ไพโรจน์ พรหมสาส์น พูดถึงการร่างรัฐธรรมนูญและขอความร่วมมือจากทุกท่านในการชี้แจงและเผยแพร่รัฐธรรมนูญให้กับประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น กรรมาธิการยกร่างฯ และสมาชิกสภารัฐธรรมนูญ ก็ขอเพิ่มเติม จากที่อาจารย์ปกรณ์ได้กล่าวไปแล้วนะครับ วันนี้ผมคิดว่า เปึ้นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งนะครับ ที่เราได้เป่ดโอกาสให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นได้ชี้แจงต่อท่านสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญในสภาแห่งนี้ ก็ไม่เพียงแต่จะชี้แจงต่อสมาชิกสภาทั้งหลายได้รู้ ได้เข้าใจ เท่านั้น เปึนการเผยแพร่ และชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ให้พร้อม ๆ กันด้วย เราต้องไม่ลืมว่า หลังจากที่เราเป่ดการประชุมตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม เปึนต้นมา แล้วได้ร่างรัฐธรรมนูญ ประมาณสามเดือนเศษ จนกระทั่งได้ฉบับต้นร่างฉบับแรกนี้มานั้น เราอยู่ในสายตาของพี่น้องประชาชน และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้มีการร่างเสร็จ ส่งมอบ ไปแล้ว ก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ตามอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เราจะทําต่อไปนั้น ก็คงจะเปึนประเด็นอย่างที่อาจารย์ปกรณ์ว่านะครับ เรายังจะต้องรับฟัง ความคิดเห็นว่า ร่างแรกที่เราร่างเสร็จไปแล้วนี้ สถาบันต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๒ สถาบัน มีความเห็นอย่างไรบ้างสะท้อนกลับมา เราจะต้องเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไปยังพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ แล้วยังจะต้องจัดเวทีทั้ง ๗๖ เวทีในจังหวัด ต่าง ๆ นะครับว่า แต่ละเวทีนั้นมีความคิดเห็นอย่างไร รวมทั้งสะท้อนความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ส่งตรงมายังสภาแห่งนี้ ในฐานะที่ผมเองเปึนประธานอนุกรรมาธิการในเรื่องประสานการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็พร้อมที่จะประสานงานกับทุกท่าน นะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ําก็คือ รัฐธรรมนูญแม่บทฉบับนี้ ทั้ง ๒ เล่มนี้นะครับ เปึ้นหัวใจสำคัญ อันนี้เปึนร่างทั้งฉบับ ฉบับนี้เปึนฉบับย่อ สิบสามสิบสี่หน้านี่ท่านสมาชิก ทุกท่านต้องทําความเข้าใจอย่างชัดเจนนะครับ เพราะเวลาท่านไปทําเวที จะต้องมีการ สอบถามในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ สิบสามสิบสี่หน้าแรกนี่เปึนประเด็นสำคัญที่เราจะต้องไป สอบถามเพิ่มเติม มันอาจจะไม่ต้องสอบถามทั้งสามสิบสี่สิบประเด็นเหมือนอย่างที่ ผ่านมา แต่อาจจะประเด็นหลัก ๆ อย่างเช่น ภาคกลาง เขาก็สอบถามเพียงยี่สิบกว่า ประเด็น หรือถ้าเราฟังจากวันนี้ ประเด็นหลัก ๆ ที่มันยังไม่ตกผลึก อาจจะต้องทำความ เข้าใจกัน เรื่องพระพุทธศาสนาเปึนอย่างไร เรื่อง สส. แบบสัดส่วนจะมี ไม่มี จะมีแบบไหน อย่างไร และเรื่อง สว. เรื่องการแก้ปัญหาวิกฤติ ตามมาตรา ๖๘ เรื่องบทเฉพาะกาล ตามมาตรา ๒๙๙ ผมคิดว่า ประเด็นโต้แย้งหลัก ๆ จะมีอยู่สี่ห้าประเด็นนี้เท่านั้นเอง นะครับ นอกนั้นก็เปึนประเด็นปลีกย่อย ซึ่งเราอาจจะมาพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ หรือมีการ ประชุมนอกรอบ อย่างเช่นว่า ทราบว่าพรุ่งนี้ก็อาจจะมีการประชุมนอกรอบในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องทั้งหมดนี้เปึ้นเรื่องที่มีความสําคัญค่อนข้างมาก ถ้าหากว่า ท่านสมาชิกทุกท่านได้เข้าใจ การที่จะไปชี้แจงทำความเข้าใจตามเวทีต่าง ๆ ก็เปึ้นเรื่อง สําคัญไม่น้อย แต่สิ่งที่เรายังสับสนอยู่ ผมคิดว่า อย่างเช่น ในเรื่องของการเลือกตั้ง สส. แบบสัดส่วนนี่ครับ เนื่องจากว่ามันยังไม่มีรายละเอียด เพียงกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นอย่างคร่าว ๆ เท่านั้นเอง ต้องไปเขียนไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ว่า ที่ชัดเจนที่เรามีความเห็นร่วมกันแล้ว ก็คือว่า มีสมาชิกลดลง ตามที่ได้ฟังมาเหลือ ๔๐๐ คน และในสี่ร้อยนี้ก็มีสามร้อยยี่สิบที่มาจากเขตเลือกตั้ง เขตหนึ่ง ๓ คน เลือกได้ทั้ง ๓ คนเลยนะครับ บางจังหวัดก็อาจจะเปึนเพียงคนเดียว อีก ๘๐ คนก็จะมาจาก สส. แบบสัดส่วน ซึ่งสัดส่วนตรงนี้ก็หมายความว่า แบ่งเขตเลือกตั้งเปึนตามภาค ตาม ภูมิศาสตร์ออกทั้ง ๔ เขต เปึน ๔ เขตใหญ่ ๆ ให้มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน เรามี หกสิบสองจุดแปดล้านคน ก็หมายความว่า ถ้าแบ่งเปึน ๔ เขตภาคนี้ ก็จะมีประชากร อย่างน้อยที่สุดก็สิบห้าจุดเจ็ดล้านคน ซึ่งก็คงจะยังเปึ้นปัญหาว่า เอ๊ะ เขตมันจะใหญ่ไป หรือเปล่า ๔ เขตใหญ่ ๆ ผมลองบวกเลขดูแล้ว ถ้าเปึ้นเขตภาคใต้นี่มันกินมาถึงกาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี จนอาจจะถึงสิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง มันถึงจะได้สิบห้าจุดเจ็ดล้านคน แล้วก็ภาคกลาง ภาคอีสานบางส่วนเราจะแบ่งบางจังหวัดไปให้ทางเหนือ ภาคกลาง บางส่วนอาจจะต้องไปเอานครราชสีมามาร่วม เพราะภาคอีสานนั้นมีถึงยี่สิบเอ็ดล้านคน แล้วเปึนหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเรื่องนั้นก็เปึ้นเรื่องที่เราจะต้องมาพูดกัน ในรายละเอียด อาจจะเปึนว่าถ้า ๔ เขตไม่ได้ อาจจะเปึน ๑๐ เขตไหม ๘ เขตไหม เขตละ ๑๐ คนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น นั่นเปึนรายละเอียดที่เราจะต้องชี้แจงทําความเข้าใจ เพื่อให้คนได้เข้าใจในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นฝากท่านทั้งหลายว่า ในส่วนที่เรา มีเวลาจำกัดเพียงถึงวันที่ ๒๕ ๒๖ พฤษภาคม ที่จะถึงนี้นั้น ทำอย่างไรเราจะได้รับฟัง ความคิดเห็นจากส่วนต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ แล้วเอามาผนึก มาประสานร่วมกันเปึน แนวทางเดียวกัน เพื่อที่จะออกรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายก่อนวันที่ ๖ กรกฎาคม นั่นเปึน สิ่งภารกิจที่เราจะต้องทำกันต่อไปครับ ผมก็คงจะมีเรื่องชี้แจงเพิ่มเติมเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ