตติเรื่องนี้นะครับ นอกจากนั้นนะครับ ขอสั้น ๆ อีกนิดเดียวนะครับ คือ ในมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๙๙ ซึ่งนักวิชาการจำนวนมากได้วิพากษ์วิจารณ์นะครับว่า มาตรา ๖๘ นี้ ที่กำหนดให้ผู้นำ ๑๑ องค์กรนี่สามารถที่จะมีการประชุมกัน แล้วก็พิจารณาว่า ประเทศอยู่ในสภาวะวิกฤติ ทางการเมืองหรือไม่ แล้วก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำทางการเมืองหรือไม่ ประเด็นนี้ กระผมเท่าที่ได้ติดตาม ตรวจสอบดู กระผมคิดว่า อาจจะเปึนการขัดกับหลักการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยนะครับ คือ จิตเจตนานั้นผมเข้าใจ แล้วก็ผมเห็นว่า ทางกรรมาธิการยกร่างก็มีความปรารถนาดีที่ต้องการจะเป่ดช่องไว้ในกรณีอาจจะเกิด วิกฤติทางการเมืองนะครับ แต่ว่าประเด็นนี้อาจจะเปึนการมอบอำนาจให้กลุ่มบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ซึ่งจะมีอำนาจเหนือกว่า หรือว่ามากกว่าอำนาจของประชาชนที่ตั้ง สส. ตั้ง สว. มา ความจริงถ้าเปึนวิกฤติทางการเมืองนั้น น่าจะมีการนำเข้าในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร หรือว่าวุฒิสภา แล้วพิจารณาหาทางออก อันนั้นจะดีที่สุด ดังนั้น ประเด็นนี้ ก็มีผู้เสนอว่า ควรจะตัดออกไปเลยน่าจะดีกว่า แล้วก็ในมาตรา ๒๙๙ ซึ่งเปึน การนิรโทษกรรมนะครับ บรรดาการกระทำ และกลุ่มบุคคลทั้งหลายที่ได้กระทำการปฏิวัติ รัฐประหารไป เมื่อเหตุการณ์วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นั้น ตรงนี้มีอาจารย์ผู้รู้หลายฝ์าย ก็ได้แนะนำว่า ไม่ควรจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ น่าที่จะออกมาเปึ้นพระราชบัญญัติ ต่างหาก โดยให้ สนช. เปึ้นผู้ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมไปเลย อย่างนั้นน่าจะดีกว่า ยิ่งกว่านั้น ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ๓๙ มาตรา ๒๕๔๙ นี่ก็ได้มีการนิรโทษกรรม เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น มาตรานี้น่าจะมีการพิจารณาตัดออกน่าจะดีกว่านะครับ เพื่อให้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ๒๙๘ มาตรานี่เปึนรัฐธรรมนูญที่อยู่บนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แล้วก็สุดท้ายนะครับ เปึนความเห็นส่วนตัวของกระผม ก็คือ กระผมอยากจะให้ผู้สมัคร สส. นี่สามารถสมัครอิสระได้โดยที่ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพราะว่าประเด็นนี้จะเปึ้น การเป่ดโอกาสให้คนดี คนมีความรู้ความสามารถที่ไม่อยากจะสมัครเข้าเปึนสมาชิก พรรคการเมืองได้มีโอกาสที่จะสมัครเปึนผู้แทนราษฎร ส่วน สว. นั้น ก็ไม่ต้องสังกัด พรรคการเมืองอยู่แล้ว ขณะนี้ไม่ว่าจะเปึน อบต. อบจ. เทศบาล สก. ผู้ว่า กทม. แล้วก็ สว. ก็ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองอยู่แล้วนะครับ มีเหลือ สส. เท่านั้นเองที่ยังถูกบัญญัติว่า จะต้องสังกัดพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมอยากจะปลดปล่อยประเด็นนี้ออกไป แล้วก็ให้เกิดอิสระ ทั้งนี้ ก็เนื่องจากว่า ท่านอดีตนักปรัชญาประชาธิปไตย บิดาแห่ง ประชาธิปไตยคนหนึ่ง ชาวฝรั่งเศสนะครับ คือ ท่านจัง-จ๊ากส์ รุสโซ (Jean Jacques Rousseau) ได้กล่าวเอาไว้ว่า มนุษย์เราเกิดมามีเสรีภาพ แต่ทุกหนทุกแห่ง มนุษย์นี่ถูกพันธนาการไว้ด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ดังนั้น ถ้าจะให้มีเสรีภาพอย่างแท้จริงแล้ว เราควรจะเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้มี โอกาสสมัคร สส. ได้โดยอิสระ ถ้าทําได้ดังนี้ กระผมคิดว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมีเสน่ห์ แล้วก็จะมีโอกาสที่จะผ่านความเห็นชอบในการลงประชามติของพี่น้อง ประชาชน โดยส่วนร่วมแล้วนี่ประมาณสักเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ กระผมเห็นด้วยกับ ร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับรับฟังความคิดเห็น) ฉบับนี้นะครับ และขอชื่นชมที่ท่านกรรมาธิการ ๓๕ ท่านนี่ได้เสียสละ แล้วก็ได้ลงทุนลงแรงทำงานหนัก ประชุมกันมาเกือบสามสิบครั้ง จนกระทั่งออกมาเปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระผมโดยส่วนตัวแล้ว อยากจะให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบในการลงประชามติของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ขอให้ เขียนลงไปให้ชัด ๆ เลยนะครับว่า นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สนับสนุนร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ของ สสร. และต้องการเห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ และผมอยากจะให้ท่านกรรมาธิการยกร่างทุกท่าน นะครับ ทั้งท่านประสงค์ ท่านอาจารย์สมคิด ท่านอาจารย์ปกรณ์ อาจารย์วุฒิสาร และอีก หลายท่าน ได้รับฟังข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชน และข้อคิดเห็นของผู้ที่ โดยเฉพาะผู้ที่ อาจจะยังไม่เห็นด้วยกับท่านในบางประเด็น และได้นำข้อคิดเห็นเหล่านั้นไปแก้ไขปรับปรุง ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึ้นร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อ ประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าท่านทำได้ดังนี้ กระผมคิดว่า จะเปึ้นสิ่งที่ดีเลิศ แล้วก็ดีงาม และ กระผมก็ขอสนับสนุนท่านด้วยครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานเสรีอย่างยิ่งครับ ขอบคุณ มากครับ