วุฒิสาร ตันไชย เสนอปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขยายขอบเขตสาระสำคัญของหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และกำหนดสภาพบังคับชัดเจนขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ ผมได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมาธิการให้ชี้แจงเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเปึ้นรายละเอียด ซึ่งจะเป่ดโอกาสให้กับท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เห็นภาพโดยรวมนะครับ กับทั้ง พี่น้องประชาชนที่รับฟังจะได้รับทราบในเบื้องต้นนะครับ ผมได้รับมอบใน ๒ ส่วน ก็คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ กับหมวดการปกครองท้องถิ่น นะครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนในประเด็นแรกว่า ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ ในหมวดที่ ๕ ซึ่งท่านกรรมาธิการปกรณ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้เรียนต่อสภาไป แล้วนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนดังต่อไปนี้ครับว่า ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเอง ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาอาจจะรู้สึกว่า หมวดนี้ เปึ้นหมวดที่เขียนไว้แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ แล้วก็ไม่ค่อยมีความหมายต่อการดำเนินงาน ของรัฐนะครับ ปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหาที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ทั้งนี้ จริง ๆ หมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐถือว่า เปึนหลักประกันสำคัญในการที่จะทำให้ พี่น้องประชาชนได้รับบริการจากรัฐ รวมทั้งเปึนกลไกและเปึนเครื่องมือที่สำคัญทั้งทาง การเมือง และเครื่องมือของประชาชน ในการที่จะตรวจสอบรัฐบาลทุกรัฐบาลที่เข้ามาเปึน รัฐบาลแล้วได้ดำเนินการตามแนวทาง หรือเจตนารมณ์ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ด้วยเหตุผลจูงใจแบบนี้ล่ะครับที่ทำให้คณะกรรมาธิการ เองในส่วนนี้ได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐใน ๒ ลักษณะ ก็คือว่า ประการแรก คือ การขยายขอบเขตสาระสำคัญของหมวดแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ ให้เห็นว่ามีความครอบคลุม แล้วก็มีความกว้างขวางที่เกี่ยวข้องกับสาระสําคัญใน การดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งปรากฏในรายละเอียดในหลายมาตรา ซึ่งผมขออนุญาตจะกราบเรียนคร่าว ๆ นะครับ กับประการที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่า เปึ้นความสําคัญ ก็คือ การทําให้หมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้น มีสภาพบังคับ ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่เราร่างขึ้นในมาตรา ๗๔ และ ๗๕ ใน ๒ มาตรานี้ได้กําหนดในเชิงหลักประกันให้รัฐบาลนอกเหนือจากการแถลง นโยบายต่อสภาแล้ว รัฐบาลจำเปึ้นที่จะต้องสรุปสาระสำคัญ แล้วก็เปรียบเทียบว่า สิ่งที่ จะดําเนินการตามนโยบายของรัฐบาลนั้น มีความสอดคล้อง และมีระดับความสัมฤทธิ์ผล ต้องการความสําเร็จแค่ไหนในเรื่องนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในเรื่องใด เมื่อไร อย่างไร เหตุผลหลักประการนี้ก็คือ เพื่อที่จะชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า หากรัฐบาลมีนโยบายเรื่อง ส่งเสริมคุณภาพชีวิต รัฐบาลคงจะต้องบอกได้ว่า คุณภาพชีวิตตามแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐนั้น รัฐบาลตั้งเปั้าไว้แค่ไหน เพียงไร เหตุผลแบบนี้ล่ะครับที่จะทำให้แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐมีความสำคัญในเชิงที่จะเปึนเครื่องมือในการที่จะตรวจสอบการทำงานของ รัฐบาล ทั้งในทางการเมือง คือโดยนิติบัญญัติเอง และโดยภาคประชาชน และองค์กร ที่เรากำหนดเพิ่มเติมขึ้นให้มีบทบาท คือสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประการที่ ๒ นอกจากการกำหนดสภาพบังคับแล้ว ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เองได้กำหนดขยายขอบเขตสาระสำคัญที่กำหนดถึงส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ตั้งแต่เรื่องของ แนวนโยบายด้านความมั่นคงนะครับ ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ของประเทศ นโยบายด้าน การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งแนวนโยบายเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินถือว่า เปึน แนวนโยบายที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ และที่สำคัญที่ปรากฏไว้ ก็คือการกำหนดเรื่องของการ จัดระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความชัดเจน อันนั้นเปึ้นแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐที่ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น ยังได้เพิ่มเติมในเรื่องของการ พัฒนาระบบงานภาครัฐในการที่จะดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี โดยเน้นเรื่องของธรรมาภิบาล ในส่วนที่จะเปึ้นการบริหารราชการ และยังคง เรื่องของเจตนารมณ์ของการกระจายอำนาจเอาไว้นะครับ ในส่วนที่ ๔ เปึนเรื่องนโยบาย ด้านการศาสนา สังคม การศึกษา และวัฒนธรรม ผมคิดว่าในส่วนนี้ได้เขียนให้ความ ชัดเจนนะครับ ในมาตรา ๗๘ เองได้พูดถึง รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์ และคุ้มครอง พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกลุ่มบุคคลนะครับ นอกจากนั้น ในหมวดนี้เองได้ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว และการสร้างสุขภาวะ ของประชาชนในเชิงคุณภาพชีวิตที่มีความชัดเจน และเปึนรูปธรรมมากขึ้น ในหมวดที่ ๕ เปึ้นหมวดที่ว่าด้วยเรื่องของนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม ซึ่งกำหนดเพิ่มเติมขึ้น ไปเปึนเรื่องใหม่ ก็คือ การกําหนดให้มีองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อที่จะทบทวน ระบบกฎหมายทั้งหมดของประเทศที่มีอยู่ว่า มีปัญหาอย่างไรนะครับ ซึ่งจะปรากฏอยู่ใน มาตรา ๘๐ (๕) ในหมวดนโยบายด้านการต่างประเทศ ก็คงไว้เรื่องของการส่งเสริม ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศนะครับ ในหมวดที่ ๗ ว่าด้วยเรื่องแนวนโยบายด้าน เศรษฐกิจ จะเห็นว่าในหมวดนี้เอง คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติมสิ่งที่คิดว่าเปึ้นเรื่องสำคัญ และเปึนความต้องการของพี่น้องประชาชน เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งก็คือ ในมาตรา ๘๒ คือ การกำหนดเรื่องของการส่งเสริมให้การดำเนินงานของรัฐนั้น เปึนไปตามปรัชญาแนว เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเปึนความต้องการส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนจากการรับฟัง ความเห็นทั่วประเทศนะครับ นอกจากนั้น ในส่วนที่เปึนแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ เพิ่มเติมขึ้นมา ก็คือ การพูดเรื่องของในมาตรา ๘๓ แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะ เพิ่มเติมเปึ้นเรื่องใหม่ คือ เรื่องของการจัดให้มีการออมเพื่อการเตรียมตัวในการชราภาพ ซึ่งเรื่องนี้จะเปึ้นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศในอนาคต ดังนั้น แนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐเองจึงได้กำหนดเรื่องเหล่านี้เอาไว้ เพื่อให้รัฐได้ริเริ่มดำเนินการ เพื่อที่จะรองรับ ปัญหาอันจะเกิดขึ้นในระยะยาว นอกจากนั้น แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจเองจึงยังไม่ได้ ส่งเสริมเฉพาะเพียงเศรษฐกิจเสรี แต่หากยังให้ความคุ้มครองในภาคเกษตรและระบบ สหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นนะครับ ในหมวดต่อมา คือ หมวดที่ ๘ นะครับ ว่าด้วย เรื่องนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ในหมวดนี้ต้องถือว่า เปึ้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เปึนสาระสำคัญ ที่เพิ่มเติม เช่น การพูดเรื่องของการจัดวางผังเมือง การพูดเรื่องของการจัดระบบการใช้ ที่ดินที่จะเกิดประโยชน์กับประชาชนนะครับ ในหมวดที่ ๙ ซึ่งถือว่าเปึ้นเรื่องใหม่ อีกเรื่องหนึ่งในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ คือ พูดเรื่องของแนวนโยบายด้าน วิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน ซึ่งจะพูดถึงเรื่องของพลังงานทดแทน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนา งานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซึ่งจะเปึนกลไกที่สำคัญกลไกหนึ่งในการพัฒนา ประเทศ เพื่อให้เข้าสู่การแข่งขันในสากลได้ และสุดท้ายซึ่งจะเปึนหมวดที่มีความสำคัญ อีกหมวดหนึ่ง คือ หมวดว่าด้วยเรื่องของแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน จะเห็นว่า ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเอง ตั้งแต่มาตรา ๗๔ จนถึงมาตรา ๘๖ จะขยายขอบเขตสาระสำคัญที่เปึนแนวทางที่รัฐบาลไม่ว่าใครจะเปึ้นรัฐบาล คงต้องคํานึงถึง ประเด็นที่อาจจะมีคนถกเถียงหรือโต้แย้งว่า ถ้าอย่างนั้นแล้วรัฐบาล จะทําอะไร ในเมื่อแนวนโยบายเขียนไว้หมด ผมกราบเรียนว่า ถ้าเราอ่านสาระสําคัญ จริง ๆ ของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จะเปึ้นเพียงหลักการ และทิศทางที่ไม่ว่าใครมา เปึ้นรัฐบาลก็พึงต้องกระทํา หากแต่สิ่งที่รัฐบาลจะกระทําในอนาคต ก็คือเปึ้นเรื่องที่จะ กำหนดสาระสำคัญ และระดับความสำเร็จในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐแต่ละเรื่อง ดังนั้น เราจึงหวังว่าหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จะเปึนหมวดหนึ่งที่จะเปึ้นเครื่องมือ และกลไกสำคัญในการสะท้อนเจตนารมณ์ทางการเมืองของระบบการเมืองโดยภาพรวม นะครับ ส่วนที่ ๒ ซึ่งจะเปึ้นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการ คือ เรื่องในหมวดการปกครองท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในหมวดที่ ๑๔ ในหมวดการปกครองท้องถิ่นเอง ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในหมวดนี้เรื่องส่วนใหญ่แล้วเราคงเจตนารมณ์ ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เอาไว้ ต้องกราบเรียนว่า ในเรื่องการกระจายอำนาจ สู่การปกครองท้องถิ่นนั้น จากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และจากการเริ่มต้นในป้ ๒๕๔๒ เราได้ดำเนินการ แล้วก็พบว่า การกระจายอำนาจไปสู่องค์กรท้องถิ่นนั้น ส่วนที่ประชาชน ได้ประโยชน์นั้นมีมาก ได้เกิดต้นทุนทางสังคมในเรื่องที่องค์กรท้องถิ่นสามารถตอบสนอง ปัญหาพี่น้องประชาชนได้รวดเร็ว ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ความเจริญต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในชนบทเกิดขึ้นได้รวดเร็วผ่านระบบการกระจายอำนาจ แต่อย่างไรก็ตามครับ ในคณะกรรมาธิการเองก็มองเห็นว่า ปัญหาของการกระจายอำนาจเองก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ จุดอ่อนทั้งในเชิงระบบ และจุดอ่อนทั้งในเชิงข้อกฎหมายที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เอง ดังนั้น ในหมวดการปกครองท้องถิ่นจึงคำนึงถึง ๒ ประการ ก็คือ ประการแรก คือ การขยายความก้าวหน้าในเรื่องของการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรท้องถิ่นให้เกิด ความชัดเจนมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกระจาย อำนาจในป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีกฎหมายตามมาในป้ ๒๕๔๒ หลายฉบับ และส่วนที่ ๓ ก็คือ การเพิ่มหลักการใหม่ ๆ เข้าไปในส่วนของการกระจายอำนาจ ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียน คร่าว ๆ ว่า ในเรื่องของการกระจายอำนาจเองนั้น เรื่องหลัก ก็คือ การคงเจตนารมณ์ ของการกระจายอำนาจในทางที่จะกระจายให้ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น รวมทั้งกำหนด ในสาระสำคัญให้องค์กรท้องถิ่นเปึนองค์กรหลักในการจัดบริการสาธารณะ ให้กับประชาชน ด้วยหลักการอันนี้จะทำให้เห็นว่า การบริการสาธารณะที่อยู่ในพื้นที่ของ ประชาชนนั้น ที่ใกล้ประชาชน องค์กรท้องถิ่นจะเปึนองค์กรหลัก เปึนผู้ดำเนินการนะครับ นอกจากนั้น ในหมวดการปกครองท้องถิ่นเอง ซึ่งเริ่มตั้งแต่มาตรา ๒๗๒ นี่นะครับ จะเห็นว่า เราได้เพิ่มเรื่องของความเปึนอิสระขององค์กรท้องถิ่นภายใต้การกำกับดูแล และในขณะเดียวกันนั้น การกำกับดูแลนั้นจะเปึนการกำกับดูแลที่คำนึงถึงศักยภาพ และ ความแตกต่างของสาระสำคัญขององค์กรท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย ว่าองค์กรท้องถิ่นใด ที่มีความก้าวหน้า มีความเจริญก้าวหน้าขึ้น มีอิสระในการบริหารมากขึ้นแล้ว การกํากับ ดูแลก็จะทําน้อยลง ซึ่งเขียนเอาไว้ในมาตรา ๒๗๓ นะครับ นอกจากนั้นครับ ก็มีการแก้ไข ปัญหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการปกครองท้องถิ่น ซึ่งผมขอกราบเรียน ในสองสามประการ ก็คือ ประการแรก คือ ระบบการบริหารงานบุคคล ซึ่งได้มีการแก้ไข ปรับปรุงให้องค์กรท้องถิ่น ข้าราชการท้องถิ่น และพนักงานท้องถิ่นมีสถานภาพเหมือนกัน คือ เปึนข้าราชการท้องถิ่น และกำหนดให้มีระบบของการบริหารราชการของข้าราชการ ท้องถิ่นที่กว้างขวาง และเปึนเอกภาพมากขึ้นนะครับ นอกจากนั้น เราได้ไปแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุงในเรื่องของการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางตรงในการที่จะดูแล และ มีส่วนร่วมในการบริหารท้องถิ่น ซึ่งจะปรากฏในเรื่องของอำนาจในการถอดถอน และอำนาจในการเสนอข้อบัญญัติ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ระบบทั้ง ๒ เรื่องนี้ ให้ประชาชนสามารถถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น สามารถเสนอข้อบัญญัติให้ องค์กรท้องถิ่นได้ง่ายขึ้นนะครับ นอกจากนั้น ในส่วนที่เปึนเรื่องความชัดเจนในเรื่อง อำนาจหน้าที่ คือ เรื่องอำนาจหน้าที่ที่ว่าด้วยเรื่องของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ซึ่งแม้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ กําหนดเอาไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้มีกฎหมาย บัญญัติ จนในที่สุดก็ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป ในคราวนี้ก็ได้กำหนดเอาไว้ครับว่า ในบทบาทขององค์กรท้องถิ่นในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมถึงโครงการที่กระทบคุณภาพชีวิตของประชาชนนี่ จำเปึนต้องมีกฎหมายมารองรับ และกฎหมายนี้ต้องออกภายใน ๒ ป้ โดยกำหนดสาระสำคัญของกฎหมายไว้ ประการ สุดท้ายที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ก็คือ การเพิ่มเติมสาระสำคัญในการที่จะทำให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการองค์กรท้องถิ่นมากขึ้น ดังปรากฏอยู่ใน มาตรา ๒๗๘ นะครับ ในส่วนนี้ คือ การกำหนดให้องค์กรท้องถิ่นจำเปึนต้องพัฒนากลไก แล้วก็ระบบการรายงานกับประชาชนมากขึ้น การเป่ดโอกาสให้ประชาชนเข้ามารับรู้ การทำงานมากขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าหากประชาชนนี่เข้ามารับรู้การทำงานมากขึ้น เข้ามามี ส่วนร่วมมากขึ้น จะทำให้ระบบการบริหารราชการของท้องถิ่นเองมีความโปร่งใส และ ตอบสนองกับพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น กราบเรียนว่า ทั้งหมดในหมวดของการปกครอง ท้องถิ่นเอง ถือว่า เราได้พยายามปรับปรุงแก้ไข แล้วก็คำนึงถึงเจตนารมณ์หลักใน รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แล้วก็มองเห็นศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในส่วน ของการเมืองและส่วนข้าราชการ แต่เราก็พยายามป่ดกั้น แล้วก็ปกปัองกันในส่วนที่อาจจะ มีข้อบกพร่องอยู่ ดังนั้น ในมาตรา ๒๙๘ ในบทเฉพาะกาล ได้กำหนดไว้ครับว่า อย่างน้อย กฎหมายที่เปึนสาระสำคัญ ๓ ฉบับ คือ กฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องของพระราชบัญญัติ กำหนดแผนขั้นตอนการกระจายอำนาจ คือ กฎหมายการกระจายอำนาจ กฎหมายว่า ด้วยเรื่องข้าราชการท้องถิ่น และกฎหมายที่ว่าด้วยของประมวลของกฎหมายท้องถิ่น จะต้องถูกกำหนดตราให้เสร็จภายใน ๒ ป้ เพื่อที่จะหวังว่า กลไกที่เราวางไว้ในหมวดนี้ทั้ง หมวดจะมีสภาพบังคับใช้ และปรับปรุงแก้ไข เพื่อทำให้องค์กรท้องถิ่นเปึนองค์กรหลัก ในการที่จะดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในระดับพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง แล้วก็โปร่งใส มากที่สุด ใน ๒ ส่วนนี้เปึ้นส่วนที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก เพื่อให้เห็นภาพว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับร่างรับฟังความเห็นครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็มีการเพิ่มเติมสาระสำคัญ ที่อาจจะพูดว่า เปึนความก้าวหน้า แล้วก็เปึนเจตนารมณ์ ที่พยายามยึดหลักในเรื่องของการที่จะส่งเสริมให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดด้วยครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมครับ กราบขอบคุณครับ