สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๑๔ · ๓ เมษายน ๒๕๕๐

สวิง ตันอุด หารือเกี่ยวกับการรับฟังคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นตาม องค์กรรัฐธรรมนูญ และมีข้อสังเกตหลายประเด็น รวมถึงเรื่องสิทธิภูมิปัญญา วัฒนธรรมไทย สิทธิและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน และบทบาทขององค์กรอิสระ โดยเรียกร้องการปรับปรุงบทบาทขององค์กรอิสระให้มากขึ้น เพื่อรักษารากเหง้าและภูมิปัญญาของไทยไว้ และแก้ไขปัญหาสิทธิและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน

นายสวิ่ง ตันอุด

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สวิ่ง ตันอุด สสร. ครับ ผมมีอยู่สองสามประเด็นหลังจากที่ได้รับฟังคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นตาม องค์กรรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่าท่านได้ทํารายงานมาอย่างดี แล้วก็ค่อนข้างจะมีสถิติ ข้อมูลทั้งหลายครบถ้วน แต่ผมคิดว่ามีอยู่สองสามเรื่องนะครับที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต แล้วก็หลายเรื่องที่เราเองก็อาจจะไม่ได้เอาไปแลกเปลี่ยนหรือคุยในเวทีอื่น ๆ นะครับ

ประเด็นแรกนี่นะครับ ผมเห็นว่าสิ่งที่ท่านถามเรื่องเกี่ยวกับสิทธิภูมิปัญญา และจารีตประเพณี วัฒนธรรมไทยนี่นะครับ ผมคิดว่าอันนี้ค่อนข้างดี เพราะว่าฟังดูแล้ว หลายที่ในรายงานนี้บอกมาว่า คล้าย ๆ กับว่าจะต้องมีกฎหมายรองรับในเรื่องนี้ อย่างชัดเจน ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจนะครับ เพราะว่าเรื่องเกี่ยวกับภูมิปัญญาของไทย เราเองนี่ในขณะนี้ยังไม่มีระบบใด หรือกฎหมายใดที่เข้ามารับรอง หรือให้คุณค่า ให้สิทธิ ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับองค์ความรู้ทางด้านสมุนไพร ก็ดี เรื่องเกี่ยวกับความรู้ทางด้านภูมิปัญญาในแง่ของการรักษาก็ดี อันนี้เปึนรากเหง้า รากฐานที่สําคัญ รวมทั้งจารีตประเพณี วัฒนธรรมหลายพื้นที่ที่มีความหลากหลาย อันนี้คือความอุดมสมบูรณ์ในแง่ของวัฒนธรรมบ้านเราอยู่แล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตาม หลายครั้งก็ถูกแปรเปลี่ยนเอาไปรับใช้ต่อเรื่องของธุรกิจแล้วก็การท่องเที่ยว โดยที่ไปทำลายรากเหง้าจารีตประเพณี วัฒนธรรมของเราเสียเอง ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ ค่อนข้างสําคัญนะครับ ในรัฐธรรมนูญเองอาจจะต้องเขียนในเรื่องนี้ให้ชัดเจน ซึ่งผมคิดว่า ในวันก่อนเราได้พูดอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของพันธุกรรมที่มีอยู่ในเมืองไทย ดังนั้นเรื่องของ ภูมิปัญญากับเรื่องพันธุกรรมนี่นะครับ ผมก็ดีใจที่มีอยู่ในรายงาน และบอกว่าต้องมี กฎหมาย หรือระบบของการรับรองในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะรักษารากของเราไว้ได้นะครับ การพึ่งตัวเองก็ดี ระบบเศรษฐกิจพอเพียงของเราก็ดี ก็จะสามารถที่จะตั้งอยู่บนรากฐานของจารีต วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของเราได้อย่างดีนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญนะครับ ซึ่งอาจจะฝากท่านกรรมาธิการด้วยนะครับที่จะต้องไปคุยเรื่องนี้ต่อ แล้วก็ฝากกรรมาธิการ ทางด้านยกร่างด้วยนะครับ เพราะผมเห็นว่าเรื่องนี้ก็อาจจะยังเบาไปนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่เกี่ยวกับทางด้านองค์กรอิสระ ผมคิดว่าออกไป ในแนวโน้มที่ดีนะครับ ก็คือว่าทําอย่างไรถึงจะให้องค์กรอิสระเหล่านี้มีบทบาทและอํานาจ มากขึ้น และผมคิดว่าสิ่งที่พูดถึงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับสภาที่ปรึกษา ผมคิดว่า สภาที่ปรึกษาควรจะต้องถูกทบทวนให้ชัดเจนว่าทําอย่างไรถึงจะให้สภาหรือองค์กรนี้ มีบทบาทมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าเจตนารมณ์เดิมในแง่ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือว่าเหมือนกับเปึนสภากันชน เพราะว่าได้มาจากกลุ่มคนที่หลากหลาย ถ้าเกิดความขัดแย้งภายในสังคมนี่ สภาอันนี้น่าจะประนีประนอมหรือคลี่คลายความ ขัดแย้งทั้งหลายได้ แต่ที่ผ่านมา บทบาททั้งหลายที่ผ่านมาก็เหมือนกับทำพิธีกรรมนะครับ ที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าผมเคยเปึนสมาชิกสภาในรุ่นแรก เพราะว่าที่ผ่านมาทำรายงาน ให้กับรัฐบาลแล้ว รัฐบาลก็ตอบตามประเพณี แล้วหลังจากนั้นจะทำหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ฝ์ายนโยบายว่าจะทําหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ทําอย่างไรถึงจะทําให้บทบาท และความสําคัญในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบทบาทในแง่ของการที่จะเสนอ กฎหมาย ผมคิดว่าในเรื่องของบทบาทขององค์กรอิสระในแง่ของการเสนอกฎหมายได้ น่าสนใจอย่างยิ่งนะครับ ไม่ว่าจะเปึนสภาขององค์กรประชาชนโดยทั่วไป สภาทนายความ หรือสภาอะไรทั้งหลายที่เขามีบทบาทอยู่ในสังคม น่าจะเป่ดโอกาสให้เขาได้เสนอ กฎหมายอะไรต่าง ๆ ได้ เพราะตอนนี้ขีดจํากัดในแง่ของการเสนอกฎหมายในบ้านเรา อยู่เพียงแค่ช่องทางแคบ ๆ นะครับ ดังนั้นการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องนี้ ก็มีน้อย ถึงแม้ว่าเราจะบอกว่าให้ประชาชนเสนอกฎหมายได้ แต่องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็ควรจะให้สิทธิ รวมทั้งสภาที่ปรึกษาเราถูกขีดไว้เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและสังคม ทั้ง ๆ ที่ความสำคัญอีกด้านหนึ่งก็คือเรื่องของการเมือง การปรึกษาทางด้านการเมือง ทั้งหลายจะไปอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่ ผมคิดว่าอันนี้คือประเด็น ซึ่งอาจจะตั้งให้กรรมาธิการ ลองไปซักไปถามต่ออีกก็ได้นะครับว่า จะทําอย่างไรให้องค์กรอิสระต่าง ๆ เหล่านี้ ได้มีบทบาทมากยิ่งขึ้น เปึ้นดุลทางสังคมอีกอันหนึ่งนะครับ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือ ประเด็นที่ ๒

ส่วนประเด็นที่ ๓ ผมอ่านรายงานแล้วผมก็ยังไม่ค่อยเห็นตรงไหนที่ชี้ชัด เรื่องนี้ นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับทางด้านเด็กและเยาวชน เพราะเห็นว่าท่านได้เข้าไปทำเรื่อง เกี่ยวกับทางด้านสถาบันการศึกษา ในการที่จะถามดูว่าสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวกับ เด็กและเยาวชน ผมคิดว่าในเรื่องเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนอาจจะต้องชี้ชัด ๒ เรื่องนี้ให้ชัด ก็คือ ๑. การสนับสนุนบทบาทของเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในทางสังคมที่ชัดเจน ให้ชัดเจนเลยว่าเราจะมีสภาเยาวชนแห่งชาติหรือไม่ ที่จะต้องถูกระบุไว้เพื่อที่จะทำให้เขา มีสถาบัน มีองค์กร มีกองทุนของเขาเองในแง่ของการดำเนินการ ซึ่งผมคิดว่านิสิต นักศึกษาหรืออะไรทั้งหลายตอนนี้เขาก็เคลื่อนไหวในทางสังคม แต่ว่าทำอย่างไร ถึงจะทําให้เขามีบทบาทโดยรัฐเปึ้นผู้สนับสนุนในเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีกองทุน ทําให้เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในทางสังคมที่ไม่ถูกชักจูงไปในเรื่องอื่น ๆ ได้ง่ายไปกว่านี้ ซึ่งผมก็คิดว่าเรื่องนี้เท่าที่ทํางานกับเยาวชนมาเขาต้องการเรื่องนี้ที่จะทําให้สภาของ เยาวชนมีทั้งในระดับชาติ ในระดับท้องถิ่น อันนี้ผมคิดว่าถ้าจะสอบถามพวกเยาวชน ทั้งหลายให้ชัดเจนในแง่ของการส่งเสริมบทบาท เรื่องนี้จะเอาอย่างไรในรัฐธรรมนูญ จะถูกเขียนไว้ไหม เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญครับ อนาคตของชาติตอนนี้เอง บางทีเราไม่ได้เอาใจใส่ในแง่ของความคิดของเขาว่าเขาจะเข้ามามีความคิดและ มีส่วนร่วมในทางสังคมอย่างไร อันนี้คือประเด็นที่ผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับทางด้านเยาวชน นะครับ แต่เรื่องเกี่ยวกับอีกอันหนึ่งนะครับ ประเด็นนี้เหมือนกัน คือเรื่องเด็กครับ ผมคิดว่า การปกปัองเด็กก็ดี การที่จะทำให้เด็กรอดพ้นจากการถูกครอบงำทางด้านความคิดก็ดี ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างเท่าที่ดู ก็ยังพูดถึงเฉพาะเพียงแค่ครอบครัวที่จะต้อง ดูแลเด็ก แต่ว่าจริง ๆ เรื่องเด็กนี่มันพัฒนาก้าวหน้าไปกว่านั้นมาก ทำอย่างไรเราถึงจะมี บทบัญญัติว่าด้วยธุรกิจที่เกี่ยวพันกับเด็กและก็เอาเปรียบเด็ก เราจะทำอย่างไร ตอนนี้มีมากครับธุรกิจที่เอาเปรียบเด็กและก็ขูดรีดจากเด็กและครอบงําเด็ก ในรัฐธรรมนูญจะถูกเขียนและกํากับไว้ ทําอย่างไรถึงจะทําให้ปกปัองเด็กในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย และหลายครั้งนี่นะครับ เด็กตอนนี้พัฒนาไปไกลแล้ว ไม่ใช่เฉพาะเด็กบ้านเรา การค้ามนุษย์ข้ามชาติก็กลายไปเปึนปัญหาใหญ่ในทางสังคม ก็คือการปกปัอง เรื่องสิทธิของเด็กที่ผู้ใหญ่เราเองที่จะต้องทํา ผมคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่ค่อยปรากฏว่า จะถูกถามหรือถูกอภิปรายกันสักเท่าไร ดังนั้นก็อาจจะต้องฝากกรรมาธิการชุดนี้ ว่าด้วยเรื่องเด็ก บทบาทของเด็ก ว่าด้วยสภาเยาวชนก็ดี และการคุ้มครองเด็ก เรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ข้ามชาติ เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เราจะจัดการกับ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร ซึ่งฝาก ๒ กรรมาธิการด้วยนะครับ คือกรรมาธิการของท่าน ที่อาจจะต้องไปถามเรื่องนี้กับเด็ก กับกรรมาธิการยกร่างครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน