สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๔ · ๓ เมษายน ๒๕๕๐

ไพโรจน์ พรหมสาส์น หารือเรื่องการรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรและมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้นในการเลือกตั้ง และลดระยะเวลาในการสังกัดพรรคลงเหลือ 30 วัน

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างครับ ก่อนอื่น ก็คงจะต้องขอขอบคุณและชมเชยคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งท่านประธานและคณะได้รายงานต่อที่ประชุมในวันนี้ครับ จากการรับฟังแล้วก็ได้ดูรายงานของท่านแล้วก็ต้องขอชมเชยอย่างที่อาจารย์สมคิดว่า นะครับ คือท่านได้ทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบมากนะครับ มีเอกสารรายงาน ส่วนใหญ่ผมเห็นด้วยกับที่อาจารย์สมคิดได้พูดไปเมื่อสักครู่นะครับ ก็คงจะมีประเด็น เพียงว่า การดำเนินการรับฟังความคิดเห็นในช่วงแรกนี้เข้าใจว่าท่านทำโดยที่ไม่ใช่ว่า จําเปึนต้องทํานะครับ ถ้าตามรัฐธรรมนูญแล้วท่านคงจะทําในช่วงที่ ๒ ว่าหลังจาก ร่างแรกเสร็จแล้วก็ส่งออกไป อย่างไรก็ตามก็ด้วยความพยายามของท่านนะครับ ได้พยายามที่จะติดต่อประสานงานกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๑ องค์กร แล้วก็มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอีก ๑๖๓ แห่งนะครับ สามารถรับฟังมาได้ถึง ๑๑๗ หน่วยนะครับ แล้วก็ใน ๑๑๗ หน่วยนี้เปึ้นองค์กรตามรัฐธรรมนูญถึง ๖ หน่วย แล้วก็องค์กรที่เปึนอุดมศึกษาถึง ๗๘ หน่วย แต่ที่แปลกมากก็คือรายงานที่บอกว่า ที่ส่งแบบสำรวจออกไปถึง ๑๕,๖๗๙ ชุดนี่นะครับ เปึ้นเพศหญิงที่ตอบมามากกว่าเพศชาย ในสัดส่วนร้อยละ ๕๗.๖ และ ๓๘.๘ นะครับ แสดงว่าสุภาพสตรีนี่ขยันกว่าสุภาพบุรุษมาก ซึ่งเปึนเรื่องที่ดีครับที่เราได้รับฟังความคิดเห็นมามากมาย นั่นเปึนประเด็นแรกครับ

ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่ารายงานนี่ครับ ถึงแม้ท่านจะมาล่านิดหนึ่งนะครับ แต่ว่ากรรมาธิการยกร่างก็จะรับไปพิจารณาครับ ในประเด็นหลัก ๆ ประเด็นสำคัญ ๆ ซึ่งมีอยู่หลายเรื่องด้วยกันนะครับ อย่างที่อาจารย์สมคิดได้พูดถึงแล้ว ในเรื่องที่ผมคิดว่า เปึ้นประเด็นที่ คือผมมองว่าสถาบันหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้เปึนหน่วยหลักนะครับ ทั้ง ๑๑ หน่วย รวมทั้งมหาวิทยาลัยอีกร้อยกว่าแห่งนะครับ เปึนกลุ่มเปึนก้อน ที่เราสามารถจะรับฟังได้มีน้ำหนักมากพอสมควรนะครับ นอกเหนือจากที่เราไปฟังจาก ๗๖ จังหวัดแล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นหลัก ๆ ที่ท่าน หยิบยกขึ้นมานี้ผมคิดว่าก็เปึนความคิดเห็นในช่วงแรกนะครับ ก็เปึนเรื่องที่ออกมาแล้ว ค่อนข้างเด่นชัด อย่างเช่น ในหมวดที่ ๑ ประเด็นศาสนาประจำชาติและศาสนาอื่น ให้คงไว้นะครับ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในเรื่องของการรับรองสิทธิเสรีภาพและการ ตรวจสอบอำนาจรัฐ เห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติมโดย ควรให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้น อันนี้ก็ตรงกันในเรื่องสิทธิและหน้าที่ของการไปเลือกตั้ง ในเรื่องของที่ว่าควรจะกําหนด คุณสมบัติและจริยธรรมของนักการเมือง ซึ่งกําหนดมาตรฐานและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ คุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งกรอบ ๒ ก็ได้เตรียมการในเรื่องนี้ไว้แล้วนะครับ ในเรื่องของ สถาบันการเมืองนะครับ สภาผู้แทนราษฎรก็ได้มีความเห็นเด่นชัดตรงนี้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบัญชีรายชื่อนั้นควรจะยกเลิก และในเรื่องของลดระยะเวลา การสังกัดพรรคลงเหลือ ๓๐ วัน แต่ว่าในกรรมาธิการยกร่างเรา ๓๐ วัน คงจะต้อง ไปแก้ไข ถ้ากรณียุบสภา ๓๐ วันนับถึงวันที่เลือกตั้ง ถ้านับถึงวันรับสมัครคงจะไม่นั่น ส่วน ๙๐ วันนั้นทางกรรมาธิการก็คงไว้นะครับ เพราะว่าในกรณีที่ครบวาระ เวลา ๙๐ วัน ก็น่าจะเปึ้นเวลาที่พอสมควร จํานวน สส. ที่ลดจํานวนลงมา ในเรื่องของวุฒิสมาชิก นะครับ ที่เน้นในเรื่องของการสรรหาจากตัวแทนทุกภาคส่วน ต่าง ๆ เหล่านี้เปึ้นต้นนะครับ ซึ่งเปึนประเด็นที่มีความสำคัญไม่ใช่น้อย รวมทั้งประเด็นที่นายกรัฐมนตรีควรมาจาก สส. แล้วก็ในเรื่องที่ห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงวาระติดต่อกันเกิน ๒ สมัย ซึ่งเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมด ก็เปึนเรื่องที่ละเอียดอยู่ในนี้แล้ว อันนี้ก็คงจะเปึนส่วนประกอบ แต่ว่าในช่วงที่ ๒ ซึ่งเมื่อมีร่างแรกออกไปแล้ว ท่านคงจะต้องขอความกรุณาว่าทําอย่างไรครับเราจะได้รับฟัง ความคิดเห็นจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น ๆ ได้อย่างครบถ้วนและทันเวลาอย่างที่ อาจารย์สมคิดว่าสักครู่นี้ มีอยู่สิบเอ็ด ได้มาทั้งสิบเอ็ดได้ไหม และมหาวิทยาลัยถ้าได้ ครบถ้วนได้ยิ่งดี รวมไปถึงน้อง ๆ นักศึกษาด้วย ถ้าเปึนเช่นนั้นน้ำหนักที่เราจะรับฟัง ก็น่าจะมีน้ําหนักมากขึ้น แล้วก็อีกอย่างก็เรื่องเวลา เงื่อนเวลาถ้าหากว่าได้ประมาณสัก กลาง ๆ พฤษภาคม หรือไม่ควรจะเกินปลายเดือนเราก็สามารถที่จะนำมาประกอบการ พิจารณาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผมก็คงจะมีประเด็นที่กราบเรียนต่อที่ประชุมและต่อท่าน กรรมาธิการไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ