ชนินทร์ บัวประเสริฐ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอแนวทางในการรณรงค์ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นการทำงานเชิงรุกในช่วง 4 เดือนต่อจากนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครับ ผม ชนินทร์ บัวประเสริฐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๑๖ มาจาก ต่างจังหวัด ที่ผมได้เรียนอย่างนี้เพราะว่า ผมจะเล่าให้ท่านฟังนิดหนึ่งครับ ก่อนจะพูด แสดงความคิดเห็นในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ที่จังหวัดต่างจังหวัด ในภูมิภาคนี่ได้รับ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมื่นฉบับที่ท่านส่งไปให้แล้วนะครับ แล้วก็ในส่วนของเรานี่ได้แจกจ่าย ไปทุกชุมชน หมู่บ้านทุกหมู่บ้านทั้งหมด แล้วก็ อบต. องค์กรปกครองท้องถิ่น โรงเรียน ภาคเอกชน ส่วนราชการต่าง ๆ ให้ไปหมด และยังมีสำรองอยู่ที่เราบางส่วน ที่หมายความว่าประชาชน พอเราประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ประชาชน เอกชนคนใด รายใดที่ ต้องการร่างรัฐธรรมนูญก็พร้อมที่จะแจกจ่ายให้ในส่วนที่เหลือ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ฝากไปด้วย ทุกจังหวัดก็คงจะทำเหมือนกันหมดในลักษณะอย่างนี้นะครับ ก็แสดงว่า ขณะนี้เอกสารประกอบการพิจารณาในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นที่พวกเราได้ร่าง รัฐธรรมนูญ ทั้ง ๒ ฉบับก็กระจายไปทั่วไปนะครับ ตามที่สําคัญ ๆ เรียบร้อยแล้วนะครับ ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติม ก็คือว่า ผมมีความดีใจมากเลยนะครับ ความจริง ผมไม่ค่อยได้ยกมือพูดเท่าไรนะครับ วันนี้ก็จะพูดดี หรือไม่พูดดี ก็เกรงใจสมาชิก เหมือนกันครับ เพราะว่าเวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควรนะครับ ที่ผมดีใจก็เพราะว่า ขออภัย ที่เอ่ยนามนะครับ ท่านอาจารย์ปกรณ์ หรือศาสตราจารย์ปกรณ์นะครับ ซึ่งเคยเปึน คลาสเมต (Classmate) ด้วยกันกับผมนะครับ วันนี้ท่านพูดมาอย่างชัดเจนเลยครับว่า พวกเรามีหน้าที่ที่จะต้องรณรงค์ที่จะต้องให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญด้วยกันนะครับ ท่านเปึนถึงกรรมาธิการยกร่างฯ แต่ท่านยังมีความคิดว่า ท่านรับผิดชอบในเนื้อหาสาระที่ ท่านยกร่างขึ้นมา แล้วท่านก็บอกให้พวกเราช่วยกันรณรงค์ ผมว่าเปึนเรื่องที่ดีมากนะครับ เพราะว่าถ้านับถึงการทํางานที่ผ่านมาขณะนี้แล้วนี่นะครับ เราเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม นะครับ แล้วก็จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน ประมาณแปดเดือนนะครับ ขณะนี้เรามาแล้ว ครึ่งทางนะครับ เราก็ได้อะไรเปึนชิ้นเปึนอันมาสมควรนะครับ แล้วครึ่งทางต่อไปก็เปึน ครึ่งทางที่มีความสำคัญอย่างมากเลยนะครับ ผมเคยคุยกับพรรคพวกนะครับว่า การทํางานของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงที่ ๒ คือช่วงหลังนี่ ต้องเปลี่ยนแนวทางจากเชิง รับมาเปึนเชิงรุกนะครับ คือเชิงรับในรอบแรกนี่ คือเรารับฟังความคิดเห็นเปึ้นการทั่วไป แล้วเราก็เอามาร่างรัฐธรรมนูญตามที่ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นมา ทําให้รัฐธรรมนูญ ของเราที่ร่างมาที่คิดว่าดีที่สุด ตั้งแต่ของป้ ๒๕๔๐ นี่นะครับ ทําไมมีปัญหาอุปสรรค์อะไร นะครับ เราก็ฟัง ความคิดเห็นมา แล้วก็นํามาแก้ไข ปรับปรุงนะครับ แล้วก็ตอนนี้จาก หัวกะทิทั้ง ๓๕ ท่าน ที่เปึนกรรมการยกร่างฯ นี่นะครับ ก็ได้ยกร่างขึ้นมาที่เปึนฉบับที่ดีมาก นะครับ ออกมาเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ก็ในเนื้อหาสาระที่ผ่านมา ที่เรียกว่าดีมากนี่ ในประเด็นต่าง ๆ นี่นะครับ ผมได้สดับตรับฟัง แล้วก็รวบรวมจากสื่อมวลชนนะครับ ไม่ว่า จะเปึนหนังสือพิมพ์ สื่อมวลชนต่าง ๆ นะครับ ปรากฏว่า ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็น เปึ้น ๒ ประเด็น ที่ส่วนใหญ่นะครับ ๑. ไม่เข้าใจในบางเนื้อหาสาระนะครับ อย่างที่เรา พยายามยกตัวอย่าง เรื่องของการเลือกตั้งแบบสัดส่วน หลายเรื่องนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือไม่เห็นด้วยในเนื้อหาสาระต่าง ๆ นะครับ ดังนั้น แสดงว่าประชาชนมีความสนใจที่จะ อ่านร่างรัฐธรรมนูญของเรา แล้วก็แสดงความคิดเห็นนั้นออกมานะครับ แต่ที่เกิดขึ้น ก็คือว่า เขายังไม่เข้าใจ และไม่เห็นด้วยนะครับ เมื่อเช้าผมฟังทีวีนะครับ ขออนุญาต ยกพูดขึ้นมานะครับ ต้องขออภัยด้วย เอแบคโพล (ABAC Poll – Assumption Business Administration College Poll) มีประชาชนเพียง ๕๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ที่รู้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องมีการแสดงประชามติถึงจะประกาศเปึ้นรัฐธรรมนูญได้ อีก ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่าต้องมีการแสดงประชามตินะครับ ดังนั้น ผมอยากจะกราบเรียน เสนอเปึนแนวทางว่า การทำงานใน ๔ เดือนหลังนะครับ จากที่ท่านได้ประมวลมาทั้งหมดนี่ ต้องเปลี่ยนจากการทำงานเชิงรับ เปึนเชิงรุกนะครับ ผมอยากจะเสนอยุทธศาสตร์ในการทํางานใน ๔ เดือนหลังนะครับ เปึนการทํางานเชิงรุก ผมขอเสนอว่า เราจะต้องมีการทำงาน ๓ ร ครับ ไม่ใช่รวดเร็ว เร่ง รอบรู้ อะไรนะครับ อันนี้ เปึ้นเรื่องเก่านะครับ แต่ผมอยากจะให้การทำงานของเราใน ๓ เดือนนี้นะครับ ขอให้เรา รณรงค์ในเรื่อง รู้ รัก รับรัฐธรรมนูญ คือ รู้ นี่ให้ประชาชนได้มีความเข้าใจ และรู้ว่า มีประโยชน์ ว่ารัฐธรรมนูญตัวนี้มีประโยชน์ ฉบับนี้มีประโยชน์ ถูกต้อง ประชาชนได้รับ ประโยชน์ สามารถที่จะแก้วิกฤติในบางเรื่องได้ บางเรื่องถึงแม้นว่าจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็ มีกลไกในการที่จะปรับรัฐธรรมนูญได้ในอนาคต ที่ไม่ยุ่งยาก และมีแนวทางที่ชัดเจน ที่จะ ปรับให้รัฐธรรมนูญสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคม และแนวทางที่จะเปลี่ยนไป รัก เมื่อรัฐธรรมนูญมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการเมือง มีประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ เหมือนกับที่เราไปรักผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ต้องเขาสวย ดี แล้วก็อุปนิสัยตรงกัน อันนี้ก็ เหมือนกันครับ เปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็มีความสวยงาม มีประโยชน์ แล้วก็เราจะใช้ได้ ก็ให้ประชาชนรักครับ แล้วสุดท้ายก็คือว่า เมื่อ รู้ รัก แล้วนะครับ ก็ต้อง ให้ประชาชนไปรับรัฐธรรมนูญ ถ้าดําเนินการเชิงรุกนี่ผมว่า ก็สอดคล้องกับที่พวกเรา พยายาม แล้วก็ได้รับมอบหมาย แล้วก็อาสามาเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ประเด็นสุดท้ายครับ